ภัยธรรมชาติ

ไต้หวันระทึก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

ไต้หวันระทึก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้คนบนเกาะไต้หวันต้องพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญอีกครั้ง เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วหลายพื้นที่ ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเมืองได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์ ไต้หวันระทึก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ออกมาให้เรากังวลใจกันมากนัก แต่ถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติไต้หวัน (CWA) ได้ให้ข้อมูลว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ใต้ทะเล ห่างจากชายฝั่งเมืองอี้หลานประมาณ 52.8 กิโลเมตร ที่ความลึก 66.6 กิโลเมตรใต้ระดับน้ำทะเล โดยเหตุการณ์ ไต้หวันระทึก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

แรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้กระจายตัวไปไกล โดยวัดระดับความรู้สึกได้ดังนี้:

  • พื้นที่จังหวัดอี้หลานและนครนิวไทเป รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ที่ระดับ 3
  • พื้นที่มณฑลฮวาเหลียน นครไทเป และนครไถจง รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ที่ระดับ 2

ด้วยมาตราความรุนแรงของแผ่นดินไหวในไต้หวันที่วัดตั้งแต่ 0 ถึง 7 ระดับ 2-3 นี้ถือว่าชาวบ้านรู้สึกได้ชัดเจน แต่โชคดีที่โครงสร้างพื้นฐานและอาคารต่างๆ ยังคงแข็งแรงเพียงพอที่จะรับมือได้

หากถามว่าเหตุใด ไต้หวันระทึก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ถึงเป็นข่าวที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะไต้หวันตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนที่สำคัญ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง การเตรียมพร้อมและระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความสูญเสียในทุกๆ ครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

นอกจากนี้ กรมอุตุฯ ไต้หวันยังยืนยันว่าไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งคลายความกังวลไปได้เปราะหนึ่ง อย่างไรก็ดี เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป หากคุณมีแผนจะเดินทางไปไต้หวัน อย่าลืมโหลดแอปพลิเคชันแจ้งเตือนแผ่นดินไหวติดเครื่องไว้ เพื่อความปลอดภัยและอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์เสมอครับ

ที่มา – ไต้หวันระทึก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น

ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นอีกครั้งเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุ ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเกาะซารังกานีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 32 กิโลเมตร สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะดูรุนแรงจากตัวเลขขนาดของแผ่นดินไหว แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายที่รุนแรงครับ

สถานการณ์เบื้องต้นหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

จากการรายงานของ USGS ระบุว่าแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.14 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ความลึกประมาณ 62 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างลึก โดยขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิแต่อย่างใด สำหรับบรรยากาศในพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยบนเกาะซารังกานีเล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ ทำให้เกิดความโกลาหลและประชาชนพากันวิ่งหนีออกจากตัวอาคารด้วยความตกใจ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ทุกคนปลอดภัยดีและยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสครับ

หากเรามองย้อนกลับไป ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บน “วงแหวนแห่งไฟ” (Ring of Fire) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกบ่อยครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นข่าว ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น ได้บ่อยครั้งในรอบปี โดยเหตุการณ์ครั้งก่อนหน้าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายรุนแรงกว่านี้มาก ทั้งอาคารพังถล่มและดินถล่มในพื้นที่เกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ชาวฟิลิปปินส์ต้องตื่นตัวกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ

  • ตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่พักอาศัยให้มั่นคง
  • ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด
  • จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินและซ้อมแผนอพยพ

ท้ายที่สุดนี้ แม้เหตุการณ์ ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น ในครั้งนี้จะไม่มีรายงานความเสียหายที่รุนแรง แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เราไม่ประมาท โดยเฉพาะเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนที่อยู่ในแนวเสี่ยงภัย การเตรียมความพร้อมและมีสติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินคือสิ่งที่ดีที่สุดครับ

ที่มา – ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

ดินยุบเป็นหลุมใหญ่ที่ภูผาม่าน เตือนชาวบ้านระมัดระวัง คาดทรุดตัวต่อเนื่อง

ดินยุบเป็นหลุมใหญ่ที่ภูผาม่าน เตือนชาวบ้านระมัดระวัง คาดทรุดตัวต่อเนื่อง

กลายเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยม่วง อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น อย่างมากครับ เมื่อเกิดปรากฏการณ์ ดินยุบเป็นหลุมใหญ่ที่ภูผาม่าน ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับเกษตรกรในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทำกินแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย

สาเหตุของปรากฏการณ์ดินยุบและแนวโน้มที่ต้องระวัง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรณี พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด ดินยุบเป็นหลุมใหญ่ที่ภูผาม่าน ในครั้งนี้เกิดจากสภาพทางธรณีวิทยาของพื้นที่ที่มีชั้นหินปูนอยู่ใต้ดิน ทำให้เกิดการกัดเซาะและยุบตัวลงตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจคือเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นถี่ขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และจากการสังเกตการณ์พบว่าหลุมดินยังคงมีการขยายวงกว้างและมีความลึกมากขึ้นเรื่อยๆ จนเจ้าหน้าที่ต้องเร่งกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

  • หลุมดินขนาดใหญ่มีรัศมีกว้างถึง 6 x 5 เมตร และลึกกว่า 3 เมตร
  • พบรอยแยกและรอยแตกกระจายตัวเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรม
  • เจ้าหน้าที่เตือนชาวบ้านไม่ให้เข้าใกล้บริเวณที่เกิดเหตุเด็ดขาด

ในด้านการช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก ดินยุบเป็นหลุมใหญ่ที่ภูผาม่าน จะได้รับการดูแลเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของรัฐ ซึ่งจะมีการชดเชยค่าความเสียหายในพื้นที่การเกษตรตามระเบียบภัยพิบัติ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ

ผมขอฝากเตือนทุกท่านที่ทำไร่ทำนาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย หากพบรอยแยกหรือดินมีการเปลี่ยนแปลง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ อบต. หรือผู้นำชุมชนทันที อย่าได้เข้าใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะดินอาจจะยุบตัวลงไปได้ตลอดเวลา การป้องกันตนเองและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับภัยธรรมชาตินี้ครับ

ที่มา – ดินยุบเป็นหลุมใหญ่ที่ภูผาม่าน เตือนชาวบ้านระมัดระวัง คาดทรุดตัวต่อเนื่อง

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ช่วงนี้ใครที่อยู่ภาคเหนือต้องเตรียมตัวกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้จัดประชุมด่วนเพื่อวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยได้มีการ ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม อย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกพื้นที่พร้อมรับมือกับพายุและฝนที่จะตกหนักตลอดทั้งเดือนนี้ครับ

สถานการณ์น่าห่วงในเดือนสิงหาคม

จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าปริมาณฝนในปีนี้จะมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคอีสานตอนบน ทาง ปภ. จึงได้เน้นย้ำว่าการ ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม นั้นไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเชิงรุก เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด

หากพูดถึงสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงที่ผ่านมา เช่น จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เริ่มมีน้ำป่าไหลหลาก ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำการล่วงหน้าแล้ว และมีการใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast เพื่อให้ชาวบ้านเก็บของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของหน่วยงานรัฐที่พยายามลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

สิ่งที่ประชาชนควรเตรียมตัว:

  • ติดตามข่าวสารจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด
  • หมั่นตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำหน้าบ้าน ไม่ให้มีเศษขยะอุดตัน
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและเอกสารสำคัญไว้ในที่ที่หยิบจับง่าย
  • หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ต้องรีบยกของขึ้นที่สูงทันทีเมื่อมีการแจ้งเตือน

สำหรับการ ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม ยังรวมไปถึงการประสานงานกับผู้นำชุมชนและอาสาสมัครทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารจะเข้าถึงทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตามครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า แม้ทางการจะมีการเตรียมความพร้อมที่ดีเพียงใด แต่การที่ประชาชนตื่นตัวและรู้เท่าทันสถานการณ์ก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องในพื้นที่เสี่ยงทุกคนนะครับ หากใครประสบเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ

ที่มา – ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม

อาลัย “น้องเติ้ล” นักศึกษาปี 4 เรียนดี ขยัน กตัญญู

ข่าวเศร้าสะเทือนใจวงการศึกษาเมื่อ อาลัย “น้องเติ้ล” นักศึกษาปี 4 ที่ทุกคนรู้จักในฐานะเด็กเรียนดี ขยัน และกตัญญูสุดๆ เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติฟ้าผ่าแบบไม่คาดคิด เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดลำปาง ทำให้เพื่อนๆ อาจารย์ และคนใกล้ชิดต่างน้ำตาไหลพราก วันนี้เรามาร่วมไว้อาลัยและย้อนรำลึกถึงน้องกันเถอะ

อาลัย “น้องเติ้ล” นักศึกษาปี 4

จากรายงานของนายฌานวัฒน์ ธรรมสอน ประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ทางสภาได้รับแจ้งเหตุการณ์อันน่าเศร้าสุดขีดในวันก่อนหน้า คือ 11 พฤษภาคม นายนวริช เขื่อนใจ หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “น้องเติ้ล” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้เสียชีวิตจากฟ้าผ่ากลางไร่ พร้อมกับคุณป้าของน้อง ขณะที่ทั้งคู่กำลังหลบฝนในกระต๊อบไร่มัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางอากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน พายุฝนกระหน่ำ และสายฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไม่ปราณี ไร่มันที่ห่างไกลความเจริญ ทำให้ไม่มีที่หลบภัยที่ปลอดภัยพอ น้องเติ้ลซึ่งกำลังช่วยงานครอบครัวต้องมาเจอจุดจบที่ไม่มีใครคาดคิด

น้องเติ้ล : เด็กหนุ่มกตัญญูที่ทุกคนชื่นชม

อาลัย “น้องเติ้ล” นักศึกษาปี 4 ที่มีชื่อเสียงในหมู่เพื่อนๆ ว่าเป็นคนเรียบร้อย เรียนเก่งมาก สอบได้คะแนนดีตลอดกาล ขยันช่วยพ่อแม่ทำงานไร่ และที่สำคัญคือความกตัญญู ไม่เคยบ่นเรื่องเหนื่อย น้องเติ้ลเป็นกำลังสำคัญในการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นงานอาสา งานกีฬา หรือกิจกรรมสภานักศึกษา เพื่อนๆ ต่างบอกว่าน้องเป็นคนยิ้มเก่ง พูดจาไพเราะ และพร้อมช่วยเหลือทุกคน

  • เรียนดี: GPA สูง สาขาวิศวกรรมที่ต้องใช้ความสามารถสูง
  • ขยัน: ช่วยงานบ้าน ไร่ หลังเลิกเรียน
  • กตัญญู: รักและดูแลครอบครัว โดยเฉพาะคุณป้าที่จากไปด้วยกัน
  • นิสัยดี: เพื่อนรัก อาจารย์ชื่นชม

น้องเติ้ลเกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกรที่ลำปาง ใฝ่ฝันอยากเป็นวิศวกรเพื่อช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิด การจากไปของน้องในวัย 21 ปี ทำให้ทุกคนรู้สึกสูญเสียครั้งใหญ่

ปฏิกิริยาจากเพื่อนๆ และมหาวิทยาลัย

หลังทราบข่าว เพื่อนร่วมคณะวิศวะ ต่างพากันมาร่วมงานศพและโพสต์ข้อความอาลัยในโซเชียลมีเดีย คำว่า “อาลัย ‘น้องเติ้ล’ นักศึกษาปี 4” กลายเป็นเทรนด์ที่แสดงถึงความรักที่ทุกคนมีต่อน้อง อาจารย์ประจำสาขากล่าวว่าคุณเติ้ลเป็นนักศึกษาตัวอย่างที่ใครๆ ก็อยากให้เป็น คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางได้ส่งกำลังใจและช่วยเหลือครอบครัวด้านการเงินและพิธีศพ สภานักศึกษาขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ภัยฟ้าผ่า : อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนืออย่างลำปาง ฤดูฝนมักนำพาภัยฟ้าผ่ามาให้ ฟ้าผ่าฆ่าคนปีละหลายสิบราย เกิดจากประจุไฟฟ้าในเมฆที่แตกต่างกัน สร้างพลังงานมหาศาล วิธีป้องกันที่ทุกคนควรรู้:

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง เช่น ไร่ ทุ่งนา
  • อย่าอยู่ใกล้ต้นไม้สูงหรือสิ่งโลหะ
  • หากฝนตก ให้เข้าอาคารปิดสนิท ไม่ใช่กระท่อมไม้
  • ฟังพยากรณ์อากาศและเตรียมแผนสำรอง
  • ใช้แอปเตือนภัยจากกรมอุตุฯ

กรณีของน้องเติ้ลเป็นบทเรียนราคาแพง หวังว่าทุกคนจะระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรและนักศึกษาที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน

การจากไปของ อาลัย “น้องเติ้ล” นักศึกษาปี 4 สอนให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตและคนรอบตัว น้องเป็นตัวอย่างของความขยันกตัญญูที่เราควรยึดถือ อย่าลืมบอกรักคนใกล้ชิดทุกวันนะครับ หากคุณมีเรื่องราวหรือความทรงจำเกี่ยวกับน้องเติ้ล มาแชร์ในคอมเมนต์กันเถอะ จะได้เป็นกำลังใจให้ครอบครัว

ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเตรียมตัว ลองเช็คแผนป้องกันฟ้าผ่าที่บ้านคุณวันนี้เลย!

ที่มา – อาลัย “น้องเติ้ล” นักศึกษาปี 4 เรียนดี ขยัน กตัญญู เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ

เคนยาอ่วม น้ำท่วมรุนแรงดับแล้ว 66 ศพ ฝนยังตกต่อเนื่อง

เคนยาอ่วม น้ำท่วมรุนแรงดับแล้ว 66 ศพ ฝนยังตกต่อเนื่อง สถานการณ์วิกฤตในแอฟริกาตะวันออกกำลังย่ำแย่ลงทุกวัน จากฝนตกหนักที่ไม่ยอมหยุด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงไนโรบี เมืองหลวงที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

เคนยาอ่วม น้ำท่วมรุนแรงดับแล้ว 66 ศพ ฝนยังตกต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่เคนยารายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย รวมยอดสะสมทะลุ 66 ศพแล้ว ฝนที่เทลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ถนนหนทางพังยับ สะพานทรุด โรงเรียนจมน้ำ และประชาชนต้องอพยพจำนวนมาก ครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตคือ 33 ราย มาจากกรุงไนโรบีที่น้ำท่วมสูงถึง 2 เมตรในบางจุด แม้ระดับน้ำจะลดลงบ้าง แต่ฝนยังตกหนักไม่หยุด

กรุงไนโรบีน้ำทะลัก ถนนปิด สะพานพัง

ในเมืองหลวง น้ำท่วมขังสูงทำให้รถตู้โดยสารสาธารณะที่เรียกว่า “มาตาทู” ติดขัดกลางน้ำ สภากาชาดเคนยาต้องบุกช่วยผู้โดยสาร 11 ราย รวมถึงเด็ก 2 คนที่ติดอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำกลบ นอกจากนี้ ถนนหลายสายต้องปิดกั้นเพราะสะพานเสียหายหนัก โรงเรียนหลายแห่งก็กลายเป็นทะเลสาบชั่วคราว หลังฝนถล่มหนักในวันเสาร์ที่ผ่านมา

การช่วยเหลือและคำเตือนจากทางการ

กระทรวงมหาดไทยเคนยาเตือนภัยทั่วประเทศ เพราะฝนยังตกหนักต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประชาชนกว่า 2,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว ตำรวจและทีมกู้ภัยยังคงปฏิบัติการค้นหาต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย สภากาชาดและหน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้ผู้ประสบภัย

  • ผู้เสียชีวิตรวม 66 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงไนโรบี
  • น้ำท่วมสูงสุด 2 เมตรในเมืองหลวง
  • ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 13 ราย รวมเด็ก
  • ถนนและสะพานเสียหายหลายแห่ง
  • อพยพประชาชนกว่า 2,000 คน

ไม่ใช่แค่เคนยาเท่านั้น ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเอธิโอเปียก็เจอปัญหาหนัก มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 รายจากน้ำท่วมและดินถล่มทางตอนใต้ สถานการณ์ทั้งหมดนี้เกิดจากฝนฤดูมรสุมที่ผิดปกติ ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (Climate Change) ที่ทำให้ฝนตกหนักและไม่แน่นอนมากขึ้น

เหตุการณ์ เคนยาอ่วม น้ำท่วมรุนแรงดับแล้ว 66 ศพ ฝนยังตกต่อเนื่อง นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ทุกประเทศ โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น ต้องเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันภัยพิบัติ เช่น เขื่อนกันน้ำที่ดีขึ้น ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และแผนอพยพที่มีประสิทธิภาพ ในอนาคต หากโลกร้อนขึ้นต่อเนื่อง ปัญหานี้อาจเกิดบ่อยและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ สามารถติดตามข่าวต่างประเทศและภัยพิบัติทั่วโลกได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและเคล็ดลับการเตรียมตัวรับมือภัยธรรมชาติ คุณคิดว่าอะไรคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาน้ำท่วมในเคนยา? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – เคนยาอ่วม น้ำท่วมรุนแรงดับแล้ว 66 ศพ ฝนยังตกต่อเนื่อง

พายุฟงวองอ่อนกำลัง: ฟิลิปปินส์อ่วม ดับ 4

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นพายุฟงวองอ่อนกำลังลงแล้วหลังพัดถล่มฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย บ้านเรือนพังยับเยิน และประชาชนนับล้านต้องอพยพหนีภัย

แม้ว่าพายุฟงวองอ่อนกำลังลงหลังจากพัดผ่านฟิลิปปินส์ไปแล้ว แต่ความรุนแรงของพายุที่มาพร้อมกับลมกระโชกแรง 120-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝนตกหนัก และคลื่นสูง ทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง

พายุฟงวองอ่อนกำลัง หลังถล่มฟิลิปปินส์

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายงานเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเมืองคายาปา จังหวัดนูเอวาวีซคายา ซึ่งทำให้บ้านเรือนถูกฝังทั้งหลัง มีเด็กเสียชีวิต 2 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำและถูกซากปรักหักพังถล่มอีก 2 ราย

อย่างไรก็ตาม สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนเชื่อว่ายอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้ทันท่วงที

ในจังหวัดออโรรา ซึ่งเป็นจุดที่พายุฟงวองอ่อนกำลัง ขึ้นฝั่งโดยตรง มีรายงานว่าอย่างน้อย 4 เมืองถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากถนนและสะพานได้รับความเสียหายจากดินถล่ม

ฟิลิปปินส์เผชิญหน้ากับพายุถึง 21 ลูกในปีนี้ ก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 224 รายในฟิลิปปินส์ และอีก 5 รายในเวียดนาม

การเกิดพายุรุนแรงสองลูกซ้อนกันในเวลาอันสั้น ตอกย้ำถึงผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศโลก ในขณะที่ผู้นำจากกว่า 190 ประเทศเพิ่งเข้าร่วมการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ล่าสุด พายุฟงวอง กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าสู่เกาะไต้หวัน โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งทางตะวันตกของเกาะในวันพุธ ในขณะที่พื้นที่ภูเขาทางตะวันออกอาจเผชิญกับฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

รัฐบาลไต้หวันได้สั่งอพยพประชาชนในเมืองกว่างฝู่ ซึ่งเคยประสบเหตุการณ์น้ำท่วมร้ายแรง คร่าชีวิตผู้คนไป 18 รายเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ผลกระทบจาก พายุฟงวองอ่อนกำลัง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แมทธิว อิงแลนด์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งหมายความว่าพายุที่ก่อตัวในบริเวณนี้จะมีพลังงานมหาศาลและความเร็วลมที่รุนแรงขึ้น

  • ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน: ถนน สะพาน และอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: การเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับผลกระทบ
  • ความเสี่ยงด้านสุขภาพ: การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และปัญหาสุขภาพจิต

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของภูมิภาคต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง การวางแผนการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความรุนแรงและถี่ขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน

พายุฟงวองอ่อนกำลังลงแล้วแต่ความเสียหายยังคงอยู่ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และวางแผนป้องกันภัยพิบัติในระยะยาว

ที่มา – พายุฟงวองอ่อนกำลังหลังถล่มฟิลิปปินส์ ดับแล้ว 4 ศพ บ้านพังยับ อพยพนับล้าน

23 จังหวัดต้องระวัง! แผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก

กรมทรัพยากรธรณี แจ้งเตือน 23 จังหวัดเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 22-26 ก.ย. 68 เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่าน ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

วันที่ 22 ก.ย. 68 มีรายงานว่า กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ ตาก พะเยา ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุบลราชธานี ขอนแก่น ระยอง จันทบุรี และตราด เฝ้าระวังภัยแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก ในระหว่างวันที่ 22-26 ก.ย. 68 เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นเป็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจส่งผลให้เกิดแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลากได้

ทั้งนี้ ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัย และวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์แผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ และขอให้เครือข่ายฯ ทธ. วัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก

เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมอพยพทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเตือน เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

พื้นที่เฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก

กรมทรัพยากรธรณีได้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยใน 23 จังหวัด ดังนี้:

ภาคเหนือ

แม่ฮ่องสอน : แม่สะเรียง แม่ลาน้อย สบเมย ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน ปางมะผ้า ปาย

เชียงราย : แม่สาย เชียงของ เทิง เมืองเชียงราย แม่ฟ้าหลวง แม่สรวย เวียงแก่น เวียงป่าเป้า พญาเม็งราย

เชียงใหม่ : แม่อาย แม่แจ่ม แม่วาง แม่แตง แม่ริม แม่ออน เมืองเชียงใหม่ ฝาง ไชยปราการ อมก๋อย จอมทอง

เชียงดาว สะเมิง พร้าว ดอยสะเก็ด กัลยาณิวัฒนา ดอยหล่อ ฮอด เวียงแหง หางดง

น่าน : เมืองน่าน ท่าวังผา บ่อเกลือ ปัว ภูเพียง แม่จริม เวียงสา สันติสุข นาน้อย นาหมื่น ทุ่งช้าง เชียงกลาง

สองแคว เฉลิมพระเกียรติ บ้านหลวง

แพร่ : เด่นชัย เมืองแพร่ ร้องกวาง ลอง วังชิ้น สอง สูงเม่น

ตาก : เมืองตาก ท่าสองยาง พบพระ แม่ระมาด แม่สอด อุ้มผาง บ้านตาก วังเจ้า สามเงา

พะเยา : จุน เชียงคำ เชียงม่วน ดอกคำใต้ ปง ภูกามยาว ภูซาง เมืองพะเยา แม่ใจ

ลำพูน : ทุ่งหัวช้าง บ้านธิ บ้านโฮ่ง ป่าซาง เมืองลำพูน แม่ทา ลี้

ลำปาง : เกาะคา งาว แจ้ห่ม เถิน เมืองปาน แม่ทะ แม่เมาะ วังเหนือ สบปราบ เสริมงาม ห้างฉัตร

อุตรดิตถ์ : ทองแสนขัน ท่าปลา น้ำปาด บ้านโคก พิชัย ฟากท่า เมืองอุตรดิตถ์ ลับแล

สุโขทัย : คีรีมาศ ทุ่งเสลี่ยม บ้านด่านลานหอย เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย ศรีสำโรง

พิษณุโลก : ชาติตระการ นครไทย เนินมะปราง วังทอง วัดโบสถ์

เพชรบูรณ์ : เขาค้อ ชนแดน น้ำหนาว บึงสามพัน เมืองเพชรบูรณ์ วังโป่ง หล่มเก่า หล่มสัก

ภาคกลาง

กาญจนบุรี : ด่านมะขามเตี้ย ทองผาภูมิ ไทรโยค บ่อพลอย ศรีสวัสดิ์ สังขละบุรี หนองปรือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หนองคาย : โพธิ์ตาก สังคม

อุดรธานี : นายูง น้ำโสม หนองวัวซอ

หนองบัวลำภู : ศรีบุญเรือง สุวรรณคูหา

เลย : ด่านซ้าย ปากชม เชียงคาน ท่าลี่ นาด้วง นาแห้ว ภูกระดึง ภูเรือ ภูหลวง เมืองเลย วังสะพุง

อุบลราชธานี : นาจะหลวย น้ำยืน บุณฑริก

ขอนแก่น : ภูผาม่าน

ภาคตะวันออก

ระยอง : บ้านค่าย เมืองระยอง เขาชะเมา

จันทบุรี : เมืองจันทบุรี โป่งน้ำร้อน ขลุง เขาคิชฌกูฏ

ตราด : เขาสมิง บ่อไร่ เกาะช้าง เกาะกูด

ในช่วงฤดูฝน การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลากได้

ที่มา – เตือน 23 จังหวัด เฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก 22-26 ก.ย. 68

สว.พิสิษฐ์ ยัน! ไม่มีการคว่ำงบรายจ่ายปี 69

สว.พิสิษฐ์ ยัน! ไม่มีการคว่ำงบรายจ่ายปี 69

ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับความตั้งใจของวุฒิสภา (สว.) ที่จะคว่ำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ล่าสุด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยระบุว่าเป็นเพียง “มโน” ของผู้ที่ปล่อยข่าวเท่านั้น

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ได้แถลงข่าวยืนยันว่า วุฒิสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวันที่ 1-2 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยจะเน้นการพิจารณาใน 4 ประเด็นหลักที่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ

4 ภัยคุกคามหลักที่ สว. จะพิจารณาในการพิจารณางบรายจ่ายปี 69

  • ภัยเศรษฐกิจ: ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงรายได้ของประชาชนที่ลดลง
  • ภัยความมั่นคง: ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
  • ภัยธรรมชาติ: ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง
  • ภัยสังคม: ปัญหายาเสพติด พนันออนไลน์ และบุหรี่ไฟฟ้า

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สว. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ อย่างเร่งด่วนภายใน 20 วันตามที่กำหนด และยืนยันว่าการกล่าวหาว่าวุฒิสภาจะคว่ำร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ของ สว. แต่ละคน และไม่มีการบังคับขู่เข็ญใดๆ ทั้งสิ้น

“คนที่กล่าวหา สว. เรื่องคว่ำงบรายจ่ายปี 69 ภาษาชาวบ้านคือ มโนสำคัญกว่าข้อเท็จจริง” นายพิสิษฐ์กล่าว “ขอยืนยันว่า สว. ไม่เคยมีการหารือเรื่องการคว่ำงบรายจ่ายปี 69 แต่อย่างใด”

การแถลงข่าวของนายพิสิษฐ์ มีขึ้นเพื่อตอบโต้กระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดและความกังวลให้กับประชาชนเกี่ยวกับอนาคตของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

ประเด็นที่ สว. จะให้ความสำคัญในการพิจารณางบประมาณ คือการที่งบประมาณดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ด้านที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หาก สว. พิจารณาแล้วเห็นว่างบประมาณที่เสนอมานั้นไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ก็อาจมีการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการบริหารประเทศ เนื่องจากเป็นแผนการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลในรอบปีงบประมาณถัดไป การที่วุฒิสภาเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน จึงเป็นการสร้างความมั่นใจได้ว่า งบประมาณจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ดังนั้น การออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการคว่ำงบรายจ่ายปี 69 ของ สว.พิสิษฐ์ จึงเป็นการสร้างความกระจ่างและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้การพิจารณางบประมาณในปี 2569 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพต่อไป

ติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2569 ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวและเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของคุณ

ที่มา – “สว.พิสิษฐ์” ซัดให้หยุดมโนวุฒิสภาจ้องคว่ำงบรายจ่ายปี 69 ยันไม่เคยหารือกัน

Scroll to top