ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

“ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านกำลังเป็นที่น่ากังวลอย่างมาก หลังจากมีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมในหลายอำเภอ ล่าสุด “ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการเหตุการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางระดับน้ำที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน เพื่อรับมือวิกฤต

เมื่อค่ำวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สถานีวัดน้ำ N.1 เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ประกาศยกระดับการจัดการอุทกภัยผ่านแนวทาง “ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน เพื่อรวมศูนย์อำนาจการสั่งการไว้ที่จุดเดียว ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งกรมชลประทาน ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่น สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพตลอด 24 ชั่วโมง

มาตรการเร่งด่วนและการเฝ้าระวัง

จากการประเมินสถานการณ์ที่สถานี N.1 พบว่าระดับน้ำมีแนวโน้มล้นตลิ่ง โดยคาดการณ์ว่าจะสูงกว่าคันกั้นน้ำประมาณ 60 เซนติเมตรในช่วงกลางดึก จึงได้มีมาตรการเร่งด่วนดังนี้:

  • เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในจุดเสี่ยง เช่น อ.เมือง และ อ.เวียงสา
  • ใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  • สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมอพยพประชาชนไปยังจุดปลอดภัยทันที
  • ย้ำให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูงอย่างน้อย 60 เซนติเมตรเพื่อลดความเสียหาย

รองนายกรัฐมนตรีย้ำชัดว่า “ชีวิตของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด” ทุกหน่วยงานต้องปักหลักบัญชาการและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ ยังได้มีการวางแผนเตรียมการฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลดเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วที่สุด

การผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน

นอกจากภาครัฐแล้ว ยังพบว่าอาสาสมัครและภาคเอกชนต่างเข้ามาร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลืออย่างแข็งขัน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้จังหวัดน่านก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมฉับพลันไปได้ เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่าน ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากศูนย์บัญชาการอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง

ที่มา – “ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน พร้อมสั่งบัญชาการเหตุการณ์ตลอดคืน

เหยื่อดินถล่มจีนเพิ่มเป็น 8 ศพแล้ว สูญหายอีก 34 ราย

เหยื่อดินถล่มจีนเพิ่มเป็น 8 ศพแล้ว สูญหายอีก 34 ราย

วันนี้ขอพาทุกคนไปติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่น่าสลดใจในประเทศจีนครับ หลังจากที่มีรายงานข่าวใหญ่ว่า เหยื่อดินถล่มจีนเพิ่มเป็น 8 ศพแล้ว สูญหายอีก 34 ราย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่นครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบต่อย่านที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง

เหตุการณ์ระทึกขวัญเริ่มขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อมวลหินและดินขนาดมหึมาถล่มลงมาจากหน้าผาเข้าทับถมถนนและอาคารบ้านเรือนในอำเภอเผิงสุ่ย ทำให้ผู้คนในพื้นที่ต่างหนีตายกันอลหม่าน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้านในละแวกนั้น เรามาสรุปสถานการณ์ล่าสุดกันครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

รายละเอียดปฏิบัติการค้นหา: เหยื่อดินถล่มจีนเพิ่มเป็น 8 ศพแล้ว สูญหายอีก 34 ราย

หลังจากเกิดเหตุ รัฐบาลจีนได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 800 นาย เข้าพื้นที่เพื่อทำการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอย่างเร่งด่วน โดยข้อมูลล่าสุดนายเหริน ซวี่เจียง ผู้นำรัฐบาลท้องถิ่นได้ออกมาแถลงว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 18 ราย แต่ที่น่าเศร้าคือมีการยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีกถึง 34 ราย ทำให้ปฏิบัติการค้นหาต้องดำเนินไปอย่างละเอียดและแข่งกับเวลา

  • ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายอย่างละเอียดที่สุด
  • รัฐบาลอนุมัติงบฉุกเฉิน 50 ล้านหยวน เพื่อสนับสนุนภารกิจบรรเทาทุกข์
  • มีการตรวจสอบความเสี่ยงทางธรณีวิทยาในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อป้องกันภัยซ้ำซ้อน

เป็นเรื่องที่น่าห่วงมากครับ เพราะเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่ถึงสองสัปดาห์หลังจากโศกนาฏกรรมดินถล่มในมณฑลกานซู ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 21 ศพ แสดงให้เห็นว่าปัญหาภัยพิบัติจากดินถล่มในจีนกำลังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สภาพดินอาจอ่อนตัวและมีความเสี่ยงสูง

ในฐานะที่เราติดตามข่าวต่างประเทศ ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การที่ผู้นำระดับประเทศลงมาสั่งการด้วยตัวเองสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถค้นหาผู้สูญหายที่เหลือให้พบโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความสูญเสียไม่ให้เพิ่มไปมากกว่านี้ครับ และขอส่งกำลังใจให้กับชาวเมืองฉงชิ่งให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว

หากคุณมีข้อเสนอแนะหรืออยากร่วมส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย สามารถคอมเมนต์พูดคุยกันได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ

ที่มา – เหยื่อดินถล่มจีนเพิ่มเป็น 8 ศพแล้ว สูญหายอีก 34 ราย

ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงได้ติดตามข่าวสะเทือนใจจากภูมิภาคอาเซียนของเราเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกี่ยวกับเหตุการณ์ ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ ซึ่งนับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณเกาะมินดาเนา ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าโศก

สถานการณ์วิกฤต: ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ

เหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้มีความรุนแรงถึง 7.8 แมกนิจูด ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ทรงพลังมาก เมื่ออาคารบ้านเรือนพังทลาย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานในเมืองเจเนอรัล ซานโตส ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและมีผู้สูญหายที่ทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาอย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ กระแสข่าว ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ ยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจเนื่องจากผลกระทบของคลื่นสึนามิที่แผ่ขยายออกไปไกล

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาค

นอกจากฟิลิปปินส์แล้ว แรงสั่นสะเทือนและความผิดปกติของระดับน้ำทะเลยังส่งผลกระทบไปถึงหลายประเทศ ดังนี้:

  • อินโดนีเซีย: ตรวจพบคลื่นสึนามิสูง 0.75 เมตรในจังหวัดสุลาเวสีเหนือ ชาวบ้านต้องอพยพด่วน
  • ญี่ปุ่น: มีการเฝ้าระวังชายฝั่งและสั่งปิดชายหาดบางแห่งเพื่อความปลอดภัย
  • ปาเลา: ได้รับผลกระทบจากคลื่นขนาดเล็กเช่นกัน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ได้สั่งการให้เร่งส่งความช่วยเหลือ จัดตั้งศูนย์อพยพ และเตรียมถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทอดทิ้งในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้

ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวฟิลิปปินส์ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง ความสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนที่ย้ำเตือนให้เราต้องตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมอพยพหรือการติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด ขอให้หัวใจของชาวมินดาเนาได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ

ผู้ว่าฮาวายเผย น้ำท่วมหนักสุดรอบ 20 ปี เสียหายกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

ผู้ว่าฮาวายเผย น้ำท่วมหนักสุดรอบ 20 ปี เสียหายกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เป็นข่าวร้ายที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลก เมื่อพายุรุนแรงพัดถล่มหมู่เกาะฮาวาย ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายมหาศาล นายจอช กรีน ผู้ว่าการรัฐฮาวาย เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569 ว่าความเสียหายรวมแล้วทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว และสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงเพราะฝนจะตกหนักต่อเนื่องหลายวัน

ผู้ว่าฮาวายเผย น้ำท่วมหนักสุดรอบ 20 ปี เสียหายกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากพายุตามฤดูกาลที่ชื่อ “โคนา โลว์” (Kona Low) ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 2 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา บางพื้นที่บนเกาะโออาฮูมีฝนตกหนักถึง 50 นิ้ว ส่งผลให้ประชาชนต้องอพยพนับพันคน และมีผู้ติดค้างจำนวนมาก ผู้ว่ากรีนระบุว่ามีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้วกว่า 230 ราย โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด

“มีค่ายพักแรมหลายแห่งที่ต้องส่งทีมช่วยเหลือ ผู้คนติดค้างเพราะน้ำท่วม” ผู้ว่ากรีนกล่าวกับสื่อท้องถิ่น นอกจากนี้ หน่วยยามฝั่งสหรัฐยังช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ลอยคออยู่บนซากปรักหักพังกลางมหาสมุทรอีกด้วย ทางทำเนียบขาวได้ติดต่อให้การสนับสนุนเต็มที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ฮาวายรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

ผลกระทบและมาตรการรับมือน้ำท่วมรุนแรงในฮาวาย

นี่ถือเป็นน้ำท่วมรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2567 บางพื้นที่ยกเลิกประกาศเตือนภัยได้แล้ว แต่เกาะเมาอิยังเสี่ยงสูง กรมการขนส่งฮาวายต้องปิดทางหลวงคูอิเฮลานีชั่วคราวเพราะกระแสน้ำเชี่ยว แต่ตอนนี้เปิดแล้ว ผู้ว่าฯ เตือนประชาชนอย่าขับรถลุยน้ำลึก และคาดว่าฝนจะตกเพิ่มอีก 8-10 นิ้วในเมาอิเคาน์ตีช่วง 2-3 วันนี้

  • กองกำลังพิทักษ์ชาติเฝ้าเขื่อนวาเฮียวา อายุ 120 ปี เพื่อป้องกันน้ำล้น
  • ห้ามนำเรือเดินทางระหว่างเกาะในช่วงพายุ
  • ยังไม่ประเมินความเสียหายเต็มรูปแบบ

พายุโคนา โลว์ คือพายุฤดูหนาวที่เกิดทางตะวันตกของฮาวาย มักนำฝนหนัก ลมแรง และหิมะบนยอดเขา เกิด 1-3 ครั้งต่อปี สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจาก climate change ที่ทำให้พายุรุนแรงขึ้น

นอกจากความเสียหายทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวฮาวายซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักก็ได้รับผลกระทบหนัก ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมกลางแจ้งต้องหยุดชะงัก ทางการกำลังเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน และระบบระบายน้ำ เพื่อให้ชีวิตปกติกลับมาโดยเร็ว

สำหรับประชาชนทั่วไป สิ่งสำคัญคือติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานท้องถิ่น และเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ เช่น สต็อกอาหาร น้ำ และยา สถานการณ์น้ำท่วมในฮาวายนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกประเทศชายฝั่ง

สุดท้ายนี้ เราเห็นได้ชัดว่าภัยธรรมชาติกำลังทวีความรุนแรงขึ้น หากเราลดการปล่อยคาร์บอนและปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศใหม่ได้ จะช่วยลดความสูญเสียในอนาคตได้ ลองติดตามข่าวอัปเดตและแบ่งปันข้อมูลเพื่อช่วยเหลือกันนะครับ

ที่มา – ผู้ว่าฮาวายเผย น้ำท่วมหนักสุดรอบ 20 ปี เสียหายกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

นายกฯ สั่งช่วยน้ำท่วมภาคใต้ มอบ “ธรรมนัส” ดูแล

“อนุทิน” ถก ครม.เศรษฐกิจ สั่งช่วยน้ำท่วมภาคใต้ รับหาดใหญ่หนักสุด ยังมีน้ำเพิ่ม มอบ “ธรรมนัส” ผู้อำนวยการ ศนภ. เกาะติดพื้นที่ คาดสถานการณ์จะคลี่คลายรวดเร็ว ชี้ เข้าเกณฑ์เยียวยาทุกหลังคาเรือน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ครั้งที่ 5/2568 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนจะเริ่มการประชุมตนขอมอบข้อสั่งการและนโยบายเรื่องสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ อย่างที่มีสภาพหนักที่สุดคือจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ตนและคณะลงพื้นที่ติดตามผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งในที่ประชุมนี้ต้องมีผู้ประสบภัยด้วยคือ ประธานหอการค้าก็เป็นผู้ประสบภัย ต้องขออภัยที่ท่านได้นำสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศไปทำการประชุมประจำปีที่อำเภอหาดใหญ่ มีผู้คนไปมากมายแต่เกิดอุบัติภัยน้ำท่วมเสียก่อน และมีความรุนแรง ทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายได้ในอาคารใหญ่ ตนได้พบประธานหอการค้าที่สนามบิน ซึ่งท่านก็อยู่ที่สนามบินนาน แต่อย่างน้อยโชคดีว่าประสานไฟลต์บินกลับกรุงเทพฯ ได้ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีขออภัยพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย

นายอนุทิน ระบุต่อไปว่า ตนได้มอบให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเยียวยากับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ซึ่งในเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา ดูแลลดความเดือดร้อนของประชาชนลง น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้คือปริมาณน้ำที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากพายุ และปริมาณฝนที่ยังตกไม่หยุด ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตกตลอดเวลา ทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาในตัวเมืองหาดใหญ่ เปรียบเสมือนพื้นที่รับน้ำ และน้ำจากภูเขา และน้ำจากอำเภอสะเดา ก็เข้ามาเติมอีก ทำให้การระบายน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ มีคลองระบายน้ำที่มาตรฐาน คือ คลอง ร.1 ถ้าใครที่เคยมาจะเห็นว่าคลองกว้างเปรียบเสมือนแม่น้ำเส้นหนึ่งเลย แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะระบายน้ำได้

ทางด้านกรมชลประทานกำลังเร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และเมื่อเช้านี้ได้ขอให้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงไปดำเนินการเพื่อลดระดับของความเป็นภัยพิบัติให้เร็วที่สุดและมากที่สุด ในฐานะที่รัฐบาลมีคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีร้อยเอกธรรมนัส เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ไปบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานในเบื้องต้นว่า ร้อยเอกธรรมนัส ได้ขอความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 4 และฝ่ายชลประทานที่ท่านกำกับดูแลอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายปกครอง ตนขอให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับฟังข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ และสามารถบูรณาการความร่วมมือในทุกมิติ ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความคาดหมายว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงด้วยความรวดเร็ว ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เป็นพื้นที่บริเวณกว้างครอบคลุมหลายอำเภอ ซึ่งอำเภอหาดใหญ่เป็นพื้นที่หนักที่สุด และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้วย เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ จึงต้องเร่งฟื้นฟูให้กลับมารวดเร็ว

ส่วนเรื่องมาตรการฟื้นฟู นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ยืนยันว่าตอนนี้ตนสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสำรวจครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งเข้าเกณฑ์ทุกหลัง มีความชัดเจนว่าบ้านเรือนทุกหลังมีความเสียหายของทรัพย์สินด้วย ก็จะมีการช่วยเหลือเยียวยา และอยากจะให้มีการเตรียมมาตรการฟื้นฟูให้กับพี่น้องประชาชนในขั้นต้นในเรื่องของการเยียวยา.

นายกฯ สั่งช่วยน้ำท่วมภาคใต้ มอบ “ธรรมนัส” ดูแล

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด

มาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้

รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยจะมีการสำรวจครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายและให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการเตรียมมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว เพื่อช่วยให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการ ศนภ. เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด การทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ และการสนับสนุนจากกองทัพภาคที่ 4 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนผังเมืองที่ดี และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ จะช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต

การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การให้กำลังใจ และการร่วมแรงร่วมใจกัน จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – นายกฯ สั่งกลางวง ครม.เศรษฐกิจ ช่วยน้ำท่วมภาคใต้ มอบ “ธรรมนัส” นั่งผู้อำนวยการ ศนภ.

Scroll to top