ภาพหลุด

หนุ่มสหรัฐฯ โดนคุกกว่า 6 ปี แฮก Snapchat สาวกว่า 500 คน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์กันมาบ้าง แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกานั้น ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีที่ทำให้เราต้องกลับมาหันมาใส่ใจความปลอดภัยของบัญชีส่วนตัวมากขึ้น โดยมีข่าวใหญ่ว่าหนุ่มสหรัฐฯ โดนคุกกว่า 6 ปี แฮก Snapchat สาวกว่า 500 คน ขโมยภาพเปลือย ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรงและผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

คดีดัง หนุ่มสหรัฐฯ โดนคุกกว่า 6 ปี แฮก Snapchat สาวกว่า 500 คน

เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่ ไคล์ สวารา ชายวัย 27 ปี จากรัฐอิลลินอยส์ ถูกศาลรัฐบาลกลางตัดสินจำคุกถึง 76 เดือน หรือกว่า 6 ปีเต็ม หลังจากที่เขาถูกจับได้ว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกเหยื่อบนโลกออนไลน์ โดยการปลอมตัวเป็นทีมสนับสนุนของ Snapchat เพื่อหลอกเอาข้อมูลรหัสผ่านจากผู้หญิงกว่า 1,500 คน และสุดท้ายแฮกเข้าบัญชีเหยื่อได้สำเร็จถึง 517 คน เพื่อขโมยภาพถ่ายส่วนตัวและภาพเปลือยไปเก็บไว้ รวมถึงนำไปซื้อขายในตลาดมืดอีกด้วย

เบื้องลึกพฤติกรรม หนุ่มสหรัฐฯ โดนคุกกว่า 6 ปี แฮก Snapchat สาวกว่า 500 คน

จากการสอบสวนพบว่า พฤติกรรมของสวารานั้นทำเป็นขบวนการและมีลูกค้าที่น่าตกใจอย่าง อดีตโค้ชกรีฑามหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น ซึ่งยอมจ่ายเงินจ้างให้เขาแฮกบัญชีนักศึกษาและอดีตนักกีฬาที่เจ้าตัวเคยฝึกสอน เพื่อหวังขโมยภาพถ่ายที่ไม่เหมาะสมมาครอบครอง ความซับซ้อนของคดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการแฮกบัญชีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการโกหกเจ้าหน้าที่และยังมีเรื่องของสื่อลามกอนาจารเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง

หากวิเคราะห์ตามหลักความปลอดภัยทางไซเบอร์ เราจะพบจุดอ่อนที่สวาราใช้ประโยชน์จากเหยื่อดังนี้:

  • การทำ Phishing: การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ Snapchat เพื่อหลอกเอา OTP หรือรหัสยืนยันตัวตน
  • การเข้าถึงโดยมิชอบ: นำข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อไปใช้ในทางที่ผิด
  • ความประมาทในการตั้งค่าบัญชี: การไม่เปิดระบบ 2FA (Two-Factor Authentication) ที่เข้มงวดพอ

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกคนว่า ยุคนี้การตั้งรหัสผ่านเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป การเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) และการไม่หลงเชื่อข้อความจากคนที่อ้างตัวว่าเป็นทีมบริการลูกค้าของแอปพลิเคชันต่างๆ ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดที่หาทำได้ยากในปัจจุบัน อย่าลืมว่าข้อมูลส่วนตัวของเรามีค่ามากแค่ไหน อย่าให้ใครเข้ามาเข้าถึงและนำไปทำมิดีมิร้ายกับเราได้ สุดท้ายนี้ หวังว่าเรื่องราวนี้จะช่วยเตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังการใช้งานโซเชียลมีเดียให้มากขึ้นก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อของการแฮกข้อมูลแบบไม่รู้ตัวครับ

ที่มา – หนุ่มสหรัฐฯ โดนคุกกว่า 6 ปี แฮก Snapchat สาวกว่า 500 คน ขโมยภาพเปลือย

“เอกนิติ” ปัดเอี่ยว “เบน สมิธ” จริงหรือ?

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ บุคคลที่กำลังเป็นข่าวเรื่องการยึดทรัพย์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเกี่ยวข้องของทั้งสองคน ล่าสุด นายเอกนิติได้ออกมา**ปัดเกี่ยวข้อง “เบน สมิธ”** แล้ว โดยชี้แจงว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายในงานหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเป็นภาพที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และบุคคลอื่นๆ ร่วมเฟรมเดียวกัน นายเอกนิติชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวถ่ายไว้เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ก่อนการระบาดของโควิด-19 ซึ่งในงานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายเบน สมิธ ซึ่งกำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ภาพที่ปรากฏนั้นเป็นภาพจากงานเลี้ยงในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานหลายสิบคน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับประเทศจากทั้งภาครัฐและเอกชนจากหลากหลายวงการ นายเอกนิติระบุว่าตนเองเป็นเพียงหนึ่งในผู้ร่วมงานเช่นเดียวกับแขกท่านอื่นๆ ที่ไปร่วมพบปะพูดคุยกันตามธรรมเนียมในโอกาสงานสังคมทั่วไป

“เอกนิติ” ปัดเกี่ยวข้อง “เบน สมิธ”

ใจความสำคัญของการชี้แจง คือ นายเอกนิติยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มบุคคลที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และสนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชี้แจง “เอกนิติ” ปัดเกี่ยวข้อง “เบน สมิธ”

การออกมา**ปัดเกี่ยวข้อง “เบน สมิธ”** ของนายเอกนิติในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเคลียร์ข้อสงสัยและยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง หลังจากที่มีภาพปรากฏร่วมกับบุคคลที่เป็นข่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน

  • ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าที่ถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อน
  • เป็นงานเลี้ยงที่มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากจากหลากหลายวงการ
  • นายเอกนิติยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายใดๆ

ถึงเเม้ว่านายเอกนิติจะได้ออกมา**ปัดเกี่ยวข้อง “เบน สมิธ”** แล้ว เเต่กระเเสวิพากษ์วิจารณ์ยังคงมีอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมในการปรากฏภาพร่วมกับบุคคลที่กำลังถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติได้แสดงความชัดเจนในจุดยืนของตนเอง และพร้อมให้ความร่วมมือหากมีการร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม

การออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนของนายเอกนิติในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล และแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการทำงานของนักการเมือง

ที่มา – “เอกนิติ” ปัดเกี่ยวข้อง “เบน สมิธ” อ้างร่วมเฟรมภาพในหลักสูตรคอร์สของ สตช.

Scroll to top