ภาษีมูลค่าเพิ่ม

MEA ปรับค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รอบบิลใหม่ ก.ย. 69

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในบ้านกันแล้ว โดยล่าสุดการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ได้ออกมาประกาศข่าวดีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรรู้เอาไว้ครับ นั่นคือข่าว MEA ปรับค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รอบบิลใหม่ เดือน ก.ย. 69 ตัดค่าไฟสาธารณะออกแล้ว เพื่อให้การคิดค่าไฟฟ้ามีความชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ไฟทุกคน

MEA ปรับค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รอบบิลใหม่ เดือน ก.ย. 69 ตัดค่าไฟสาธารณะออกแล้ว

สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นตามมติของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาครับ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป หัวใจสำคัญของการปรับปรุงครั้งนี้คือการนำค่าใช้จ่ายในส่วนของไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้งานในบ้านตนเองโดยตรงอีกต่อไปครับ

รายละเอียดการปรับอัตราค่าไฟฟ้าที่ควรทราบ

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาครั้งนี้ส่งผลต่อ MEA ปรับค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รอบบิลใหม่ เดือน ก.ย. 69 ตัดค่าไฟสาธารณะออกแล้ว อย่างชัดเจน ซึ่งการคิดอัตราใหม่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้ครับ:

  • บ้านอยู่อาศัย อัตรา 1.1: สำหรับผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน โดยจะมีการคิดอัตราแบบขั้นบันไดตั้งแต่หน่วยที่ 1 จนถึงหน่วยที่ 401 ขึ้นไป เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มครัวเรือนขนาดเล็กได้รับประโยชน์สูงสุด
  • บ้านอยู่อาศัย อัตรา 1.2: สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเกิน 150 หน่วยต่อเดือนติดต่อกัน หรือผู้ที่ใช้มิเตอร์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 15 แอมป์ขึ้นไป ก็จะมีการคิดอัตราตามโครงสร้างใหม่นี้เช่นกัน

ข้อควรทราบเพิ่มเติมคือ หน่วยการใช้ไฟฟ้าจะถูกคิดสะสมตามลำดับขั้นครับ ไม่ได้นำหน่วยทั้งหมดไปคูณในอัตราสูงสุดเพียงอัตราเดียว และอัตราที่ประกาศนี้เป็นเพียงค่าพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น ยังไม่รวมค่าบริการ ค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ MEA ยังได้ขยายขอบเขตคำนิยามให้ครอบคลุมถึง วัด สำนักสงฆ์ และศาสนสถานต่างๆ รวมถึงบ้านที่ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวรด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีมากครับ

ในมุมมองของผม การที่ MEA ปรับค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รอบบิลใหม่ เดือน ก.ย. 69 ตัดค่าไฟสาธารณะออกแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญของความโปร่งใสในระบบสาธารณูปโภคไทยครับ แม้ว่าเราอาจจะมองว่าค่าไฟเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การจัดโครงสร้างให้ชัดเจนแบบนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าใจบิลค่าไฟของตัวเองได้ง่ายขึ้น ใครที่ใช้ไฟเยอะก็ควรวางแผนการประหยัดพลังงานกันต่อไปนะครับ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้ได้มากที่สุด

ที่มา – MEA ปรับค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รอบบิลใหม่ เดือน ก.ย. 69 ตัดค่าไฟสาธารณะออกแล้ว

ครม. เห็นชอบให้คงภาษี VAT 7% อีก 1 ปี สิ้นสุด 30 ก.ย. 2570

ข่าวดีสำหรับคนไทยทุกคนครับ! ล่าสุดมีมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า ครม. เห็นชอบให้คงภาษี VAT 7% อีก 1 ปี สิ้นสุด 30 ก.ย. 2570 ซึ่งถือเป็นข่าวที่ช่วยลดความกังวลใจให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ใครที่กำลังวางแผนจับจ่ายใช้สอย หรือทำธุรกิจอยู่ สบายใจกันได้ยาวๆ เลยครับ

ครบทุกรายละเอียด ครม. เห็นชอบให้คงภาษี VAT 7% อีก 1 ปี สิ้นสุด 30 ก.ย. 2570

การตัดสินใจครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องการการกระตุ้น โดยกระทรวงการคลังได้เสนอให้มีการขยายระยะเวลาจากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนปี 2569 ขยายออกไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนปี 2570 ทำให้เรายังคงจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราเดิมที่ 7% ต่อไปอีกหนึ่งปีเต็มๆ ครับ

ทำไมการคงภาษี VAT 7% ถึงส่งผลดีกับเศรษฐกิจ?

หลายคนอาจสงสัยว่าการที่ ครม. เห็นชอบให้คงภาษี VAT 7% อีก 1 ปี สิ้นสุด 30 ก.ย. 2570 นั้นมีความสำคัญอย่างไรบ้าง? มาดูกันครับ:

  • ช่วยคงกำลังซื้อ: เมื่อภาษีไม่เพิ่มขึ้น ราคาสินค้าจึงไม่ขยับตัวสูงขึ้นตาม ทำให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
  • ส่งเสริมภาคการลงทุน: บรรดาผู้ประกอบการและนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น ช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • กระตุ้นการบริโภค: เมื่อประชาชนรู้สึกว่าราคาสินค้าไม่แพงจนเกินไป ย่อมส่งผลดีต่อตัวเลขการจับจ่ายใช้สอยในภาพรวมของประเทศ

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าทุกกรณี ตามมติที่ประชุมทางภาครัฐได้ระบุไว้ เพื่อให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจไทยให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นที่สุดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ครับ

ในมุมมองของผม มาตรการนี้คือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยพยุงสถานการณ์ค่าครองชีพได้ดีจริงๆ ในช่วงเวลาที่โลกและเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง การมีภาระภาษีที่คาดการณ์ได้จะช่วยให้เราวางแผนการเงินในอนาคตได้แม่นยำขึ้น หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยสร้างกำลังใจให้กับทุกคนในการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจต่อไปครับ

ที่มา – ครม. เห็นชอบให้คงภาษี VAT 7% อีก 1 ปี สิ้นสุด 30 ก.ย. 2570

ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

รองโฆษกรัฐบาล ยันให้ความมั่นใจกับร้านค้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนและกังวลใจให้กับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเป็นอย่างมาก สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (60/40) ว่าหลังจากเข้าร่วมโครงการไปแล้ว จะมีปัญหาตามมาในเรื่องของภาษีหรือไม่ โดยเฉพาะกลัวว่าจะมีการเรียกตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากร วันนี้เรามีคำตอบที่ชัดเจนจากทำเนียบรัฐบาลมาฝากครับ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาสื่อสารเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่กำลังลังเลใจหรือกังวลว่าการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั้น รัฐบาลขอยืนยันให้มั่นใจว่า ไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายจากแอปพลิเคชันถุงเงินไปให้กรมสรรพากรเพื่อเรียกเก็บภาษีย้อนหลังอย่างแน่นอน

ทำไมร้านค้ารายย่อยถึงมีความมั่นใจได้ว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมรัฐบาลถึงออกมาให้ความมั่นใจเช่นนี้ เหตุผลสำคัญคือ:

  • ร้านค้าส่วนใหญ่ในโครงการเป็นรายย่อยที่มีรายได้ทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • เกณฑ์การคิดภาษีของกรมสรรพากรจะพิจารณาจาก “รายได้เฉลี่ยทั้งปี” ไม่ใช่เพียงแค่ยอดขายที่พุ่งขึ้นในช่วงโครงการเท่านั้น
  • รัฐบาลไม่มีนโยบายนำข้อมูลจากแอปถุงเงินไปตรวจสอบแบบเจาะจงเพื่อเก็บภาษีย้อนหลัง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทราบคือ หากท่านมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมทุกช่องทางตลอดทั้งปีถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดตามที่สรรพากรกำหนดไว้ ท่านก็มีหน้าที่ตามปกติในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่ประเด็นที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการนี้โดยเฉพาะ

สำหรับกระแสตอบรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) นั้นถือว่าคึกคักมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2569 มีประชาชนร่วมใช้สิทธิ์แล้วเกือบ 3 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมหลายร้อยล้านบาท ผ่านจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการกว่า 8 แสนร้านค้าทั่วประเทศ

ถึงเวลาแล้วที่พ่อค้าแม่ค้าจะหันมาโฟกัสกับการขายของและสร้างรายได้ผ่านโครงการฯ โดยไม่ต้องเก็บมาเป็นกังวลใจเรื่องภาษีจนเกินความจำเป็น ขอให้มั่นใจว่ามาตรการนี้ออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริงครับ หากคุณเป็นผู้ประกอบการอยู่ อย่ารอช้าที่จะเข้าร่วมและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านค้าของตัวเองกันครับ

ที่มา – รองโฆษกรัฐบาล ยันให้ความมั่นใจกับร้านค้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

สว. แจงขึ้น VAT 10% ขั้นบันได ถอนรายงานแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง นั่นคือ สว. แจงข้อเสนอขึ้นภาษี VAT 10% ทำเป็นขั้นบันได ล่าสุดมีข่าวว่าถอนรายงานออกแล้ว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในสังคม แต่เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร มาฟังกันแบบเป็นกันเองเลยครับ

สว. แจงข้อเสนอขึ้นภาษี VAT 10% ทำเป็นขั้นบันได

นายกัมพล สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 เมษายน 2567 ที่รัฐสภา ถึงกระแสข่าวที่ว่าสว. เตรียมเสนอให้รัฐบาลปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% รายงานฉบับนี้เป็นผลการศึกษาทางวิชาการที่มอบหมายให้ประธานอนุกรรมาธิการการเงินดำเนินการ โดยโจทย์หลักคือการหาแหล่งรายได้ใหม่เพื่อรองรับภาระสวัสดิการสังคมที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ค่ารักษาพยาบาล และการพัฒนาการศึกษา

รัฐบาลต้องหาเงินมาจากไหนเพื่อดูแลประชาชนให้กินดีอยู่ดี? รายงานนี้จึงศึกษาข้อมูลย้อนหลัง ปัจจุบัน และคาดการณ์อนาคต เพื่อหาโครงสร้างภาษีที่เหมาะสม โดยไม่มีเจตนาสร้างภาระให้ประชาชนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแน่นอนครับ

รายละเอียดข้อเสนอ: ขึ้นแบบขั้นบันไดและคุ้มครองคนจน

สำหรับข้อเสนอจริงๆ ไม่ใช่ขึ้นเป็น 10% ทันที แต่ สว. แจงข้อเสนอขึ้นภาษี VAT 10% ทำเป็นขั้นบันได โดยปรับขึ้นปีละ 1% ติดต่อกัน 2-3 ปี และมีหลักเกณฑ์ชัดเจนคุ้มครองผู้มีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ไทยเก็บ VAT 7% อยู่ในอันดับเกือบท้ายอาเซียน สูงกว่าพม่าที่ 5% เท่านั้น ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ 9% มาเลเซีย 6-10% อินโดนีเซีย 11% เวียดนาม 10% และฟิลิปปินส์ 12% นำเงินไปพัฒนาสวัสดิการประชาชน

เปรียบเทียบอัตราภาษี VAT ในอาเซียน

  • ไทย: 7%
  • เมียนมา: 5%
  • สิงคโปร์: 9%
  • มาเลเซีย: 6%
  • อินโดนีเซีย: 11%
  • เวียดนาม: 10%
  • ฟิลิปปินส์: 12%
  • ลาว: 10%

จากข้อมูลเห็นชัดว่าไทยเก็บ VAT ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หากปรับขึ้นแบบมีระบบ จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเพื่อสวัสดิการยั่งยืน โดยยึดหลัก “ภาษีคนรวยช่วยคนจน” สร้างความเสมอภาคในสังคม

ล่าสุดถอนรายงานออกแล้ว กันสังคมเข้าใจผิด

ประธานกมธ. ยอมรับว่าจังหวะเวลาที่รายงานเข้าที่ประชุมไม่เหมาะสม เพราะเศรษฐกิจไทยชะลอตัว บวกกับสงครามตะวันออกกลางทำให้เกิดความตระหนก ตนเองยังตกใจเมื่อเห็นข่าว “สว. ชงขึ้น VAT 10% ทันที” ซึ่งไม่ใช่ความจริง เมื่อพิจารณาแล้ว จึงขอถอนรายงานออกก่อน ไม่ใช่กลัวกระแส แต่เพื่อให้สังคมเข้าใจถูกต้อง ไม่ให้โยงการเมืองหรือเงินกู้รัฐบาล

หลังจากนี้ จะสั่งให้ฝ่ายเลขานุการทำสรุป PowerPoint เข้าใจง่าย ชี้แจงสื่อและประชาชนอีกครั้งครับ

ภาษี VAT คือภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการทุกประเภท เป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐ ปัจจุบันไทยได้ VAT ประมาณ 2.5 แสนล้านบาทต่อปี หากขึ้น 1% อาจได้เพิ่ม 3-4 หมื่นล้าน ช่วยลดการขาดดุลงบประมาณที่พุ่งสูงจากสวัสดิการ แต่ต้องระวังผลต่อเงินเฟ้อและกำลังซื้อประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย

ทางเลือกอื่นๆ เช่น ภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก หรือภาษีทุน ก็เป็นไปได้ แต่ VAT เก็บง่ายและครอบคลุมกว้าง ในหลายประเทศที่สวัสดิการดีอย่างสวีเดนหรือเดนมาร์ก VAT สูงถึง 25% แต่มีระบบช่วยเหลือแข็งแกร่ง

สำหรับประเทศไทย สวัสดิการกำลังขยายตัว ผู้สูงอายุเพิ่ม 30 ล้านคนใน 10 ปี ค่ารักษาพยาบาลพุ่ง 4 แสนล้านบาทต่อปี การศึกษาฟรี 30 บาทรักษาทุกโรค ถ้าจะยั่งยืนต้องมีแหล่งเงินมั่นคง

แม้ สว. แจงข้อเสนอขึ้นภาษี VAT 10% ทำเป็นขั้นบันได จะถอนไป แต่เป็นสัญญาณว่ารัฐต้องวางแผนภาษีระยะยาว ผมคิดว่าถ้าขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป คุ้มครองคนจน และนำเงินไปใช้ถูกจุด ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี คุณล่ะคิดยังไง?

ความเห็นส่วนตัว: การขึ้นภาษีไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ถ้าสร้างสวัสดิการที่คุ้มค่า สังคมไทยจะก้าวหน้าและเท่าเทียมมากขึ้น

เรียกให้คุณ行动: แสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้เลยครับ ว่าคุณเห็นด้วยกับการขึ้น VAT ขั้นบันไดหรือไม่? แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจประเด็นนี้ให้ตรงกัน!

ที่มา – สว. แจงข้อเสนอขึ้นภาษี VAT 10% ทำเป็นขั้นบันได ล่าสุดถอนรายงานออกแล้ว กันสังคมเข้าใจผิด

“มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. นโยบายก้าวล้ำ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ “มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. เรื่องนโยบายสุดแหวกแนวอย่างอวกาศและผัวเมียหลายคน ที่หลายคนมองว่าเพ้อเจ้อ แต่คุณมงคลกิตติ์ยืนยันว่ามันคือวิสัยทัศน์ก้าวล้ำเพื่อไม่ให้ไทยล้าหลัง! เกิดอะไรขึ้นบ้าง มาอ่านกันเลย

“มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. ยืนยันนโยบายไม่เพ้อ

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางชี้แจงกรณีถูกผู้ร้องเรียนว่านโยบายหาเสียง โดยเฉพาะด้านอวกาศและเรื่องผัวเมียหลายคน เป็นนโยบายเกินจริง ทำไม่ได้

คุณมงคลกิตติ์ยืนยันชัดเจนว่านโยบายอวกาศไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน ต่างแข่งขันกันด้านนี้อยู่แล้ว สหรัฐฯ ยังส่งยานโคจรนอกระบบสุริยะ ไปดวงจันทร์เลย! ไทยอยู่อันดับ 40 ของโลก ถ้าจะก้าวล้ำต้องทำตามนโยบายนี้ ไม่อยากให้ไทยล้าหลัง

ส่วนนโยบายผัวเมียหลายคน จะชี้แจงเพิ่มเติมเมื่อถูกเรียก แต่ได้ปรึกษากฎหมายสภาแล้ว ต้องยื่นรายชื่อ 20 คน ให้สภายกรณ์กฎหมาย แม้ไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมชาย-ชาย หญิง-หญิงแล้ว แต่สังคมยังมีกิ๊ก เมียน้อย ศาสนาอิสลามให้ผู้ชายมีเมีย 4 คนได้ หากยินยอม ผู้หญิงก็ควรเท่าเทียม มีสามี 4 คนได้ เพื่อปฏิรูปกฎหมาย สังคม วัฒนธรรม

“มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. เปรียบเทียบประเทศอื่น

หลายประเทศมีแบบนี้แล้วนะครับ เช่น ภูฏานมีสามีหลายคน สวิตเซอร์แลนด์ ผู้หญิงเรียกร้องนำเข้าผู้ชายเพราะผู้ชายน้อย! นโยบายนี้คือการริเริ่มเปลี่ยนสังคม ก้าวล้ำทุกด้าน พรรคอื่นไม่เสนอเพราะไม่กล้า

  • นโยบายอวกาศ: ไทยต้องไม่ล้าหลัง
  • นโยบายครอบครัว: เท่าเทียมทางเพศ
  • เปรียบพรรคอื่น: สัญญา “รวยไม่ไหวแล้ว” แต่ทำไม่ได้

คุณมงคลกิตติ์ซัดพรรคอื่น เช่น ภูมิใจไทย สัญญา 2 เดือนรวยไม่ไหว 4 ปีเงินล้น แต่ไม่รวยจริง! “ไทยไม่เทา” แก้คอร์รัปชันไม่ได้ พิสูจน์แล้วตอนเป็นรัฐบาล ถ้าจะสอบนโยบายเกินจริง ต้องสอบย้อนหลังตั้งแต่ 2562-2566 และมาตรา 157 เพิ่มเงินเดือน 24,000 บาทยังทำไม่ได้

ท้าทาย กกต. พิสูจน์หลังเป็นรัฐบาล

ท้าทายเลยครับ! ให้เป็นรัฐบาลก่อน แล้วพิสูจน์ ถ้าทำไม่ได้ค่อยดำเนินคดี แต่ กกต. ต้องยุติธรรม ปล่อยคนอื่นไม่ได้ต้องปล่อยด้วย ถ้าสอบต้องสอบหมด

ยังห่วง สว. เสนอเพิ่ม VAT จาก 7% เป็น 10% ซ้ำเติมประชาชน ตอนนี้ “ไม่มีแดกไม่ไหวแล้ว” ไม่ใช่รวยไม่ไหว แนะสร้างโรงกลั่นหรือซื้อหุ้นบางจาก ศรีราชา ลดอิงราคาสิงคโปร์ ลดราคาน้ำมัน

ฝากนายราเชน เวียงตระกูล หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ แสดงจุดยืนคัดค้านขึ้นภาษี ถอนตัวจากรัฐบาลถ้าขึ้น พรรคเล็กต้องทำประโยชน์ประชาชน ไม่ชิดยืนนั่งหมอบตามรัฐ

มาตรการช่วยเหลืออย่างบัตรสวัสดิการเพิ่ม 100 บาท/หัว คนละครึ่ง ช่วยไม่ได้ ค่าครองชีพแพง ปลายเม.ย. ม็อบรวมตัวแน่ รวมคดีบาร์โค้ด QR code ที่ศาล รธน. จะตัดสิน

ติงนายกฯ อนุทิน พูด “ถุย” งานไหลบางเบิดชุมพร ไม่เหมาะสม ผู้นำต้องระวังคำพูด ถ้าไม่ชอบสคริปต์ ขอโทษคนเขียนด้วย แนะเขียนหัวข้อ ไม่ต้องสคริปต์เต็ม

เห็นด้วยไหมครับว่านโยบายก้าวล้ำแบบนี้ช่วยกระตุ้นสังคมไทยให้คิดใหม่? มันอาจดูแปลกแต่ถ้าทำได้จริง ไทยก้าวหน้าสุดๆ คุณคิดยังไง คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. ยืนยัน “นโยบายอวกาศ–ผัวเมียหลายคน” ไม่เพ้อแต่ทำให้ประเทศก้าวล้ำ

“ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน ค่าไฟต่ำ 3 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยเรื่องที่ใกล้ตัวสุดๆ กันเลย นั่นคือ “ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน เพื่อหวังให้ค่าไฟฟ้าถูกลงต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท! พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรี ลั่นประกาศเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้ประชาชน โดยโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เรียกร้องให้รัฐบาลเลิกอุ้มกลุ่มทุนใหญ่ๆ แล้วคืนอำนาจพลังงานให้รัฐบาลดูแลเอง เพราะบิลค่าไฟที่แพงหูฉี่นี่แหละ คือสัญญาณบอกว่าตระบบบิดเบี้ยว ประชาชนต้องจ่ายแพงเพื่อเลี้ยง “เสือนอนกิน” ที่ได้สัมปทานจากรัฐ

“ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 56 รัฐต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% ในธุรกิจพลังงานพื้นฐาน แต่ตอนนี้ กฟผ. ผลิตไฟได้เองแค่ 30% เท่านั้น อีก 70% ถูกโยนให้เอกชนรายใหญ่ผลิต สูญเสียอธิปไตยทางพลังงานไปให้ทุนผูกขาด พันตำรวจเอกทวีชี้ว่าประเทศไทยมีทรัพยากรพลังงานดีๆ ราคาถูกเพียบ แต่ถูกจำกัดไม่ให้ผลิตเต็มที่ เช่น ลิกไนต์แม่เมาะของ กฟผ. ที่เป็นเชื้อเพลิงไทยแท้ 100% ต้นทุนแค่ 1.20-1.23 บาท/หน่วย ไม่ต้องพึ่งนำเข้า ไม่กลัวน้ำมันแพงหรือสงคราม

หรือพลังน้ำของ กฟผ. ที่กระจายทั่วประเทศ ผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องซื้อเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายแค่ 1.06-1.37 บาท/หน่วย โรงงานเสร็จแล้ว ตัดค่าเสื่อมหมด แต่กลับต้องซื้อไฟจากเอกชนแพงๆ 3.15-3.53 บาท/หน่วย แถมยังจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” ให้เอกชนแม้โรงไฟฟ้าไม่ผลิตจริงๆ นี่คือกำไรเกินเหตุที่ดูดเงินจากกระเป๋าประชาชน!

ทรัพยากรพลังงานราคาถูกที่ถูกลืม

  • ลิกไนต์แม่เมาะ: เชื้อเพลิงไทยแท้ ต้นทุนต่ำสุด 1.20 บาท/หน่วย
  • พลังน้ำ: ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีค่าน้ำมัน ค่าแค่ 1 บาทต้นๆ

ถ้าใช้ของดีพวกนี้ให้เต็มที่ ค่าไฟจะถูกลงเยอะเลยครับ

8 มาตรการลดค่าไฟจาก กมธ.พลังงาน

พันตำรวจเอกทวีอ้างรายงาน กมธ.พลังงาน สภาฯ เมื่อ 7 มี.ค. 2568 ที่เสนอ 8 มาตรการ ลดค่าไฟได้อีก 0.8588 บาท/หน่วย ถ้าทำจริง!

  • 1. ยกเว้น VAT ค่าไฟครัวเรือน ลดภาระทันที
  • 2. หยุด Adder และ FiT ให้เอกชนที่คุ้มทุนแล้ว
  • 3. เอารายได้ค่าภาคหลวง ลดต้นทุนเชื้อเพลิงประชาชน
  • 4. อปท. และกรมทางหลวง จ่ายค่าไฟเอง ไม่ผลักให้ประชาชน
  • 5. ลดเงินนำส่งรัฐจาก กฟ. เหลือ 20% เอามาลดค่าไฟ
  • 6. ทบทวนสัญญา LNG เพิ่ม Long-Term Contract 85%
  • 7. ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล กฟ. เหลือ 20%
  • 8. ตั้งคลัง LNG ปลอดอากร ลดต้นทุนก๊าซ

หยุดสัมปทานเสือนอนกิน ทำยังไง?

เพื่อค่าไฟ 2.50-3 บาท/หน่วย พันตำรวจเอกทวีเสนอชัดๆ

  • 1. สัญญา PPA เอกชนหมด ไม่ต่อ ดึงรัฐบริหารเอง
  • 2. คืน กฟผ. ผลิต 51% ตามกฎหมาย มุ่งบริการสาธารณะ
  • 3. เร่งผลิตจากลิกไนต์-พลังน้ำราคาถูก เป็นฐานค่าไฟ

สุดท้าย พันตำรวจเอกทวีย้ำว่ารัฐบาลต้องยึดประโยชน์ประชาชน รัฐธรรมนูญต้องปฏิบัติ ค่าไฟถูกทำได้จริง พลังงานคือสิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่ของนายทุน ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนช่วยกันเรียกร้อง เราจะเห็นค่าไฟถูกลงแน่นอน คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – “ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน หวังได้เห็นค่าไฟต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯญี่ปุ่นจ่อชนะถล่มทลาย

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผลสำรวจเบื้องต้นจากสถานี NHK ชี้ว่าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของเธอมีโอกาสสูงมากที่จะกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเด็ดขาด

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นครั้งนี้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าโดยนายกฯ ทาคาอิจิประกาศยุบสภาเพื่อหวังใช้โมเมนตัมจากคะแนนนิยมที่พุ่งปรี๊ดตั้งแต่เธอขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค LDP เมื่อปลายปีก่อน ตามผลเอ็กซิตโพลของ NHK พรรค LDP คาดว่าจะได้ที่นั่งระหว่าง 274 ถึง 328 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งเกินกว่า 233 ที่นั่งที่ต้องการสำหรับเสียงข้างมากแบบเดี่ยวแล้ว หากรวมกับพันธมิตรอย่างพรรคอิชิน (Japan Innovation Party) อาจทะลุ 366 ที่นั่งไปเลยทีเดียว

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย: ปัจจัยหลัก

อะไรทำให้พรรคของทาคาอิจิรุดหน้าขนาดนี้? ภาพลักษณ์ของเธอที่ตรงไปตรงมา ขยันขันแข็ง และมีแนวคิดชาตินิยมแข็งกร้าว คือจุดขายหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ อายุต่ำกว่า 30 ปี ที่สนับสนุนเธอเกือบ 90% ตามโพลล่าสุด แฟนคลับเรียกกระแสนี้ว่า “ซานะคัตสึ” หรือความคลั่งไคล้ซานาเอะ สินค้าที่เธอใช้อย่างกระเป๋าถือหรือปากกาสีชมพูกลายเป็นไอเท็มฮอต ขายเกลี้ยงในทันที

นโยบายเด่นที่เธอผลักดันคือการลดภาษี โดยเฉพาะระงับภาษีมูลค่าเพิ่ม 8% สำหรับอาหาร เพื่อบรรเทาค่าครองชีพที่พุ่งสูงจากเงินเฟ้อ แต่ก็สร้างความกังวลให้ตลาดการเงินและผู้สูงอายุที่กลัวภาระหนี้สินของญี่ปุ่นซึ่งสูงสุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะยิ่งบานปลาย นอกจากนี้ แนวทางด้านความมั่นคงที่แข็งกร้าวทำให้ความสัมพันธ์กับจีนตึงเครียด แต่กลับได้รับการหนุนจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ประกาศสปอร์ตเต็มที่

  • ที่นั่งที่คาดการณ์: LDP 274-328 ที่นั่ง
  • รวมพันธมิตร: สูงสุด 366 ที่นั่ง
  • กลุ่มสนับสนุนหลัก: เยาวชนและชาตินิยม
  • นโยบายหลัก: ลดภาษีอาหาร, เสริมความมั่นคง

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ในฤดูหนาวยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แสดงถึงกลยุทธ์เสี่ยงสูงของทาคาอิจิ วัย 64 ปี ที่พิสูจน์ว่าความนิยมส่วนตัวของเธอสามารถพลิกเกมได้ แม้จะมีเสียงวิจารณ์เรื่องนโยบายเศรษฐกิจ แต่ฐานเสียงเยาวชนที่เหนียวแน่นน่าจะช่วยให้เธอครองอำนาจต่อไป

ผลกระทบที่อาจตามมาคือ การผลักดันนโยบายชาตินิยมมากขึ้น ส่งผลต่อภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีน และการค้าโลก นักวิเคราะห์มองว่าชัยชนะถล่มทลายนี้อาจนำไปสู่รัฐบาลที่มั่นคง ช่วยให้ญี่ปุ่นรับมือวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย นี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะของ LDP แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่ผู้นำหญิงที่ท้าทายขนบเก่า คุณคิดว่าทาคาอิจิจะนำพาญี่ปุ่นไปทางไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจข่าวการเมืองนานาชาติ ติดตามอัปเดตผลเลือกตั้งจริงได้ที่นี่!

ที่มา – เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

Scroll to top