ภาษี

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์ อัตราการว่างงานของวัยรุ่นในอังกฤษพุ่งสูงสุดตลอดกาล สูงถึง 16.1% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 สัญญาณเตือนภัยใหญ่ของ “Jobless Generation” หรือยุคสมัยแห่งการว่างงานที่กำลังใกล้เข้ามา

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์ สาเหตุหลักจากนโยบายรัฐ

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานตัวเลขที่น่าตกใจ อัตราการว่างงานวัยรุ่นทะลุ 16.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยยุโรปที่ 14.9% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000 นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า สาเหตุหลักมาจาก “การขึ้นภาษีแรงงาน” และ “การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” ทำให้ธุรกิจ โดยเฉพาะร้านอาหารและร้านค้าปลีก บ่นอุบว่าต้นทุนจ้างวัยรุ่นสูงเกินไป

ผู้ประกอบการหลายรายยอมรับตรงๆ ว่า “การจ้างพนักงานวัยรุ่นกลายเป็นภาระหนัก” เพราะค่าแรงขั้นต่ำที่พุ่งขึ้น แม้รัฐบาลจะอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือแรงงาน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านโยบายนี้กลับทำให้การจ้างงานยิ่งยากลำบาก

ตัวเลขว่างงานวัยรุ่นพุ่งสูงกว่ายุโรปอย่างไร

Resolution Foundation วิเคราะห์ว่าอังกฤษกำลังแซงหน้าประเทศยุโรปในด้านอัตราว่างงานวัยรุ่น โดยกว่า 45% ของคนอายุต่ำกว่า 24 ปี ไม่ได้เรียนต่อ ไม่มีงาน และไม่เคยทำงานมาก่อน สถานการณ์นี้ถูกเรียกว่า “รัฐบาลซอมบี้” ที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่วางแผนรับมืออนาคต

  • การขึ้นภาษีแรงงาน: ทำให้ต้นทุนธุรกิจพุ่ง
  • ค่าแรงขั้นต่ำ 10 ยูโร/ชั่วโมง: สำหรับวัย 18-20 ปี ช่องว่างกับผู้ใหญ่แคบลง บริษัทเลยเลี่ยงจ้างมือใหม่
  • ความไม่มั่นคงเศรษฐกิจ: จากปี 2022 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • กฎหมายจ้างงานเข้มงวด: ธุรกิจลังเลจ้าง
  • AI เข้ามาแทนที่: เติบโตเร็ว กระทบงานระดับเริ่มต้น

ข้อมูลปี 2024 ชี้ว่าว่างงานวัยต่ำกว่า 34 ปี เพิ่ม 242,000 คน ขณะที่จ้างผู้ใหญ่อายุ 35+ ปี เพิ่ม 71,000 คน บริษัทหลายแห่งยังตัดโบนัสประจำปี เพื่อปรับตัวกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจอังกฤษ

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์ ไม่เพียงกระทบปัจเจกบุคคล แต่ยังฉุดรั้งการเติบโตเศรษฐกิจทั้งประเทศ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย ลดภาษีแรงงาน สร้างหลักสูตรฝึกอบรมที่เชื่อมโยงกับตลาด และส่งเสริมการจ้างงานเยาวชน

สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำหรับทุกประเทศ รวมถึงไทย ที่กำลังเผชิญปัญหาว่างงานเยาวชนเช่นกัน หากไม่ปรับตัว AI และนโยบายที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิด Jobless Generation ในบ้านเราได้

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน รัฐบาลต้องลงมือจริงจัง ลดอุปสรรคจ้างงาน และลงทุนในทักษะดิจิทัลสำหรับวัยรุ่น เพื่อป้องกันวิกฤตใหญ่ คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวรับมืออนาคต

ที่มา – วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์

เร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว เพิ่มรายได้รัฐ

นักวิชาการอิสระสนับสนุนข้อเสนอให้กรมสรรพาสามิตปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว จากปัจจุบันที่มี 2 อัตรา ชี้ว่าโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตรานั้นไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านรายได้ของรัฐบาลและในด้านสาธารณสุขโดยรวม

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม รศ.ดร.ภัทรกิตติ์ เนตินิยม นักวิชาการอิสระ ได้กล่าวว่า ตนเองได้เข้าร่วมรับฟังผลการศึกษาเรื่องภาษีสรรพาสามิตบุหรี่ของกรมสรรพาสามิต กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 และยังได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบในจังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่า การสร้างความชัดเจนในเรื่องโครงสร้างภาษีบุหรี่นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อกลุ่มเกษตรกรในฐานะผู้ผลิต ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะล่าสุดของกรมสรรพาสามิตในการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียวให้เร็วที่สุด เพราะผลการศึกษาได้ยืนยันแล้วว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่ตามมูลค่าแบบ 2 อัตรานั้นไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านรายได้และผลกระทบต่อสาธารณสุขโดยรวม หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ คาดการณ์ว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้มากกว่า 7 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยาสูบมีการเติบโตที่ติดลบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบมาตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษี 2 อัตราในปี 2560

ทั้งนี้ โครงสร้างภาษีอัตราเดียวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบุหรี่ผิดกฎหมาย หากมีการกำหนดอัตราภาษีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ในวันที่เข้าร่วมรับฟังผลงานวิจัยนั้น กรมสรรพาสามิตได้รับทราบถึงประเด็นดังกล่าวและรวมไว้ในผลการศึกษาแล้ว ดังนั้น การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียวในครั้งนี้ จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของบุหรี่เถื่อน ในทางกลับกัน บุหรี่เถื่อนกลับเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการใช้ภาษี 2 อัตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเดือนตุลาคม 2564 ที่มีการปรับนโยบายภาษีบุหรี่ครั้งล่าสุด ทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นสูง เนื่องจากการที่รัฐบาลในยุคนั้นยังคงเลือกที่จะคงโครงสร้างบุหรี่แบบ 2 อัตราไว้จนถึงปัจจุบัน

รศ.ดร.ภัทรกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า รายงาน WHO Report on the Global Tobacco Epidemic (2025) ได้เสนอแนะแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพของภาษียาสูบ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างภาษีที่ไม่เป็นมาตรฐานและการยกเว้นโครงสร้างภาษีที่เอื้อประโยชน์ให้ยาสูบบางประเภท จึงอาจอนุมานได้ว่า สำหรับประเทศไทย สิ่งสำคัญที่ต้องแก้ไขคือ โครงสร้างภาษียาสูบแบบหลายอัตรา (Multiple Tiers) ซึ่งเอื้อให้ตลาดยาสูบราคาถูกขยายตัว โดยรายงานของ WHO ยังคงพบปัญหานี้ใน 31 ประเทศ จากทั้งหมด 178 ประเทศ ซึ่งใช้ระบบภาษีหลายอัตรา ทำให้มาตรการภาษียาสูบไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการใช้ภาษีอัตราเดียว หรือที่เรียกว่า Uniform Tax Rate

นอกจากนี้ รายงาน WHO ยังได้ยกตัวอย่างประเทศปากีสถาน ซึ่งมีการกำหนดภาษียาสูบที่ซับซ้อน เนื่องจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาสูบ ในปี 2556 ปากีสถานได้นำระบบภาษีสรรพสามิตบุหรี่แบบ 2 อัตรามาใช้ แม้ว่ารายได้จากภาษีจะเพิ่มขึ้นในช่วงแรก แต่ในหลายปีต่อมารายได้ของรัฐบาลกลับลดลง ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่ผู้ผลิตรายงานยอดการผลิตสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้ในปี 2560 รัฐบาลได้กำหนดเพิ่มอัตราภาษีอีก 1 ชั้น รวมเป็นอัตราภาษี 3 อัตรา เพื่อลดภาษีให้กับบุหรี่ราคาถูก แต่มาตรการนี้กลับส่งผลเสีย ทำให้รายได้จากภาษียาสูบของรัฐบาลลดลงประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2561 เพียงปีเดียว และเป็นเหตุให้ประเทศปากีสถานยุบรวมภาษี 3 อัตราจนเหลือ 2 อัตรา ในปี 2562

เร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว

ทำไมต้องเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว?

ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งตัดสินใจให้โครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว โดยไม่ควรรอรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง เพราะจะส่งผลต่อรายได้ของรัฐบาลจากภาษีบุหรี่ที่สูญหายไปเป็นจำนวนมาก การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาวอีกด้วย

การตัดสินใจเชิงนโยบายที่เด็ดขาดและรวดเร็วในเรื่องนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล เกษตรกร และประชาชน

ที่มา – เสนอเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้มีอัตราเดียวหลังรัฐสูญรายได้กว่า 7 หมื่นล้าน

Scroll to top