มะเร็งตับ

อาลัย “น้องมาร์ติน” หลังสู้มะเร็งตับ

ความเศร้าปกคลุม เมื่อคุณแม่แจ้งข่าวร้าย “น้องมาร์ติน” หนูน้อยวัย 1 ขวบ 3 เดือน จากไปอย่างสงบ หลังเผชิญหน้ากับโรคมะเร็งตับ ระยะที่ 4 อย่างกล้าหาญ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสาร

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 โลกออนไลน์ต่างร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ “น้องมาร์ติน” เด็กน้อยที่ต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็ง คุณแม่ของน้องได้อัปเดตอาการป่วยของน้องให้ทุกคนได้รับทราบมาโดยตลอด ตั้งแต่น้องยังไม่ทันขวบปี

ทางแฟนเพจ โรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี Sirivej Hospital Chanthaburi ได้โพสต์ให้กำลังใจครอบครัวน้องมาร์ติน พร้อมระบุว่า น้องไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

คุณแม่ของน้องมาร์ติน ได้โพสต์ภาพสุดสะเทือนใจ กอดลูกชาย พร้อมข้อความจากหัวใจว่า “เราได้กอดกันแล้วนะลูก แม่ทำตามสัญญาสำเร็จแล้วนะ ลมหายใจสุดท้ายที่บ้านเรา ขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาลทุกคนที่มาส่งมาร์ตินกลับบ้านนะคะ และสุดท้ายแม่ขอบคุณหนูที่สู้สุดหัวใจเพื่อแม่คนนี้” ข้อความนี้สร้างความเศร้าเสียใจให้กับผู้ที่ได้อ่านเป็นอย่างมาก

สำหรับกำหนดการสวดอภิธรรมและฌาปนกิจ น้องมาร์ติน จัดขึ้นที่บ้านใน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากทราบข่าวการจากไปของน้อง ผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัว

อาลัย “น้องมาร์ติน” หนูน้อยวัย 1 ขวบเศษ หลังต่อสู้กับมะเร็งตับ ระยะที่ 4

เรื่องราวของ น้องมาร์ติน กลายเป็นที่สนใจและสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก หลายคนต่างชื่นชมในความเข้มแข็งของน้องและความรักอันยิ่งใหญ่ของคุณแม่ แม้ว่าน้องจะจากไปอย่างรวดเร็ว แต่เรื่องราวของน้องจะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนมากมาย

ทำไมเรื่องราวของน้องมาร์ตินถึงสะเทือนใจคนมากมาย?

การสูญเสียเด็กที่ยังเล็กมากๆ เช่น น้องมาร์ติน เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวที่ยังไม่ได้สัมผัสโลกมากนัก การที่ต้องมาเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคร้าย ทำให้ผู้คนรู้สึกเสียใจและเห็นใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เรื่องราวความรักและความผูกพันระหว่างแม่กับลูกยิ่งทำให้เรื่องราวนี้เศร้าจับใจมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ น้องมาร์ติน ต่อสู้กับโรคมะเร็งตับ ระยะที่ 4 อย่างกล้าหาญ ทำให้หลายคนชื่นชมในความเข้มแข็งของน้อง ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กเล็กๆ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้าย และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ความเข้มแข็งของน้องเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป

เรื่องราวของน้องยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของเด็กเล็ก การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ การดูแลโภชนาการและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตอย่างสมวัย

การจากไปของ น้องมาร์ติน เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่เรื่องราวของน้องจะยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนตลอดไป และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของน้องมาร์ติน ขอให้น้องไปสู่สุคติ

ที่มา – อาลัย “น้องมาร์ติน” หนูน้อยวัย 1 ขวบเศษ หลังต่อสู้กับมะเร็งตับ ระยะที่ 4

เชิดชูเกียรติ จ.ส.อ.พลพร นักรบมะเขือ สู้จนวินาทีสุดท้าย

เรื่องราวสุดอาลัยของ “จ.ส.อ.พลพร ทาบรรหาร” นักรบภูมะเขือจากกาฬสินธุ์ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแต่ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย

เชิดชูเกียรติ จ.ส.อ.พลพร นักรบภูมะเขือ ผู้เสียสละเพื่อชาติ

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ จ.ส.อ.พลพร ทาบรรหาร อายุ 42 ปี ทหารกล้าสังกัดกองร้อยอาวุธเบาที่ 1 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร ที่บ้านเกิดใน ม.9 ต.นามะเขือ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

จ.ส.อ.พลพร เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ หลังจากปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญที่ภูมะเขือ ในเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แม้จะทราบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ก็ยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยจนถึงที่สุด

บรรยากาศในงานศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน ข้าราชการทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมงานและแสดงความเสียใจต่อการจากไปของวีรบุรุษผู้เสียสละ

นางหนูพลอย ทาบรรหาร ผู้เป็นแม่เล่าว่า ลูกชายรับราชการทหารมากว่า 20 ปี มีภรรยาและลูกชายที่กำลังศึกษาอยู่ที่ จ.ยโสธร จ.ส.อ.พลพร จับได้ใบแดงและเข้ารับราชการทหาร ก่อนจะสอบเป็นนายสิบและประจำการอยู่ที่ จ.ยโสธร

การเสียสละของ จ.ส.อ.พลพร นักรบภูมะเขือ

ก่อนเกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ส.อ.พลพร ได้เข้ารับการตรวจร่างกายและพบก้อนเนื้อที่ตับ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะที่ 3-4 หรือระยะสุดท้ายแล้ว แม้จะมีอาการปวดท้องบ้าง แต่ จ.ส.อ.พลพร ไม่เคยปริปากบ่นให้ใครได้ยิน เนื่องจากเป็นคนที่มีความอดทนสูงและไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น

ในช่วงระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเกิดการปะทะกัน จ.ส.อ.พลพร ได้บอกกับแม่ว่าจะขอทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติให้ถึงที่สุด และจะดูแลทีมงานที่สู้รบด้วยกันให้ดีที่สุดที่ภูมะเขือ แม้แม่จะขอให้กลับมารักษาตัว แต่ จ.ส.อ.พลพร ก็ยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่จนกว่าเหตุการณ์จะสงบ โดยกล่าวว่าหากต้องตาย ก็ขอตายในชุดทหารออกรบ

หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย จ.ส.อ.พลพร จึงได้เดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568

นางหนูพลอยกล่าวว่า แม้จะเสียใจกับการจากไปของลูกชาย แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายได้ทำหน้าที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ปกป้องความปลอดภัยของคนไทยจนถึงวินาทีสุดท้าย โดยไม่ห่วงชีวิตของตนเอง และให้ความสำคัญกับประเทศชาติและเพื่อนร่วมทีมมากกว่า

ทางครอบครัวจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

นางหนูพลอยยังกล่าวขอบคุณหน่วยทหารต้นสังกัด ผู้บังคับบัญชา เพื่อนทหาร รุ่นน้อง เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองอำเภอสหัสขันธ์ ที่ให้ความช่วยเหลือในการจัดงานศพ จ.ส.อ.พลพร เป็นอย่างดี

สิบเอกธีระพงษ์ ประทุม ทหารรุ่นน้องในทีม กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้ร่วมงานและร่วมสู้รบกับ จ.ส.อ.พลพร ซึ่งเป็นทั้งพี่ชาย หัวหน้าทีม และเพื่อนที่ดูแลน้องๆ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา และได้ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองอย่างเต็มความสามารถ ไม่ทิ้งเพื่อน ไม่ทิ้งน้อง แม้ตนเองจะเจ็บป่วย ซึ่งตนและเพื่อนๆ จะไม่มีวันลืมความดีของ จ.ส.อ.พลพร

เรื่องราวของ จ.ส.อ.พลพร นักรบภูมะเขือ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของทหารไทย ที่พร้อมจะปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต

ขอสดุดีวีรกรรมของ จ.ส.อ.พลพร ทาบรรหาร ผู้ที่เสียสละทั้งชีวิตเพื่อชาติไทย และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของท่าน

ที่มา – เชิดชูเกียรติ “จ.ส.อ.พลพร” นักรบภูมะเขือ ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแต่ขอสู้เพื่อแผ่นดินไทย

Scroll to top