มัณฑะเลย์

เมียนมาสั่งจำคุก 5 ปี เจ้าของบริษัทก่อสร้าง สกาย วิลลา

เมียนมาสั่งจำคุก 5 ปี เจ้าของบริษัทก่อสร้าง สกาย วิลลา ถล่มจากแผ่นดินไหวปี 2025 คร่า 206 ศพ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ผู้คนให้ความสนใจกันทั่วโลก เมื่อศาลในเมียนมาได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก นายหน่าย ตุน ลิน เจ้าของบริษัท เอ็นทีแอล คอนสตรัคชัน เป็นเวลา 5 ปี พร้อมใช้แรงงานหนัก จากเหตุโศกนาฏกรรมคอนโดมิเนียมชื่อดังพังถล่มลงมา ซึ่งถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของแวดวงอุตสาหกรรมก่อสร้างในภูมิภาคนี้

เปิดสาเหตุทำไม เมียนมาสั่งจำคุก 5 ปี เจ้าของบริษัทก่อสร้าง สกาย วิลลา

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2025 ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในเมียนมา ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายในวงกว้าง แต่ยังทำให้คอนโดมิเนียมหรูอย่าง “สกาย วิลลา” พังถล่มลงมาทั้งหลังในลักษณะแซนด์วิช ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 206 ศพ นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างมาก

จากการสอบสวนพบว่าการก่อสร้างอาคารดังกล่าวมีข้อบกพร่องหลายประการ นำไปสู่การที่ศาลแขวงอองมเยธาซานดำเนินคดีกับ นายหน่าย ตุน ลิน ในฐานความผิดกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีรายละเอียดความคืบหน้าของคดีดังนี้:

  • ศาลสั่งตัดสินลงโทษจำคุก 5 ปี พร้อมใช้แรงงานหนักต่อเจ้าของโครงการ
  • มีการสั่งเพิกถอนสิทธิ์การประกันตัวและควบคุมตัวเข้าเรือนจำตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2026
  • ทางบริษัทได้จ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 10 ล้านจัต
  • ปัจจุบันทั้งฝ่ายอัยการและจำเลยต่างเตรียมตัวยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลที่สูงขึ้น

หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารในเมืองใหญ่ หากอาคารระดับหรูยังไม่สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวได้ คำถามสำคัญที่สุดคือเราควรจะป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยเหล่านี้ได้อย่างไรในอนาคต

แม้ว่าการสั่งจำคุกจะเป็นเพียงกระบวนการทางกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการถอดบทเรียนจากการที่ เมียนมาสั่งจำคุก 5 ปี เจ้าของบริษัทก่อสร้าง สกาย วิลลา เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้แก่บริษัทผู้รับเหมาทั่วโลก ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยเหนือผลกำไร เพราะชีวิตของคนคือสิ่งที่มีค่าที่สุดซึ่งไม่อาจหาอะไรมาทดแทนได้ เราหวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้เกิดการตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวดมากขึ้นในทุกโครงการครับ

ที่มา – เมียนมาสั่งจำคุก 5 ปี เจ้าของบริษัทก่อสร้าง “สกาย วิลลา” ถล่มจากแผ่นดินไหวปี 2025 คร่า 206 ศพ

เมียนมาเผย สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว

รัฐบาลทหารเมียนมาออกมาเปิดเผยว่า สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว โดยกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ

เมียนมาเผย สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 รัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกมาแถลงการณ์ว่า สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว โดยระบุว่าเป็นสะพานที่สร้างขึ้นในยุคอาณานิคม และเคยเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งถูกระเบิดโดยกองกำลังต่อต้านรัฐบาล

สถานการณ์ในเมียนมายังคงตึงเครียดและเต็มไปด้วยความขัดแย้งนับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2564 ที่กองทัพเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของนางอองซาน ซูจี ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับสงครามกลางเมืองและการต่อต้านจากหลายฝ่าย ทั้งกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ

นายจอว์ มิน โฆษกรัฐบาลทหาร กล่าวผ่านวิดีโอแถลงการณ์ว่า กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) และกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) เป็นผู้ก่อเหตุระเบิดทำลายสะพาน “โกะเทะ” (Gokteik) โดยอ้างว่ามีการใช้ทุ่นระเบิดในการโจมตีครั้งนี้

สะพานโกะเทะ: โครงสร้างทางประวัติศาสตร์ที่ถูกทำลาย

สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว สร้างความเสียหายอย่างหนัก สะพานโกะเทะเป็นสะพานรถไฟที่ทอดข้ามช่องเขาโกะเทะ เหนือแม่น้ำมยิแง ทางตะวันตกของรัฐฉาน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) ในสมัยที่เมียนมายังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ มีความสูงถึง 102 เมตร ทำให้เป็นสะพานที่สูงที่สุดในเมียนมาและเคยเป็นสะพานที่มีโครงค้ำที่สูงที่สุดในโลกในขณะนั้น

สะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างเมืองมัณฑะเลย์และภาคเหนือของรัฐฉาน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องการมาชมความงามและความยิ่งใหญ่ของโครงสร้างทางวิศวกรรมแห่งนี้ แต่ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสะพาน บางส่วนของสะพานพังทลายลงมา

อย่างไรก็ตาม โฆษกของกลุ่ม TNLA ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลทหาร โดยอ้างว่ากองทัพเมียนมาเองที่เป็นผู้ลงมือระเบิดสะพาน “เมื่อเช้านี้ กองทัพรัฐบาลพยายามที่จะระเบิดฐานที่มั่นของเราด้วยโดรน พวกเขาระเบิดทหารของเรา แต่ระเบิดของพวกเขาก็โดนสะพานโกะเทะด้วย”

การทำลายสะพานโกะเทะไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของเมียนมาอีกด้วย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความรุนแรงและความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินต่อไปในประเทศ และสร้างความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเมียนมา

สถานการณ์ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานในเมียนมาที่ต้องเผชิญกับความขัดแย้งและการโจมตีอย่างต่อเนื่อง การฟื้นฟูและบูรณะสะพานโกะเทะ อาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาประวัติศาสตร์และช่วยให้การคมนาคมกลับมาเป็นปกติ

ที่มา – รัฐบาลทหารเมียนมาเผย สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว

Scroll to top