มาดามเดียร์

“มาดามเดียร์” ซัด “TH-AI Passport” ฟื้นคืนชีพผ่านกองทุนดิจิทัลฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในทันที เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องการใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกองทุนดีอี โดยล่าสุด “มาดามเดียร์” ซัด “TH-AI Passport” ฟื้นคืนชีพผ่านกองทุนดิจิทัลฯ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในการบริหารจัดการเงินงบประมาณแผ่นดินที่น่าตั้งคำถามครับ

“มาดามเดียร์” ซัด “TH-AI Passport” ฟื้นคืนชีพผ่านกองทุนดิจิทัลฯ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 เมื่อนางสาววทันยา บุนนาค ได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ประเด็นสำคัญคือการที่โครงการ TH-AI Passport ซึ่งเคยถูกสภาฯ ตัดงบประมาณไปแล้วในขั้นตอนปกติ แต่กลับไปโผล่และได้รับอนุมัติผ่านกองทุนฯ นี้อย่างน่าสงสัย

เปิดเบื้องหลัง “มาดามเดียร์” ซัด “TH-AI Passport” ฟื้นคืนชีพผ่านกองทุนดิจิทัลฯ

ความน่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวโครงการ แต่เป็นวิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ สดช. ที่ถูกตั้งคำถามว่ากำลังใช้กองทุนฯ เป็นเสมือน “งบคู่ขนาน” หรือไม่ โดยจากคำชี้แจงในที่ประชุม เลขาธิการ สดช. ยอมรับว่าโครงการนี้ถูกตัดงบไปแล้วจากสำนักงบประมาณจริงๆ แต่ทางกองทุนฯ กลับเลือกที่จะอนุมัติให้เดินหน้าต่อ ซึ่งประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจให้กับกรรมาธิการหลายท่าน

สิ่งที่พวกเราในฐานะประชาชนควรรู้พฤติกรรมนี้มีประเด็นน่ากังวล ดังนี้:

  • ความซ้ำซ้อนของการใช้งบประมาณ: เมื่อสำนักงบประมาณปัดตกไปแล้ว กองทุนฯ ไม่ควรกลับมาอนุมัติซ้ำ
  • ภาระในอนาคต: การทำโครงการที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนจะกลายเป็นภาระภาษีในการบำรุงรักษาระบบระยะยาว
  • ความโปร่งใสของ สดช.: ขาดการรายงานสถานะการเงินที่ชัดเจนต่อ กมธ.

ความเห็นส่วนตัวในฐานะที่ติดตามเรื่องนี้ มองว่าการบริหารเงินดิจิทัลเพื่อประเทศควรมีความเข้มงวดมากกว่านี้ หากโครงการไหนไม่ผ่านการกลั่นกรองจากสภาฯ ก็ไม่ควรหาช่องทางดึงเงินจากกองทุนฯ มาใช้แบบนี้ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือภาษีของประชาชนทุกคนครับ หวังว่าหน่วยงานรัฐจะออกมาชี้แจงให้ชัดเจนกว่านี้เพื่อความสบายใจของสาธารณชน

ที่มา – “มาดามเดียร์” ซัด “TH-AI Passport” ฟื้นคืนชีพผ่านกองทุนดิจิทัลฯ

“มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท

“มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท

กลายเป็นประเด็นร้อนในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 เมื่อ “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท โดยได้ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานรัฐ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ว่ามีการบริหารจัดการงบประมาณที่เหมาะสมหรือไม่

เจาะลึกงบประมาณ สกมช. ที่สวนทางกับความเป็นจริง

จากการตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณพบว่า สกมช. มีการปรับลดงบประมาณในภาพรวมลงถึง 20% แต่สิ่งที่น่าตกใจคือการที่งบบุคลากรกลับพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี จาก 69 ล้านบาทในปี 2568 ทะยานสู่ 129 ล้านบาทในปี 2570 ซึ่งในขณะเดียวกัน แผนงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์กลับถูกตัดงบลงกว่า 30% สร้างคำถามว่าภารกิจหลักด้านความมั่นคงไซเบอร์ของประเทศกำลังถูกละเลยหรือไม่

ในส่วนของประเด็น “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท นั้น พบว่ามีความย้อนแย้งที่ชัดเจนในการจัดซื้อระบบคลาวด์ภาครัฐ โดยข้อมูลที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • DGA ตั้งงบประมาณจัดซื้อคลาวด์และ VPN รวมกว่า 106.7 ล้านบาท
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดโครงการจัดซื้อคลาวด์มูลค่าสูงถึง 4,980 ล้านบาท
  • การดำเนินงานทั้งสองส่วนอยู่ในแผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลเดียวกัน สร้างข้อสงสัยเรื่องความซ้ำซ้อน

บทเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

ความกังวลที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงตัวเลขมหาศาลกว่า 5 พันล้านบาทเท่านั้น แต่รวมถึงความชัดเจนของบทบาทระหว่างหน่วยงานกลางอย่าง DGA และกระทรวงดีอี ว่ามีขอบเขตการทำงานอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนจนสิ้นเปลืองภาษีของประชาชน “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนหน่วยงานรัฐให้กลับมาทบทวนดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ให้วัดผลได้จริงเชิงคุณภาพ ไม่ใช่เพียงแค่การนับจำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูว่าคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร และบทสรุปของงบประมาณก้อนนี้จะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องสูญเสียงบประมาณไปกับความซ้ำซ้อนครับ

ที่มา – “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท

เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา

เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา

หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองก็เข้มข้นขึ้นทันที เมื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมาเพื่อพิจารณารายละเอียดงบประมาณ โดยล่าสุดมีการ เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา ซึ่งถือเป็นที่จับตาของสังคมอย่างมากในขณะนี้

ความน่าสนใจของรายชื่อครั้งนี้ คือการปรากฏตัวของ “ดร.โจ” หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับความสนใจก่อนหน้านี้ และการกลับมาของ “มาดามเดียร์” ในโควตาของพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ยังมีชื่อของ “อ.วีระ ธีระภัทรานนท์” ที่ทาง ครม. ได้ส่งชื่อมาร่วมในคณะกรรมาธิการด้วยการ เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา ครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของการจัดสรรงบประมาณที่เต็มไปด้วยตัวแทนจากหลากพรรคการเมือง

ความเคลื่อนไหวสำคัญในการการตั้งกมธ.งบประมาณปี 70

สำหรับรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น กมธ.งบประมาณปี 70 ทั้ง 72 คนนั้น มีการกระจายโควตาจากหลายส่วน โดยพรรคภูมิใจไทยครองเสียงส่วนใหญ่ถึง 21 คน ตามมาด้วยพรรคประชาชน 13 คน พรรคเพื่อไทย 8 คน พรรคกล้าธรรม 6 คน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ส่ง 2 คน ได้แก่ นายอัมพร พินะสา และ น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์นั่นเอง

ในการ เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา ครั้งนี้ เราได้เห็นรายชื่อจากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้:

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.): ส่งรายชื่อบุคคลสำคัญ 18 คน รวมถึง อ.วีระ ธีระภัทรานนท์ และนายชาดา ไทยเศรษฐ์
  • พรรคภูมิใจไทย: ส่งตัวแทน 21 คน นำโดย นายชยุต ภุมมะกาญจนะ และคณะ
  • พรรคประชาชน: นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (ดร.โจ)
  • พรรคการเมืองอื่น: รวมถึงพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งตัวแทนร่วมพิจารณา

การพิจารณางบประมาณแผ่นดินเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ การที่แต่ละพรรคส่งบุคลากรคุณภาพหรือตัวแทนที่มีชื่อเสียงมาร่วมด้วย สะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับเงินภาษีของประชาชน ทุกขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถตรวจสอบและบริหารจัดการงบประมาณปี 2570 ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร

คุณคิดอย่างไรกับการจัดทัพกรรมาธิการงบประมาณชุดนี้? นี่คือการรวมตัวกันของมืออาชีพเพื่อรับมือกับโจทย์งบประมาณที่ท้าทาย หรือเป็นเพียงเกมการเมืองในสภา? มาร่วมติดตามสถานการณ์นี้ไปพร้อมๆ กัน เพราะทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณคืออนาคตของคนไทยทั้งชาติครับ

ที่มา – เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 “ดร.โจ” โผล่ร่วมหลังแพ้เลือกตั้ง “มาดามเดียร์” โควตา ปชป. ครม. ส่ง “อ.วีระ”

ชัยชนะหนุน! อภิสิทธิ์ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ชัยชนะ” อวย “อภิสิทธิ์” เหมาะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แจงโพสต์รูป “กรณ์” ไร้นัย รับชวนกลับพรรคช่วยทีมเศรษฐกิจ เผย เลือดเก่าจ่อไหลกลับซ่อมบ้าน ปชป.

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 16 กันยายน 2568 นายชัยชนะ เดชเดโช เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก่อนการประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นการประชุมเพื่อหารือถึงวันเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งพรรคเปิดกว้างให้คนที่มีคุณสมบัติ ต้องยอมรับและเข้าใจการเมืองในปัจจุบัน ในการพัฒนาทางการเมือง และสถานการณ์การเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล ที่เป็นรัฐบาลที่มาจากเสียงข้างน้อย และต้องจับตาดูว่าจะมีคนเก่าเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นแน่นอนและมาเรื่อยๆ

ทางด้านคำถามว่าได้มีการคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีกระแสข่าวว่าจะกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายชัยชนะ เผยว่า นายอภิสิทธิ์ เป็นคนที่มีความสามารถ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองไทยที่เป็นบุคคลต้นแบบ มีอุดมการณ์ผู้รักษาสัจจะคำพูด เหมาะสมที่จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์อยู่ตลอด มีการพบกันทานข้าวและดื่มกาแฟร่วมกันเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช และนางวทันยา บุญนาค หรือ มาดามเดียร์ รวมถึงคนอื่นๆ ก็มีความเหมาะสมเช่นกัน แต่ขอให้รอดูว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้ด้วยความสามัคคีคือพลัง ความมีเอกภาพ

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่ นายชัยชนะ โพสต์รูปในเฟซบุ๊กร่วมดื่มกาแฟกับนายกรณ์ มีการเชิญกลับเข้าพรรคด้วยหรือไม่ นายชัยชนะ ตอบว่า ตนกับนายกรณ์มีความผูกพันกันอยู่แล้ว ในเมื่อนายกรณ์ไม่ได้สังกัดพรรคไหนก็ต้องเชิญกลับมาพรรค เพราะนายกรณ์เติบโตจากพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความเข้าใจทางเศรษฐกิจและเป็นคนทันสมัย จึงเชิญชวนให้กลับมาช่วยพรรค มาดูแลทีมเศรษฐกิจพรรค แต่นายกรณ์บอกกับตนว่าต้องการจะวางมือทางการเมือง และนายกรณ์ยืนยันยังไม่รู้ว่านายเฉลิมชัยลาออก และไม่มีนัยทางการเมือง และหลังจากนี้ตนจะไปทานข้าวกับคนอื่นอีก

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กลุ่ม สส.นครศรีธรรมราชของนายชัยชนะ จะโหวตหนุนนายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายชัยชนะ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีกลุ่ม เราอยู่ภายใต้พรรค ก็เป็นคนของพรรค ตนมองว่านายอภิสิทธิ์มีความเหมาะสม ส่วน สส.คนอื่นต้องไปถามแต่ละคน เพราะตนไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ เมื่อถามย้ำว่านายชัยชนะ ต้องการสมัครตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชนใช่หรือไม่ นายชัยชนะ ระบุว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรคสมัครไม่ได้ เป็นการแต่งตั้งโดยหัวหน้าพรรค คนที่เป็นเลขาธิการพรรคก็ต้องดูว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเสนอชื่อใคร ส่วนคนประชาธิปัตย์ที่จะไหลกลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคหลายคน อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค รวมถึงนายกรณ์ด้วย ที่ตนขอให้มาช่วยทีมเศรษฐกิจพรรค.

นายชัยชนะ เดชเดโช เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้เหตุผลว่านายอภิสิทธิ์เป็นผู้ที่มีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งนี้

ชัยชนะหนุน อภิสิทธิ์ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ นายชัยชนะยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุ่นเก่าจะกลับเข้าร่วมพรรคอีกครั้ง เพื่อช่วยกันฟื้นฟูพรรคให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

ทำไมชัยชนะถึงมองว่าอภิสิทธิ์ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์?

การที่นายชัยชนะออกมาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีต่อนายอภิสิทธิ์ หากนายอภิสิทธิ์ตัดสินใจกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จริง ก็อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพรรคในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ หรือในด้านการดำเนินงานต่างๆ

การตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การสนับสนุนจากนายชัยชนะในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นพรรคประชาธิปัตย์กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และยังคงมีโอกาสเสมอสำหรับผู้ที่ต้องการผลักดันให้พรรคก้าวหน้าต่อไป

การกลับมาของคนรุ่นเก่าอาจนำมาซึ่งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ แต่ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบันด้วย พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถผสมผสานคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าได้อย่างลงตัวหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

ที่มา – “ชัยชนะ” อวย “อภิสิทธิ์” เหมาะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยเลือดเก่าจ่อไหลกลับ

Scroll to top