มาตรฐานการให้บริการ

ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ

ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ

เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับน้องหนูวัย 7 ขวบ ซึ่งถูกไฟดูดจากไฟส่องสว่างริมสระน้ำในพูลวิลล่า จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของธุรกิจที่พัก โดยล่าสุด ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ ได้สำเร็จ ทำให้ครอบครัวได้รับความยุติธรรมและเงินเยียวยาอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการศาลที่ยืดเยื้อ

ทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุก เพื่อให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบมีความมั่นใจในระบบคุ้มครองผู้บริโภคของไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการท่องเที่ยวและบริการในภาพรวม

ความสำเร็จของคำว่า “ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ”

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของหน่วยงานรัฐ ในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ประกอบการและผู้เสียหาย โดยได้ข้อสรุปที่น่าพอใจดังนี้:

  • ผู้ประกอบการยินดีคืนเงินค่าที่พักและเงินประกันทั้งหมด
  • มีการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่
  • มีการเยียวยาเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางจิตใจของครอบครัวผู้เสียหาย

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ได้เน้นย้ำในฐานะที่ตนเป็นแม่คนว่า ความปลอดภัยควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกที่พัก การที่ ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ นั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะในอนาคต สคบ. จะต้องทำงานร่วมกับท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในพูลวิลล่าทั่วประเทศอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้ประกอบการที่พักพูลวิลล่าและโรงแรม ควรตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย ดังนี้:

  • หมั่นตรวจสอบระบบไฟฟ้าแสงสว่างและปลั๊กไฟริมสระว่ายน้ำอยู่เสมอ
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ตัดไฟและมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่สัมผัสน้ำ
  • เตรียมแผนฉุกเฉินและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้พร้อมใช้งาน

ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่ภาครัฐหันมาใส่ใจและใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้นในการปกป้องสิทธิผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยที่ดีที่สุดคือการป้องกันจากฝั่งผู้ประกอบการเองที่ควรมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อลูกค้าเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเติบโตไปพร้อมกับความปลอดภัยที่ยั่งยืน

ที่มา – “ศุภมาส” ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส “เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ”

“สิริพงศ์” ขีดเส้น 1 เดือน แอปเรียกรถต้องแก้ระบบ รถประกัน CCTV

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในวงการขนส่งเรียกรถผ่านแอปกันดีกว่า ปัญหาความปลอดภัยของผู้โดยสารกลายเป็นประเด็นร้อนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกับแอปอย่าง Bolt หรืออื่นๆ ที่มีข่าวผู้ขับไม่ครบตามกฎหมาย รถไม่มีประกัน หรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน ล่าสุด “สิริพงศ์” ขีดเส้น 1 เดือน แอปเรียกรถต้องแก้ระบบ รถต้องมีประกันและติด CCTV ทุกคัน เพื่อยกระดับมาตรฐานให้ทุกคนอุ่นใจมากขึ้น

“สิริพงศ์” ขีดเส้น 1 เดือน แอปเรียกรถต้องแก้ระบบ รถต้องมีประกันและติด CCTV ทุกคัน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่กำลังต่อใบอนุญาตอย่าง Bolt ทางกระทรวงต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก แอปทุกตัวต้องแสดงข้อมูลว่าผู้ขับในระบบมีใบขับขี่สาธารณะกี่เปอร์เซ็นต์ และมีแผนจัดการกับคนที่ยังไม่มีใบอนุญาตภายในเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ ยังต้องมีระบบสุ่มตรวจผู้ขับ ใช้เทคโนโลยี Face Detection เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และมีระบบรับร้องเรียน-ลงโทษ-เพิกถอนสิทธิ์ผู้ขับผิดชัดเจน ถ้าแอปไม่ทำตามภายใน 1 เดือน อาจโดนพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเลยนะครับ มาตรการนี้ใช้กับทุกแอป ไม่ใช่แค่ Bolt

มาตรการสำคัญ 3 ข้อที่ “สิริพงศ์” ขีดเส้น 1 เดือน

ในอนาคต แอปเรียกรถทุกแห่งต้องทำตาม 3 เรื่องหลัก เพื่อให้ผู้โดยสารปลอดภัยสุดๆ ลองดูกันครับ

  • ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ – ไม่ใช่ใบขับขี่ส่วนบุคคลธรรมดา ต้องผ่านการอบรมและทดสอบ
  • รถต้องมีประกันภัยสาธารณะคุ้มครองผู้โดยสาร – ไม่ใช่แค่ประกันรถ แต่ต้องครอบคลุมผู้โดยสารด้วย
  • รถทุกคันต้องติดตั้งกล้อง CCTV – ภายในรถเพื่อบันทึกภาพ ป้องกันอาชญากรรมทั้งต่อผู้โดยสารและผู้ขับ อย่างน้อยก็ทำให้คนร้ายกลัวไม่กล้าทำ

ส่วนมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอป ก็เตรียมติดกล้องได้ แม้จะมีข้อจำกัดบ้าง แต่เป็นทางเลือกดีเพื่อความปลอดภัย

การรองรับผู้ขับและลดต้นทุนเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย

กรมการขนส่งทางบกเร่งเปิดอบรมใบอนุญาตสาธารณะสัปดาห์ละ 6 วันเลยครับ และเร่งอนุมัติในต่างจังหวัด ถ้าจังหวัดไหนช้า กรมจะดึงอำนาจมาทำเอง ป้องกันค้างเติ่ง

ที่สำคัญ กระทรวงเตรียมออกกฎใหม่ ลดต้นทุนให้ผู้ขับ เพราะเดิมรถป้ายเหลือง รย.18 ต้นทุนสูง โดยเฉพาะประกันชั้น 1 ผ่านไฟแนนซ์ แนวทางใหม่ ไม่ต้องจด รย.18 ทุกคัน แต่ต้องมี 3 อย่าง: ใบขับสาธารณะ + ประกันผู้โดยสาร + CCTV แล้วได้สติกเกอร์รับรองจากรัฐ

ยังเปิดให้นิติบุคคลจด รย.18 เพื่อเช่ารถให้ผู้ขับ แบบรายวันพร้อมประกัน สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ลดภาระผู้ขับ ดึงรถนอกระบบเข้ามาเยอะขึ้น ดีมากเลยครับ

ทั้งหมดนี้กำลังร่างเป็นกฎกระทรวง คาดประกาศใช้เร็วๆ นี้ เพื่อให้บริการแอปเรียกรถปลอดภัยและเป็นธรรมทุกฝ่าย

ส่วนตัวผมคิดว่ามาตรการ “สิริพงศ์” ขีดเส้น 1 เดือน แอปเรียกรถต้องแก้ระบบ รถต้องมีประกันและติด CCTV ทุกคัน นี้จะช่วยเปลี่ยนเกมได้จริง ถ้าทุกแอปปฏิบัติตาม ผู้โดยสารอย่างเราจะเดินทางได้มั่นใจขึ้นเยอะ คุณล่ะคิดยังไง? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ใช้แอปเรียกรถบ่อยๆ กันนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริง!

ที่มา – “สิริพงศ์” ขีดเส้น 1 เดือน แอปเรียกรถต้องแก้ระบบ รถต้องมีประกันและติด CCTV ทุกคัน

สนามบินดอนเมือง เปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ 24 ชม.

นักเดินทางสายการบินทั้งหลายมีข่าวดีแล้ว! สนามบินดอนเมือง ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ สำหรับขาออกเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ไม่ต้องรอคิวยาวอีกต่อไป ลดเวลาเหลือไม่กี่วินาที ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกคน โดยเฉพาะในช่วง peak time ที่สนามบินแออัดสุดๆ

สนามบินดอนเมือง ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา เผยว่าด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง ได้เปิดช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) สำหรับผู้โดยสารขาออกอย่างเป็นทางการ หลังจากทดลองใช้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนนี้พร้อมเต็มสูบ เริ่มต้นเปิด 07.00-19.00 น. และขยายเป็น 24 ชม. ตั้งแต่ 5 มี.ค. 2569 นอกจากนี้ยังวางแผนติดตั้งเครื่องเพิ่มให้ครบ 31 เครื่องภายในเมษายน 2569 เพื่อรองรับนักเดินทางจำนวนมากยิ่งขึ้น

ระบบนี้ใช้เทคโนโลยีสแกนชีวภาพ เช่น สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ ทำให้ผ่านด่านเร็วขึ้น ลดความแออัด และยกระดับสนามบินไทยสู่มาตรฐานดิจิทัลโลก การเดินทางระหว่างประเทศจะสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะสาย low-cost ที่ดอนเมืองเป็นฐานหลัก

เงื่อนไขการใช้บริการ สนามบินดอนเมือง ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

เพื่อให้ใช้งานได้ราบรื่น ต้องเช็คเงื่อนไขก่อนนะครับ:

  • ผู้ใช้ต้องสูงตั้งแต่ 120 ซม. ขึ้นไป
  • พาสปอร์ตอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • ถ้าเพิ่งทำพาสปอร์ตใหม่ ต้องรออย่างน้อย 14 วัน
  • สัมภาระติดตัวหรือกระเป๋า (รวมคันชัก) สูงไม่เกิน 120 ซม.

กลุ่มผู้โดยสารที่ควรใช้ช่องตรวจปกติ

บางกลุ่มยังไม่เหมาะกับระบบอัตโนมัติ ควรไปช่องมนุษย์:

  • สตรีมีครรภ์ เพื่อความปลอดภัย
  • ผู้ที่ต้องการตราประทับในพาสปอร์ต (ระบบ ABC ไม่ประทับตรา แต่บันทึกข้อมูลดิจิทัลตามกฎหมาย)

นอกจากนี้ เด็กเล็ก ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่อาจมีปัญหาในการใช้งาน ก็แนะนำช่องปกติเช่นกัน

ประโยชน์ของช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติที่สนามบินดอนเมือง

ระบบนี้ไม่ใช่แค่ลดเวลารอคิว แต่ยังช่วยหลายด้าน เช่น ลดการสัมผัส ลดความเสี่ยงโรคระบาด เพิ่มความแม่นยำในการตรวจ และประหยัดกำลังคนเจ้าหน้าที่ให้ไปโฟกัสเคสซับซ้อน เปรียบเทียบกับสนามบินสุวรรณภูมิที่เปิด ABC ไปแล้ว ดอนเมืองตามทันทันที ทำให้ทั้งสองสนามบินหลักของไทยทันสมัยเท่ากัน

ในอนาคต รัฐบาลวางแผนขยายระบบนี้ไปยังสนามบินอื่นๆ และเชื่อมโยงกับแอป Thailand Digital Arrival Card เพื่อ check-in ก่อนล่วงหน้า ยิ่งทำให้การเดินทางชิลล์สุดๆ

เคล็ดลับการใช้ช่อง ABC ให้เวิร์คสุด

  • เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม ถ่ายรูปชัดๆ ใบหน้าให้ตรง
  • วางสัมภาระให้พอดีขนาด อย่าลากของเยอะ
  • เช็คสติกเกอร์ boarding pass ให้เรียบร้อย
  • ถ้าเครื่องแจ้ง error ไปช่องปกติทันที อย่าฝืน

สำหรับนักเดินทางบ่อยๆ อย่างเรานี่คือข่าวดีมาก เพราะเคยรอคิว immigration นานเป็นชั่วโมง ตอนนี้แค่ 10-20 วินาทีก็ผ่าน สนามบินดอนเมืองกำลังกลายเป็น smart airport จริงๆ

รัฐบาลย้ำว่า “มุ่งยกระดับด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ทันสมัย ควบคู่ความปลอดภัย เพื่อการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว มั่นใจ” ถ้าคุณกำลังวางแผนทริปบินจากดอนเมือง ลองใช้บริการนี้ดู แล้วมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างว่าสะดวกแค่ไหน หรือมีปัญหาอะไรบ้าง เราอยากรู้!

ที่มา – สนามบินดอนเมือง เปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติขาออก 24 ชม. เริ่ม 5 มี.ค. เพิ่มความสะดวกนักเดินทาง

Scroll to top