มานพ ชมชื่น

สอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เร่งด่วน!

รมว.ยุติธรรม เร่งสอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมห้อง VIP เอื้อผู้ต้องขังจีนเทา ดัดแปลงไม่ถึงเดือน รับตรวจสอบไปได้มากกว่านั้น ชี้ จนท.อึดอัดกับพฤติกรรม วันปฏิบัติการพยายามถ่วงเวลา

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีห้อง VIP เอื้อผู้ต้องขังจีนเทา ว่า ยืนยันว่าตอนนี้ ให้ นายมานพ ชมชื่น อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ นายไตรพล สีเขียวแก่ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงานเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และมีตำแหน่งเป็นเลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ออกจากราชการแล้วทั้ง 2 คน

ส่วนอีก 19 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการเป็นคณะกรรมการของกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานต่างๆ รวมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ดูพยานหลักฐาน ส่วนจะมีการดำเนินการยึดทรัพย์ อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หรือไม่ ยืนยันว่าจะดำเนินการเท่าที่ทำได้และอยู่ในกรอบของกฎหมาย พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมา ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนนี้ไม่เคยมีบัตรสนเท่ห์ (จดหมายฟ้องหรือกล่าวโทษผู้อื่นโดยมิได้ลงชื่อจริงของผู้เขียน) ถึงพฤติกรรมดังกล่าว แต่เพิ่งจะมีในสมัยของตน

พล.ต.ท.รุทธพล ระบุต่อไปว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบย้อนหลังไปที่เรือนจำเก่าใน จ. สมุทรปราการ ที่ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนนี้ย้ายมา ว่าเคยมีพฤติการลักษณะนี้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบไปยังเรือนจำอื่นๆ ว่ามีลักษณะพฤติการแบบนี้หรือไม่ แต่จากการตรวจสอบล่าสุดนั้นยังไม่พบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าตามระเบียบการจะนำนักโทษออกจากแดนจะต้องมีพัศดีเวรเป็นผู้เซ็นเบิกตัวผู้ต้องขัง แต่กลับไม่มีรายชื่อพัศดีเวรที่เบิกตัวในวันนั้นอยู่ใน 19 รายชื่อที่มีคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท.รุทธพล ตอบว่า หากพบว่ามีความผิดและมีส่วนเกี่ยวข้องก็ยืนยันว่าจะโยกย้ายแน่นอน อีกทั้งเมื่อวานนี้ (24 พฤศจิกายน) ที่เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เข้าไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ยอมรับว่าได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ผู้สื่อข่าวเห็นรถของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์จอดที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และเข้าไปเก็บพยานหลักฐานบางอย่าง จะเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล บอกว่า ยังไม่ทราบ ต้องดูรายงานก่อน

นอกจากนี้ จะมีการดูเรื่องของเส้นทางการเงินอย่างละเอียด และจะดูยิ่งไปกว่าเส้นทางการเงิน ส่วนจำนวนเงินหมุนเวียนนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสำนวนคดี ขณะที่ประเด็นการเยี่ยมในวันอาทิตย์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และต่อให้จะสามารถเข้าเยี่ยมในวันอาทิตย์ได้ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุ

สำหรับห้อง VIP นั้น มีการดัดแปลงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา และเสร็จในช่วงปลายเดือนดังกล่าว ซึ่งเป็นคำสั่งของ นายมานพ ในการจัดทำขึ้น โดยอ้างว่าจะทำเป็นห้องรับรอง ส่วนจะมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้งบประมาณรัฐหรือไม่ ยังคงต้องตรวจสอบรายละเอียด ต้องดูที่จุดประสงค์ของการรีโนเวทห้องตามที่แจ้งมา และดูการใช้งานจริงว่าเป็นจริงตามจุดประสงค์หรือไม่ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน ซึ่งปัจจุบันห้องดังกล่าวได้มีการปิดตายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวตนยังไม่ได้สั่งขีดเส้นตายการรายงานผล เพราะอยากให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ความคืบหน้าการสอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

“ทั้งนี้ที่มาของเรื่องนี้มาจากการที่เจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำและกรมราชทัณฑ์อึดอัดกับพฤติกรรมของ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนนี้มาก จนเรื่องมาถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่มารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม และได้มาปรึกษาตน จึงได้ทำการเปิดปฏิบัติการดังกล่าว ยอมรับว่า ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีการถ่วงเวลาประมาณ 20 นาที จนเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไป แต่ถึงขณะนั้นก็ยังพบหลักฐานเป็นจำนวนมาก”

เร่งสอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จริงจัง

คดีการทุจริตภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง การสอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องทำให้กระจ่างโดยเร็ว เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการยุติธรรม

การที่เจ้าหน้าที่ภายในออกมาเปิดเผยข้อมูล แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น การสอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความโปร่งใสและความยุติธรรมในสังคม

การตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด และการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด จะเป็นบทเรียนสำคัญเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานราชการตระหนักถึงความรับผิดชอบและความสำคัญของจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การสอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของกรมราชทัณฑ์

ที่มา – เร่งสอบเส้นเงิน อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ดัดแปลงห้อง VIP ไม่ถึงเดือน

ราชทัณฑ์แจง! ผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพลในเรือนจำ

กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีการย้ายด่วน “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่พบว่ามีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายแสดงอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่น ๆ จนก่อให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มผู้ต้องขังชาวไทย นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการยุติธรรม

ราชทัณฑ์แจงเด้ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” เหตุพบผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เพื่ออธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าการย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ และพบว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

จากการตรวจค้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรมราชทัณฑ์ พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรม เจ้าหน้าที่กองทัณฑวิทยา เจ้าหน้าที่กองบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มงานวินัยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น

ทำไมต้องเด้งฟ้าผ่า? “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ”

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล เหนือผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ภายในเรือนจำฯ สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ต้องขังชาวไทย จนมีการแจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ให้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว กรมราชทัณฑ์จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรม

เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าได้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยเร็ว โดยยึดหลักความโปร่งใส ยุติธรรม และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด รวมถึงดำเนินการจัดระเบียบเรือนจำตามนโยบาย 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์พร้อมดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบการกระทำผิดจริง เพื่อรักษามาตรฐานการบริหารงานราชทัณฑ์ให้เป็นที่เชื่อมั่นของสังคมต่อไป ความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบริหารจัดการเรือนจำและการควบคุมผู้ต้องขัง การที่ ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล มากจนเกินไป เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาที่อาจมีการทุจริตหรือการละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยความเด็ดขาดในการลงโทษผู้กระทำผิด การปรับปรุงระบบการตรวจสอบภายในเรือนจำ และการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเข้มแข็งและสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเท่าเทียมกัน

การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและการดำเนินการอย่างรวดเร็วของกรมราชทัณฑ์ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าคือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

การปล่อยให้ ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล ในเรือนจำถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมและความเสมอภาคของผู้ต้องขังทุกคน รวมถึงความน่าเชื่อถือของระบบราชทัณฑ์โดยรวม การจัดการกับปัญหานี้อย่างเด็ดขาดจึงเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง

ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงเด้ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” เหตุพบผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล

ด่วน! เด้ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เซ่น จนท. เอี่ยวทุจริต

ร้อนระอุ! ปลัดกระทรวงยุติธรรมสั่งเด้งฟ้าผ่า ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังการจู่โจมตรวจค้นครั้งใหญ่ พบเงื่อนงำเจ้าหน้าที่พัวพันการกระทำผิด งานนี้มีคนซวย! ตามไปส่องรายละเอียดกันเลย

ทำไมถึงต้องเด้ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ?

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เกิดข่าวใหญ่ในแวดวงราชทัณฑ์ เมื่อนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 233/2568 เรื่องการมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการจู่โจมตรวจค้น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้วพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น

แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้น! เพราะจากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่ใน เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวด้วย งานนี้ ปลัดกระทรวงฯ เลยต้องลงดาบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ใครโดนเด้งบ้าง?

ผู้ที่โดนผลกระทบจากคำสั่งครั้งนี้ก็คือ นายมานพ ชมชื่น ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เรียกได้ว่าเป็นการย้ายฟ้าผ่าชนิดที่เจ้าตัวอาจจะตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว

คำสั่งเด้ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีผลต่ออะไร?

การสั่งย้ายผู้บริหารระดับสูงของเรือนจำ ถือเป็นมาตรการที่เด็ดขาดและส่งสัญญาณชัดเจนว่า กระทรวงยุติธรรมเอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในเรือนจำ นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังหรือเจ้าหน้าที่รัฐก็ตาม

การตรวจสอบข้อเท็จจริงใน เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยังคงดำเนินต่อไป และคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ ประชาชนอย่างเราๆ ก็คงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ในที่สุด

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าราชการทุกคนตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง การใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อองค์กรเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบยุติธรรมอีกด้วย

การแก้ไขปัญหาทุจริตในเรือนจำเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การสร้างกลไกการตรวจสอบที่เข้มแข็ง การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง จะเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้อย่างยั่งยืน

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมที่สำคัญที่สุดสำหรับข้าราชการ และการกระทำผิดย่อมต้องได้รับผลกรรมในที่สุด

ที่มา – ปลัด ยธ.สั่งเด้ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” หลังจู่โจมตรวจ พบเจ้าหน้าที่เอี่ยวทำผิด

Scroll to top