มารยาททางการเมือง

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง โดยนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือที่รู้จักในชื่อ “กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนระหว่างเดินทางเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 พรรคเล็กที่มี ส.ส. 6 เสียงจากบัญชีรายชื่อและเขตชายแดน พร้อมเติมพลังให้รัฐบาลใหม่หากได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แน่นอน

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

การประกาศครั้งนี้ของ “กังฟู” ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพรรคไทรวมพลังที่เกิดจากฐานเสียงประชาชนชายแดนใต้ ซึ่งผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน “เราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งเอง มารยาททางการเมืองต้องรอให้พรรคใหญ่สุดอย่างพรรคภูมิใจไทยทาบทามก่อน” กังฟูกล่าวอย่างหนักแน่น นโยบายของทั้งสองพรรคมีจุดร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจ หากร่วมมือกันจะทำให้เสียงของชาวชายแดนดังขึ้นในสภาได้แน่นอน

6 เสียงเล็กๆ แต่พลังเต็มเปี่ยม

แม้พรรคไทรวมพลังจะมี ส.ส. เพียง 6 เสียง แต่ “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข โดยย้ำว่าพร้อมสนับสนุนในหลักการเพื่อผลประโยชน์ประชาชน ไม่เล่นตัวหากได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการ เสียงเหล่านี้จะช่วยเติมพลังให้รัฐบาลเข้มแข็ง เดินหน้าแก้ปัญหาเรื้อรังได้เร็วขึ้น เช่น การผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ที่ค้างอยู่ในสภาชุดก่อน รวมถึงร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ พรรคยังมุ่งสะท้อนปัญหาท้องถิ่นในสภา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้ง การค้าชายแดน และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าพุ่งสูง ชาวบ้านจำนวนมากยังลำบาก กังฟูเรียกร้องให้ ส.ส. ทั้ง 500 เสียงช่วยกันขับเคลื่อนวาระนี้ให้เป็นรูปธรรม

ปัญหาชายแดน: ต้องแก้ไขอย่างยั่งยืน

กังฟูแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ปัจจุบันจะนิ่งสงบ แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากฝั่งตรงข้ามมีการยั่วยุหรือเสริมกำลัง ทหารไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความแข็งแกร่งเช่นกัน “ปัญหานี้ไม่ได้แก้ได้ในวันสองวัน ต้องใช้แนวทางยั่งยืน ทั้งงบประมาณ ความมั่นคง และสวัสดิการครอบครัวทหารที่ยังค้างเงินเยียวยา” เขากล่าว พร้อมเชื่อมั่นในกองทัพไทยที่จะปกป้องชาติ

  • ผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล เพื่อเกษตรกร
  • ร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ช่วยลดภาระประชาชน
  • แก้ปัญหาชายแดนแบบยั่งยืน รวมสวัสดิการทหาร
  • ประสานงานระหว่างพรรคเพื่อรัฐบาลเข้มแข็ง

การเคลื่อนไหวของพรรคไทรวมพลังครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเล็กก็มีบทบาทสำคัญในเวทีการเมือง หากรัฐบาลใหม่ก่อตัว จะช่วยให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่ติดขัดจากเสียงข้างมากที่เปราะบาง

สุดท้าย “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข ย้ำว่าพรรคพร้อมจับมือทุกฝ่ายเพื่อประชาชน ชาวชายแดนและคนไทยทั้งประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุด หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมองที่เป็นกลางและวิเคราะห์เชิงลึก

ที่มา – “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข หากได้รับทาบทาม 6 เสียงพร้อมเติมพลังให้รัฐบาล

“อัครา” ยันกระทรวงเกษตรไม่ใช่ของ “กล้าธรรม”

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และว่าที่ ส.ส. พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงประเด็นร้อนว่า “อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม” ย้ำว่าการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายเท่านั้น สร้างความสนใจให้สื่อมวลชนและนักการเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด

“อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม”

การสัมภาษณ์เกิดขึ้นเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอัคราได้ยืนยันจุดยืนของพรรคอย่างหนักแน่น โดยเฉพาะเรื่องกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นพรรคได้ที่นั่งอันดับ 1 อาจจะยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายอัครากล่าวว่า "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของพรรคกล้าธรรม มันเป็นแค่ข่าวลือ และไม่คิดว่าจะสร้างความตะขิดตะขวงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล" เขาย้ำว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการมอบหมายของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของพรรคใดพรรคหนึ่ง

อัครา พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล

ท่าทีพรรคกล้าธรรมต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

นอกจากประเด็นกระทรวงเกษตรแล้ว นายอัครายังพูดถึงการประชุมพรรคกล้าธรรมในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ซึ่งจะกำชับว่าที่ ส.ส. เข้าประชุมให้พร้อมเพรียง โดยยังไม่ทราบวาระแน่ชัด เพราะนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคยังไม่แจ้ง และยังไม่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้เป็นบิดาและประธานที่ปรึกษาพรรค เมื่อถามถึงการยืนยันเข้าร่วมรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี นายอัคราตอบว่า ต้องเป็นไปตามนโยบายคณะกรรมการบริหารพรรค และเป็นมารยาททางการเมืองที่พรรคอันดับ 1 อย่างภูมิใจไทยต้องเชิญมาคุย

สำหรับดีลการเมืองที่ลือกันว่าจะจบในสัปดาห์นี้ นายอัครากล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องรอหัวหน้าพรรคและเลขาธิการ แต่เชื่อมั่นว่าทุกพรรคจะขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ประชาชน โดยเฉพาะในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประชาชนรอคอยการแก้ไขปัญหา

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2569

สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยพรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่ง ส.ส. อันดับ 1 ทำให้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามหลักการ พรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม กำลังถูกจับตาว่าจะต่อยอดพันธมิตรหรือไม่ ประเด็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นจุด敏感เพราะเกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้ใหญ่บ้านของประเทศ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของทั้งสองพรรค การออกมาพูดของนายอัครา ถือเป็นการลดความตึงเครียด และแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

  • พรรคกล้าธรรมยังรอประสานกับภูมิใจไทย โดยเลขาธิการพรรคจะแจ้งในที่ประชุม
  • ยืนยันไม่ตะขิดตะขวงใจระหว่างพรรค เน้นมารยาทการเมือง
  • ทุกอย่างเพื่อประชาชนและเศรษฐกิจ โดยไม่ยึดติดตำแหน่ง

การยืนยันจุดยืนเช่นนี้ช่วยคลายกระแสข่าวลือ และทำให้ภาพรวมการเจรจารัฐบาลราบรื่นยิ่งขึ้น นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมมีโอกาสได้เก้าอี้รัฐมนตรี หากแสดงความยืดหยุ่น

ในมุมมองของผู้เขียน การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายอัครา แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในพรรคกล้าธรรม ที่ไม่ยึดติดผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เน้นผลรวมของชาติ สิ่งนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลไทยชุดใหม่ที่มั่นคง หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการการเมืองเพิ่มเติม หรืออยากรู้วิเคราะห์เจาะลึก สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้ เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม” ย้ำงานบริหารอยู่ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

“กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องราวสุดฮอตจากวงการการเมืองไทยมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ หัวข้อที่กำลังเป็นกระแสแรงสุดๆ เลยก็คือ “กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน เรื่องนี้มาจากปาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีเกษตรฯ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ออกมาเคลียร์ข่าวลือมโนกันยกใหญ่ มาฟังกันว่ามีอะไรบ้าง

“กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างหลังสื่อรอสัมภาษณ์นานครึ่งวัน สยบข่าวที่ว่าพรรคเก็บตัวเงียบหายไปไหน เขาย้ำชัดว่าพรรคกล้าธรรมยังไม่เริ่มดีลจัดตั้งรัฐบาลกับใครทั้งนั้น ต้องรอให้ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง 95% ก่อนเท่านั้นเองครับ เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าดีลกันก่อนเวลาก็เหมือนรีบร้อนเกินไป ไม่มีมารยาทการเมืองเลยนะ

ร.อ.ธรรมนัส บอกแบบชิลๆ ว่าจุดยืนพรรคยืนอยู่ตรงนี้แหละ ก้มมองบันไดกระทรวงเกษตรฯ แล้วพูดติดตลกว่า “จุดยืน ก็ยืนอยู่ที่นี่” สไตล์เขาไม่ใช่คนไปออกหน้าสู่ขอเก้าอี้ใคร มีมารยาทพอที่จะนิ่งๆ รอให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เป็นแกนนำจัดการก่อน พรรคอื่นๆ ที่ไปหานายอนุทิน ชิดชอบ หัวหน้าภท. น่ะ เขามองว่าแค่ไปแสดงความยินดี ไม่ใช่ไปเดินเกมรวบพรรคเล็กมาคัดดันอย่างที่ข่าวลือปั่นกัน

จุดยืนพรรคกล้าธรรมชัดเจน รอ ภท. นำ

เมื่อสื่อถามถึงกระแสข่าวว่าภท. อึดอัดที่จะร่วมกับกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามกลับเลยครับว่า “ได้ยินมาจากใคร?” แล้วเปรียบเทียบว่าอย่าโจมตีพรรคอื่น บ้านเก่าอย่างพปชร. ก็มีตัวเสี้ยมเยอะเหมือนกัน ส่วนข่าวภท. อยากได้กระทรวงเกษตรให้ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” มาบริหารน่ะ เขาบอกว่าเป็นสื่อปั่นเอง ถ้าไม่ได้ยินจากปากเขา หัวหน้าพรรค หรือเลขาฯ ก็ไม่จริงครับ

นักการเมืองสมัยนี้ต้องมีมารยาท ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่ายึดกระทรวงไม่ได้พรุ่งนี้เช้า ถ้าอยู่ต่อก็จะทำนโยบายหาเสียงต่อ แต่ถ้าภท. อยากเอาไปก็ไม่มีปัญหา ขอแค่ทำนโยบายต่อยอดให้ประชาชนประโยชน์ พรุ่งนี้เขาจะประชุมครม. และอาจทานข้าวกับนายอนุทินด้วย สัมพันธ์ยังปึ๊ก ไม่โกรธเคืองกัน ส่วนนายเนวิน ชิดชอบ ขออย่าลากมาเกี่ยว

เตือนสุญญากาศการเมือง ต้องระวัง!

ประเด็นกังวลสุดของ ร.อ.ธรรมนัส คือ “สุญญากาศการเมือง” ถ้าศาลตีว่ากกต. ผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือบัตรเขย่งจนต้องเลือกใหม่ บ้านเมืองจะเดินหน้าไม่ได้ ข้าราชการวางตัวลำบากแน่ แต่พรรคกล้าธรรมพร้อมลุยเลือกตั้งใหม่ คะแนนไม่ลดครับ ต่อมานายเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรค มาก็ยืนยันสั้นๆ ว่าพรรคต้องเป็นรัฐบาลตามความเห็นสมาชิก

  • สรุปจุดเด่นจากคำพูด ร.อ.ธรรมนัส:
  • ไม่ดีลเก้าอี้ รอ กกต.รับรอง
  • สัมพันธ์อนุทินยังดีมาก
  • นิ่งๆ มีมารยาท รอ ภท.นำ
  • ปัดข่าวปั่นจากสื่อ
  • กังวลสุญญากาศ แต่พร้อมลุยใหม่

สถานการณ์การเมืองตอนนี้ตึงเครียดแต่ก็น่าติดตามนะครับ พรรคกล้าธรรมแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ไม่รีบร้อนแย่งชิง แต่อยู่นิ่งๆ รอจังหวะแบบนี้แหละที่ทำให้พรรคดูน่าเชื่อถือ ผมคิดว่าถ้าภท. จัดการได้เร็ว บ้านเมืองเราก็เดินหน้าต่อได้ไม่สะดุด คุณคิดยังไงล่ะ? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ หรือแชร์ประสบการณ์การเมืองที่ชอบที่สุด

ติดตามข่าวอัพเดทการเมืองไทยแบบเรียลไทม์ได้ที่บล็อกเราเลยนะครับ อย่าพลาด!

ที่มา – “กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน

อนุทิน ไล่ โรม: ดูตัวเองก่อน! ชาวบ้านอวยพรนั่งนายกฯต่อ

อนุทิน ไล่ โรม: ดูตัวเองก่อน! ชาวบ้านอวยพรนั่งนายกฯต่อ

“อนุทิน” เย้ย “โรม” กลัวภูมิใจไทย ไล่ไปดูตัวเองก่อน หลังกล่าวหาโหนคำพูด รมต.กัมพูชา เรียกคะแนนนิยม ย้อนอย่าว่าพรรคอื่นด้อยค่า ประเดิมหาเสียงใต้ ชาวบ้านคล้องพวงสะตอ อวยพรนั่งนายกฯ ต่อ

วันที่ 13 ม.ค. 2569 เวลา 19.10 น. ที่ลานหน้าที่ว่าการอำเภอคลองท่อม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน พาดพิงว่านายอนุทินโหนกระแส คำพูด รัฐมนตรีของกัมพูชา มาเรียกคะแนนนิยมให้ตนเอง ว่า นายรังสิมันต์ โรม คงรู้สึกหวั่นไหว แต่ถ้าหากมั่นใจว่า ทำทุกอย่างเพื่อประเทศไทย ประชาชนคนไทย ก็อย่าไปหวั่นไหวเลย ทั้งที่เวลาอยู่ในสภาพูดเก่งพูดกาจ แต่เรื่องนี้กลับหวั่นไหว ขอให้เอาแบบอย่างพรรคภูมิใจไทยบ้าง ที่พูดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่จำเป็นต้องไปพูดอะไรที่ว่าคนอื่น หรือพรรคอื่น ให้เปลืองพื้นที่สมองของประชาชนเปล่าๆ ควรจะพูดว่า จะทำอะไรให้กับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดีควรจะทำ และนายรังสิมันต์ ควรจะทำตามแบบอย่างของพวกตน

เมื่อถามว่า นายรังสิมันต์ โรม บอกว่ารู้สึกผิดหวังที่นำเรื่องนี้มาใช้เรียกคะแนนนิยม นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ไปดูตัวเองให้ดีก่อน ตัวเองทำอะไร สนิทกับใครตั้งเยอะแยะ ตนไม่เคยไปพูดอะไรที่ดิสเครดิตเลย วันนี้ต่างคนต่างทำงานให้กับประชาชน และเอาสิ่งที่อยากทำงานให้ประชาชนมาพูด แล้วไม่ต้องไปให้ร้าย ว่ากล่าวด้อยค่าคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับมารยาทด้วย

เมื่อถามว่าที่นายรังสิมันต์ โรม พูดลักษณะนี้เพราะกลัวพรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบเพียงสั้น ๆ ว่า ก็คงเป็นอย่างนั้น

ทั้งนี้ ภายหลังการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมวันนี้ถึงให้สัมภาษณ์ดุดันจัง นายอนุทิน บอกว่า ไม่ได้ดุ ผู้สื่อข่าวถามย้ำต่อว่า นึกว่ากินสะตอมาแล้วดุ นายอนุทิน จึงบอกว่า กินสะตอ ไม่ได้ดุ แต่ต้องยืนห่างกัน 2 เมตร

ประเดิมหาเสียงใต้ ชาวบ้านคล้องพวงสะตอ อวยพรนั่งนายกฯ ต่อ

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. นายอนุทิน พร้อมด้วยแกนนำพรรคภท. เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะแม่ทัพภาคใต้พรรค นายชาดา ไทยเศรษฐ์ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ และนางศศิธร กิตติธรกุล ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่เดินหาเสียงที่ตลาดต้นปาล์ม ต.คลองท่อม อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อช่วยหาเสียงให้นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน ผู้สมัครสส.กระบี่ เขต 3 พรรคภท.

บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้าตื่นเต้นที่ได้พบนายอนุทิน และเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยจำนวนมาก

บางจังหวะพ่อค้าแม่ค้าไม่กล้าเข้ามาขอนายอนุทินถ่ายรูป โดยน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายอนุทิน ซึ่งเดินทางมาลงพื้นที่ด้วยได้พูดเป็นภาษาใต้ว่า “เดี๋ยวถ่ายให้ค่ะ” พร้อมกับนำโทรศัพท์ของพ่อค้าแม่ค้า ช่วยถ่ายรูปให้

ขณะที่ นายอนุทิน ได้ขอบคุณระหว่างทางมีพ่อค้านำลองกองมาให้และปอกลองกองกินทันที และยังมีชาวบ้านมามอบสะตอมาคล้องคอนายอนุทิน พร้อมบอกว่า “ขอให้ได้ไปต่อ”

จากนั้นนายอนุทิน ยังแวะร้านผัดซีอิ๊ว และซื้อโกยซีหมี่ โรยด้วยหนังไก่ทอด ก่อนจะชิมทันที พร้อมแวะร้านหมึกย่างข้างๆ พร้อมซื้อหมึกย่างแจกคณะผู้ติดตาม ต่อมานายอนุทิน เดินมายังร้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นร้านขายผลไม้ โดยแม่ค้าพยายามชวนให้ซื้อ และชิมส้ม แต่นายอนุทิน ส่ายหน้า เลือกชิม และซื้อชมพู่แทน

ขณะที่มีแม่ค้ามุสลิมในตลาด ได้อวยพรนายอนุทิน ขอให้ได้กลับมาเป็นนายกฯ ต่อ ทำให้นายอนุทินได้อามีนรับพร ด้วยการใช้มือลูบไปที่ใบหน้า และตบศีรษะตัวเองเป็นการรับพร เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการลงพื้นที่ที่เข้าถึงประชาชนของนายอนุทิน และการได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่

เรื่องราวของ อนุทิน ไล่ โรม: ดูตัวเองก่อน! ชาวบ้านอวยพรนั่งนายกฯต่อ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการทำงานของพรรคภูมิใจไทย และการตอบโต้ทางการเมืองที่น่าสนใจ อีกทั้งยังสะท้อนภาพลักษณ์ที่เป็นกันเองและเข้าถึงประชาชนของนายอนุทินได้เป็นอย่างดี การที่ชาวบ้านอวยพรให้นั่งนายกฯ ต่อ ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความนิยมที่นายอนุทินได้รับจากประชาชน

อนุทิน ชาญวีรกูล ยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา การลงพื้นที่พบปะประชาชนและการตอบโต้ประเด็นทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เขาเป็นที่จับตามองของสังคม

อนุทิน ไล่ โรม: ดูตัวเองก่อน! ชาวบ้านอวยพรนั่งนายกฯต่อ เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าสนใจในการเมืองไทย และแสดงให้เห็นถึงสีสันของการแข่งขันทางการเมืองในปัจจุบัน

ที่มา – “อนุทิน” ไล่ “โรม” ดูตัวเองก่อน อย่าว่าพรรคอื่น ดิสเครดิตด้อยค่า-ชาวบ้านอวยพรนั่งนายกฯ ต่อ

Scroll to top