ม็อบกัมพูชา

มทภ.1 คืนที่ดินหนองหญ้าแก้ว ให้ชาวบ้าน

ในที่สุด! มทภ.1 และผู้ว่าฯ ร่วมกันคืนที่ดินให้ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว หลังต้องจากบ้านไปนานกว่า 40 ปี เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่และทุ่นระเบิดเรียบร้อยแล้ว เตรียมกลับไปทำการเกษตร

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และคณะ ได้ลงพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือประชาชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มต้นที่บ้านหนองจาน เพื่อติดตามความคืบหน้าในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน เจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารช่างได้อธิบายแผนปฏิบัติการในการเคลียร์พื้นที่ทุ่นระเบิดบริเวณบ้านหนองจานอย่างละเอียด พันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้อธิบายถึงยุทธวิธีและแผนการรับมือสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเจ้าหน้าที่และประชาชน

พื้นที่ที่ทำการกั้นเพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิดมีขนาดประมาณ 60 ไร่ หรือที่รู้จักกันในนามบ้านกำนันลี ในอดีต พื้นที่นี้เคยเป็นสมรภูมิการสู้รบ และฝ่ายความมั่นคงได้เข้าเคลียร์พื้นที่ไปแล้วบางส่วน

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่อีกประมาณ 64 ไร่ ซึ่งอยู่เลยแนวสแลนดำกั้นออกไป ที่เคยถูกชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอาศัยอยู่จำนวน 135 ครัวเรือน ทางเจ้าหน้าที่กำลังวางแผนเพื่อดำเนินการทวงคืนพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

ไฮไลท์สำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการเดินทางไปยังบ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อมอบที่ดินคืนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในอดีต นายสมพงษ์ วงชมพู ได้รับมอบที่ดินจำนวน 14 ไร่ และนางสมปอง เพชรจิต ได้รับมอบที่ดินจำนวน 14 ไร่ เช่นกัน การคืนที่ดินครั้งนี้ถือเป็นความหวังและความสุขของชาวบ้านที่รอคอยมานาน

นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ที่ดินทั้งสองแปลงนี้ได้รับการตรวจสอบและเคลียร์ทุ่นระเบิดจากทหารเรียบร้อยแล้ว จึงได้ส่งคืนให้กับเจ้าของที่ดินอย่างเป็นทางการ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วกล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านทั้งสองต่างรู้สึกซาบซึ้งและตั้งใจที่จะนำที่ดินไปทำการเกษตรเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว และได้กล่าวขอบคุณทหารและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้พวกเขาสามารถกลับคืนสู่หนองหญ้าแก้วได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปนานเกือบ 40 ปี

มทภ.1 – ผู้ว่าฯ คืนที่ดินให้ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว

การคืนที่ดินให้ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วในครั้งนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและกองทัพในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในอดีต การคืนที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากมาเป็นเวลานาน

ความสำคัญของการคืนที่ดินหนองหญ้าแก้ว

การที่ มทภ.1 และผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วร่วมมือกันคืนที่ดินให้ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วนั้น แสดงให้เห็นความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือในระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว การที่ชาวบ้านสามารถกลับมาทำการเกษตรในที่ดินของตนเองได้ จะช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น นอกจากนี้ การคืนที่ดินยังเป็นการส่งเสริมความสามัคคีและความปรองดองในชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง

การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในอดีตเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การคืนที่ดินให้ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วเป็นเพียงก้าวแรกของการพัฒนาที่ยั่งยืน ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา เช่น การสนับสนุนด้านการเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมการศึกษา เพื่อให้ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต

ที่มา – มทภ.1 – ผู้ว่าฯ คืนที่ดินให้ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว หลังออกจากพื้นที่นานร่วม 40 ปี

บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว: เช้านี้ยังเงียบสงบ


ชายแดนไทย-กัมพูชา “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” ยังเงียบสงบ หลังคณะ IOT ลงพื้นที่ฝั่งกัมพูชา จับตามวลชนจากฝั่งกัมพูชาอาจเคลื่อนไหวช่วงเที่ยงไปจนถึงเย็นวันนี้

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ห่างจากเส้นชายแดนเพียงไม่กี่กิโลเมตร พบว่าเช้าวันนี้สถานการณ์โดยรวมยังคงเงียบสงบ ไม่มีมวลชนทั้งสองฝ่ายออกมารวมตัวเหมือนในช่วงก่อนหน้า

เมื่อคืนที่ผ่านมา มีรายงานว่าฝั่งไทยได้มีการเปิดเสียงหลอน ๆ ตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้เชิงจิตวิทยาต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนฝั่งกัมพูชาในช่วงก่อนหน้า ขณะเดียวกัน คณะไอโอที (IOT) ของกัมพูชาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ส่งผลให้เช้าวันนี้บรรยากาศทั้งสองฝั่งเป็นไปด้วยความเงียบสงบ ไม่มีสัญญาณการรวมตัวของประชาชนหรือมวลชนเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่พบว่าในช่วงเช้ามีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ วิ่งเข้า–ออกภายในหมู่บ้านบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงเช้า คาดว่าเป็นการเคลื่อนไหวของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีการรวมตัวของกลุ่มใดเป็นพิเศษ

ด้านเจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาได้ใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่จากมุมสูง พบว่าบริเวณทั้งสองหมู่บ้านยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดสังเกต ส่วนแนวชายแดนฝั่งกัมพูชาพบเพียงทหารประจำจุดประมาณ 5 นาย ซึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่พบการจัดกำลังเพิ่มเติมหรือเคลื่อนไหวในลักษณะเตรียมพร้อมแต่อย่างใด

รายงานเพิ่มเติมระบุว่า ทหารฝั่งกัมพูชาอาจมีอาการอ่อนเพลียจากการปฏิบัติหน้าที่ตลอดทั้งคืน หลังจากเมื่อคืนเกิดเหตุเสียงดังต่อเนื่องจากฝั่งไทย โดยช่วงเช้ายังไม่มีการสับเปลี่ยนกำลังอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ไทยได้จัดเวรยามเฝ้าระวังแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีก รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด

คาดว่าในช่วงเที่ยงไปจนถึงเย็นวันนี้ จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะมีมวลชนจากฝั่งกัมพูชาเคลื่อนไหวเข้ามาในพื้นที่อีกหรือไม่ หลังจากที่ตลอดสัปดาห์ก่อนมีความพยายามปลุกระดมให้ประชาชนเข้ามาชุมนุมใกล้แนวชายแดน เพื่อกดดันให้ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวไว้ โดยภาพรวมขณะนี้ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาฝั่งอำเภอโคกสูงยังอยู่ในความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายความมั่นคงและกองกำลังบูรพายังคงประจำพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น.

เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นี่

บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

สถานการณ์ล่าสุดที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

สถานการณ์โดยรวมที่ บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงเช้าจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ การเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สถานการณ์ชายแดนยังคงมีความไม่แน่นอน

ที่มา – บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ช่วงเช้าเงียบสงบ ยังไร้สัญญาณมวลชนรวมตัว

ทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เข้ารังวัดที่ดินบ้านหนองจาน

ทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เข้ารังวัดที่ดินบ้านหนองจาน

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 06.00 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ภายใต้กองกำลังบูรพา ได้เข้าควบคุมพื้นที่ชายแดนบ้านหนองจาน ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว อย่างเข้มงวด เพื่อให้การรังวัดที่ดินดำเนินไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยมุ่งเน้นการดูแล ทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เข้ารังวัดที่ดินบ้านหนองจาน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญหลักเขตที่ 46-47 บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับการร้องเรียนจากราษฎรเกี่ยวกับข้อพิพาทสิทธิ์ครอบครองที่ดินในบางแปลง ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว สาขาอรัญประเทศ ต้องเข้าดำเนินการรังวัดอย่างเป็นทางการ ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 จึงถูกมอบหมายให้สนับสนุนภารกิจ โดยจัดกำลังพลเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

รายละเอียดการปฏิบัติการทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัย

หน่วยทหารได้วางแผนการดูแลอย่างรอบคอบ โดยแบ่งกำลังเป็นชุดระวังป้องกันและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) จำนวน 2 ชุด ปฏิบัติการตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยการกระจายกำลังรอบจุดรังวัด ตั้งจุดสังเกตการณ์ และตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อป้องกันการลอบวางสิ่งกีดขวางหรือวัตถุอันตราย นายทหารคนหนึ่งจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 กล่าวว่า “หน้าที่หลักของเราคือการรักษาความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่และประชาชน วันนี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ”

ทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัย

บรรยากาศในพื้นที่แม้จะอ่อนไหวเนื่องจากเป็นเขตชายแดนที่เคยมีปัญหาการอ้างสิทธิ์ที่ดิน แต่โดยรวมแล้วเป็นไปด้วยความสงบ เจ้าหน้าที่ที่ดินทำงานด้วยความระมัดระวัง ขณะที่ชาวบ้านและเจ้าของที่ดินติดตามอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ก่อนหน้านี้เรากังวลเรื่องความขัดแย้ง แต่พอเห็น ทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เข้ารังวัดที่ดินบ้านหนองจาน ก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น การดำเนินงานดูโปร่งใสและปลอดภัย”

การรังวัดที่ดินในครั้งนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมง จนแล้วเสร็จตามขั้นตอนโดยไม่มีรายงานความวุ่นวายหรือการต่อต้านใดๆ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่ดินชายแดนที่ซับซ้อน นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

ความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน

พื้นที่บ้านหนองจานเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากอยู่ระหว่างหลักเขตที่ 46-47 ซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมามีปัญหาการอ้างสิทธิ์ที่ดินเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ทุกการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการปฏิบัติด้านกฎหมายอย่าง ทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เข้ารังวัดที่ดินบ้านหนองจาน ต้องได้รับการจับตาจากทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน

กองกำลังบูรพาได้ย้ำว่า การปฏิบัติการเช่นนี้จะดำเนินต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิ์ของราษฎร ในขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งใหญ่ได้

การรังวัดที่ดิน

จากประสบการณ์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าระบบการทำงานร่วมกันระหว่างทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชน สามารถแก้ไขปัญหาที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณสนใจเรื่องความมั่นคงชายแดนหรือปัญหาที่ดินในพื้นที่อ่อนไหว แนะนำให้ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจบริบทมากขึ้น

  • การคุมเข้มพื้นที่ช่วยป้องกันเหตุร้าย
  • สร้างความมั่นใจให้ชาวบ้าน
  • ลดข้อพิพาทชายแดน

โดยรวมแล้ว การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาที่ดินเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการจัดการพื้นที่ชายแดนในอนาคต หวังว่ารัฐบาลจะขยายรูปแบบการทำงานเช่นนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อความสงบสุขของประชาชนทุกคน

ที่มา – ทหารคุมเข้ม ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เข้ารังวัดที่ดินบ้านหนองจาน

บ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว ยังเงียบสงบ พบทหารกัมพูชาตรึงพื้นที่

บ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว ยังเงียบสงบ พบทหารกัมพูชาตรึงพื้นที่ ตามคำสั่ง “กำนันลี”

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ยังคงอยู่ในความสงบเรียบร้อย แม้ว่าจะมีรายงานการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่ตรึงกำลังในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วตามคำสั่งของ “กำนันลี” ผู้นำท้องถิ่นฝั่งกัมพูชา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในขณะนี้ แต่เจ้าหน้าที่ไทยยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ภาพชายแดนไทย-กัมพูชา

บ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว ยังเงียบสงบ พบทหารกัมพูชาตรึงพื้นที่

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ว่าบ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว ยังเงียบสงบ พบทหารกัมพูชาตรึงพื้นที่ตามคำสั่งของ “กำนันลี” โดยในบริเวณบ้านหนองจาน มีเจ้าหน้าที่กัมพูชาประจำการอยู่ประมาณ 8-10 นาย ขณะที่บ้านหนองหญ้าแก้ว มีกำลังพลมากขึ้นราว 20-25 นาย นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านและทหารกัมพูชาบางส่วนที่ถูกสั่งให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวฝั่งไทยทั้งกลางวันและกลางคืน

การตรึงกำลังนี้เกิดขึ้นภายใต้คำสั่งของ “กำนันลี” ซึ่งเป็นผู้นำท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสถานการณ์และมวลชนฝั่งกัมพูชา ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า กำนันลีมักสั่งการให้เกิดการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวลือเรื่องข้อพิพาทชายแดน สถานการณ์แบบนี้ทำให้ชาวบ้านไทยในละแวกใกล้เคียงรู้สึกกังวล แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

การเฝ้าระวังจากฝั่งไทย

ด้านเจ้าหน้าที่ไทย ได้จัดกำลังพลลาดตระเวนชายแดนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้าตรู่ โดยใช้เทคโนโลยีโดรนบินตรวจสอบพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบการรวมตัวของมวลชนกัมพูชาหรือสิ่งผิดปกติใดๆ การเฝ้าระวังนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความมั่นคงชายแดน ที่ไทยทำมาตลอดเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไทยยืนยันว่าพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ หากเกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งอาจมีกลุ่มมวลชนกัมพูชานัดรวมตัวในช่วงบ่าย ทำให้จำนวนผู้คนเพิ่มขึ้น คาดการณ์ว่าอาจมีผู้คนมากกว่า 50-100 คนในพื้นที่ หากเกิดขึ้นจริง เจ้าหน้าที่จะเพิ่มกำลังพลและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ภาพเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังชายแดน

บทบาทของ “กำนันลี” ในสถานการณ์ชายแดน

“กำนันลี” หรือชื่อจริงนายลี อายุราว 50 ปี เป็นผู้นำชุมชนท้องถิ่นฝั่งกัมพูชาที่มีอิทธิพลสูงในพื้นที่ชายแดน เขามีบทบาทในการประสานงานระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องข้อพิพาทที่ดินและชายแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ชาวบ้านฝั่งไทยบางคนเคยเล่าว่า กำนันลีเป็นคนที่สั่งการให้เกิดการชุมนุมหลายครั้งในอดีต เพื่อกดดันฝั่งไทยในประเด็นดินแดน

  • สั่งการตรึงกำลังทหารและชาวบ้านเฝ้าติดตาม
  • ควบคุมมวลชนในช่วงวันหยุด
  • มีบทบาทในข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

แม้สถานการณ์จะสงบ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชายแดนแนะนำให้ชาวบ้านในพื้นที่หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ชายแดนโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระหว่างไทยและกัมพูชาผ่านช่องทางทางการทูต เพื่อลดความตึงเครียด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์บ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว ยังเงียบสงบ พบทหารกัมพูชาตรึงพื้นที่ ตามคำสั่ง “กำนันลี” แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังชายแดนอย่างต่อเนื่อง การที่ทั้งสองฝ่ายยังคงสงบแสดงถึงความพยายามในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี หากคุณสนใจข่าวสารชายแดนเพิ่มเติม สามารถติดตามบทความของเราได้ทุกวัน เพื่ออัปเดตล่าสุด

ที่มา – บ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว ยังเงียบสงบ พบทหารกัมพูชาตรึงพื้นที่ ตามคำสั่ง “กำนันลี”

“กำนันลี” โผล่ยั่วยุสื่อไทยที่บ้านหนองหญ้าแก้ว

“กำนันลี” โผล่ประชิด “บ้านหนองหญ้าแก้ว” ยั่วยุ ท้าทายสื่อฝั่งไทย มีวอร์เรียกแก๊งแครอท

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด โดยเฉพาะบริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ทีมประชาสัมพันธ์กองทัพบกนำโดย พ.อ.สิทธิชัย ชัยวงศ์ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการและสารสนเทศ ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก พาสื่อมวลชนลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงอธิปไตยของไทยในพื้นที่ดังกล่าว

“กำนันลี” โผล่ประชิด “บ้านหนองหญ้าแก้ว” ยั่วยุ ท้าทายสื่อฝั่งไทย มีวอร์เรียกแก๊งแครอท

บรรยากาศที่บ้านหนองจานเงียบผิดปกติ ชาวกัมพูชาเก็บตัวไม่เคลื่อนไหว หลังจากคณะ IOT (International Observer Team) ลงพื้นที่ฝั่งกัมพูชา ทหารกัมพูชาที่ตรึงกำลังอยู่รีบวิ่งมาถ่ายภาพสื่อไทยทันทีที่เห็นการเคลื่อนไหว พ.อ.สิทธิชัย อธิบายว่าพื้นที่นี้เป็นของไทยมาโดยตลอด แม้จะถูกบุกรุกมานานกว่า 40 ปี แต่ปัจจุบันมีการกั้นสแลนดำและลวดหนามชัดเจน มวลชนกัมพูชาวันนี้ดูเงียบเหงา คาดว่าเพราะ IOT ลงพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำการแสดงออกแบบปกติ

จากข้อมูลพบว่ามีบ้านหลายหลังในพื้นที่ที่ถูกกำนันลี ซึ่งมีอดีตภรรยาเป็นคนไทย กว้านซื้อและครอบครอง แม้จะอยู่ในอธิปไตยไทย แต่เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำม็อบกัมพูชา การเคลื่อนไหวของเขาในพื้นที่นี้สร้างความกังวลให้เจ้าหน้าที่ไทย

ความเคลื่อนไหวยั่วยุของกำนันลีและมวลชนกัมพูชา

เมื่อคณะสื่อไทยย้ายไปยังบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านเปรยจันของกัมพูชา พื้นที่นี้ถูกมองว่าเป็นจุดที่กัมพูชาใช้มวลชนเป็นโล่มนุษย์เพื่อยั่วยุและสร้างภาพลักษณ์ต่อนานาชาติ ทหารไทยพยายามสื่อสารว่าบริเวณเขตแดน 42-43 เป็นของไทย แต่ถูกบุกรุกมานาน

จากภาพมุมสูงก่อนลงพื้นที่ ไม่เห็นมวลชนกัมพูชาเคลื่อนไหว แต่พอสื่อไทยเข้าใกล้ เสียงวอร์จากเจ้าหน้าที่ดังขึ้นว่ามีชาวกัมพูชาหลายสิบคนมารวมตัวหน้าแนวลวดหนามทันที ราวกับนัดหมายกันไว้ พวกเขายืนสังเกตการณ์ ถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิง คนชรา และพระสงฆ์

ไม่นาน “กำนันลี” ในชุดหมวกครีม ถือวอร์ ก็โผล่มาประชิดแนว สังเกตการณ์ฝั่งไทย เขายั่วยุด้วยการกวักมือเรียกท้าทายให้เข้าไปใกล้ บางช่วงยังวอร์เรียกมวลชนเพิ่มเติม โดยให้ยืนสแตนด์บายหลังสแลนดำ รวมถึงพระสงฆ์ที่นั่งเต็มหลังกระบะ คาดว่าเพราะวันนี้ IOT ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ทำให้มวลชนไม่กล้าเคลื่อนไหวรุนแรง

ภาพกำนันลีที่บ้านหนองหญ้าแก้ว

นอกจากนี้ เด็กกัมพูชาบางคนชูนิ้วกลางแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อคณะไทย และยังมีป้ายข้อความเดิมที่ระบุว่า “เราทุกคนต่อต้านฝ่ายไทยที่รุกรานดินแดนราชอาณาจักรกัมพูชา” การนำผู้หญิง เด็ก คนชรา และพระมาประชิดแนวแบบนี้ ทำให้เกิดคำถามว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ โดยเฉพาะหลักการใช้พลเรือนและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เจ้าหน้าที่ไทยเรียกร้องให้องค์กรนานาชาติตรวจสอบ

ภาพมวลชนกัมพูชาที่แนวชายแดน

จากภาพมุมสูงของตำรวจนครบาล ยังเห็นพระและมวลชนขนเสบียงที่ท้ายกระบะ เตรียมสำหรับการปักหลักยาวนาน สถานการณ์ “กำนันลี” โผล่ประชิด “บ้านหนองหญ้าแก้ว” ยั่วยุ ท้าทายสื่อฝั่งไทย มีวอร์เรียกแก๊งแครอท แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ซับซ้อนของฝั่งกัมพูชาในการใช้ประชาชนเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง

  • มวลชนกัมพูชาเงียบเมื่อ IOT ลงพื้นที่
  • กำนันลีกวักมือท้าไทยและเรียกมวลชนเพิ่ม
  • ใช้เด็กและผู้หญิงเป็นโล่มนุษย์?
  • ทหารกัมพูชาถ่ายภาพสื่อไทยทันที

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังชายแดนและการสื่อสารข้อเท็จจริงจากฝั่งไทย เพื่อป้องกันการบิดเบือนจากฝั่งตรงข้าม ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาต้องการการเจรจาที่โปร่งใสจากทั้งสองฝ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น หากปล่อยให้ยืดเยื้อ อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและชีวิตชาวบ้านในพื้นที่

ติดตามสถานการณ์ล่าสุดและข่าวสารชายแดนเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “กำนันลี” โผล่ประชิด “บ้านหนองหญ้าแก้ว” ยั่วยุ ท้าทายสื่อฝั่งไทย มีวอร์เรียกแก๊งแครอท

บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติ

สถานการณ์ชายแดนเช้านี้ที่บ้านหนองจาน ไม่พบความผิดปกติ มีเพียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยจากฝั่งกัมพูชา โดยทหารกัมพูชาบางส่วนได้ถ่ายรูปทหารไทยขณะลาดตระเวน คาดการณ์ว่าช่วงบ่ายวันนี้กัมพูชาอาจจะมีการเพิ่มกำลังคนเข้ามาในพื้นที่

บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่พบความผิดปกติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ที่ชายแดนบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พบว่ามีเพิงพักของชาวกัมพูชาตั้งอยู่ใกล้กับหลักเขตที่ 46 ซึ่งคาดว่าเป็นที่พักของชาวกัมพูชาและทหารกัมพูชา

ภาพจากโทรศัพท์มือถือที่เจ้าหน้าที่ไทยบันทึกไว้ขณะลาดตระเวน เผยให้เห็นทหารกัมพูชาและกลุ่มคนบริเวณชายแดนที่กำลังถ่ายรูปความเคลื่อนไหวของฝั่งไทย สำหรับบริเวณรั้วลวดหนามบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่พบความผิดปกติและยังไม่มีความเคลื่อนไหวของชาวกัมพูชา

ในส่วนของฝั่งไทย มีประชาชนทั้งในพื้นที่และจากจังหวัดอื่นๆ ทยอยเดินทางมาให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

ป้าน้อยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราตั้งใจทำอาหารมาให้ทหาร เพราะพวกเขาก็เหมือนลูกหลานของเรา อยากให้พวกเขามีกำลังใจ และรู้ว่าชาวบ้านทุกคนอยู่เคียงข้างเสมอ”

สำหรับสถานการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนจากฝั่งกัมพูชาเพียงเล็กน้อย คาดการณ์ว่าในช่วงบ่ายวันนี้ กัมพูชาจะทำการเกณฑ์คนจากภายนอกเข้ามาในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงของไทยได้เตรียมพร้อมกำลังพลเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุดที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ล่าสุดที่ชายแดนบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่พบความผิดปกติที่น่ากังวล แม้จะมีความเคลื่อนไหวบ้างเล็กน้อยจากฝั่งกัมพูชา ทั้งการถ่ายภาพของทหารไทยและการตั้งเพิงพักใกล้หลักเขต แต่ทางการไทยก็มีการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด การที่ประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความห่วงใยที่คนไทยมีต่อทหารกล้าที่ปกป้องประเทศชาติ

สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือ สถานการณ์ในช่วงบ่ายวันนี้ ตามที่คาดการณ์ว่ากัมพูชาจะมีการเกณฑ์คนเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ชายแดนได้ ฝ่ายความมั่นคงของไทยจะต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบและดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์

การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน การสนับสนุนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ

ที่มา – บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่พบความผิดปกติ คาดกัมพูชาเกณฑ์คนเข้าพื้นที่ช่วงบ่าย

ม็อบกัมพูชาบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว: ไทยเฝ้าระวัง

สถานการณ์ล่าสุด (23 ก.ย.) พบว่า ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ในจังหวัดสระแก้วอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พบว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรวมตัวของกลุ่มคนที่ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณใกล้หลักเขตที่ 46 พบกำลังพลกัมพูชา (กพช.) ประมาณ 30-40 นาย ยังคงปักหลักเฝ้าระวังในพื้นที่ มีการจัดเวรยามและใช้เพิงพักชั่วคราวเป็นที่พักอาศัย ส่วนในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พบชาวกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ประมาณ 40-50 คน โดยมีทั้งทหารและตำรวจที่ประจำการตามแนวชายแดน และชาวบ้านที่เข้ามารวมตัวกันที่เพิงพักบริเวณชายแดนเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวในฝั่งกัมพูชา โดยมีพระผู้ใหญ่ เจ้าคณะเขต เจ้าอาวาส และพระสังฆาธิการจากหลายจังหวัด เช่น จังหวัดบันเตียเมียนเจย (บันทายมีชัย), พระตะบอง, อุดรมีชัย, พระวิหาร, เสียมราฐ และโพธิ์สัตว์ เดินทางมาร่วมลงพื้นที่ พร้อมทั้งนำสิ่งของบริจาค เช่น อาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นอื่นๆ มามอบให้แก่ชาวบ้านและเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว

สถานการณ์ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางความเคลื่อนไหวและความเป็นไปได้ในอนาคต พร้อมทั้งยืนยันที่จะปกป้องอธิปไตยตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบเหตุการณ์ความรุนแรงหรือสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ไทยถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันเหตุไม่คาดฝัน และรักษาสันติภาพในพื้นที่ชายแดน การที่ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

ที่มา – ​ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ฝ่ายไทยเฝ้าระวัง 24 ชม.

กห. ลั่นเอาผิด หากกัมพูชาไม่ย้ายคนออกจากสระแก้ว

โฆษกกระทรวงกลาโหมย้ำชัด ต้องดำเนินการทางกฎหมายหากถึงเส้นตาย 10 ตุลาคม แล้วกัมพูชายังไม่ส่งแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเส้นตายวันที่ 10 ตุลาคม ที่กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา ส่งแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ตลอดแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว หากฝั่งกัมพูชายังคงนิ่งเฉย จะมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรบ้าง ว่า ตามข้อตกลงของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ในพื้นที่ ไปหารือระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองกำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุยกัน และยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ จึงต้องปล่อยให้การเจรจาเป็นไปในระดับพื้นที่ก่อน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า หากมีการรุกล้ำอธิปไตย ก็มีกฎหมายบังคับใช้ในข้อหารุกล้ำอธิปไตยของไทย ซึ่งประเทศไทยสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที หากยังคงมีการรุกล้ำอยู่เช่นเดิม ก็จะดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่ดูแลเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดน และเชื่อว่าสถานการณ์นี้จะไม่น่าเป็นห่วง

ต้องเอาผิดทางกฎหมาย หากถึงเดดไลน์แล้วกัมพูชาไม่อพยพคนออกจากสระแก้ว

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องของการรุกล้ำอธิปไตยและการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย การที่โฆษกกระทรวงกลาโหมออกมาประกาศชัดเจนถึงมาตรการทางกฎหมายที่จะบังคับใช้ หากกัมพูชาไม่ดำเนินการตามข้อตกลง ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปกป้องอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ความสำคัญของการดำเนินการทางกฎหมาย หากกัมพูชาไม่ดำเนินการตามข้อตกลง

การบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่กัมพูชาไม่ดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลายด้าน:

  • การปกป้องอธิปไตย: การรุกล้ำอธิปไตยเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และการดำเนินการทางกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตย
  • ความปลอดภัยของประชาชน: การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การที่กัมพูชาไม่ดำเนินการตามข้อตกลง อาจส่งผลให้ประชาชนได้รับอันตราย
  • ความน่าเชื่อถือของข้อตกลง: การบังคับใช้กฎหมาย จะช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของข้อตกลงระหว่างประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือที่ดีระหว่างประเทศ

การที่กระทรวงกลาโหมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการทางกฎหมายหากถึงกำหนดเส้นตายแล้วกัมพูชา ไม่ส่งแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ถือเป็นท่าทีที่ชัดเจนในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจา ยังคงเป็นแนวทางที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศและความสงบสุขตามแนวชายแดน

การดำเนินการดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝั่ง การเจรจาและการหาทางออกร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

โฆษก กห. ลั่นต้องเอาผิดทางกฎหมาย หากถึงเดดไลน์แล้วกัมพูชาไม่อพยพคนออกจากสระแก้ว เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา

ที่มา – โฆษก กห. ลั่นต้องเอาผิดทางกฎหมาย หากถึงเดดไลน์แล้วกัมพูชาไม่อพยพคนออกจากสระแก้ว

กัมพูชาระดมม็อบป่วนชายแดนสระแก้ว: เริ่มแล้ว!


สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่จังหวัดสระแก้วเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกัมพูชาเริ่มระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว โดยมีรายงานการเสริมกำลังด้วยกลุ่มที่เรียกว่า “แก๊งแครอท” เข้ามาในพื้นที่

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นที่บริเวณบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 โดยมีรายงานว่าผู้นำท้องถิ่นของกัมพูชาได้นัดหมายประชาชนให้มารวมตัวกันใกล้กับแนวรั้วลวดหนามชายแดน

กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ได้เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยมีพระสงฆ์ชาวกัมพูชานำหน้า ตามด้วยชาวบ้านทั้งชายหญิง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ รวมแล้วกว่า 100 คน เดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ

กลุ่มคนเหล่านี้เดินทางมาจากหมู่บ้านเปรยจันและหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อมาปักหลักอาศัยในเพิงพักชั่วคราวบริเวณชายแดนฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามกับบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของไทยระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นไปตามรายงานที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ว่าจะมีการนัดหมายกลุ่มชาวบ้านจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาเพื่อกดดันทางการไทยอย่างต่อเนื่อง

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกลุ่มมวลชนทยอยเดินทางเข้ามาปักหลักพักค้างคืนในพื้นที่ชายแดน และมีการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ สถานการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมจากฝั่งกัมพูชาว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากนายอุม เรีย ตรัย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในจังหวัด รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นแจกจ่ายแก่กลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไม่จำกัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนที่เข้ามาปักหลักจะสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ต่อเนื่อง

ด้านการรักษาความปลอดภัย กองกำลังบูรพาได้จัดกำลังลาดตระเวนอย่างเข้มงวด พร้อมนำโดรนบินตรวจสอบความเคลื่อนไหวตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำที่เป็นการยั่วยุหรือใช้ความรุนแรงจากฝั่งกัมพูชา แต่บรรยากาศโดยรวมเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สถานการณ์ล่าสุด: กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว

เจ้าหน้าที่ไทยยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การที่ กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว ครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงในภูมิภาคได้

การเสริมกำลังด้วย “แก๊งแครอท” หรือกลุ่มคนที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจและต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

สำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องจัดการด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ การเจรจาและการพูดคุยกันด้วยเหตุผล น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้

ที่มา – เริ่มแล้ว กัมพูชา ระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว เสริมกำลังด้วย “แก๊งแครอท”

Scroll to top