ยกระดับเตือนภัย

โคลอมเบียช็อก! ภูเขาไฟปูราเซปะทุ ยกระดับเตือนภัย

ประชาชนในเมืองโปปายันและพื้นที่ใกล้เคียงต่างตื่นตระหนก หลังภูเขาไฟปูราเซปะทุ ในโคลอมเบีย ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1977 จนต้องยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ “สีส้ม”

ภาพวิดีโอจากโคลอมเบีย Geological Service เผยให้เห็นลาวาร้อนจัด เถ้าภูเขาไฟ และควันหนาทึบพวยพุ่งจากปล่องภูเขาไฟอย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งข่าวระบุว่า เมืองโปปายันซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 28 กิโลเมตร ยังได้รับผลกระทบจากเถ้าภูเขาไฟที่ปลิวมาถึงตัวเมืองเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ไฆเม ไรโกซา ผู้ประสานงานศูนย์สังเกตการณ์ภูเขาไฟและแผ่นดินไหวแห่งโปปายัน ระบุว่าในช่วงหลายวันก่อนหน้า เจ้าหน้าที่พบ การปล่อยเถ้าเกิดขึ้นหลายครั้งต่อวัน กระทั่งเกิดแผ่นดินไหวแบบไฮบริด ซึ่งเกิดจากการแตกตัวของหินและการเคลื่อนที่ของของไหลภายในภูเขาไฟ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากระบวนการปะทุกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

โดยไรโกซาระบุว่า จากการปล่อยเถ้าครั้งล่าสุด ทำให้ตระหนักว่าการเตือนภัยระดับสีเหลืองไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะขั้นตอนการปะทุกำลังทวีความรุนแรง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตั้งอุปกรณ์ติดตามเถ้าภูเขาไฟและตรวจสอบความร้อนบริเวณปากปล่องอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับคำแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นเถ้า และติดตามประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง

ปูราเซเป็นภูเขาไฟที่มีประวัติการปะทุยาวนาน แต่ไม่มีการปะทุครั้งสำคัญมาตั้งแต่ปี 1977 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มีบันทึกการพ่นเถ้าอย่างเป็นทางการ ก่อนที่การปะทุครั้งล่าสุดนี้จะเกิดขึ้นและสร้างความหวาดวิตกในวงกว้าง เนื่องจากพื้นที่รอบภูเขาไฟมีชุมชนอาศัยจำนวนมาก ขณะที่เถ้าภูเขาไฟสามารถกระทบระบบทางเดินหายใจและคุณภาพอากาศ ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นเตือนว่าควรเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายขึ้น หากแรงสั่นสะเทือนหรือการปล่อยเถ้าทวีความรุนแรงในช่วงวันถัดไป

โคลอมเบียช็อก! ภูเขาไฟปูราเซปะทุ ยกระดับเตือนภัย

สถานการณ์ล่าสุดนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ภูเขาไฟปูราเซปะทุ การยกระดับเตือนภัยเป็นสีส้มบ่งบอกถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น และจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ทำไมการปะทุของภูเขาไฟปูราเซถึงน่ากังวล?

การปะทุของภูเขาไฟนั้นมาพร้อมกับความเสี่ยงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น:

  • อันตรายจากเถ้าภูเขาไฟ: เถ้าภูเขาไฟสามารถก่อให้เกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจ ทำลายพืชผลทางการเกษตร และสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐาน
  • การปนเปื้อนแหล่งน้ำ: เถ้าภูเขาไฟและสารปนเปื้อนอื่นๆ สามารถปนเปื้อนแหล่งน้ำ ทำให้ไม่สามารถใช้น้ำดื่มได้
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ: การปะทุครั้งใหญ่สามารถปล่อยก๊าซและอนุภาคจำนวนมากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในระยะยาว

ดังนั้น การติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ภูเขาไฟปูราเซปะทุ ควรทำดังนี้:

  • เตรียมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองและแว่นตา
  • สำรองน้ำดื่มและอาหารแห้ง
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพหากจำเป็น

สถานการณ์ ภูเขาไฟปูราเซปะทุ ครั้งนี้นับเป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมและมีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – โคลอมเบียช็อก ยกระดับเตือนภัยเป็นสีส้ม หลังภูเขาไฟปูราเซปะทุครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชา ปมนักศึกษาถูกฆ่า!

รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อแสดงความกังวลกรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ถูกสังหารในกัมพูชา และหลอกลวงที่มุ่งเป้าหมายไปที่ชาวเกาหลีใต้ พร้อมยกระดับเตือนการเดินทาง เรื่องนี้กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2568 กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อประท้วงกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศกัมพูชา และได้ยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เนื่องจากคดีหลอกลวงทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้

นาย โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้แสดงความกังวลต่อ นายควน โพน รัตนาก เอกอัครราชทูตกัมพูชา เรื่องการหลอกลวงเรื่องงานและการควบคุมตัวพลเมืองชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งออกมาตรการที่รวดเร็วและปฏิบัติได้จริงเพื่อกำจัดการหลอกลวงทางออนไลน์

ด้านนายควนกล่าวว่า เขาเข้าใจถึงความกังวลและจุดยืนของรัฐบาลเกาหลีใต้ และจะรายงานเรื่องนี้ให้รัฐบาลของเขาทราบ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า นักศึกษาหนุ่มชาวเกาหลีใต้วัย 23 ปี เดินทางไปยังกัมพูชาเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม โดยบอกกับครอบครัวในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ ว่า จะเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการ

แต่ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรายนี้ก็ได้รับโทรศัพท์จากชายปริศนา พูดภาษาเกาหลีสำเนียงจีนอ้างว่า พวกเขาจับตัวนักศึกษารายนี้เอาไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 50 ล้านวอน (ราว 1.15 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการปล่อยตัว

ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรีบแจ้งต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจทันที แต่การติดตามคดีเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งในวันที่ 8 ส.ค. มีการพบศพนักศึกษารายนี้ใกล้กับภูเขาบกกอร์ จังหวัดกำปอต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับสถานทูตกัมพูชายืนยันว่า เขาเสียชีวิตจากการหัวใจวายเนื่องจากการทรมานและความเจ็บปวดแสนสาหัส

ในแถลงการณ์อีกฉบับเมื่อวันศุกร์ (10 ต.ค. 2568) กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2 ให้เป็นระดับ “พิเศษ” โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น.วันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ คำเตือนการเดินทางระดับ “พิเศษ” ของเกาหลีใต้ เทียบเท่ากับระดับ 2.5 จากทั้งหมด 4 ระดับ หมายความว่า ให้พลเรือนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองที่ถูกประกาศ หรือให้พลเรือนออกจากเมืองดังกล่าวหากอยู่ที่นั่น โดยจะมีผลบังคับใช้นาน 90 วัน และสามารถขยายเวลาได้หากจำเป็น

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตระหนักถึงความเสี่ยงในการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้น เราควรติดตามข่าวสารและคำเตือนการเดินทางอย่างใกล้ชิด

ทำไมเกาหลีใต้ถึงเรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า?

การตัดสินใจของเกาหลีใต้ในการเรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง เป็นการแสดงออกถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้ในกัมพูชา นอกจากนี้ยังเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการเตือนใจให้ระมัดระวังในการรับข้อเสนอเกี่ยวกับการทำงานหรือการท่องเที่ยวที่ดูดีเกินจริง และควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทางไปยังต่างประเทศ

เราควรทำอย่างไรเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ:

  • ลงทะเบียนกับสถานทูตหรือสถานกงสุล
  • แจ้งแผนการเดินทางให้ครอบครัวหรือเพื่อนสนิททราบ
  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไป
  • ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว
  • ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลทันทีหากมีปัญหา

เรื่อง เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ และควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ

ที่มา – เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

Scroll to top