รถโดยสารสาธารณะ

รัฐบาลยกระดับความปลอดภัย ห้ามดัดแปลงรถโดยสาร คุมเข้มตัวถัง

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวกันมาบ้างแล้วนะครับว่าตอนนี้ทางภาครัฐได้ขยับมาตรการให้เข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับการดูแลพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ โดยล่าสุดได้มีการประกาศกฎหมายใหม่เพื่อจัดระเบียบและเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น กับประเด็น รัฐบาลยกระดับความปลอดภัย ห้ามดัดแปลงรถโดยสาร คุมเข้มดัดแปลงตัวถัง-คัสซี ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากรถที่มีโครงสร้างไม่ได้มาตรฐานครับ

รัฐบาลยกระดับความปลอดภัย ห้ามดัดแปลงรถโดยสาร คุมเข้มดัดแปลงตัวถัง-คัสซี ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ

ปัญหาการดัดแปลงสภาพรถโดยสารโดยไม่ผ่านการรับรองจากวิศวกรถือเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงแข็งแรงของรถ กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎระเบียบใหม่ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งนโยบาย รัฐบาลยกระดับความปลอดภัย ห้ามดัดแปลงรถโดยสาร คุมเข้มดัดแปลงตัวถัง-คัสซี ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ ฉบับนี้ครอบคลุมทั้งขั้นตอนการขออนุญาตและการควบคุมงานโดยวิศวกรมืออาชีพ

ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ

หากเจ้าของรถหรือผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องแก้ไขตัวถังหรือคัสซี ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เข้มงวด ดังนี้:

  • ก่อนดำเนินการ: ต้องยื่นเอกสารขออนุญาตต่อกรมการขนส่งทางบก พร้อมแบบแปลนจากวิศวกรระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
  • ระหว่างดำเนินการ: ต้องมีการควบคุมงานให้ตรงตามแบบแปลนที่ได้รับอนุมัติ และต้องมีการถ่ายภาพหลักฐานการทำงานไว้ทุกขั้นตอน
  • หลังดำเนินการ: รวบรวมเอกสารการรับรองจากวิศวกรเพื่อยื่นต่อนายทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ในส่วนของอู่ต่อตัวถังนั้น จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าอู่ที่รับงานมีระบบคุณภาพรองรับ สิ่งสำคัญคือหากพบว่ามีการฝ่าฝืนดัดแปลงรถโดยไม่แจ้งให้ถูกต้องตามหลักการที่ รัฐบาลยกระดับความปลอดภัย ห้ามดัดแปลงรถโดยสาร คุมเข้มดัดแปลงตัวถัง-คัสซี ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ ได้กำหนดไว้ ผู้กระทำผิดจะมีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 50,000 บาท หรืออาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงอาจถูกยึดรถเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยได้ทันทีครับ

ในมุมมองของผม มาตรการนี้เป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะเป็นการฝากชีวิตของผู้โดยสารไว้กับมาตรฐานความปลอดภัยที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่การประกอบรถราคาถูกที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การเข้มงวดกับอู่และตัวรถจึงเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในไทยมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคนครับ หากผู้ประกอบการท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบบัญชีอู่ที่ผ่านการรับรองได้ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกครับ

ที่มา – รัฐบาลยกระดับความปลอดภัย ห้ามดัดแปลงรถโดยสาร คุมเข้มดัดแปลงตัวถัง-คัสซี ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ

ชวนเที่ยววันหยุดยาวปลาย ก.ค. บขส. จัดรถวันละ 6,200 เที่ยว ย้ำไม่มีตกค้าง

ชวนเที่ยววันหยุดยาวปลาย ก.ค. บขส. จัดรถวันละ 6,200 เที่ยว ย้ำไม่มีตกค้าง

ใครที่กำลังวางแผนเดินทางในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เตรียมตัวให้พร้อมได้เลยครับ เพราะทางบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ได้ออกมาประกาศเตรียมความพร้อมเต็มที่ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้พักผ่อนและช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นไปในตัว

รายละเอียดการให้บริการ ชวนเที่ยววันหยุดยาวปลาย ก.ค. บขส. จัดรถวันละ 6,200 เที่ยว ย้ำไม่มีตกค้าง

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เปิดเผยถึงมาตรการรองรับผู้โดยสารในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 25 – 30 กรกฎาคม 2569 โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางเฉลี่ยวันละ 100,000 คน ทาง บขส. จึงได้ดำเนินนโยบาย ชวนเที่ยววันหยุดยาวปลาย ก.ค. บขส. จัดรถวันละ 6,200 เที่ยว ย้ำไม่มีตกค้าง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพี่น้องประชาชนทุกคนจะได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยและเพียงพอต่อความต้องการ

นอกเหนือจากการเพิ่มจำนวนเที่ยวรถแล้ว บขส. ยังให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ดังนี้:

  • ตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถโดยสารและอุปกรณ์ส่วนควบทุกคันก่อนออกให้บริการ
  • พนักงานขับรถต้องผ่านการตรวจระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติดให้เป็นศูนย์
  • จัดพนักงานขับรถ 2 คน ในเส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางเกิน 4 ชั่วโมง
  • กำชับให้ผู้ประกอบการรถร่วมฯ ปฏิบัติตามกฎจราจรและควบคุมความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด

การเดินทางท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งสาธารณะนอกจากจะช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับรถเองแล้ว ยังเป็นการร่วมกันช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างอาชีพให้กับพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เพื่อความรวดเร็วในการเดินทาง ผมแนะนำให้ทุกท่านวางแผนล่วงหน้าและจองตั๋วโดยสารผ่านช่องทางที่กำหนด รวมทั้งอย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนครับ

หากใครยังไม่มีเป้าหมายว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ช่วงวันหยุดยาวปลายกรกฎาคมนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับการทำบุญหรือพักผ่อนกับครอบครัว ลองเลือกใช้บริการรถโดยสารสาธารณะแล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดต่างๆ ทั่วไทยกันดูนะครับ รับรองว่าการเดินทางครั้งนี้จะช่วยเติมพลังให้คุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว!

ที่มา – ชวนเที่ยววันหยุดยาวปลาย ก.ค. บขส. จัดรถวันละ 6,200 เที่ยว ย้ำไม่มีตกค้าง

“สิริพงศ์” เชื่อร่างกู้เงิน 4 แสนล้าน ผลวินิจฉัยบวก-ชงแผนผ่านรถโดยสาร เป็น EV กลาง ก.ค. นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวอัปเดตที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองและพลังงานมาฝากกันครับ เมื่อคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้ออกมาเผยความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับโครงการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ และรถรับจ้างต่างๆ ให้กลายเป็นรถ EV เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำว่า “สิริพงศ์” เชื่อร่างกู้เงิน 4 แสนล้าน ผลวินิจฉัยบวก-ชงแผนผ่านรถโดยสาร เป็น EV กลาง ก.ค. นี้ อย่างแน่นอน

“สิริพงศ์” เชื่อร่างกู้เงิน 4 แสนล้าน ผลวินิจฉัยบวก-ชงแผนผ่านรถโดยสาร เป็น EV กลาง ก.ค. นี้

สำหรับแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถไฟฟ้า (EV) นี้ ทางกระทรวงคมนาคมได้เตรียมงบประมาณไว้ถึง 2.4 หมื่นล้านบาท ภายใต้โครงการเงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยมุ่งเป้าช่วยเหลือกลุ่มรถโดยสารสาธารณะและรถรับจ้างรวม 80,000 คัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนพลังงานให้กับผู้ให้บริการ และส่งผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาวครับ

ความคาดหวังต่อแผนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ EV

ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหารือร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร เพื่อกำหนดรายละเอียดของรถ 7 กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • รถแท็กซี่และรถผ่านแอปพลิเคชัน
  • รถจักรยานยนต์รับจ้าง
  • รถสามล้อหรือตุ๊กตุ๊ก
  • รถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง
  • รถรับจ้างรับส่งนักเรียน
  • รถบรรทุกสินค้า

รัฐบาลตั้งใจนำเสนอแผนนี้เข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ภายในกลางเดือน ก.ค. นี้ เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วทันการณ์

ประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองคือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการใช้เงินกู้ฯ ในวันที่ 9 ก.ค. นี้ ซึ่งทางคุณสิริพงศ์ก็ได้ให้ความมั่นใจว่า “สิริพงศ์” เชื่อร่างกู้เงิน 4 แสนล้าน ผลวินิจฉัยบวก-ชงแผนผ่านรถโดยสาร เป็น EV กลาง ก.ค. นี้ โดยมองว่ามาตรการนี้คือความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศครับ

นอกจากนี้ ในเฟสที่ 2 เราอาจจะได้เห็นมาตรการ DLT ที่พร้อมซัพพอร์ตค่าน้ำมันให้กับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะในวงเงิน 2-3 พันล้านบาท เพื่อช่วยตรึงราคาค่าโดยสารไม่ให้กระทบต่อประชาชนมากจนเกินไป ถือเป็นการวางแผนที่รอบด้านทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการดูแลปากท้องของพี่น้องประชาชนในปัจจุบันครับ

โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่า หากโครงการนี้ผ่านไปได้ด้วยดี จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่รถสาธารณะอย่างมาก เพราะการเปลี่ยนไปใช้ EV จะช่วยลดรายจ่ายค่าน้ำมันที่ผันผวนได้อย่างยั่งยืนที่สุดครับ

ที่มา – “สิริพงศ์” เชื่อร่างกู้เงิน 4 แสนล้าน ผลวินิจฉัยบวก-ชงแผนผ่านรถโดยสาร เป็น EV กลาง ก.ค. นี้

แห่ใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส ซื้อตั๋ว บขส. คึกคัก

ช่วงนี้ใครที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาต้องไม่พลาด เพราะกระแสการแห่ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซื้อตั๋ว บขส. คึกคักเป็นอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดย บขส. เผยว่าเพียงแค่ 8 วันแรกของการเปิดโครงการ ก็มีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาใช้สิทธิแล้วเกือบ 2,000 คนเลยทีเดียว

แห่ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซื้อตั๋ว บขส. คึกคัก ใครยังไม่ใช้ รีบเช็กเงื่อนไขด่วน

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า โครงการนี้ถือว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเดินทางอย่างมาก เพราะรัฐบาลช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายให้ถึง 60% ในขณะที่เราจ่ายเพียง 40% เท่านั้น ทำให้การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะกลายเป็นเรื่องที่ประหยัดขึ้นมากจริงๆ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ อย่ารอช้าครับ เพราะการที่คนแห่ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซื้อตั๋ว บขส. คึกคักขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์และเข้าถึงหัวใจคนเดินทางได้จริงครับ

รายละเอียดการใช้สิทธิ์และเงื่อนไขที่คุณต้องรู้

สำหรับเงื่อนไขการใช้สิทธิโครงการดังกล่าวนั้นไม่ยากอย่างที่คิด คุณสามารถทำผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ได้ง่ายๆ ที่ช่องจำหน่ายตั๋ว บขส. ทั่วประเทศกว่า 139 แห่ง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 อย่าลืมเช็กเงื่อนไขเหล่านี้ก่อนใช้งาน:

  • คุณได้รับวงเงินสนับสนุนสูงสุด 200 บาทต่อวัน หากค่าตั๋วเกินกว่านั้นต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มด้วยตัวเอง
  • สามารถใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดสมาชิก BKS Member (5-10%) ได้ด้วยนะ เพิ่มความคุ้มค่าเข้าไปอีก
  • ต้องจำไว้ว่า หากซื้อตั๋วด้วยสิทธินี้แล้ว ทาง บขส. จะไม่สามารถคืนตั๋วได้ในทุกกรณี
  • สำหรับการซื้อตั๋วให้ผู้อื่น ต้องแจ้งชื่อและเลขบัตรประชาชนตัวจริงของคนเดินทางให้ชัดเจนตั้งแต่วันที่ซื้อ

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะได้ในราคาที่เบากระเป๋ามากขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางกลับไปหาครอบครัวหรือออกไปพักผ่อนหย่อนใจ นับว่าเป็นมาตรการที่น่าชื่นชมครับ ใครที่สงสัยหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถกริ๊งกร๊างไปได้ที่เบอร์ 0-2936-3660 หรือดูรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ของ บขส. ได้เลยครับ หวังว่าทุกคนจะใช้ความคุ้มค่าจากโครงการนี้กันอย่างเต็มที่นะครับ!

ที่มา – แห่ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซื้อตั๋ว บขส. คึกคัก ใครยังไม่ใช้ รีบเช็กเงื่อนไขด่วน

เปิดลงทะเบียนเงินช่วยเหลือ 16-19 เม.ย. 2569 ภาคขนส่ง

เปิดลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือระหว่างวันที่ 16 – 19 เมษายน 2569 เพื่อพยุงภาคขนส่ง เริ่มแล้ว! หากคุณเป็นผู้ประกอบการในภาคขนส่ง ไม่ว่าจะรถโดยสาร รถบรรทุก หรือรถรับจ้าง อย่าพลาดโอกาสนี้ รัฐบาลจัดสรรงบ 2,060 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนน้ำมัน ลดค่าครองชีพประชาชน และตรึงค่าโดยสารไม่ให้แพงขึ้น โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

เปิดลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือระหว่างวันที่ 16 – 19 เมษายน 2569 เพื่อพยุงภาคขนส่ง เริ่มอย่างไร?

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการนี้เรียบร้อย นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ดำเนินการโปร่งใส ตรวจสอบได้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดลงทะเบียนออนไลน์ที่ https://tss.dlt.go.th/ ตลอด 24 ชม. หรือไปยื่นที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ วันที่ 16-19 เม.ย. 2569 เวลา 8.30-16.30 น.

หลังลงทะเบียน โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ทันทีที่ตรวจสิทธิ์ ช่วยเหลือ 42 วัน จาก 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ต้องวิ่งรถตามระยะที่กำหนด ตรวจสอบด้วย GPS เพื่อความโปร่งใส

ใครมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือ?

ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก:

  • รถโดยสารสาธารณะ: รถประจำทางหมวด 1,4 ในกทม. ได้ 5,040 บ./คัน (วิ่ง ≥2,500 กม.) หมวด 2,3 ได้ 2 บ./กม. สูงสุด 700/500 บ./วัน รถไม่ประจำทาง รถบัส 5,000 บ. มินิบัส/ตู้ 3,600 บ./คัน
  • รถบรรทุก: ≥10 ล้อ 6,000 บ./คัน (≥4,000 กม.) ขนาดเล็ก 3,000 บ./คัน (≥2,500 กม.)
  • รถรับจ้าง: แท็กซี่ 5,040 บ./คัน (ใช้แอป DLT GPS NOTICE ≥2,500 กม.) มอเตอร์ไซค์รับจ้าง 840 บ./คัน

เงื่อนไขสำคัญ: รถจดทะเบียนถูกต้อง ใบอนุญาตไม่หมดอายุ วิ่งจริงตามกำหนด หากให้ข้อมูลเท็จหรือไม่ใช้แอป ตัดสิทธิ์และโดนโทษ!

ขั้นตอนลงทะเบียนง่ายๆ

  1. เข้าเว็บ tss.dlt.go.th หรือไปสำนักงานขนส่ง
  2. กรอกข้อมูลรถและผู้ประกอบการ
  3. ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ DLT พร้อมซัปพอร์ต
  4. รอตรวจสอบและรับเงินพร้อมเพย์

มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน แต่ยังตรึงค่าโดยสาร ดูแลค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่คนเดินทางเยอะ ภาคขนส่งจะได้รับการพยุงให้มีบริการเพียงพอ

ในมุมมองของเรา มาตรการนี้ตอบโจทย์ดีมาก เพราะกำหนดให้วิ่งจริง ใช้ GPS ติดตาม ช่วยให้เงินถึงคนที่ทำงานหนักจริงๆ ไม่ใช่แจกสุ่ม ถ้าคุณเป็นวินมอเตอร์ไซค์หรือคนขับแท็กซี่ รีบเช็คสิทธิ์เลย อย่ารอช้าเพราะปิดรับ 19 เม.ย.เท่านั้น!

นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะขนส่งสินค้าและผู้โดยสารไหลลื่น สินค้าถึงผู้บริโภคถูกกว่าเดิม หากมีคำถาม สามารถติดต่อกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง

CTA: สมัครวันนี้เพื่อรับเงินช่วยเหลือทันที! คลิก ที่นี่ หรือไปสำนักงานใกล้บ้าน อย่าพลาดโอกาสพยุงธุรกิจของคุณ

ที่มา – เปิดลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือระหว่างวันที่ 16 – 19 เมษายน 2569 เพื่อพยุงภาคขนส่ง

เช็กเงื่อนไขลงทะเบียนเยียวยาขนส่ง เริ่ม 16 เม.ย. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการขนส่งและคนขับรถทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกกันกับ เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนเยียวยาขนส่ง เริ่ม 16 เม.ย. 69 เตรียมรับเงินผ่านพร้อมเพย์ ซึ่งเป็นมาตรการจากรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพงที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจของคุณ โดยหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไปเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 กระทรวงคมนาคมโดยกรมการขนส่งทางบกก็เตรียมพร้อมเปิดลงทะเบียนแล้วครับ

มาตรการนี้ครอบคลุมผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะกว่าแสนคัน เพื่อให้คุณมีสภาพคล่อง นำรถออกวิ่งบริการได้ต่อไป และที่สำคัญคือปกป้องประชาชนไม่ให้ค่าโดยสารหรือราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม บอกว่ามาตรการนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ลุ้นรับเงินช่วยเหลือผ่านระบบพร้อมเพย์ง่ายๆ เลยครับ

เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนเยียวยาขนส่ง เริ่ม 16 เม.ย. 69 เตรียมรับเงินผ่านพร้อมเพย์

ก่อนลงทะเบียน คุณต้องเช็กให้ชัวร์ว่าตัวเองเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดนะครับ มาตรการช่วยเหลือมีระยะเวลา 42 วันเต็ม ตั้งแต่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 โดยเงินจะโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ทันทีหลังตรวจสอบสิทธิ์

เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนเยียวยาขนส่งสำหรับกลุ่มรถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะ

กลุ่มนี้ครอบคลุมรถที่ใช้น้ำมันกว่า 180,332 คัน รัฐช่วยพยุงต้นทุนเพื่อตรึงค่าโดยสารถูกเดิม โดยแบ่งย่อยดังนี้

  • รถทัวร์ บขส. และรถร่วมบริการ: อุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารช่วงสงกรานต์ 6-19 เม.ย. เพื่อให้ประชาชนเดินทางราคาเดิม สบายใจกลับบ้าน
  • รถตู้ รถมินิบัส รถสองแถวใน กทม.: รับเงิน 5,040 บาทต่อคัน ช่วยค่าใช้จ่ายประจำวัน
  • รถตู้ รถมินิบัสระหว่างจังหวัด: สูงสุด 700 บาท/วัน/คัน ตรวจสอบจากระยะวิ่งจริงผ่านแอป
  • รถรับจ้างไม่ประจำทาง เช่น รถนำเที่ยว รถรับส่งพนักงาน: 5,040 – 7,000 บาท/คัน ตามขนาด
  • รถแท็กซี่: 5,040 บาท/คัน ช่วยให้วิ่งบริการได้ต่อเนื่อง
  • รถจักรยานยนต์รับจ้าง: 840 บาท/คัน สนับสนุนวินมอเตอร์ไซค์

ถ้าคุณมีรถในกลุ่มนี้ รีบเตรียมเอกสารทะเบียนรถ เลขบัตรประชาชน และบัญชีพร้อมเพย์ให้พร้อมเลยครับ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์

เงื่อนไขลงทะเบียนเยียวยาขนส่งสำหรับรถบรรทุกสินค้า

กลุ่มนี้สำคัญมากกว่า 287,175 คัน เพื่อตรึงราคาสินค้าอุปโภคไม่ให้ต้นทุนขนส่งถูกบวกเข้าไป โดยช่วยแบ่งเบาค่าน้ำมันดังนี้

  • รถบรรทุกติด GPS: สูงสุด 6,000 บาท/คัน ตรวจจากข้อมูลวิ่งจริงในแอป รับรองโปร่งใส
  • รถบรรทุกไม่ติด GPS: 3,000 บาท/คัน ช่วยเหลือเบื้องต้นให้ธุรกิจหมุนเวียนได้

มาตรการนี้ช่วยตัดวงจรราคาสินค้าแพง ลดภาระประชาชนในระยะยาว ผู้ประกอบการหลายรายบอกว่าช่วยชีวิตธุรกิจจริงๆ ครับ โดยเฉพาะช่วงวิกฤตพลังงานแบบนี้

ลงทะเบียนรับสิทธิเมื่อไหร่ และช่องทางไหน

ลงทะเบียนได้ระหว่าง 16-19 เมษายน 2569 เท่านั้นนะครับ อย่ารอช้า! กรมการขนส่งทางบกจะประกาศหลักเกณฑ์ละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ Facebook Page PR.DLT.News จะมีลิงก์ลงทะเบียน ลำดับขั้นตอนง่ายๆ คือ 1) เช็กสิทธิ์ตามประเภทรถ 2) เตรียมข้อมูลส่วนตัวและรถ 3) กรอกข้อมูลออนไลน์ 4) รอรับเงินพร้อมเพย์

นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบระยะวิ่งสำหรับบางกลุ่ม เพื่อความเป็นธรรมและป้องกันการทุจริต ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ครับ

สรุปแล้ว มาตรการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยผู้ประกอบการ แต่ช่วยทั้งระบบเศรษฐกิจและประชาชน ถ้าคุณเข้าข่าย เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนเยียวยาขนส่ง เริ่ม 16 เม.ย. 69 แล้ว รีบลงทะเบียนวันแรกๆ เลยครับ จะได้วางแผนธุรกิจล่วงหน้า รับเงินช่วยเหลือไวๆ ผ่านพร้อมเพย์ ถ้าพลาดอาจเสียโอกาสนะ อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ในวงการขนส่งด้วย สู้ๆ ครับ!

ที่มา – เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนเยียวยาขนส่ง เริ่ม 16 เม.ย. 69 เตรียมรับเงินผ่านพร้อมเพย์

สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์

เทศกาลสงกรานต์ 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว! กระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมสุดๆ เพื่อให้การเดินทางของทุกคนราบรื่นและประหยัด โดยเฉพาะ สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งเป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลเด็ดๆ ให้ฟังกันแบบละเอียดเลย

สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ระบุว่า แม้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะกระทบราคาน้ำมัน แต่ปีนี้ไม่ต้องกังวล! คาดการณ์คนเดินทางทะลุ 26.5 ล้านคันทางบก และ 18.58 ล้านคน-เที่ยวด้วยขนส่งสาธารณะ เพิ่มขึ้นทั้งในเมืองและระหว่างจังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่ม 10% เส้นทางระหว่างเมืองพุ่ง 14% จากปีก่อน

ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแคลน – ค่าโดยสารไม่ขึ้น

กระทรวงประสาน ปตท. เติมน้ำมันถังเก็บที่สถานี บขส. ทั่วประเทศเต็มสูบ รถโดยสารประจำทางและรถเสริมพร้อมลุย ไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแน่นอน แถมตรึงค่าโดยสารสาธารณะทุกระบบ ไม่ปรับขึ้นแม้น้ำมันแพง รัฐยังผลักดันน้ำมันดีเซล B20 ราคาถูกกว่าน้ำมัน B7 ถึง 5 บาท/ลิตร ผลิตวันละ 16 ล้านลิตร ช่วยผู้ประกอบการรถบรรทุก รถโดยสาร ลดต้นทุนได้เยอะ

ทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ฟรี! เส้นทางไหนบ้าง

ข่าวดีสุดๆ กับมาตรการอำนวยความสะดวก:

  • ทางด่วน กทพ.: บูรพาวิถี, กาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ฟรี 7 วัน (10-16 เม.ย. 00.01-24.00 น.) อุดรรัถยา, เฉลิมมหานคร ฟรี 3 วัน (13-15 เม.ย.)
  • มอเตอร์เวย์ ทล.: M7 (กทม.-พัทยา), M9 (วงแหวนกาญจนาฯ บางปะอิน-บางพลี, พระประแดง-บางแค), M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) ฟรีทั้งหมด

พิเศษ! มอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-นครราชสีมา 196 กม. เปิด 24 ชม. ขาออก 10-13 เม.ย. (รวมทางออกมวกเหล็ก), ขาเข้า 14-19 เม.ย. คืบหน้า 99.01% เสร็จทั้งสายปีใหม่ 2570 แน่นอน นอกจากนี้ M82 แยกบางขุนเทียน-เอกชัย 10 กม. เปิดใช้ และปิดสร้างพระราม 2 คืนผิวจราจร 10-16 เม.ย. สัญจร 6 ช่อง (ฝั่งละ 3)

การบินและเป้าปลอดภัย

วิทยุการบิน ลดค่าบริการเดินอากาศ 30% เที่ยวบินพิเศษ 191 เที่ยว (10-15 เม.ย.) คาดเที่ยวบินรวม 25,620 เที่ยว เพิ่ม 1.8% ส่วนใหญ่ในประเทศ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ 5% ด้วยการประสานตำรวจทางหลวงมอนิเตอร์จราจร

สรุปแล้ว สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร ทำให้ปีนี้เที่ยวสนุกขึ้นแน่นอน แนะนำวางแผนล่วงหน้า เติมน้ำมันให้พอ ใช้ขนส่งสาธารณะช่วยลดภาระ และขับขี่ปลอดภัย อย่าลืมเช็คสภาพรถ งดเหล้า-ขับ! ถ้าคุณมีทริคเดินทางสงกรานต์ดีๆ แชร์กันในคอมเมนต์ได้นะ

ที่มา – สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร

Scroll to top