รถไฟไหม้

ระทึก! 3 ชีวิตหนีตาย เก๋งชนเกาะกลางถนนไฟไหม้

อุบัติเหตุระทึกขวัญ! 3 ชีวิตหนีตายระทึก เก๋งเสียหลักชนเกาะกลางถนน ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน เหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โชคดีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา ก่อนที่ไฟจะลุกลามไหม้รถทั้งคัน พบผู้บาดเจ็บมีกลิ่นสุราคละคลุ้ง

เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2569 ร.ต.ท.สุทธิพงศ์ สังเทศ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนเกาะกลางถนน บนถนนพหลโยธิน บริเวณบ้านหนองคู ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พร้อมรายงานว่ามีไฟลุกไหม้รถอย่างรุนแรง จึงประสานรถดับเพลิงจากสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ และหน่วยงานใกล้เคียง รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อระงับเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อหนึ่ง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร กำลังถูกเพลิงโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถดับไฟได้สำเร็จ แต่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ตรวจสอบในซากรถไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ได้รับแจ้งว่าพลเมืองดีได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากรถก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 3 ราย ทราบชื่อคือนายเถลิงศักดิ์ อายุ 42 ปี (คนขับ) นายภัทรพงศ์ อายุ 43 ปี และ น.ส.ประไพ อายุ 31 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวเดินทางมาจาก อ.เมืองลพบุรี มุ่งหน้าไปยัง อ.โคกสำโรง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเกาะกลางถนนสำหรับกลับรถ รถเกิดเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนอย่างจัง ทำให้ใต้ท้องรถครูดไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางกว่า 10 เมตร คาดว่าประกายไฟที่เกิดจากการครูดกับพื้นถนนได้ลุกลามไปติดกับน้ำมัน ทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว

โชคดีที่ขณะเกิดเหตุมีพลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์ และรีบเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ออกจากรถได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่ไฟจะลุกลามไหม้รถทั้งคัน หากไม่มีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือ เหตุการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้

3 ชีวิตหนีตายระทึก เก๋งเสียหลักชนเกาะกลางถนน ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานแวดล้อม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บของผู้ประสบเหตุ พบว่ามีกลิ่นสุราคละคลุ้งออกมาจากตัว ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากเมาแล้วขับ จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อุทาหรณ์จากอุบัติเหตุ: 3 ชีวิตหนีตายระทึก เก๋งเสียหลักชนเกาะกลางถนน ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกท่านเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางเป็นจำนวนมาก ควรพักผ่อนให้เพียงพอ งดดื่มสุรา หรือของมึนเมา ก่อนขับรถ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และควรตรวจเช็คสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมใช้ถนน

  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้สมรรถภาพในการขับขี่ลดลง
  • งดดื่มสุรา: แอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถในการตัดสินใจ และการตอบสนองช้าลง
  • ตรวจเช็คสภาพรถ: ตรวจสอบระบบเบรก ยาง และไฟส่องสว่าง ให้อยู่ในสภาพดี
  • ขับรถด้วยความระมัดระวัง: ปฏิบัติตามกฎจราจร และมีสติในการขับขี่ตลอดเวลา

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่านเองและผู้อื่น

3 ชีวิตหนีตายระทึก เก๋งเสียหลักชนเกาะกลางถนน ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ด้วยความประมาท และขาดความระมัดระวัง ก็อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่คาดฝันได้ ดังนั้น การขับขี่ด้วยความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนักอยู่เสมอ

ที่มา – 3 ชีวิตหนีตายระทึก เก๋งเสียหลักชนเกาะกลางถนน ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน

ระทึก! รถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำหน้าด่านแจ้งวัฒนะ

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้น เมื่อรถยนต์คันหนึ่ง รถยนต์เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ พลิกคว่ำหงายท้อง ไฟลุกท่วม หน้าด่านแจ้งวัฒนะ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า โชคดีที่คนขับสามารถวิ่งออกมาจากรถได้ทันก่อนที่ไฟจะลุกลาม ทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.49 น. ตำรวจ สน.วิภาวดี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณด่านแจ้งวัฒนะ 1 ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งเหตุจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยทางยกระดับอุตราภิมุข และเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงบางเขน พร้อมรถน้ำ 1 คัน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีเทา หมายเลขทะเบียน กทม. อยู่ในสภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า และมีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่รถยนต์คันดังกล่าวเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบว่าเสาเหล็กป้ายและเพดานกันสาดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก

รถยนต์เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ พลิกคว่ำหงายท้อง ไฟลุกท่วม หน้าด่านแจ้งวัฒนะ 1

จากการสอบถามนายสหรัฐ รัตนสุนทร อายุ 33 ปี คนขับรถยนต์คันเกิดเหตุ ให้การว่า หลังจากขับรถไปส่งเพื่อนในย่านหลักสี่ และกำลังเดินทางกลับห้องพักย่านอนุสาวรีย์ชัย เมื่อขับรถมาถึงด่านเก็บค่าผ่านทางแจ้งวัฒนะ จู่ๆ เกิดอาการวูบหลับไป ทำให้รถพุ่งชนแบริเออร์คอนกรีตที่แบ่งช่องทาง ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำหงายท้อง และเกิดไฟลุกไหม้จากห้องเครื่องยนต์ ด้วยสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด เขาจึงรีบเปิดประตูรถและหนีออกมาได้ทัน

โชคดีที่นายสหรัฐ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ และตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับด่านเก็บค่าผ่านทาง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สาเหตุเบื้องต้นของอุบัติเหตุ

จากคำให้การของคนขับ รถยนต์เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ พลิกคว่ำหงายท้อง ไฟลุกท่วม หน้าด่านแจ้งวัฒนะ 1 เกิดจากอาการวูบหลับในขณะขับรถ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ข้อควรระวังสำหรับผู้ขับขี่: การขับขี่ยานพาหนะในขณะที่มีอาการอ่อนเพลีย หรือง่วงนอน เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง หรือหากรู้สึกง่วงขณะขับรถ ควรหาที่จอดรถที่ปลอดภัยเพื่อนพักผ่อนเสียก่อน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลกระทบต่อการจราจร: เหตุการณ์นี้ส่งผลให้การจราจรบริเวณด่านแจ้งวัฒนะ 1 ติดขัดในช่วงเช้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดช่องทางจราจรเพื่อเคลียร์พื้นที่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติในเวลาต่อมา

อุบัติเหตุ รถยนต์เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ พลิกคว่ำหงายท้อง ไฟลุกท่วม หน้าด่านแจ้งวัฒนะ 1 ในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่ยานพาหนะมากยิ่งขึ้น การพักผ่อนให้เพียงพอ การตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

ที่มา – รถยนต์เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ พลิกคว่ำหงายท้อง ไฟลุกท่วม หน้าด่านแจ้งวัฒนะ 1

Scroll to top