รองนายกรัฐมนตรี

นายกฯ ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 7 รองนายกฯ “ยศชนัน” คุมโควตาเพื่อไทย

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามในคำสั่งสำคัญล่าสุดที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นคือ นายกฯ ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 7 รองนายกฯ – รมต.ประจำสำนักนายกฯ “ยศชนัน” คุมกระทรวงโควตาเพื่อไทย คำสั่งนี้คือคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่องการมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกฯ ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 7 รองนายกฯ “ยศชนัน” คุมกระทรวงโควตาเพื่อไทย

การแบ่งงานครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์การบริหารของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ชัดเจน โดยมอบหมายหน้าที่ให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนดูแลกระทรวงและหน่วยงานสำคัญๆ เพื่อให้การแก้ปัญหาประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การดูแลสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐาน นี่คือรายละเอียดการมอบหมายงานที่นายกฯ อนุทิน ลงนาม

รายชื่อรองนายกรัฐมนตรีและหน้าที่รับผิดชอบ

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ: กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะช่วยเร่งโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ๆ เช่น รถไฟความเร็วสูงและ EEC
  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี: ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะกีฬา) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เน้นปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหลังโควิด
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ: กำกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ (ยกเว้นหน้าที่นายกฯ) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการราคาน้ำมัน
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำคัญต่อความมั่นคงและ外交
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์: กำกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (การท่องเที่ยว) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ช่วยฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการส่งออก
  • นายปกรณ์ นิลประพันธ์: ดูแลสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา รวมถึงการดำเนินคดีปกครอง การขอพระราชทานอภัยโทษ และแปลงสัญชาติ
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: รับผิดชอบหนักสุด กำกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ครอบคลุมกระทรวงโควตาพรรคเพื่อไทยทั้งหมด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายด้วย

  • น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี: กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน)
  • นายนภินทร ศรีสรรพางค์: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ องค์การบริหารไนท์ซาฟารี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล: สำนักงบประมาณ (ยกเว้นหน้าที่นายกฯ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
  • นางสุขสมรวย วันทนียกุล: สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

การนายกฯ ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 7 รองนายกฯ – รมต.ประจำสำนักนายกฯ “ยศชนัน” คุมกระทรวงโควตาเพื่อไทย ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกสำคัญของรัฐบาลในการจัดโครงสร้างการทำงานให้เหมาะสมกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตและการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะยศชนันที่คุมกระทรวงสังคม การศึกษา เกษตร ซึ่งเป็นหัวใจของประชาชนส่วนใหญ่ คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาเกษตรกร นักเรียน และผู้ใช้แรงงานได้ตรงจุด

ในมุมมองผู้เขียน การแบ่งงานนี้แสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยให้โควตาเพื่อไทยดูแลกระทรวงหลักๆ ที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง หากดำเนินการได้ดี จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤตโควิดและน้ำท่วม

คุณคิดอย่างไรกับการแบ่งงานครั้งนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – นายกฯ ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 7 รองนายกฯ – รมต.ประจำสำนักนายกฯ “ยศชนัน” คุมกระทรวงโควตาเพื่อไทย

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่สุดในวันนี้คือ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา โดยเฉพาะท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่แสดงท่าทีชัดเจนต่อสื่อมวลชน หลังจากความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่หลายคนรอคอย

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 เมื่อสื่อสอบถามว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมานั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายหรือไม่ นายอนุทินก็พยักหน้ารับทันที สร้างความฮือฮาให้กับผู้สื่อข่าวที่ตามติด

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อถามต่อว่าเตรียมนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯ ก็พยักหน้ารับอีกครั้ง และย้ำว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นี่ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่า ครม.อนุทิน 2 จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศได้รวดเร็วขึ้น

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้เหมาะสมกับตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ยาวนานในแวดวงกฎหมาย โดยเฉพาะในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่รัฐบาล การที่ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 แสดงให้เห็นถึงการเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อรับมือกับประเด็นกฎหมายที่ซับซ้อนในยุคนี้ เช่น การปฏิรูปกฎหมาย การต่อต้านคอร์รัปชัน และการปรับโครงสร้างรัฐบาล

ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท แต่ย้ำแก้ขาดแคลนภายใน 1 สัปดาห์

อีกประเด็นที่สื่อไม่ปล่อยให้หลุดคือเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 2 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทบประชาชนโดยตรง แต่ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบคำถามตรงนี้ โดยนายอนุทินเลือกที่จะพยักหน้ายอมรับว่าได้สั่งการให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการน้ำมันขาดแคลนให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากเมื่อวานนี้มีการประชุมกำชับสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งห้ามขาดสต็อก

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้ตึงเครียด จากปัญหานำเข้าน้ำมันดิบราคาแพง สงครามการค้า และความต้องการที่พุ่งสูง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก การที่รัฐบาลเร่งแก้ไขเป็นเรื่องดี แต่หลายคนตั้งคำถามว่าราคาขึ้น 2 บาทจะส่งผลต่อค่าครองชีพอย่างไร

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ปัญหาน้ำมันขาดแคลนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในครม.อนุทิน 2 นี้ คาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเด็ดขาดมากขึ้น นี่คือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหา:

  • ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวน: จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและนโยบาย OPEC+
  • การนำเข้าล่าช้า: ปัญหาโลจิสติกส์และท่าเรือ
  • ความต้องการพุ่ง: เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด
  • โครงสร้างราคาในไทย: ภาษีและกองทุนน้ำมันที่ซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันอาจขึ้นต่อเนื่อง หากไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาล ครม.อนุทิน 2 จึงต้องเร่งหาทางออก เช่น ลดภาษีชั่วคราว เพิ่มการสำรองน้ำมัน หรือส่งเสริมพลังงานทางเลือก

คาดการณ์อนาคตของครม.อนุทิน 2

จากท่าทีของนายอนุทินที่พยักหน้ารับทุกคำถาม แสดงถึงความมั่นใจในทีมงาน ครม.ชุดนี้คาดว่าจะเน้นนโยบายเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสาธารณสุข โดยมีนายปกรณ์ช่วยดูแลด้านกฎหมายให้แข็งแกร่ง ประชาชนควรติดตามการทูลเกล้าฯ ในเร็ววันนี้

ในมุมมองของเรา ครม.อนุทิน 2 มีโอกาสสูงที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤตได้ หากทำงานเป็นทีมและรับฟังประชาชนมากขึ้น สถานการณ์น้ำมันต้องแก้ไขด่วนเพื่อไม่ให้กระทบการขนส่งและอุตสาหกรรม

คุณคิดอย่างไรกับข่าว “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 และราคาน้ำมันที่ขึ้น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์”

ข่าวการเมืองร้อนแรงในวันนี้ สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนพูดถึง โดยเฉพาะในแวดวงพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเตรียมตัวจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2

วันที่ 23 มีนาคม 2567 รายงานจากภายในพรรคภูมิใจไทยระบุว่า ว่าที่รัฐมนตรีได้กรอกประวัติส่วนตัวและส่งเอกสารไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว แต่สิ่งที่สร้างเซอร์ไพรส์คือ ชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายคนปัจจุบัน หายไปจากโผอย่างสิ้นเชิง มีข่าวว่าเจ้าตัวได้ปฏิเสธตำแหน่งรองนายกฯ และตำแหน่งอื่นๆ กับนายอนุทินโดยตรง

แทนที่คือข่าวลือหนาหูว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้ามานั่งเก้าอี้รองนายกฯ แทน นายปกรณ์เป็นนักกฎหมายชั้นนำ ศิษย์เอกของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรธ. ฉบับ 2560 และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ทำให้หลายคนมองว่าเขามีศักยภาพสูงในการช่วยแก้ปัญหากฎหมายให้รัฐบาลชุดใหม่

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ: พื้นหลังและคุณสมบัติ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มาด้วยประสบการณ์ยาวนานในวงการกฎหมาย เขาเคยทำงานใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญอย่างนายมีชัยและนายวิษณุ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ หากข่าว สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 เป็นจริง คงช่วยเสริมทีมกฎหมายของรัฐบาลอนุทินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่กฎหมายซับซ้อนและการเมืองร้อนระอุ

ส่วนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่หลุดโผครั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการตัดสินใจของตัวเขาเองที่ไม่ประสงค์รับตำแหน่งอีก หลังจากทำหน้าที่รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายมานาน ทำให้เกิดช่องว่างที่พรรคต้องหาคนมาเติมอย่างเร่งด่วน

ผลกระทบต่อครม.อนุทิน 2 และพรรคภูมิใจไทย

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายสำคัญมากในการตรวจสอบร่างกฎหมายและแก้ไขปัญหาคดีความของรัฐบาล หากนายปกรณ์เข้ามาจริง จะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ราชการและเครือข่ายนักกฎหมายเก่าแก่ ซึ่งอาจช่วยให้ครม.อนุทิน 2 เดินหน้าพรบ.สำคัญๆ ได้คล่องตัวกว่าเดิม เช่น พรบ.ไบโอเซฟตี้ หรือกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล

  • นายปกรณ์: ผู้เชี่ยวชาญกฤษฎีกา ศิษย์มีชัย-วิษณุ
  • บวรศักดิ์: ปฏิเสธตำแหน่งทั้งหมด
  • พรรคภูมิใจไทย: ส่งเอกสารตรวจสอบแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่ามีนักกฎหมายคนอื่นๆ ที่อาจไขก๊อกมาร่วมด้วย ทำให้ครม.ชุดนี้เน้นสายกฎหมายหนักแน่น สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยในการสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การโยกย้ายครั้งนี้ช่วยลดความขัดแย้งภายในพรรค และเปิดทางให้เลือดใหม่เข้ามา ข่าว สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 จึงเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะชัดเจนในไม่กี่วันนี้ ผู้ติดตามการเมืองไม่ควรพลาด

คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความเพื่อติดตามอัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5% ปิดตำนาน มท.2

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี เป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนในวงการการเมืองกำลังจับตาในขณะนี้! หลังจากที่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้ส่งรายชื่อผู้สมัครเข้าตำแหน่งไปตรวจสอบกับ 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีรายชื่อกว่า 40 ชื่อ รวมถึงชื่อสำรองหากมีใครขาดคุณสมบัติ นี่คือสัญญาณว่าทุกอย่างใกล้ลงตัวสุดๆ

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี

จุดเด่นที่สุดของโผครม.ชุดนี้คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ครองตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ จวบจนรัฐบาลเศรษฐา แพทองธาร และอนุทิน 1 ล่าสุดมีข้อมูลว่าเขาจะขยับขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลปัญหาน้ำทั่วประเทศและยาเสพติด แทนที่นายโสภณ ซึ่งถือเป็นการปิดตำนาน มท.2 อย่างเป็นทางการ!

สำหรับสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีช่วย 3 คน ได้แก่ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ (ส.ส.สตูล), นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ (ส.ส.อุทัยธานี) และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี (ส.ส.นครราชสีมา)

รายชื่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงสำคัญ

ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มี 4 ชื่อ ได้แก่:

  • นายภราดร ปริศนานันทกุล (ส.ส.อ่างทอง)
  • นางศุภมาส อิศรภักดี (ส.ส.บัญชีรายชื่อ)
  • นายนภินทร ศรีสรรพางค์ (แกนนำพรรค)
  • นางสุขสมรวย วันทนียกุล (ส.ส.อำนาจเจริญ)

กระทรวงกลาโหมชัดเจนแล้ว พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ขยับจากรัฐมนตรีช่วยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรมยังเป็นพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เหมือนเดิม

กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการ โดยมีรัฐมนตรีช่วย 3 คน: นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (ส.ส.ศรีสะเกษ), นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ (ส.ส.พิจิตร), นายสรรเพชญ บุญญามณี (ส.ส.สงขลา)

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย (ส.ส.อุบลราชธานี) เป็นรัฐมนตรีช่วย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: นายสุชาติ ชมกลิ่น

กระทรวงพลังงาน: นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

กระทรวงวัฒนธรรม: นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์

กระทรวงสาธารณสุข: นายพัฒนา พร้อมพัฒน์

กระทรวงอุตสาหกรรม: นายวราวุธ ศิลปอาชา

โควตานายกรัฐมนตรีและพรรคร่วม

โควตาส่วนตัวของนายอนุทิน ประกอบด้วย:

  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ไม่มีรัฐมนตรีช่วย เพื่อให้ทำงานเต็มที่)
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ – รองนายกฯ ดูแลกฎหมาย

พรรคร่วมรัฐบาลได้ 5 กระทรวง 9 ตำแหน่ง รวมรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง และรองประธานสภา 1 คน เช่น กระทรวงเกษตรฯ ศึกษาฯ อว. แรงงาน และพม. ส่วนพรรคพลังประชารัฐได้ 1 ตำแหน่ง

การปรับโผครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยในการกระจายอำนาจและมุ่งแก้ปัญหาเรื้อรังอย่างน้ำท่วมและยาเสพติด ซึ่งนายทรงศักดิ์มีประสบการณ์ยาวนาน คาดว่าจะช่วยให้รัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณคิดอย่างไรกับโผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นักกฎหมายชั้นครู

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ คือเรื่องราวที่น่าสนใจของนักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายในคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 อีกสมัย เรียกได้ว่าเป็นเก้าอี้เดิมที่พรรคภูมิใจไทยยังคงไว้วางใจ ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ยาวนานในการร่างกฎหมายและดูแลหลักนิติรัฐ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลุดออกมา ทำให้ทุกคนจับตากับการคัดเลือกบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หรือที่รู้จักกันในนาม “นักกฎหมายมหาชนชั้นครู” ที่ยังคงนั่งเก้าอี้รองนายกฯ คุมฝ่ายกฎหมาย ตำแหน่งนี้สำคัญมาก เพราะต้องตรวจสอบร่างกฎหมายทั้งจากสภาและจากรัฐบาล เพื่อให้ถูกต้อง เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

มาดูประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณกันแบบละเอียดเลยนะครับ ท่านจบมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญ แล้วได้ทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส สำเร็จปริญญาตรี (Licence en Droit), โท (Maîtrise en Droit Public) และเอก (Doctorat d’État en Droit) จากมหาวิทยาลัยปารีส 2 ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านกฎหมายของโลก เรียกได้ว่าฐานการศึกษาสุดยอดเลย

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในแวดวงวิชาการและกฎหมาย

ศ.ดร.บวรศักดิ์ เป็นนักกฎหมายและนักวิชาการตัวจริงของไทย มีบทบาทสำคัญในกฎหมาย การเมือง และการบริหารมานานหลายสิบปี สื่อยกย่องว่าเป็น “นักกฎหมายมหาชนชั้นครู” ท่านยึดหลัก “นิติรัฐ” หรือ Rule of Law อย่างเคร่งครัด เชื่อว่าการปกครองต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก กฎหมายต้องยุติธรรมและเพื่อส่วนรวม นอกจากนี้ยังผลักดันการปฏิรูปการเมือง ขจัดคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาล

เริ่มต้นอาชีพที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วไต่เต้าขึ้นมาเป็นประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 13, เลขาธิการคณะรัฐมนตรีสมัยทักษิณ, เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, เลขาธิการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย, ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2558 และรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ด้านวิชาการ ท่านเป็นอาจารย์พิเศษกฎหมายมหาชนที่จุฬาฯ และธรรมศาสตร์ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นศาสตราจารย์พิเศษด้วย

บทบาททางการเมืองของบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

ในแวดวงการเมือง ท่านเคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมืองสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และมีส่วนในคณะกรรมการปฏิรูปหลายชุด โดยเฉพาะประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่เป็นร่างสำคัญของไทย ท่านยังเขียนหนังสือดังอย่าง “นิติวิธี” ที่สอนตีความกฎหมาย, “ทฤษฎีการบริหารราชการแผ่นดิน” ซึ่งเป็นตำราหลักกฎหมายปกครอง และงานวิจัยอีกเพียบ

ปัจจุบัน ท่านดูแลมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม สร้างผู้นำรุ่นใหม่ผ่านเครือข่าย SEED Thailand และเครือข่ายเยาวชนรักษ์บ้านเกิด ในปี 2568 ท่านถูกทาบทามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายในครม.อนุทิน 1 และล่าสุดในครม.อนุทิน 2 ก็ยังคงตำแหน่งเดิม

เพื่อสรุปผลงานสำคัญ ลองดูรายการนี้:

  • ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2558
  • เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
  • เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
  • นักเขียนตำรากฎหมายชั้นนำ
  • ผู้ส่งเสริมธรรมาภิบาลและนิติรัฐ

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนากฎหมายไทยให้เข้มแข็ง ท่านคือแบบอย่างของนักกฎหมายที่ยึดมั่นหลักการ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี คงช่วยให้รัฐบาลอนุทิน 2 มีนโยบายกฎหมายที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณคิดว่าท่านจะนำพาอะไรใหม่ๆ มาสู่การเมืองไทยไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เลยนะ!

ที่มา – ประวัติ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” นักกฎหมายมหาชนชั้นครู นั่งรองนายกฯ เก้าอี้เดิม

ประวัติ “ศุภจี” ผู้ทำคะแนนนิยมภูมิใจไทยพุ่ง จ่อนั่งรองนายกฯ

ประวัติ “ศุภจี” ผู้ทำคะแนนนิยมภูมิใจไทยพุ่ง จ่อนั่งรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือครม.อนุทิน 2 ได้รับการยืนยัน โดยพรรคภูมิใจไทยมอบเก้าอี้สำคัญให้กับเทคโนแครตชั้นนำ 3 คน ไม่ว่าจะเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ยังคงนั่งรองนายกฯ และรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่จะก้าวขึ้นนั่งรองนายกรัฐมนตรี พ่วงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ประวัติ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ทำคะแนนนิยมภูมิใจไทยพุ่ง

ประวัติ “ศุภจี” ผู้ทำคะแนนนิยมภูมิใจไทยพุ่ง จ่อนั่งรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ หรือชื่อเล่น “แต๋ม” เกิดวันที่ 15 เมษายน 2507 ปัจจุบันอายุ 61 ปี สมรสกับนายปรีธยุตม์ นิวาศะบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไลฟ์สแปน แคร์ จำกัด มีบุตร 2 คน การศึกษาของเธอโดดเด่น จบมัธยมจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา จบปริญญาตรีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ (การเงินและการบัญชีต่างประเทศ) จากมหาวิทยาลัยนอร์ทรอป สหรัฐอเมริกา และกำลังศึกษาปริญญาเอกพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ประวัติการทำงานในภาคเอกชนของศุภจี

เส้นทางอาชีพของนางศุภจีเริ่มจากกรรมการผู้จัดการ IBM (ประเทศไทย) ก้าวสู่รองประธานฝ่ายธุรกิจทั่วไป ดูแลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย จากนั้นเป็นผู้ช่วยผู้บริหารของประธาน IBM ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นคนอาเซียนคนแรกในตำแหน่งนี้ ก่อนกลับมาดูแลบริการเทคโนโลยีระดับโลกประจำอาเซียน

ปี 2554 เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยคม พลิกบริษัทจากขาดทุนสะสมเป็นกำไร และฟื้นภาพลักษณ์ในเอเชีย ปี 2559 เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารนอกตระกูลผู้ก่อตั้งคนแรก ขับเคลื่อนโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และดุสิต ฟู้ดส์ จนติดอันดับ Forbes’ 50 Over 50 Asia 2024 นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการอิสระธนาคารกสิกรไทยและ SCG Packaging ก่อนลาออกในเดือนกันยายน 2568

เส้นทางการทำงาน ศุภจี สุธรรมพันธุ์

เส้นทางการเมืองและผลงานเด่น

นางศุภจีเข้าสู่วงการเมืองในครม.อนุทิน 1 เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ชี้แจงอภิปรายครั้งแรกได้赞赏จาก ส.ส.พรรคประชาชน ผลงานสำคัญคือ นโยบาย “ข้าวแลกอาวุธ” หรือ Barter Trade สมัยใหม่ เจรจาคู่ค้าซื้ออาวุธไทยต้องรับซื้อข้าวและมันสำปะหลัง 10-20% แก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด ภาพลักษณ์ดี พูดจาเป๊ะ ทำให้คะแนนนิยมพุ่ง นายอนุทินเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่เธอปฏิเสธ

เธอปฏิเสธฉายา “นางแบก” ในเวทีปราศรัยสวนลุมพินี 30 ม.ค. 2569 ว่า “ไม่ได้ทำเพื่อพรรคหรือนายกฯ แต่ทำเพื่อคนไทยทุกคน” ในครม.อนุทิน 2 เธอได้ตำแหน่งตามสัญญาเลือกตั้ง

  • จุดเด่น: ผู้บริหารหญิงเก่งจาก IBM สู่การเมือง
  • นโยบายหลัก: Barter Trade ข้าวแลกอาวุธ
  • บทบาทใหม่: รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในเวทีการเมือง

ประวัติ “ศุภจี” ผู้ทำคะแนนนิยมภูมิใจไทยพุ่ง จ่อนั่งรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเทคโนแครตที่เข้ามาเสริมพลังการเมืองไทย นโยบายของเธอมีศักยภาพแก้ปัญหาเศรษฐกิจเกษตรได้จริง คุณคิดว่านโยบายข้าวแลกอาวุธจะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – ประวัติ “ศุภจี” ผู้ทำคะแนนนิยมภูมิใจไทยพุ่ง จ่อนั่งรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์

“ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย

ในสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างผลกระทบลูกโซ่มาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ล่าสุด “ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ รักษาการ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างมาก เกษตรกรไทย โดยเฉพาะชาวนาต้องเผชิญต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ราคาข้าวยังตกต่ำ สถานการณ์นี้ยิ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากยิ่งกว่าเดิม

“ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันและปุ๋ยอุ้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้กำลังซ้ำเติมชาวนาไทยที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ชาวนาต้องใช้ปุ๋ยและน้ำมันในการเตรียมดิน หว่านเมล็ด และเก็บเกี่ยว หากต้นทุนสูงขึ้น รายได้ที่เหลืออยู่จริงๆ จะยิ่งหดหาย

ปกติแล้ว ชาวนาไทยเผชิญปัญหาหลายประการ ทั้งราคาข้าวในตลาดโลกที่ผันผวน ปริมาณผลผลิตล้นตลาด แต่ช่องทางกระจายสินค้าที่ยังไม่เพียงพอ สถานการณ์ “ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย นี้ยิ่งทำให้โจทย์ยากขึ้น รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตและมาตรการช่วยเหลือด่วน

ผลกระทบหลักจากราคาน้ำมันและปุ๋ยที่พุ่งสูง

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อทุกขั้นตอนการผลิตข้าว ตั้งแต่การไถนา การสูบน้ำ ไปจนถึงการขนส่งผลผลิต ขณะที่ปุ๋ยเคมีซึ่งนำเข้าส่วนใหญ่จากต่างประเทศ ก็ปรับราคาตามต้นทุนพลังงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 20-30% ในบางพื้นที่

  • ต้นทุนปุ๋ยต่อไร่เพิ่มจาก 1,500 บาท เป็นเกือบ 2,500 บาท
  • น้ำมันดีเซลสำหรับรถไถและรถเกี่ยวพุ่งสูง กระทบรายจ่ายอีก 500-1,000 บาทต่อไร่
  • ราคาข้าวโพดตกต่ำ ทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวมากขึ้น แต่ตลาดรับไม่ไหว

ร้อยเอกธรรมนัส ในฐานะรักษาการ รมว.เกษตรฯ ยืนยันว่าจะประคองสถานการณ์ให้ดีที่สุด โดยมอบหมายปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามใกล้ชิด แม้งบประมาณกลางจะจำกัด แต่จะผลักดันมาตรการช่วยเหลือผ่านกระทรวงการคลัง เช่น ลดราคาน้ำมันดีเซลเกษตร หรือ补贴ปุ๋ย

จุดยืนการเมืองของพรรคกล้า: “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน เพื่อนไม่มีวันตาย”

นอกจากปัญหาเกษตร ร้อยเอกธรรมนัส ยังย้ำจุดยืนทางการเมืองของพรรคกล้า ที่ดูแลกระทรวงเกษตรฯ มา 7 ปี แม้บทบาทจะเปลี่ยน แต่จะผลักดันผ่านสภาและกรรมาธิการ กรณีงดโหวตประธานสภา เป็นมติพรรคที่ยึดหลักการ ไม่สนับสนุนบุคคลที่ไม่เหมาะสม

สำหรับการโหวตนายกฯ ยังไม่สรุป แต่ย้ำหลักการ “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน” และ “เพื่อนไม่มีวันตาย” โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นเพื่อนเก่าแก่จากนักเรียนเหล่าฯ การเมืองต้องแยกจากส่วนตัว แต่ยึดอุดมการณ์เพื่อประชาชน

สถานการณ์นี้สะท้อนว่าภาคเกษตรไทยต้องการนโยบายที่ยั่งยืน เช่น พัฒนาตลาดข้าวอินทรีย์ ส่งเสริมเกษตรแม่นยำ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี รัฐบาลใหม่ควรเร่งหาแหล่งปุ๋ยทางเลือกในประเทศ และเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อ stabilize ราคา

ในมุมมองของเรา การเมืองไทยควรโฟกัสปัญหาจริงของประชาชนอย่างชาวนา แทนที่จะติดอยู่กับเกมการจัดตั้งรัฐบาล หากปล่อยให้ต้นทุนพุ่งต่อไป อาจนำไปสู่วิกฤตอาหารและความยากจนในชนบท

คุณคิดว่ามาตรการใดที่รัฐบาลใหม่ควรทำเป็นลำดับแรกเพื่อช่วยชาวนา? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตปัญหาเกษตรไทยได้ที่นี่!

ที่มา – “ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย ย้ำจุดยืนการเมือง “เพื่อนไม่มีวันตาย”

ประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จากคมนาคมสู่รองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

วันนี้เราจะมาส่องประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หนึ่งในนักการเมืองชื่อดังของไทย ที่มีบทบาทสำคัญในพรรคเพื่อไทย เจ้าของวลีสุดฮิต “จะทำให้หลานมันดู” จากเส้นทางธุรกิจยักษ์ใหญ่ สู่การเป็นรัฐมนตรีคมนาคมมาอย่างยาวนาน และล่าสุดได้รับการวางตัวเป็นว่าที่รองนายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น

ประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง นายสุริยะเป็นบุตรชายของนายอาฮง และนางสมเกียรติ จึงรุ่งเรืองกิจ และเป็นอาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งปัจจุบันยังติดโทษแบนทางการเมืองอีก 3 ปี ครอบครัวนี้มีฐานะมั่งคั่งในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์

การศึกษาของประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

  • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
  • จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จาก University of California, Berkeley สหรัฐอเมริกา

การศึกษาระดับโลกนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจและการเมือง

เส้นทางธุรกิจก่อนเข้าสู่การเมือง

ก่อนประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจจะโด่งดังในฐานะนักการเมือง เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารหลักของ “ไทยซัมมิท” (Thai Summit Group) อาณาจักรธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มูลค่าหมื่นล้านบาท ความสำเร็จนี้มาจากวิสัยทัศน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้แข่งขันในระดับสากล สุริยะนำพาบริษัทขยายตัวอย่างรวดเร็ว สร้างงานให้คนไทยนับหมื่นคน และเป็นที่ยอมรับในวงการอุตสาหกรรม

เส้นทางการเมืองยาวนานกว่า 20 ปี

สุริยะเข้าสู่วงการการเมืองครั้งแรกในปี 2541 สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โควตาพรรคกิจสังคม ต่อมาในปี 2544 เข้าร่วมพรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และได้ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง ได้รับฉายา “รัฐมนตรีผูกขาดคมนาคม-อุตสาหกรรม” เพราะดูแลกระทรวงคมนาคมและอุตสาหกรรมต่อเนื่องยาวนาน

  • 2545: เลขาธิการพรรคไทยรักไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 2550: ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หลังพรรคไทยรักไทยถูกยุบ
  • ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
  • กลับพรรคเพื่อไทย ได้รัฐมนตรีคมนาคมในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

หลังการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สุริยะมีบทบาทสำคัญในการเจรจานำพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย แม้ทั้งสองพรรคจะเคยขัดแย้งกันอย่างหนักในอดีต

วลีเด็ด “จะทำให้หลานมันดู” จากปากสุริยะ

วันที่ 8 มกราคม 2569 บนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สุริยะกล่าวว่า “ตลอด 25 ปีในเส้นทางการเมือง ผมเป็นนักทำงานยากที่ท้าทาย งานง่ายผมไม่ทำ ทุกงานที่ตั้งใจไม่เคยล้มเหลว… จะทำให้หลานมันดูด้วย” โดย “หลาน” หมายถึงนายธนาธร วลีนี้กลายเป็นไวรัล สะท้อนความมุ่งมั่นและความภูมิใจในผลงาน

ล่าสุด วันที่ 15 มีนาคม 2569 มีรายงานโผครม.อนุทิน 2 ว่านายสุริยะจะได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทนร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แสดงให้เห็นถึงนักการเมืองที่มีประสบการณ์หลากหลาย สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชาญฉลาด

สุริยะคือตัวอย่างของนักธุรกิจที่转型สู่การเมืองสำเร็จ โดยนำความรู้ด้านอุตสาหกรรมมาพัฒนาประเทศ ในอนาคต ตำแหน่งใหม่ในกระทรวงเกษตรนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาเกษตรกรไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณชื่นชอบประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หรืออยากติดตามข่าวการเมืองร้อนๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์และกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ประวัติ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จาก คมนาคม สู่ว่าที่รองนายกฯและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รัฐบาลอนุทิน 2

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบ

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากที่ “ครม.อนุทิน 2” ประกาศไลน์อัพแบบไร้พรรคกล้าธรรมร่วมด้วย สร้างความฮือฮาให้สื่อและนักการเมืองไม่น้อย มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักผิดปกติ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ จำนวน 2 คัน มาจอดรอขนของจากห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ในตึกบัญชาการ 1 ของทำเนียบฯ

รถบรรทุกขนของธรรมนัส

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล

ของที่ถูกขนออกมามีหลายชิ้นเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ส่วนตัว เช่น เก้าอี้รับแขก ชุดโต๊ะทำงาน พระพุทธรูป และโต๊ะหมู่บูชา แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างถูกรื้อถอนอย่างเรียบร้อย ไม่เหลือร่องรอย เหมือนเตรียมย้ายออกจริงจัง ภาพรถกระบะสองคันที่กำลังยกของขึ้นบรรทุกกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดบทบาทในรัฐบาลชุดเก่า

ของที่ขนออกจากห้องธรรมนัส
บรรยากาศขนของที่ทำเนียบ

หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

สาเหตุหลักมาจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศปิดดีลพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่ครบ 291 เสียงแบบแน่นปึ้ก แต่ที่น่าเซอร์ไพรส์คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคที่ร.อ.ธรรมนัสสังกัด ร่วมด้วย ส่งผลให้ทีมธรรมนัสต้องถอนตัวจากตำแหน่งทั้งหมด

การเมืองไทยช่วงนี้เปลี่ยนแปลงไวมาก จากที่เคยเป็นรองนายกฯ ช่วยดูแลเกษตร ต้องมาขนของออกจากทำเนียบในวันหยุด แสดงถึงความรวดเร็วของการต่อรองหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทินดูจะรวมเสียงได้สำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งพรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรม ทำให้เกิดภาพ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียล

  • รถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ 2 คัน
  • เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้
  • พระพุทธรูปและเครื่องบูชา
  • ขนออกจากตึกบัญชาการ 1

หลายคนวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะเน้นนโยบายใหม่ๆ โดยไม่ติดกับปัญหาเก่าๆ ที่เคยมีกับฝั่งธรรมนัส เช่น เรื่องยาเสพติดหรือดราม่าการเมืองในอดีต พรรคกล้าธรรมอาจหันไปเป็นฝ่ายค้านหรือเจรจาใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์จากโซเชียลว่าทำไมต้องขนในวันหยุด บางคนบอกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงสื่อ แต่ภาพก็หลุดออกมาอยู่ดี สะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ทุกอย่างต้องรีบร้อนและลับๆ ล่อๆ

สำหรับแฟนข่าวการเมืองอย่างเราๆ การติดตามเหตุการณ์แบบนี้สนุกดีนะครับ มันเหมือนละครน้ำเน่าแต่เป็นจริง เหตุการณ์ “ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของศึกใหม่ในสภา คุณล่ะคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหนต่อ?

insights จากผมคือ การเมืองไทยยังคงผันผวนสูง รัฐบาลใหม่ต้องพิสูจน์ผลงานให้เห็นจริงเพื่อความยั่งยืน อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารการเมืองล่าสุดจากบล็อกเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างไร!

ที่มา – “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

Scroll to top