รองประธานาธิบดี

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในบริบทของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์ ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายละเอียดข้อเสนอสำคัญที่ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธอย่างหนักแน่น ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์และประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ที่ปากีสถาน ซึ่งเป็นการพูดคุยอันยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้ ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน โดยระบุว่าเป็น “เส้นแดง” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดไว้อย่างชัดเจน แม้อิหร่านจะเผชิญภาวะสงครามมานาน 6 สัปดาห์ แต่รัฐบาลเตหะรานยังคงยืนกรานท่าทีแข็งกร้าว

รายละเอียดข้อเสนอหลักที่อิหร่านปฏิเสธ

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้เปิดเผยข้อเสนอสำคัญหลายประการที่อิหร่านไม่ยอมรับ ดังนี้

  • ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด: สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านหยุดโครงการนิวเคลียร์ทันที ซึ่งเป็นประเด็นที่อิหร่านเคยปฏิเสธมาโดยตลอด
  • รื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์หลัก: โรงงานที่เสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ต้องถูกรื้อถอนทั้งหมด
  • เก็บกู้แร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง: ปริมาณกว่า 400 กิโลกรัมที่เชื่อว่าถูกฝังไว้ใต้ดิน ต้องถูกจัดการภายใต้การกำกับของนานาชาติ
  • ยอมรับกรอบความร่วมมือด้านสันติภาพ: รวมถึงความมั่นคงและการลดความตึงเครียดกับพันธมิตรในภูมิภาค
  • ยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนก่อการร้าย: เช่น ฮามาส, ฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มฮูตี โดยตัดเงินทุนทั้งหมด
  • เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ: ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือ เพื่อฟื้นฟูการค้าทางทะเล

หลังการเจรจา นาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดและเป็นข้อเสนอสุดท้ายแล้ว พร้อมเตือนว่าอิหร่านยังมีเวลายอมรับ แม้บรรยากาศการเจรจาจะตึงเครียด แต่ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีความเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้นหลังใช้เวลาร่วมกันหลายชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม อิหร่านมองว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ตนเองได้เปรียบ โดยเชื่อว่าสหรัฐฯ กำลังอ่อนแอ แต่ฝั่งทรัมป์และแวนซ์เห็นต่าง พวกเขามองว่าอิหร่านอ่อนแอลงหลังสงครามยืดเยื้อ และล่าสุดสหรัฐฯ ยังประกาศปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันเพิ่มเติม

สถานการณ์หลังการเจรจาและแนวโน้มอนาคต

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน ทำให้เกิดคำถามว่าอิหร่านจะยอมจำนนหรือไม่ ประเด็นนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายเป็นอุปสรรคหลักที่ยากต่อการประนีประนอม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยสหรัฐฯ ใช้กลยุทธ์ทางทหารและการทูตควบคู่กัน

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยาวนาน หากอิหร่านไม่ยอมรับ สงครามอาจยืดเยื้อต่อไป ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของปากีสถานในฐานะเจ้าภาพยังช่วยลดความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมือง

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราสามารถวิเคราะห์ว่าทำไมอิหร่านถึงยืนกราน โดยโครงการนิวเคลียร์ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งอธิปไตย และการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนเป็นเครื่องมือต่อรอง หากสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจและทหาร อิหร่านอาจต้องทบทวนท่าที

ในที่สุด สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของการทูตสมัยใหม่ที่ผสมผสานระหว่างการเจรจาและกำลังทหาร ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางทั้งหมด

คำแนะนำ: ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง จะช่วยให้เราเข้าใจมุมมองหลากหลายมากขึ้น!

ที่มา – ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว

สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว แลกเปลี่ยนเอกสารข้อเสนอ เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการนิวเคลียร์ เครือข่ายพันธมิตร หรือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว แลกเปลี่ยนเอกสารข้อเสนอ

ตามรายงานจากสำนักข่าว Fars ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 คณะผู้แทนจากอิหร่านและสหรัฐอเมริกาได้เสร็จสิ้นการเจรจาเฟสแรกที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเอกสารลายลักษณ์อักษรที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายประการที่ยังต้องถกเถียงกันต่อไป นี่เป็นการพบปะแบบเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบหลายสิบปี นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 2522

คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ได้เจรจากับทีมจากอิหร่านอย่างเข้มข้น เพื่อหาทางออกให้กับสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ และลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อิหร่านโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่าการพูดคุยได้เข้าสู่ “ขั้นตอนระดับผู้เชี่ยวชาญ” แล้ว ซึ่งจะมีคณะกรรมการเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ทหาร กฎหมาย และนิวเคลียร์ เข้ามามีส่วนร่วม

สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว ประเด็นขัดแย้งหลัก

แม้การเจรจาจะจบเฟสแรกด้วยการแลกเปลี่ยนเอกสาร แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีประเด็นขัดแย้งสำคัญ 5 ประการที่อาจเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของข้อตกลง ดังนี้

  • สถานการณ์เลบานอน: ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงรุนแรง ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่านเตือนว่าหากการโจมตียังเกิดขึ้น การเจรจาจะไร้ผล ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันไม่มีข้อตกลงหยุดยิง
  • ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหร่านไม่เปิดทางตามข้อตกลง มีเรือผ่านน้อยและมีข่าวเรียกเก็บค่าผ่านทาง อิหร่านมองว่าเป็นน่านน้ำอธิปไตย
  • โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน: สหรัฐฯ เรียกร้องให้หยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แต่アิหร่านยืนยันสิทธิพัฒนาเพื่อสันติภาพภายใต้ NPT ทำให้เป็นประเด็นยืดเยื้อ
  • เครือข่ายพันธมิตรอิหร่าน: กลุ่มอย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮูตี และฮามาส ถูกอิสราเอลมองเป็นภัยคุกคาม อิหร่านยังไม่ยอมลดบทบาท
  • การยกเลิกคว่ำบาตร: อิหร่านเรียกร้องปลดล็อกทรัพย์สิน 120,000 ล้านดอลลาร์ แต่สหรัฐฯ ยังไม่ยินยอม

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์อิหร่าน-สหรัฐฯ ที่มีรากเหง้าจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เช่น การยึดสถานทูตสหรัฐฯ ในปี 2522 และการถอนตัวจาก JCPOA ในสมัยทรัมป์ การเจรจาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนเอกสาร แต่เป็นความหวังในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเจรจาเฟสแรกนี้แสดงถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะปากีสถานที่เป็นเจ้าภาพกลางที่เป็นกลาง หากเฟสต่อไปประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่การลดความตึงเครียด ลดราคาน้ำมัน และเปิดโอกาสเศรษฐกิจให้อิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังมีสูง โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกอย่างอิสราเอลและกลุ่มพันธมิตร หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด การเจรจานี้อาจเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางได้จริง

คุณคิดว่าประเด็นไหนจะเป็นตัวตัดสินชะตาการเจรจาครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว แลกเปลี่ยนเอกสารข้อเสนอ

ทรัมป์ลุ้นสมัย 3! ไม่ทิ้งโอกาสเป็น ปธน. สมัยที่ 3

โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ตัดโอกาสที่เขาจะหาทางเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3 แต่ยืนยันว่าจะไม่ใช้ช่องโหว่การชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเพื่อให้ได้เป็นผู้นำต่ออีกสมัย

เมื่อวันอังคารที่ 27 ต.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับนักข่าวขณะโดยสารเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เดินทางจากมาเลเซียไปญี่ปุ่นว่า เขาไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะหาทางทำให้ตัวเขาสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 3 แม้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ จะระบุว่าไม่สามารถทำได้ โดยนายทรัมป์กล่าวว่าเขาอยากทำมาก

แต่นายทรัมป์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนทวีปเอเชีย ตัดความเป็นไปได้ที่เขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในปี 2571 ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้สนับสนุนบางคนเสนอขึ้นเพื่อเป็นทางให้เขาสามารถ “เลี่ยงรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ” ที่ห้ามประธานาธิบดีลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวาระที่สาม

นายทรัมป์ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวนั้น “ไร้เดียงสาเกินไป” และว่ามัน “อาจไม่ถูกต้องนัก”

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่านายทรัมป์จะใช้วิธีใดในการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3 แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนนายสตีฟ แบนนอน อดีตนักยุทธศาสตร์ของทรัมป์ กล่าวว่า “แผนการ” ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว เพื่อรับประกันว่าประธานาธิบดีวัย 79 ปีผู้นี้ จะได้ดำรงตำแหน่งอีกวาระ

เมื่อพูดถึงความเป็นไปได้ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ทรัมป์กล่าวว่า “ผมยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ผมมีผลสำรวจความคิดเห็นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

นอกจากนั้น นายทรัมป์ยังบอกด้วยว่า รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ กับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีศักยภาพที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดี โดยระบุว่าพวกเขาเป็นคนที่ไม่มีใครหยุดได้

“ทั้งหมดที่ผมสามารถบอกคุณได้ก็คือ เรามีกลุ่มคนดี ๆ ซึ่งพวกนั้น (พรรคเดโมแครต) ไม่มี” ทรัมป์กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 22 ระบุว่า ห้ามประธานาธิบดีลงสมัครชิงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 ขณะที่การยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว ต้องได้รับคะแนนโหวตจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาถึง 2 ใน 3 ซึ่งถูกมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ทรัมป์ไม่ตัดโอกาส หาทางเป็น ปธน.สมัยที่ 3

สถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่ออดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สาม สร้างความฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ท่ามกลางข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และวิธีการที่ทรัมป์จะนำมาใช้เพื่อให้ได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

แผนการสู่ตำแหน่ง ปธน. สมัยที่ 3 ของทรัมป์

ถึงแม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่าเขาจะไม่ใช้ช่องโหว่ในการลงสมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ แต่การที่เขากล่าวว่าเขา “ไม่ตัดโอกาส” ในการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สาม ทำให้หลายคนเชื่อว่าทรัมป์กำลังพิจารณาหาช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้

  • การผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ: แม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้ที่ถูกพูดถึง
  • การตีความรัฐธรรมนูญใหม่: ทรัมป์อาจพยายามหาช่องทางในการตีความรัฐธรรมนูญเพื่อให้เอื้อต่อการดำรงตำแหน่งสมัยที่สาม โดยอ้างเหตุผลพิเศษหรือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
  • การสร้างกระแสความนิยม: ทรัมป์อาจมุ่งเน้นไปที่การสร้างกระแสความนิยมและแรงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการเมืองที่เอื้อต่อการดำรงตำแหน่งของเขา

ไม่ว่าทรัมป์จะเลือกใช้วิธีใด การพยายามที่จะเป็นปธน.สมัยที่ 3 ย่อมต้องเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ภาคประชาชน หรือแม้แต่จากภายในพรรครีพับลิกันเอง

การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ตัดโอกาสในการหาทางเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3 กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการเมืองและสังคมอเมริกันอย่างแน่นอน

การที่อดีตประนาธิบดีอย่างทรัมป์ยังคงมีอิทธิพลเเละเป็นที่พูดถึงทำให้เห็นว่า การกลับมาของทรัมป์นั้นเป็นสิ่งที่น่าจับตา เเละอาจมีผลต่อการเมืองโลกอย่างมาก

ที่มา – ทรัมป์ไม่ตัดโอกาส หาทางเป็น ปธน.สมัยที่ 3 แต่จะไม่ใช้ช่องโหว่รอง ปธน.

Scroll to top