รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ปชป. สอนมวย รมต.ลูกเทพ พูดแล้วทำ ทำแล้วล้มเหลว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อบรรดาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวโต้กลับกลุ่ม “รัฐมนตรีลูกเทพ” ที่หยิบยกวาทกรรม “ดีแต่พูด” มาโจมตีพรรคเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 80 ปี โดยเฉพาะปชป. สอนมวย รมต.ลูกเทพ ถึงการทำงานที่เน้นสร้างผลงานระยะยาว มากกว่าการสร้างหนี้สินให้ประเทศชาติในอนาคต

ปชป. สอนมวย รมต.ลูกเทพ พูดแล้วทำ ทำแล้วล้มเหลว

นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาสะท้อนมุมมองว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต เราต้องการคนเก่งและมีประสบการณ์ไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่ที่อยากจะเกิดเพียงอย่างเดียว การที่กลุ่มผู้บริหารในรัฐบาลปัจจุบันออกมาตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์บ่อยครั้งนั้น สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะและความเข้าใจในการบริหารงานที่ยังขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจที่ควรมีการวางแผนเชิงรุก มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกู้เงินก้อนโต

สรุปจุดยืน ปชป. สอนมวย รมต.ลูกเทพ ในประเด็นผลงาน

ทางด้าน พศิน ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรค ได้ตอกย้ำความล้มเหลวของวาทกรรม “พูดแล้วทำ” ของรัฐบาลชุดนี้ โดยให้เหตุผลว่าการทำงานที่แท้จริงคือ:

  • การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ได้ข้ามทศวรรษ
  • การมีกฎหมายและนโยบายที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน
  • การไม่สร้างตราบาปให้นโยบายทางการเมือง เช่น กรณีปัญหากัญชาเสรี
  • การกล้าพิสูจน์ผลงาน แทนการใช้คำพูดสาดโคลนบ้านหลังเก่า

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการย้ายพรรคไปเพื่อหวังผลทางตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งนายพศินมองว่าการจะได้ใจประชาชนนั้น ไม่ใช่การทำเพื่อเจ้านายใหม่หรือสะสมบารมีด้วยการด้อยค่าคนอื่น แต่คือการแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์สุจริตและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในความจริงที่เป็นสิ่งไม่ตาย และเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าใครกันแน่ที่ทำเพื่อประเทศชาติคุ้มค่าภาษีที่สุด

ในยุคที่ทุกอย่างวัดผลได้ด้วยข้อมูลและการปฏิบัติจริง คำพูดสวยหรูอาจดึงดูดใจได้ในระยะแรก แต่เมื่อต้องเผชิญกับความจริงของการบริหารประเทศ ผลงานที่ปรากฏเป็นประจักษ์เท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวตนของนักการเมือง “ลูกเทพ” ทั้งหลายได้ดีที่สุด หวังว่าบทเรียนการบริหารจากอดีตจะทำให้ผู้บริหารรุ่นใหม่มีความใจกว้างและหันมาฟังข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้องมากกว่าการตอบโต้ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

ที่มา – ปชป. สอนมวย “รมต.ลูกเทพ” ซัด “พูดแล้วทำ” ทำแล้วล้มเหลวผิดพลาด ต้องตามล้างตามเช็ด

ชัยชนะ บี้ ศุภจี เร่งช่วยชาวสวนผลไม้ เตรียมรับมือมังคุด

ชัยชนะ บี้ ศุภจี เร่งผุดมาตรการช่วยชาวสวนผลไม้ภาคใต้ หาทางรับมือฤดูผลผลิตมังคุด ล่วงหน้า

กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเกษตรทันที เมื่อ ‘ชัยชนะ เดชเดโช’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ ‘ศุภจี สุธรรมพันธ์’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการวางแผนช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้ในภาคใต้ ก่อนที่ความเดือดร้อนจะลุกลามไปมากกว่าเดิม โดยเฉพาะประเด็นการเตรียมตัวต้อนรับฤดูกาล ‘มังคุด’ ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้

นายชัยชนะได้ย้ำชัดเจนว่า การทำงานในฐานะรัฐมนตรีควรมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ถึงเวลาวิกฤตแล้วค่อยมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวสวนไม่ได้มีแค่เรื่องรายได้ที่ลดลง แต่ยังรวมถึงหนี้สินที่พอกพูนขึ้นจากการขายผลผลิตไม่ได้ราคาตามที่ควรจะเป็น ดังนั้นการชัยชนะ บี้ ศุภจี เร่งผุดมาตรการช่วยชาวสวนผลไม้ภาคใต้ หาทางรับมือฤดูผลผลิตมังคุด ล่วงหน้า จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้

บทบาทรองนายกฯ กับคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงาน

นอกจากเรื่องปัญหาผลไม้แล้ว นายชัยชนะยังฝากไปถึงนโยบายข้าวแกง 40 บาทของนางศุภจี ที่สร้างความสงสัยให้กับประชาชนนับไม่ถ้วน เพราะในความเป็นจริงราคาข้าวแกงทั่วไปอยู่ที่ 30 บาท การตั้งเพดานราคาที่ 40 บาทนั้น ดูเหมือนจะสวนทางกับหลักความเป็นจริง จนมีการแซวขำๆ ว่าหรือจะเป็น ‘ข้าวแกงกุ้งมังกร’ กันแน่?

หากวิเคราะห์ถึงการบริหารงานที่ผ่านมา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รายนี้ตั้งข้อสังเกตว่า อดีตที่ผ่านมาในฤดูกาลทุเรียน การให้ความเห็นที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจกลไกราคาตลาดจริง ทำให้ชาวสวนเสียโอกาส และเมื่อเกิดปัญหากุ้งราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ ก็ยังไม่เห็นมาตรการที่ตรงจุด จนกระทั่งต้องมาเร่งให้รัฐบาลรีบทำสิ่งที่ควรทำผ่านการชัยชนะ บี้ ศุภจี เร่งผุดมาตรการช่วยชาวสวนผลไม้ภาคใต้ หาทางรับมือฤดูผลผลิตมังคุด ล่วงหน้า อย่างจริงจัง

  • เร่งส่งเสริมการขนส่งร่วมกับไปรษณีย์และเอกชน
  • สนับสนุนกล่องบรรจุผลไม้เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร
  • วางแผนกระจายสินค้าทั่วประเทศป้องกันสินค้าล้นตลาด

ท้ายที่สุด การทำงานของฝ่ายบริหารในช่วงเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนจากการทำมาหากินนั้น เป็นสิ่งที่ฝากไม่ได้จริงๆ หากยังบริหารงานโดยขาดความเข้าใจปัญหาเชิงลึก ก็ไม่แปลกใจที่ ‘ชัยชนะ’ จะออกมาขย่มซ้ำว่า ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อาจจะต้องถึงคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือถูกปรับพ้นคณะรัฐมนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมังคุดหรือราคาพืชผลใดๆ การชัยชนะ บี้ ศุภจี เร่งผุดมาตรการช่วยชาวสวนผลไม้ภาคใต้ หาทางรับมือฤดูผลผลิตมังคุด ล่วงหน้า คือความหวังสุดท้ายที่ชาวเกษตรกรต้องการเห็นก่อนที่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ครับ

ที่มา – “ชัยชนะ” บี้ “ศุภจี” เร่งผุดมาตรการช่วยชาวสวนผลไม้ภาคใต้ หาทางรับมือฤดูผลผลิตมังคุด ล่วงหน้า

ชัยชนะ เปิดข้อมูลใหม่ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเว็บพนัน-Forex

ชัยชนะ เปิดข้อมูลใหม่ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเว็บพนัน-Forex

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกี่ยวกับกรณีเครือข่ายธุรกิจสีเทา โดย ชัยชนะ เปิดข้อมูลใหม่ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเว็บพนัน-Forex ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับข้อมูลชุดนี้มีการพุ่งเป้าไปที่การใช้ธุรกิจร้านอาหารมาเป็นฉากหน้าในการฟอกเงินผิดกฎหมาย

เปิดเส้นทางเงินผ่านร้านอาหารชื่อดัง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล นายชัยชนะได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีร้านอาหารชื่อดังหลายแห่ง ตั้งแต่โซนฝั่งธนบุรีไปจนถึงย่านรังสิตคลอง 3 มีพฤติกรรมน่าสงสัยเหมือนเป็นเครือข่าย Payment Gateway ให้กับเว็บพนันออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ “หมีพู168” รวมถึงขบวนการหลอกลงทุน Forex และกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งการที่ ชัยชนะ เปิดข้อมูลใหม่ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเว็บพนัน-Forex ในครั้งนี้ ถือเป็นการกดดันให้หน่วยงานภาครัฐต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น

  • เชื่อมโยงร้านอาหารขนาดใหญ่ในฝั่งธนบุรี
  • พบความเชื่อมโยงกับร้านอาหารย่านรังสิตคลอง 3 ของบุคคลชื่อ “ตี๋”
  • มีการใช้โซเชียลมีเดีย TikTok เป็นช่องทางหนึ่งในการทำกิจกรรม

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นร้านอาหาร? คำตอบคือเพื่อเป็นการตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการทำตัวเลขรายรับรายจ่ายให้เหมือนธุรกิจปกติ แต่แท้จริงแล้วกลับมีการกระจายเส้นทางการเงินอย่างซับซ้อนเพื่อให้ยากต่อการติดตามของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่ง ชัยชนะ เปิดข้อมูลใหม่ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเว็บพนัน-Forex ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโปงเครือข่ายที่มีการทำงานเป็นกระบวนการอย่างชัดเจน โดยหลังจากนี้ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการการตำรวจ และคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ในมุมมองของเรา นี่ไม่เพียงแค่เรื่องของเว็บพนัน แต่เป็นปัญหาใหญ่ระดับโครงสร้างที่รัฐบาลต้องจัดการอย่างเด็ดขาด เพราะหากปล่อยให้เครือข่ายเหล่านี้ลอยนวลต่อไป ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อประชาชนจะยิ่งขยายวงกว้างมากขึ้น เราหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้ข้อมูลจากคุณชัยชนะเป็นเบาะแสสำคัญในการกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก

ที่มา – “ชัยชนะ” เปิดข้อมูลใหม่ จี้รัฐเร่งตรวจสอบเครือข่ายต้องสงสัยโยงเว็บพนัน-Forex

“กรณ์” แนะอย่าปล่อยให้ ปชช. รู้สึกไม่มีที่พึ่ง

ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุล่าสุด “กรณ์” แนะอย่าปล่อยให้ ปชช. รู้สึกไม่มีที่พึ่ง กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ หลังจากนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาการนับคะแนนเลือกตั้งที่ชลบุรี เขต 1 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ประชาชนหลายคนรู้สึกถูกทอดทิ้งและปวดใจไปตามๆ กัน

“กรณ์” แนะอย่าปล่อยให้ ปชช. รู้สึกไม่มีที่พึ่ง

นายกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ตนติดตามสถานการณ์ปัญหาการนับคะแนนที่ชลบุรีอย่างใกล้ชิด และรู้สึกปวดใจอย่างยิ่งที่เห็นประชาชนถูกทอดทิ้งโดยภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ควรเป็นผู้ชี้แจงให้ชัดเจนทันที แต่กลับไม่มีคำอธิบายที่โปร่งใส นี่คือสัญญาณอันตรายที่อาจทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในระบบเลือกตั้ง

กรณ์ ยังเล่าประสบการณ์ส่วนตัวจากการเลือกตั้งครั้งแรกของตัวเอง ที่ต้องนั่งทับกล่องบัตรเลือกตั้งที่มีพิรุธ ตลอดคืนเพื่อรอคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ เขายอมรับว่าถ้าแพ้เพราะซื้อเสียงก็ยอมรับได้ เพราะเป็นการตัดสินใจของประชาชน แต่การยัดเยียดบัตรหรือโกงการนับคะแนนนั้นรับไม่ได้เด็ดขาด

สถานการณ์นับคะแนนที่ชลบุรี: อะไรเกิดขึ้น?

ที่ชลบุรี เขต 1 เกิดปัญหาการนับคะแนนที่ล่าช้าและมีข้อพิพาท ทำให้ชาวบ้านออกมาแสดงความไม่พอใจ คำพูดของชาวบ้านคนหนึ่งที่กรณ์ได้ยินคืนนั้นว่า “เขาเป็น กกต. เขามีหน้าที่เดียวคือจัดการเลือกตั้งให้เป็นธรรม ทำไมเขาไม่ทำ” สะท้อนถึงความรู้สึกที่ถูกหักหลังของประชาชน “กรณ์” แนะอย่าปล่อยให้ ปชช. รู้สึกไม่มีที่พึ่ง เพราะหากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในอนาคต

ปัญหานี้ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย การนับคะแนนที่ไม่โปร่งใสมักก่อให้เกิดข้อกล่าวหาและการโต้เถียงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย กกต. ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก ต้องเร่งสร้างความโปร่งใสด้วยการถ่ายทอดสด การรายงานผลเรียลไทม์ และการตอบคำถามประชาชนอย่างรวดเร็ว

บทบาทของ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่น

กรณ์ ย้ำชัดว่ากกต. มีหน้าที่ทำทุกอย่างให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งโปร่งใสและเป็นธรรม หากล้มเหลว ประชาชนจะรู้สึกไม่มีที่พึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศประชาธิปไตย

  • ชี้แจงทันทีเมื่อเกิดปัญหา
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยนับคะแนนเพื่อลดข้อผิดพลาด
  • มีกลไกตรวจสอบอิสระ
  • ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
  • สื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังควรมีระบบร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่ามีที่พึ่งจริงๆ

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับปัญหาการเมืองไทยในภาพรวม เช่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียง การทุจริตเลือกตั้ง ที่ต้องแก้ไขจากรากฐาน ผ่านการศึกษาและการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น พรรคประชาธิปัตย์เองก็ยืนยันจุดยืนในการต่อสู้เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริต

สุดท้ายแล้ว “กรณ์” แนะอย่าปล่อยให้ ปชช. รู้สึกไม่มีที่พึ่ง เป็นคำเตือนที่ทุกฝ่ายต้องรับฟัง หากเราต้องการประชาธิปไตยที่มั่นคง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และช่วยกันติดตามข่าวสารเพื่อผลักดันการปฏิรูปการเลือกตั้งให้ดีขึ้น

ที่มา – “กรณ์” แนะอย่าปล่อยให้ ปชช. รู้สึกไม่มีที่พึ่ง บอกเห็นสถานการณ์นับคะแนนที่ชลบุรี แล้วปวดใจ

Scroll to top