ระบบการเมือง

10 สส.พรรคประชาชน รวมพลตอบทุกข้อซักถามพรุ่งนี้ หวังศาลให้ความเป็นธรรม

10 สส.พรรคประชาชน รวมพลตอบทุกข้อซักถามพรุ่งนี้ หวังศาลให้ความเป็นธรรม เป็นข่าวที่หลายคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะในแวดวงการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเผยความคืบหน้าของคดีที่เกี่ยวข้องกับ 44 สส.จากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ของพรรคประชาชน

10 สส.พรรคประชาชน รวมพลตอบทุกข้อซักถามพรุ่งนี้ หวังศาลให้ความเป็นธรรม

พรุ่งนี้ 22 เมษายน 2569 จะเป็นวันสำคัญที่ 10 สส.พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ จะรวมตัวกันแถลงข่าวตอบทุกข้อซักถามเกี่ยวกับคดีนี้ ก่อนที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยรับหรือไม่รับคดีในวันที่ 24 เมษายน พวกเขาหวังว่าศาลจะให้ความเป็นธรรม หากผลออกมาดี ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)

เตรียมพร้อมทางกฎหมายอย่างละเอียด

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่าพรรคได้เตรียมรายละเอียดและเทคนิคการต่อสู้ทางกฎหมายมาอย่างดี เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ คดีนี้เกิดจากดุลพินิจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งดูเหมือนจะเลือกปฏิบัติ เมื่อเทียบกับกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มีเส้นทางเงินชัดเจนแต่กลับไม่โดนอะไร

พวกเขาใช้กลไกทางนิติบัญญัติโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การอภิปรายโหวตนายกฯ และแถลงนโยบาย แต่กลับถูกดำเนินคดี ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้ถูกมองว่ามีเสถียรภาพ แต่การใช้อำนาจบิดเบือนกลไกกฎหมายเพื่อปกป้องพวกพ้องและทำลายฝ่ายตรงข้าม จะย้อนทำลายตัวรัฐบาลเอง

ชี้ระบบการเมืองที่ผิดปกติ

สิ่งที่เกิดขึ้นผิดปกติมาก พรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ในระบบการเมืองที่มีองค์กรอิสระและกลุ่มอำนาจคอยหนุนหลัง ส่งผลให้ผลประโยชน์ตกไปยังกลุ่มชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงิน ใช้จ่ายงบประมาณ หรือกระบวนการยุติธรรม คนตัวเล็กๆ ไม่เคยได้ประโยชน์

  • พรรคประชาชนจะทำงานให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาเหล่านี้
  • ต่อต้านระบบการเมืองที่ไม่ใช่ของประชาชนส่วนใหญ่
  • ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

สำหรับการเปลี่ยน กก.บห. ภายใน 24 เมษายน นายณัฐพงษ์ บอกว่ายังตอบไม่ได้ แต่พร้อมทุกสถานการณ์ เชื่อว่าศาลจะยุติธรรม พวกเขายืนยันความบริสุทธิ์มาตลอด การเสนอแก้กฎหมายไม่ใช่ความผิด หากศาลไม่สั่งร้าย ก็ไม่เปลี่ยนผู้บริหาร

นอกจากนี้ ยังแปลกใจที่วันประชุมใหญ่พรรคตรงกับวันศาลมีคำสั่งพอดี แต่กรอบเวลาประชุมต้องในเมษายนอยู่แล้ว หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ก็พร้อมทำหน้าที่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับสภา

ความเห็นและมุมมองเพิ่มเติม

คดีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบยุติธรรมไทยที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้ศาลตัดสินอย่างโปร่งใส เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในกระบวนการกฎหมาย หาก 10 สส.พรรคประชาชน รวมพลตอบทุกข้อซักถามพรุ่งนี้ ได้รับการตอบรับดี อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ในมุมส่วนตัว คิดว่านี่คือโอกาสที่ประชาชนจะได้เห็นภาพชัดเจนของการเมืองไทย อย่าลืมติดตามการแถลงพรุ่งนี้ เพราะอาจมีข้อมูลใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย สุดท้ายแล้ว ความยุติธรรมต้องมาก่อนเสมอ

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – 10 สส.พรรคประชาชน รวมพลตอบทุกข้อซักถามพรุ่งนี้ หวังศาลให้ความเป็นธรรม

“จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” สส. เชียงราย เกินคาด

“จักรภพ” วิเคราะห์ชัยชนะเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 เกินความคาดหมาย เชื่อมาจาก “สง่า” ทำงานหนัก มี “ยงยุทธ-พิเชษฐ์” ช่วยเบื้องหลังเป็นระบบ เตือนอย่ามองข้ามคะแนนโนโหวตประท้วงเงียบ

วันที่ 15 ก.ย. 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข รักษาการที่ปรึกษาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงชัยชนะของนายสง่า พรมเมือง ในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 โดยทิ้งห่างคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนกว่าเท่าตัวว่า หากให้วิเคราะห์น่าจะมาจาก 1. มาจากตัวผู้สมัครเอง ที่ทำงานหนัก และลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง 2. มาจากผลงานเดิมของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย 3. ความคาดหวังในตัวผู้สมัครที่เข้าใจความรู้สึกของชาวบ้าน ส่วนตัวรู้สึกว่าจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่เฉพาะที่มีลักษณะเป็นเมืองนานาชาติที่มีการพัฒนาขึ้นในทุกวัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับประเทศจีน ลาว เมียนมา แต่องค์ประกอบหลายอย่างของจังหวัดเชียงรายยังไม่ได้จัดให้สอดคล้องกับความเป็นเมืองนานาชาติ

ไม่คิดผลคะแนนทะลุ 4 หมื่น

นายจักรภพ ยอมรับด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ทางพรรคเพื่อไทยตั้งความหวังว่า นายสง่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้คิดว่าผลคะแนนที่ได้จะสูงถึงขนาด 4 หมื่นกว่าคะแนน ซึ่งห่างจากผู้สมัครของพรรคประชาชนที่ได้ไม่ถึง 2 หมื่นคะแนน สิ่งที่ตนเองพูดนี้ไม่ได้หมายความถึงการฮึกเหิมและก้าวร้าวทางการเมือง แต่สิ่งที่จะต้องทำหลังจากนี้ คือจะต้องศึกษาวิธีที่ได้มาซึ่งคะแนนเสียง ว่าเพราะอะไรประชาชนถึงสนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนนเสียงจำนวนมาก และเท่าที่ตนเองสังเกตนายสง่าพร้อมทั้งทีมงานทำงานหนักมาโดยตลอด และได้รับการสนับสนุนจากนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงระบบที่เคยมีการบริหารการเมืองและการเข้าถึงประชาชนโดยผ่านกระบวนการตัวแทนต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น ซึ่งจากการชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ตนเองยังตั้งข้อสังเกตว่า ชัยชนะที่ได้มาไม่ได้มาจากการที่จัดเวทีหาเสียงในลักษณะเวทีใหญ่ แต่เป็นการหาเสียงโดยใช้เวทีย่อยแต่ละหมู่บ้าน เมื่อผลออกมาว่าชนะการเลือกตั้งแสดงว่ากลยุทธ์และวิธีที่ได้ลงพื้นที่หาเสียงไปได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี คือประชาชนอยากได้ผู้สมัครที่เข้าถึงตัวและสามารถพูดจากันได้

เชื่อพท.ปรับกลยุทธ์ลุยเวทีย่อย

นายจักรภพกล่าวด้วยว่า จากนี้เชื่อว่า ทางผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยก็คงจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ช่วยหาเสียงเขต 7 เชียงราย ในครั้งนี้ คิดว่าสามารถนำมาเป็นต้นแบบในการหาเสียงเขตอื่นๆ ได้ โดยมีวิธีการคือ 1. เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด และให้ย้อนกลับไปคิดถึงตอนที่สร้างพรรคไทยรักไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ตอนนั้นประชาชนไม่รู้จักพรรคไทยรักไทยเลย ซึ่งเราจะต้องเอาตรงส่วนนี้มาถอดบทเรียนว่าทำอย่างไรจึงเข้าถึงประชาชน และได้รับการเลือกตั้งจนมาถึงปัจจุบันนี้ ตอนนี้ส่วนตัวคิดว่า ไม่ได้ต้องการเฉพาะที่จะได้แต่ชัยชนะ แต่ต้องปลุกฟื้นความศรัทธาของประชาชน เนื่องจากประชาชนเอือมระอาต่อการเมืองเป็นจำนวนมาก

วิเคราะห์ปัจจัยทำให้ชนะ

“ชัยชนะของคุณสง่า ในครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นเพราะตัวคุณสง่า ที่ประกอบธุรกิจพืชไร่ในพื้นที่มาโดยตลอด จนเป็นที่รักของประชาชน จึงทำให้มีฐานคะแนนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าคะแนนที่ได้มาทั้งหมดจะเป็นฐานคะแนนเก่าของคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และอีกส่วนประมาณ 40% ได้รับคะแนนสงสารคุณทักษิณ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต้องเข้าไปจำคุกอยู่ในเรือนจำ และสิ่งสำคัญที่ผมคิดว่ามีส่วนทำให้ชนะ คือ คุณยงยุทธ ติยะไพรัช การนำคนเก่าๆ ที่มีบทบาทในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ” นายจักรภพ กล่าวและว่า

ห่วงโนโหวตประท้วงการเมือง

แต่สำหรับอีกประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ จำนวนบัตรที่กาช่องไม่ประสงค์เลือกบุคคลใดมีจำนวนเกือบหมื่นใบ นายจักรภพ กล่าวว่า ในส่วนนี้แสดงให้เห็นได้ชัดว่าคนเบื่อหน่ายการเมือง แต่ตัวเองก็ถือว่าเป็นประเด็นที่จะต้องนำมาคิดเนื่องจาก โนโหวต ไม่ได้แปลว่าเขาชอบหรือไม่ชอบทั้งเพื่อไทยและประชาชน และก็มองว่าผู้สมัครทั้ง 2 คนไม่มีใครเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์ แต่ในส่วนของพรรคประชาชนนั้น คนอาจจะผิดหวังที่ไปเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนตัวจึงคิดว่าจะต้องให้ความสำคัญกับหมื่นคะแนนที่ โนโหวต ส่วนตัวมีความรู้สึกลึกๆ ว่า จำนวนที่ โนโหวต อาจจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่าเป็นคะแนนที่ประท้วงระบบการเมือง

ยุ “ทักษิณ”พ้นโทษ ถือธงนำเพื่อไทย

นอกจากนี้ยังคงมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร ว่า หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีบุคคลในตระกูลชินวัตรเป็นผู้บริหารพรรค สำหรับประเด็นนี้ นายจักรภพมองว่า ตอนนี้คนในครอบครัวชินวัตร ก็คงมองอยู่ว่ามีบุคคลอื่นที่มีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาช่วยขยายอุดมการณ์ ในการร่วมขับเคลื่อนพรรค ต้องยอมรับว่าในระยะนี้คนคิดถึงนายทักษิณมากพอสมควร เนื่องจากนโยบายหลายอย่างที่นายทักษิณเคยทำไว้ตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยมีใครทำได้ที่เป็นรูปธรรมขนาดนี้ และที่สำคัญตนเองคิดว่าหลังจากที่คุณทักษิณพ้นโทษ ควรจะต้องกลับมาอยู่เบื้องหน้าของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากยังคงเป็นแบรนด์ของพรรคที่สำคัญ เพราะว่ายังคงมีคนที่ชื่นชอบในตัวคุณทักษิณอยู่อีกไม่น้อย และอีกประการเรื่องอายุขัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณทักษิณมีเวลาอีกไม่มากที่จะทำงาน เพราะฉะนั้นเมื่อประชาชนคิดว่าไม่อยากย่ำเท้าอยู่ที่เดิม ประกอบกับคุณทักษิณเองก็คิดว่าจะต้องพัฒนาก้าวไปข้างหน้าทั้ง 2 ส่วนนี้มารวมกันก็จะไปในทิศทางที่ดี และอีกประการหากนายทักษิณมาอยู่เบื้องหน้า ก็จะสามารถทำให้สร้างความมั่นใจให้กับ สส. ที่กำลังคิดว่าจะย้ายพรรค ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ก็อาจจะเป็นได้หลังพ้นโทษ

เบรกอย่ารีบ ต้องเรียนรู้บทเรียน

ส่วนคำถามที่ว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่นายทักษิณจะมีโอกาสมารับโทษนอกเรือนจำ นายจักรภพกล่าวว่า คิดว่าเราไม่ควรรีบร้อนที่จะทำอะไรแบบนั้น ยกเว้นเสียแต่ว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องขังตามปกติ ซึ่งจะพิจารณาจากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าจะใช้สิทธิ์ทางด้านอายุ อาการป่วย จนถึงขั้นพักโทษนั้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เราจะรีบเอาเรื่องนี้มาใช้เป็นสิทธิ ก็จะทำให้เกิดความคลางแคลงใจในอนาคต เราต้องเรียนรู้บทเรียนที่จะไม่ไปสร้างความระแวงของประชาชน เหมือนคราวที่ผ่านมา

“จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย เตือนอย่ามองข้ามโนโหวตประท้วงเงียบ

บทวิเคราะห์ของนายจักรภพ เพ็ญแข ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 โดยเน้นย้ำถึงการทำงานหนักของผู้สมัคร การสนับสนุนจากทีมงาน และความต้องการของผู้สมัครที่เข้าถึงประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจจาก “จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย

สิ่งที่ได้จากบทสัมภาษณ์ของนายจักรภพ คือการมองถึงปัจจัยรอบด้านที่นำไปสู่ชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้สมัครเอง ทีมงานเบื้องหลัง หรือแม้แต่กระแสความนิยมในอดีตของพรรคไทยรักไทย นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจคือจำนวนผู้ที่เลือก “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ซึ่งสะท้อนถึงความเบื่อหน่ายทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งในอนาคต

ชัยชนะของนายสง่า พรมเมือง ในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 เป็นผลลัพธ์ของการทำงานอย่างหนัก ความเข้าใจในพื้นที่ และการสนับสนุนจากทีมงานที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเข้าถึงประชาชนและการสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองในระยะยาว

การวิเคราะห์ของนายจักรภพเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามการเมืองไทยและผู้ที่สนใจในการวางกลยุทธ์การเลือกตั้ง

ที่มา – “จักรภพ”เผยชัยชนะ“สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย เตือนอย่ามองข้ามโนโหวตประท้วงเงียบ

Scroll to top