ระเบิด

คาดสาเหตุ! รถกระบะส่งของ ระเบิดราชบุรี

จากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญที่ราชบุรี เจ้าหน้าที่กำลังคาดสาเหตุ "รถกระบะส่งของ" ระเบิดสนั่นราชบุรี ทำให้รถยนต์เสียหายกว่า 10 คัน และบ้านเรือนประชาชนอีก 5 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ด้านเจ้าของบริษัทขนส่งแสดงความรับผิดชอบ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 9 กันยายน ที่บริเวณสี่แยกเขางู (แยกนิสสัน) ถนนเพชรเกษม ขาเข้าตัวเมืองราชบุรี โดยรถกระบะคันดังกล่าวเกิดไฟลุกไหม้ ก่อนที่จะระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้รถยนต์และบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ต้องใช้เวลากว่า 10 นาทีในการควบคุมเพลิง

คาดสาเหตุ "รถกระบะส่งของ" ระเบิดสนั่นราชบุรี

หลังเกิดเหตุ นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเศษชิ้นส่วนรถยนต์ น้ำยาล้างเล็บ เครื่องสำอาง เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด อุปกรณ์ตกปลา และที่น่าตกใจคือ พบเปลือกของพลุระเบิดไล่นกจำนวนหนึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น นอกจากบ้านเรือน 5 หลังคาเรือนแล้ว ยังมีรถยนต์เสียหายถึง 11 คัน แบ่งเป็นรถของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง 5 คัน และรถของบริษัทขนส่งเองอีก 6 คัน ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายสรศักดิ์ คนขับรถคันเกิดเหตุ และนายสยามรัฐ เจ้าของบริษัทขนส่ง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว

พ.ต.ท.เจริญญา ปุริโส สารวัตร สภ.เมืองราชบุรี เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถคันดังกล่าวเพิ่งเดินทางกลับมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี โดยบรรทุกสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งน้ำยาล้างเล็บ เครื่องสำอาง เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด อุปกรณ์ตกปลา และพลุไล่นกจำนวน 1 ลัง ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และระเบิดนั้น ยังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างเป็นทางการ

สาเหตุการระเบิด: พลุไล่นกเป็นตัวการ?

คาดสาเหตุ "รถกระบะส่งของ" ระเบิดสนั่นราชบุรี เกิดจากเพลิงไหม้ลุกลามไปติดพลุไล่นกที่บรรทุกมาในรถ เนื่องจากรถคันดังกล่าวเป็นรถตู้ทึบ และมีสินค้าประเภทน้ำยาทาเล็บอยู่ด้วย ทำให้เกิดแรงอัดอย่างรุนแรงคล้ายกับการระเบิด อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ไม่พบชิ้นส่วนของระเบิดแต่อย่างใด พบเพียงเศษชิ้นส่วนของพลุไล่นกเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่าพลุไล่นกดังกล่าวไม่ใช่สินค้าของบริษัทขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ด แต่คนขับรถได้รับฝากมา ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

นางสุดาคาร เพื่อนบ้านที่ได้รับความเสียหาย เล่าว่า ได้ยินเสียงดังมากจนกระจกหน้าต่างบ้านแตก รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน รวมถึงเครื่องใช้และไวน์ที่สะสมไว้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก

น.ส.เรณู สิงห์ทอง เจ้าของบริษัทขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ด พร้อมทนายความ ยืนยันว่า ทางบริษัทไม่ได้จำหน่ายพลุหรือดอกไม้ไฟ และไม่ทราบว่าพลุไล่นกดังกล่าวมาจากไหน แต่พร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้กับเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

ทั้งนี้ ทางบริษัทได้ยืนยันว่าจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ต้องให้ความระมัดระวังในการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่อาจเป็นอันตรายหรือติดไฟง่าย ควรมีการจัดเก็บและขนส่งอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นอีก

การที่เจ้าของกิจการออกมาแสดงความรับผิดชอบและพร้อมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ถือเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม หวังว่าการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว

ที่มา – คาดสาเหตุ "รถกระบะส่งของ" ระเบิดสนั่นราชบุรี เจ้าของพร้อมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด

ผวา! พบระเบิดแรงสูงยัดกระสอบ ใกล้ชายแดน

เกิดเหตุระทึกขวัญ! พบวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดแรงสูงยัดกระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในรถตู้ที่จอดทิ้งไว้ใกล้กับชุมชนและสะพานข้ามแดนแห่งที่ 1 ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ฝ่ายปกครอง และทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้รับแจ้งเหตุพบรถยนต์ตู้สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า จอดทิ้งไว้ในซอยหลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใกล้ถนนเทศบาล 3 ในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รถคันดังกล่าวจอดอยู่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณสะพานมิตรภาพฯ ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ไม่ถึง 1 กิโลเมตร และจอดอยู่ในลักษณะที่น่าสงสัยมานานกว่า 6 เดือนแล้ว

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถตู้ พบกระสอบฟางจำนวนมากวางซ้อนกันอยู่ เมื่อเปิดดูกระสอบ พบวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดแท่ง Superpower 90 อยู่ภายในหลายแท่ง นอกจากนี้ยังพบสายสีแดงขาว ซึ่งเป็นเชื้อปะทุอีกด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบปิดกั้นพื้นที่โดยรอบในรัศมี 100 เมตร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

จากนั้นจึงได้ประสานงานไปยังหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เพื่อเข้าตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นชุมชนหนาแน่นและเป็นด่านพรมแดนที่สำคัญ

พบระเบิดแรงสูงยัดกระสอบ

จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าระเบิดแรงสูงยัดกระสอบเหล่านี้อาจถูกเตรียมไว้เพื่อนำไปใช้ในเหมืองต่างๆ ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งมีเหมืองแร่หลายประเภท เช่น เหมืองแมงกานีส ทองคำ และแรร์เอิร์ธ (แร่หายาก) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาที่มาของระเบิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

ชนิดของระเบิดที่พบ

ระเบิดแรงสูงชนิดแท่ง Superpower 90 ที่พบในครั้งนี้ เป็นระเบิดที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนพื้นดินและในอุโมงค์ มีอานุภาพทำลายล้างสูง และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บกู้และทำลาย

  • Superpower 90: ระเบิดแรงสูงชนิดแท่ง
  • ใช้งานได้ทั้งบนพื้นดินและในอุโมงค์
  • มีอานุภาพทำลายล้างสูง

เหตุการณ์พบระเบิดแรงสูงยัดกระสอบในครั้งนี้ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

การพบระเบิดแรงสูงยัดกระสอบในรถตู้ที่ถูกจอดทิ้งไว้นานถึง 6 เดือน บ่งชี้ถึงความหละหลวมในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีใครสังเกตเห็นรถตู้ต้องสงสัยคันนี้มาก่อน และใครเป็นผู้นำระเบิดมาซุกซ่อนไว้ การสืบสวนหาข้อเท็จจริงและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ระทึก พบระเบิดแรงสูงยัดกระสอบ ซุกรถตู้จอดติดชุมชน ใกล้สะพานข้ามแดนแห่งที่ 1

ระเบิดป่วนนราธิวาส 5 อำเภอ! เจ็บ 2 ความมั่นคงคุมเข้ม

สถานการณ์ตึงเครียดในจังหวัดนราธิวาส เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ได้แก่ สุไหงปาดี จะแนะ บาเจาะ เจาะไอร้อง และศรีสาคร เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันนี้ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 2 ราย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา จ.นราธิวาส ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบ เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในเวลาไล่เลี่ยกัน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยง

จากรายงานเบื้องต้น จุดแรกที่อำเภอสุไหงปาดี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.50 น. โดยระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นที่ถนนหมายเลข 4056 ในเขตเทศบาลปะลุรู แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และรถยนต์เสียหาย 1 คัน จุดเริ่มต้นนี้เองที่นำไปสู่ความปั่นป่วนต่อเนื่องไปยังอำเภออื่นๆ

ต่อมาในอำเภอจะแนะ เมื่อเวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ บริเวณมัสยิดดุซงญอ หมู่ที่ 1 ตำบลดุซงญอ และตลาดดุซงญอ หมู่ที่ 1 แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านที่กำลังพักผ่อนเป็นอย่างมาก

ในเวลาเดียวกัน ที่อำเภอบาเจาะ เวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บนถนนเพชรเกษม ตำบลบาเจาะ โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่แรงระเบิดสร้างความเสียหายให้กับบริเวณโดยรอบ

เหตุการณ์ยังไม่จบสิ้น เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 00.05 น. เกิดระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ บริเวณหน้าสถานีรถไฟเจาะไอร้อง หมู่ 1 ตำบลจวบ และในเวลา 00.30 น. เกิดเหตุระเบิดอีกจุดหนึ่ง บริเวณตู้ ATM หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง หมู่ 3 ตำบลตะมะยูง อำเภอศรีสาคร

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังเร่งดำเนินการเก็บพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเพิ่มกำลังในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในพื้นที่เปราะบาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นอีก

สรุปสถานการณ์ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ

เหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ และในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทั้งในย่านชุมชน จุดเศรษฐกิจสำคัญ และหน้าอาคารของหน่วยงานการเงิน ซึ่งส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายในหลายจุด

ผลกระทบจากเหตุระเบิดป่วนนราธิวาส

  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: อาคาร, ร้านค้า, และรถยนต์ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด
  • ความหวาดกลัวของประชาชน: เหตุการณ์สร้างความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจในความปลอดภัย
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่
  • การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด: การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากเหตุการณ์ระเบิด

หลังจากเหตุการณ์ ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ สิ่งที่ต้องจับตาคือ ความคืบหน้าในการสืบสวนหาสาเหตุและผู้ก่อเหตุ รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และแผนการในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขและความเข้าใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มา – ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ เจ็บแล้ว 2 ราย ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าระวังเข้ม

คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด เหมืองแร่นราธิวาส

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง เมื่อเกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกเผารถในเหมืองแร่จะแนะ ส่งผลให้มีคนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด และบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดอีกราย

คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่เหมืองแร่แห่งหนึ่งในอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส หลังจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา คนร้ายได้บุกเข้าเผาและทำลายรถแบ็คโฮและรถบรรทุกสิบล้อรวม 7 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคนงานเหยียบกับระเบิดขาขาดในระหว่างการตรวจสอบ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบใต้ท้องรถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อที่ถูกคนร้ายใช้รถแบ็คโฮกระชากจนตะแคง โดยคาดว่าอาจมีวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ จึงได้ประสานไปยังผู้ดูแลเหมืองแร่เพื่อขอนำรถแบ็คโฮมายกเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ

ในระหว่างที่คนงานกำลังเดินทางไปนำรถแบ็คโฮมาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ นายอัสมี หนึ่งในคนงาน ได้พลาดเหยียบกับดักระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ ทำให้เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้นายอัสมีคนงานเหยียบกับระเบิดขาขาดทันที และนายซับรี ซึ่งเดินมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจะแนะ ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เพื่อทำการรักษาต่อไป ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในท่อเหล็กทรงกลม น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม

สถานการณ์โดยรวม

จากการตรวจสอบพื้นที่เหมืองแร่ พบว่าคนร้ายได้บุกทำลายทรัพย์สินหลายจุด ทั้งอาคารสำนักงาน บ้านพักคนงาน รถแบ็คโฮ และรถบรรทุกสิบล้อ รวมทั้งหมด 7 คัน โดยใช้วิธีการวางเพลิง จุดไฟเผา และใช้รถแบ็คโฮกระชากทำลาย

จากการสอบสวนพยาน ทราบว่าในวันเกิดเหตุ มีคนร้ายประมาณ 30 คน แต่งกายชุดดำ พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้ามาจับคนงานมัดไว้ ก่อนที่จะทำการเผาทำลายทรัพย์สินภายในเหมือง โดยมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ส่งจดหมายเรียกค่าคุ้มครองจากบริษัทเหมืองแร่ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงเป็นเหตุให้เกิดการบุกเข้าทำลายดังกล่าว

  • ความเสียหายที่เกิดขึ้น:
  • อาคารสำนักงานและบ้านพักคนงาน: ถูกทำลายด้วยของแข็งและรถแบ็คโฮ
  • รถแบ็คโฮ: 2 คันถูกวางเพลิง
  • รถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อ: 5 คันถูกทำลาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างมากต่อทรัพย์สินของบริษัทเหมืองแร่ และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน

เหตุการณ์ คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขและปลอดภัย

ทางหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย และเร่งดำเนินการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา – คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด หลังคนร้ายบุกเผารถในเหมืองแร่ นราธิวาส

คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ตากใบ อส.เจ็บ! วงจรปิดจับภาพ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ คนร้ายใช้คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ อส. ได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพนาทีที่คนร้ายขับรถยนต์ที่บรรทุกระเบิดมาจอด ก่อนกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปชนฐานปฏิบัติการ แล้วหลบหนีไปพร้อมกับเพื่อนร่วมขบวนการที่รอรับอยู่

คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ

พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 20.15 น. จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พบว่าบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลศาลาใหม่ (ชคต.) หมู่ที่ 1 บ้านโคกมะเฟือง ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ เต็มไปด้วยเศษซากรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน กต 3157 นครศรีธรรมราช ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังส่งผลให้ฐานปฏิบัติการได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงรถยนต์กระบะของ ชคต. ยี่ห้อโตโยต้า สีเทาดำ ทะเบียน 3ฒข 4792 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ใกล้เคียงก็ได้รับความเสียหายไปด้วย

เจ้าหน้าที่ อส. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ได้แก่ 1.นายหมู่ตรีอับดุลมานัส นิมุ 2.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนมามะซาบรี มิงยีนา และ 3.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนซูไหรี เจ๊ะแซ เพื่อนร่วมงานได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตากใบเพื่อทำการรักษา

วงจรปิดจับภาพนาทีระทึก

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบว่าสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมาจอดไว้ใกล้กับฐาน ชคต. ก่อนที่คนร้ายจะกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปชนฐาน และมีรถจักรยานยนต์อีกคันมารับพาหลบหนีไป

พยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ พบเห็นชายต้องสงสัยขับรถยนต์เก๋งมาจอดใกล้ฐาน ชคต. จากนั้นได้เข้าเกียร์แล้วกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปที่หน้าฐาน ก่อนที่จะมีรถจักรยานยนต์มารับหลบหนีไป เมื่อเห็นว่ารถยนต์เก๋งไหลไปถึงหน้าฐานแล้ว คนร้ายจึงได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่ อส. ที่ประจำการอยู่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงไล่หลังคนร้ายที่กำลังหลบหนีไป

พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้สั่งการให้ สภ. ต่างๆ ในพื้นที่ 13 อำเภอ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เฝ้าระวังสถานการณ์ และตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอย

เหตุ คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ และสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ การเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ อส.เจ็บ 3 นาย วงจรปิดจับภาพ โจรขับรถซุกบึม

Scroll to top