รัฐกรณาฏกะ

อ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้าน

เกิดเหตุสุดอุกอาจในอินเดีย เมื่อกลุ่มคนร้ายอ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท ก่อเหตุปล้นรถขนเงินอย่างอุกอาจ สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง มาติดตามกัน

อ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มคนร้ายติดอาวุธได้ทำการปล้นรถขนเงินในรัฐกรณาฏกะ ทางตอนใต้ของอินเดีย โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารกลางแห่งอินเดีย (Reserve Bank of India) และสามารถขโมยเงินสดไปได้ถึง 70 ล้านรูปี หรือประมาณ 25 ล้านบาทไทย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก

ตามรายงานของนายสีมันต์ กุมาร ซิงห์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองเบงกาลูรู กลุ่มคนร้ายจำนวน 6 คน เดินทางมาด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และทำการหยุดรถขนเงินที่กำลังเดินทางระหว่างสาขาธนาคาร คนร้ายได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารกลางอินเดีย และอ้างว่าจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารในการขนส่งเงินจำนวนมาก

คนร้ายได้สั่งให้พนักงานขับรถ ผู้ดูแลเงินสด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธ 2 คน ทิ้งอาวุธไว้ในรถ และขึ้นไปบนรถ SUV ของคนร้าย ส่วนคนขับรถขนเงินได้รับคำสั่งให้ขับรถต่อไป รถ SUV ขับตามรถขนเงินไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร ก่อนที่คนร้ายจะบังคับให้คนขับรถขนเงินจอดรถ และทำการปล้นเงินสดทั้งหมดหลบหนีไป

รายละเอียดการปล้นที่น่าตกใจ

สิ่งที่น่าตกใจคือความแนบเนียนในการก่อเหตุของคนร้าย ที่อ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท โดยใช้อำนาจและเครื่องแบบที่คล้ายคลึง ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี นอกจากนี้ คนร้ายยังมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี ทั้งรถที่ใช้ในการก่อเหตุ ป้ายทะเบียนปลอม และสติกเกอร์ที่ระบุว่าเป็น “รัฐบาลอินเดีย” เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

ตำรวจกำลังทำการสืบสวนอย่างเข้มข้นเพื่อติดตามจับกุมคนร้าย และตรวจสอบว่ามีพนักงานของบริษัทขนเงินเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นครั้งนี้หรือไม่ นายสิทธารามัยยา มุขมนตรีรัฐกรณาฏกะ กล่าวว่า พบรถ SUV ที่ใช้ในการปล้นแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าคนร้ายใช้รถคันใดในการหลบหนี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี และเชื่อว่าคนร้ายได้ทำการเปลี่ยนรถและขนย้ายเงินไปแล้ว

นายปรเมศวารา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยอินเดีย แสดงความมั่นใจว่าตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เช่นเดียวกับคดีปล้นธนาคารอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐกรณาฏกะเมื่อไม่นานมานี้

เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายอย่างมาก ทั้งต่อบริษัทขนส่งเงินสด และต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบรักษาความปลอดภัยในการขนส่งเงินจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดคำถามถึงมาตรการป้องกันการปล้น และการตรวจสอบบุคคลที่อ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาทว่ามีความเข้มงวดเพียงพอหรือไม่

ในอดีต เคยมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันเกิดขึ้น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีคนร้ายขโมยทองคำหนัก 59 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 192 ล้านบาท จากธนาคารแห่งหนึ่งในเขตวิชัยปุระ โดยใช้กุญแจสำรองในการเปิดตู้เซฟ ซึ่งในภายหลังตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 15 คน พร้อมกับกู้คืนทองคำได้บางส่วน

เหตุการณ์อ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย และการตรวจสอบบุคคลที่เข้ามาติดต่อทำธุรกรรมต่าง ๆ อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ที่มา – ชายติดอาวุธอ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท

รวบแล้ว! ชายอ้างข่มขืนฆ่าในเมืองวัด

ตำรวจอินเดียรวบแล้ว ชายอ้างเกิดเหตุข่มขืนฆ่าผู้หญิงนับร้อยในเมืองวัดแห่งหนึ่งในรัฐกรณาฏกะ หลังเขาอ้างว่า ตนเองถูกบังคับให้ฝังศพผู้หญิงที่ถูกข่มขืนและฆาตกรรมจำนวนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจในประเทศอินเดียจับกุมตัวชายคนหนึ่ง ผู้ออกมาอ้างว่าเขาถูกบังคับให้ฝังร่างผู้หญิงที่ถูกข่มขืนและฆาตกรรมจำนวนหลายร้อยคนแล้ว หลังจากคำพูดของเขาทำให้เกิดความวุ่นวายในเมืองธรรมศาลา (Dharmasthala) เมืองศาสนาเล็กๆ ในรัฐกรณาฏกะ

เมืองธรรมศาลาเป็นที่ตั้งของวัดมัญชุนาถ สวามี (Manjunatha Swamy) ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ดึงดูดผู้แสวงบุญให้เดินทางมาสักการะวันละหลายพันคน และเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของชาวเมือง

ความขัดแย้งทางการเมืองในรัฐกรณาฏกะทำให้มีการจัดตั้งทีมสืบสวนพิเศษ (SIT) ขึ้นมา เพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างของชายคนนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ SIT บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ชายคนนี้ถูกจับกุมตัวแล้ว ในข้อหาให้การเท็จ

เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ชายปริศนาผู้นี้ยื่นคำร้องกับตำรวจ และปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาเพื่อบันทึกคำให้การ โดยตัวตนของเขาถูกปิดเป็นความลับ และจนถึงตอนนี้ เขาปรากฏตัวต่อสาธารณะในสภาพแต่งกายสีดำทั้งตัว รวมถึงสวมฮูดและหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วย

ในคำร้องดังกล่าว ชายผู้นี้อ้างว่า เขาทำงานเป็นภารโรงที่วัดมัญชุนาถ สวามี ตั้งแต่ปี 2538-2557 และอ้างว่าเขาถูกบังคับให้ฝังร่างเด็กหญิงกับหญิงสาวผู้ถูกข่มขืนและฆาตกรรมอย่างโหดร้ายจำนวนหลายร้อย

ชายคนนี้อ้างว่า เขาซ่อนตัวมาตั้งแต่ปี 2557 และออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เพราะความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่คอยกระตุ้นเขาอยู่ตลอดเวลา โดยเขากล่าวหาผู้บริหารกับเจ้าหน้าที่วัดซึ่งไม่มีการเปิดเผยนามว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่ทางวัดปฏิเสธว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง

ในตอนที่เขาถูกนำตัวขึ้นศาล เขาดึงกะโหลกศีรษะออกมาจากกระเป๋าแล้วบอกว่าเป็นของหนึ่งในศพที่เขาฝัง และเขาเพิ่งขุดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

คำพูดของชายนิรนามผู้นี้ได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก จนข่าวแพร่กระจายไปทั่วรัฐกรณาฏกะและรัฐอื่นๆ ทำให้คณะกรรมการสตรีของรัฐกรณาฏกะออกมาแสดงความกังวล จนสุดท้าย รัฐบาลก็ต้องตั้งทีมสืบสวนพิเศษ หรือ SIT ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ตำรวจอินเดียรวบแล้ว ชายอ้างเกิดเหตุข่มขืนฆ่าผู้หญิงนับร้อยในเมืองวัด

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมเจ้าหน้าที่ดำเนินการขุดพื้นที่หลายจุด ทั้งในและนอกเมืองธรรมศาลา เพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างของชายคนนี้ ซึ่งชี้จุดที่เขาอ้างว่าฝังศพไว้ทั้งหมด 13 จุด โดยมีบางจุดที่ยากต่อการเข้าถึง และถูกปกคลุมด้วยต้นไม้หนาทึบและเต็มไปด้วยงูพิษ

แหล่งข่าวใน SIT บอกกับบีบีซีว่า เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนศพมนุษย์ รวมถึงกะโหลกศีรษะและชิ้นส่วนกระดูกอื่นๆ จำนวนเกือบ 100 ชิ้น ในสถานที่ 2 แห่ง และส่งชิ้นส่วนกระดูกไปตรวจสอบแล้ว เพื่อหาว่ากระดูกที่พบเป็นของใคร

อย่างไรก็ตาม นายวีเรนทรา เฮกเกด สว.อินเดียและหัวหน้าฝ่ายบริหารเมืองธรรมศาลากล่าวว่า พวกเขากำลังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสืบสวน แต่เขาเชื่อว่าคำกล่าวอ้างของอดีตภารโรงผู้นี้นั้น “เป็นไปไม่ได้” และเมื่อการสืบสวนเสร็จสิ้น ความจริงก็จะถูกเปิดเผยออกมา

ตำรวจอินเดียรวบแล้ว ชายอ้างเกิดเหตุข่มขืนฆ่าผู้หญิงนับร้อยในเมืองวัด

ชายอินเดียอ้างข่มขืนฆ่าในเมืองวัด: ข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา

คดีตำรวจอินเดียรวบแล้ว ชายอ้างเกิดเหตุข่มขืนฆ่าผู้หญิงนับร้อยในเมืองวัดนี้ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป ความจริงเบื้องหลังคำกล่าวอ้างของชายผู้นี้จะเป็นเช่นไร คงต้องรอติดตามผลการสืบสวนต่อไป

สิ่งที่สำคัญคือสังคมควรให้ความสนใจกับความรุนแรงทางเพศ และร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต หากพบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย

การที่ตำรวจอินเดียรวบแล้ว ชายอ้างเกิดเหตุข่มขืนฆ่าผู้หญิงนับร้อยในเมืองวัดสร้างความตระหนกและความสลดใจให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถนำความจริงมาเปิดเผยและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้

ที่มา – ตำรวจอินเดียรวบแล้ว ชายอ้างเกิดเหตุข่มขืนฆ่าผู้หญิงนับร้อยในเมืองวัด

Scroll to top