รัฐบาลชุดนี้

“สุทิน” ชี้ผ่าน 6 เดือน หาก “นายกรัฐมนตรี” ยังไม่ปรับครม.แสดงว่า ครม.ทำงานมีประสิทธิภาพมาก

“สุทิน” ชี้ผ่าน 6 เดือน หาก “นายกรัฐมนตรี” ยังไม่ปรับครม.แสดงว่า ครม.ทำงานมีประสิทธิภาพมาก

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอในสังคมไทย ล่าสุด นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเขามองว่าการที่รัฐบาลทำงานมาครบ 6 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวเรื่องการปรับ ครม. นั้น อาจเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละท่าน

นายสุทิน กล่าวอย่างเป็นกันเองว่า “สุทิน” ชี้ผ่าน 6 เดือน หาก “นายกรัฐมนตรี” ยังไม่ปรับครม.แสดงว่า ครม.ทำงานมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งถือเป็นมุมมองที่ชวนให้คิดต่อ เพราะโดยปกติแล้วรัฐบาลไทยมักจะมีอายุของ ครม. ที่ค่อนข้างสั้น หลายรัฐบาลที่ผ่านมามักจะมีการปรับทัพกันทุกๆ 6 เดือน เพื่อสร้างสมดุลทางการเมืองหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานให้ดียิ่งขึ้น

เหตุผลเบื้องหลังการปรับ ครม. ที่ต้องรู้

ทำไมการปรับ ครม. ถึงเป็นเรื่องใหญ่? โดยปกติแล้วนายกรัฐมนตรีจะมีเกณฑ์ในการตัดสินใจหลักๆ อยู่ไม่กี่ประการ ดังนี้ครับ:

  • ประสิทธิภาพการทำงาน: เป็นตัววัดสำคัญว่ารัฐมนตรีท่านนั้นสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ตามเป้าหมายหรือไม่
  • ความเข้าใจในงาน: การทำงานที่ “เข้าขา” กับเพื่อนร่วมงานและนายกรัฐมนตรีถือเป็นปัจจัยชี้ขาด
  • โควตาทางการเมือง: ปฏิเสธไม่ได้ว่าในรัฐบาลผสม เรื่องการจัดสรรตำแหน่งตามสัดส่วนพรรคร่วมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การที่นายสุทินออกมาระบุว่า “สุทิน” ชี้ผ่าน 6 เดือน หาก “นายกรัฐมนตรี” ยังไม่ปรับครม.แสดงว่า ครม.ทำงานมีประสิทธิภาพมาก นั้น เป็นการให้เครดิตการทำงานของทีมบริหารชุดปัจจุบันว่าอาจจะสอบผ่านในสายตาของนายกฯ จนยังไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเวลานี้

มุมมองต่อเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต

สำหรับในมุมของประชาชนอย่างเราๆ การปรับหรือไม่ปรับ ครม. ไม่สำคัญเท่ากับการที่ผลงานนั้นส่งถึงมือเราหรือไม่ หากรัฐมนตรีคนเดิมยังคงทำงานได้ดี มีวิสัยทัศน์ และแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง การรักษาสมดุลของ ครม. ชุดนี้ไว้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเสี่ยงปรับเปลี่ยนแล้วต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ โดยนายสุทินยังทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ได้ดีที่สุดว่าใครคือตัวจริงที่จะขับเคลื่อนประเทศต่อไป

แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดว่าการที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าด้วยทีมงานเดิมต่อไปในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานี้ ส่งผลดีต่อประเทศชาติอย่างไรบ้าง? มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

ที่มา – “สุทิน” ชี้ผ่าน 6 เดือน หาก “นายกรัฐมนตรี” ยังไม่ปรับครม.แสดงว่า ครม.ทำงานมีประสิทธิภาพมาก

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก!

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก ต่อสายคุยกันดีอยู่ เมิน “บิ๊กป้อม-อนุทิน” หม่ำข้าวส่งสัญญาณ โยนถามคนปล่อยสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 29 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการพลิกขั้วล้มรัฐบาลชุดนี้ ได้มีการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณ ส่วนเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น ก็เห็นพูดมาเป็นเดือน ไม่เป็นอะไร ทุกอย่างชัดเจนและเรามั่นใจว่าได้แสดงความจริงใจทุกอย่าง และตั้งใจทำไม่มีปัญหาแบบที่ถูกกล่าวหาอยู่ที่ดุลพินิจของศาลในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากศาลตัดสินอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะเราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างไปแล้ว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวพรรคฝ่ายค้านประชุมกันถึงตี 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็เชิญประชุมไป ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ แต่ถ้าจะไปถามว่ามีเงินมาซื้อจำนวนหนึ่ง ตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเอาความจริงดีกว่า เขามีสิทธิ์ประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรตนตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน

เมื่อถามว่ายังมั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือกันอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจเราคุยกันดีมาตลอด เวลาเจอกันก็บอกว่าสื่อไปไกล ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ดังนั้นตนมั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อถึงเวลาสถานการณ์จะช่วยให้ทุกฝ่ายตัดสินใจอย่างรอบคอบด้วยตัวของเขาเอง เราจะไม่คาดหวังและไปพูดให้เกิดความขัดแย้ง ตนจะพูดเฉพาะความจริงจากสิ่งที่เกิดขึ้น ย้ำว่าไม่มีปัญหา ใครจะไปกินข้าวกับใครหรือไปประชุมกับใครก็ทำได้ไม่มีอะไร และในสถานการณ์แบบนี้ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ตนก็คุยโทรศัพท์กับบุคคลต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาในวงการเมือง

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พบกันที่บ้านป่ารอยต่อ เป็นการส่งสัญญาณว่ามีการเดินเกมพลิกขั้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ส่งสัญญาณหรอก ตนก็นั่งกินข้าวกับคนอื่น

เมื่อถามย้ำว่ามีการปล่อยข่าวว่าฝั่งตรงข้ามมีการรวมเสียงได้แล้วถึง 270 เสียง มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ควรไปถามคนปล่อยข่าว ให้เขาพูดมาให้ชัดเจน ตนไม่อยากตอบ  เมื่อถามอีกว่า มีพรรคร่วมรัฐบาลต่อสายมาพูดคุยบ้างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูด เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ค่อนข้างร้อนแรงในขณะนี้ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ รัฐบาลจะยังคงอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่? นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และยืนยันความมั่นใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงจับมือกันอย่างแน่นแฟ้น และไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง

ความมั่นใจของ “ภูมิธรรม” ต่อพรรคร่วมรัฐบาล

นายภูมิธรรมย้ำว่าได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และทุกฝ่ายยังคงมีความเข้าใจอันดีต่อกัน แม้ว่าจะมีข่าวลือเกี่ยวกับการดีลข้ามขั้วหรือการรวมเสียงของฝ่ายค้าน แต่เขามองว่าเป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่มีมูลความจริง

ท่าทีของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือ

ถึงแม้จะมีข่าวลือและกระแสต่างๆ มากมาย แต่ “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันต่อไป เขายังกล่าวอีกว่า การที่นักการเมืองจะไปพบปะพูดคุยกับใครเป็นเรื่องปกติ และไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

สิ่งที่ประชาชนควรจับตาดู

  • การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล
  • ท่าทีของพรรคฝ่ายค้านและการเคลื่อนไหวต่างๆ
  • การแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศของรัฐบาล

ในขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย หากรัฐบาลสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางการเมืองไปได้

ที่มา – “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก เมินสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

Scroll to top