รัฐบาลดิจิทัล

ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ได้เอง สะดวก รวดเร็ว เริ่มแล้ววันนี้

เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหาการต้องเดินทางไปทำธุระราชการด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งเสียเวลาและค่าน้ำมัน วันนี้มีข่าวดีมาฝากครับ เพราะล่าสุดภาครัฐได้เปิดให้ประชาชนตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ได้เอง สะดวก รวดเร็ว เริ่มแล้ววันนี้ ผ่านระบบของกองทะเบียนประวัติอาชญากร ช่วยให้การทำธุรกรรมหรือการสมัครงานของคุณง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

เหตุผลที่คุณควรใช้บริการตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ได้เอง สะดวก รวดเร็ว เริ่มแล้ววันนี้

การปรับตัวสู่รัฐบาลดิจิทัลทำให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น โดยบริการใหม่นี้เน้นเป้าหมาย Zero Paper หรือการลดการใช้กระดาษนั่นเองครับ คุณไม่ต้องลางานเพื่อไปต่อคิวที่สำนักงานอีกต่อไป เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถจัดการทุกอย่างได้จากที่บ้าน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของบริการภาครัฐไทยเลยทีเดียว

ขั้นตอนการขอใช้บริการตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ได้เอง สะดวก รวดเร็ว เริ่มแล้ววันนี้

สำหรับใครที่สงสัยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้:

  • กรอกคำร้องผ่านเว็บ: เข้าสู่เว็บไซต์และกรอกข้อมูลตามขั้นตอนที่กำหนด
  • ยืนยันตัวตน: เพิ่มความปลอดภัยด้วยแอปฯ ThaiD หรือใช้รหัสหลังบัตรประชาชน (Laser Code)
  • ชำระเงิน: รองรับทุกช่องทาง เช่น Mobile Banking หรือ QR Code
  • รับผลทางอีเมล: รอรับไฟล์ที่มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำไปใช้งานต่อได้ทันที

ความน่าสนใจของระบบนี้คือการใช้ Digital Signature ทำให้เอกสารมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้จริง ใครที่วางแผนจะเปลี่ยนงาน หรือบริษัทที่ต้องการตรวจสอบบุคลากร สามารถนำระบบนี้ไปใช้เพื่อประหยัดเวลาและทรัพยากรได้อย่างมหาศาลเลยครับ

หากใครไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี หรือจำเป็นต้องใช้เอกสารฉบับกระดาษที่มีตราประทับสด ทางหน่วยงานเขาก็ยังเปิดให้บริการ ณ จุดบริการต่างๆ เช่น กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดทั่วประเทศเช่นเคยครับ แต่เชื่อเถอะว่าการทดลองใช้ระบบออนไลน์จะทำให้ชีวิตคุณสะดวกขึ้นอีกเยอะ อย่าลืมลองใช้งานกันดูนะครับ ใครมีประสบการณ์ใช้งานแล้วเป็นอย่างไรบ้าง สามารถมาแชร์บอกต่อกันได้เลย!

ที่มา – เริ่มวันนี้ ปชช.ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ได้เองผ่านเว็บไซต์ สะดวก รวดเร็ว รับผลทางอีเมลได้ทันที

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยปราบโกง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไทยทุกท่าน! วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันนะครับ นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน ด้วยตัวเองเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนล่าสุด ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567 (ปรับจากข้อมูลต้นฉบับ) เพื่อปรับทัพใหญ่การบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งงานออกเป็น 8 กลุ่มภารกิจหรือ Cluster เพื่อให้การทำงานคล่องตัว บูรณาการข้ามหน่วยงานได้ดีขึ้น สร้างความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด ตามสไตล์ “ควิก บิ๊ก วิน” ที่แถลงต่อสภาไปแล้ว

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน

ไฮไลต์สำคัญคือตัวนายกฯ เองขอลงมือใน กลุ่มภารกิจที่ 1 ซึ่งเป็นงานหนัก ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินี และความผิดทางออนไลน์ทุกประเภท โดยเฉพาะเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังระบาดหนัก สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่น้อย นี่คือวาระเร่งด่วนที่กระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตคนไทยโดยตรง การที่นายกฯ อาสาลุยเอง แสดงถึงความมุ่งมั่นจริงจัง หวังจะเห็นผลลัพธ์เร็วๆ นี้ครับ

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ มีอะไรบ้าง?

ส่วนงานอื่นๆ ได้กระจายให้ 7 รองนายกรัฐมนตรีคุมตามความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดการทำงานแบบไร้รอยต่อ หากมีข้อขัดแย้ง นายกฯ ชี้ขาดสุดท้าย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

  • กลุ่ม 1: นายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) – ปราบโกง ยาเสพติด ค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินี เว็บพนันออนไลน์ งานเร่งด่วนที่ต้องจัดการทันทีเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น
  • กลุ่ม 2: นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ – สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ เช่น น้ำ ไฟฟ้า คมนาคม ให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วถึง
  • กลุ่ม 3: นายทรงศักดิ์ ทองศรี – ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม (มุ่ง Net Zero 2050) และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพิ่มบทบาทประชาชน
  • กลุ่ม 4: นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต AI Semiconductor EV เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทย
  • กลุ่ม 5: นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ – การค้า พาณิชย์ สินค้าเกษตร ท่องเที่ยว ส่งออกสู่ตลาดโลก เพิ่มรายได้ชาติ
  • กลุ่ม 6: นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว – ความมั่นคง อธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย
  • กลุ่ม 7: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – วิจัย นวัตกรรม พัฒนาทักษะแรงงานยุคดิจิทัล สร้างคนไทยรุ่นใหม่เก่งๆ
  • กลุ่ม 8: นายปกรณ์ นิลประพันธ์ – ปฏิรูปกฎหมายสากล รัฐบาลดิจิทัล พาไทยเข้าองค์การ OECD ยกระดับสู่สากล

โครงสร้างนี้เน้นการบูรณาการข้ามกระทรวงทบวงกรม หัวหน้ากลุ่มสั่งการได้ทันที ไม่ต้องรอ bureaucracy ยุ่งเหยิงแบบเก่า คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตชาติได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง หรือสิ่งแวดล้อม

ความสำคัญของการปรับโครงสร้าง 8 กลุ่มภารกิจ

ในยุคที่ไทยเผชิญวิกฤตหลายด้าน การ นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน ถือเป็นกลยุทธ์ชาญฉลาด เพราะมอบหมายตาม expertise ของแต่ละคน ลดการทับซ้อน เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ โดยเฉพาะงานปราบโกงที่นายกฯ รับเอง จะช่วยคืนความโปร่งใสให้ระบบราชการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ คลัสเตอร์ด้าน EV AI จะช่วยให้ไทยไม่ตามหลังจีนอเมริกา ส่วน Net Zero จะตอบโจทย์โลกที่ให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อม เกษตรกรไทยก็ได้ประโยชน์จาก export เกษตรที่แข็งแกร่งขึ้น

ผมเชื่อว่านโยบายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ไทยจะพ้นวิกฤตได้แน่นอน คุณคิดยังไงกับการตั้ง 8 กลุ่มภารกิจนี้? มันจะเวิร์กจริงเหรอ หรือมีจุดไหนต้องปรับ? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่างเลยครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน

ไอซ์ รักชนก ซัด! ประชาชนไม่ได้โง่

“รักชนก” จัดหนัก งบบูรณาการต่อต้านคอร์รัปชัน วัดผลไม่ได้ แถมบางพรรคยังใช้เครือข่ายอาสาของบฯ หวังผลทางการเมือง ตอกกลับแรง ประชาชนไม่ได้โง่ ยันไม่เห็นด้วย เอาเงินแผ่นดินไปบรรลุวัตถุประสงค์ให้รัฐมนตรีเจ้าของกระทรวง

วันที่ 13 ส.ค. 2568 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระ 2 และวาระ 3 นางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ดัชนีการรับรู้คอร์รัปชัน ซึ่งนายกฯ เคยแถลงไว้ และประเทศเราให้ความสำคัญกับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีงบบูรณาการส่วนนี้เกือบพันล้านบาท แต่งบประมาณส่วนใหญ่ เป็นงบที่ใช้ในการอบรม และต้องมีงบวัดผลด้วย พร้อมถามว่า การอบรม และการวัดผลแบบเดิม ๆ ทำให้ภาพลักษณ์เรื่องคอร์รัปชัน และการปราบปรามดีขึ้นหรือไม่ แต่เราก็เห็นว่าไม่ดีขึ้นเลย จึงขอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกแผนบูรณาการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ ก็เขียนไว้ว่าต้องมีแผนการวัดผลในเรื่องนี้ซึ่งต้องไปแก้ในรัฐธรรมนูญด้วยแต่ตอนนี้อยากให้ตัดงบในส่วนนี้ก่อน และตั้งระบบในการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสเข้ามา

สิ่งที่อยากแนะนำที่ทำให้ภาพลักษณ์เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น 3 เรื่อง คือ กรมบัญชีกลางควรเปิดให้นำข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างไปวิเคราะห์ได้แล้ว ซึ่งทางภาคประชาชนต้องไปเขียนโปรแกรมดึงข้อมูลออกมาเอง โดยการเขียนโปรแกรมนี้ก็ทำให้ระบบท่านรวน ดังนั้น ก็เปิดไปเลยให้ได้ใช้ และนำข้อมูลไปวิเคราะห์ เพื่อมาช่วยดูว่าโครงการไหนส่อทุจริต หรือส่อประพฤติมิชอบ

ส่วนสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องบัญชีทรัพย์สินทุกวันนี้ยังเปิดแค่ 90 วันอยู่ ก็ไม่อยากถามว่า ป.ป.ช. เป็นอะไร ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลทำได้ หากไม่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินให้ดูได้ง่าย ๆ ก็บอกไปเลยว่าปีหน้างบประมาณที่ตั้งมาจะตัดอะไร ก็ขู่กันบ้าง จะได้ทำงานร่วมกันได้ และเอกสารในกรรมาธิการที่พิจารณา ตนเองไม่เห็นว่ามีอันไหนที่น่าปกปิด จึงเสนอไปว่ากรรมาธิการควรเปิดเผยเอกสารที่ไม่ได้ตีลับในกรรมาธิการออกไป ประชาชนใครที่อยากมาดูก็เอาไปพิจารณากันได้ประชาชนจะได้รู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมในการดูข้อมูลในงบประมาณ และเรื่องการถ่ายทอดสดที่มีการอ้างแต่เอาง่าย ๆ ว่าคือท่านไม่เอา ท่านก็ไม่อยากให้ถ่ายทอดสดด้วยเหตุผลร้อยแปดประการ แต่ในเมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงเอาไว้ว่าอยากให้ภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น ตัวเลขเพิ่ม แม้ว่านายกฯ ใกล้จะหลุดในเร็ววันนี้ แต่ตัวเองเชื่อว่านายกฯ คนถัดไปก็ต้องมาแถลงอยู่ดี

เรื่องธรรมาภิบาล ข้อมูลที่กฎหมายมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 พ.ร.บ. รัฐบาลดิจิทัลออกกฎหมายลูกปี 2564 แต่ปีนี้ 2568 มี 300 หน่วยงานที่ต้องธรรมาภิบาลข้อมูล ตอนนี้ทำเสร็จแค่ครึ่งเดียว ซึ่งธรรมาภิบาลข้อมูล คือการกำหนดว่าหน่วยงานต้องทำข้อมูลอะไรบ้าง และใครสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้บ้าง เมื่อไม่ทำประชาชนก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าต้องขอข้อมูลอะไรบ้าง ยกตัวอย่างประกันสังคม เรื่องนี้ควรทำให้เสร็จอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยในเรื่องของการทำข้อมูลภาครัฐให้โปร่งใส

เรื่องอาสาอย่างกระทรวงสาธารณสุขมี อสม. อสส. ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้หลายพรรคการเมืองพยายามเข้าไปใช้เครือข่ายอาสาต่าง ๆ ในการทำเพื่อหวังผลทางการเมือง เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่ได้โง่ เขาดูออกว่านักการเมืองใช้เครื่องมือเหล่านี้ ที่จริง ๆ แล้วเป็นงบประมาณจากภาครัฐในการทำอะไร ซึ่งเมื่อใช้เครือข่ายอาสาในการทำปฏิบัติการบางอย่างสำเร็จลุล่วงไป เมื่อกระทรวงเห็น ก็เอาบ้าง ตนเองเป็นกรรมาธิการมา 2 ปี โดยก่อนหน้ามีอาสาพัฒนาสังคม ซึ่งมีเกือบทุกกรม โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรสหกรณ์ที่มีเกือบทุกกรม เพราะหลายคนคงเห็นแล้วว่าการมีอาสา เมื่อเข้าไปเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง ตนเองอยากให้รัฐบาลพิจารณารวบรวมอาสา มิเช่นนั้น ในอนาคตทุกกระทรวงจะมีอาสาหมดเลย และกลายเป็นภาระกับงบประมาณ ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณซ้ำซ้อน วัดผลอะไรไม่ได้ และเหมือนเป็นแขนเป็นขาให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงได้ไปทำปฏิบัติการอะไรบางอย่าง

“ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการนำงบประมาณแผ่นดินไปทำเพื่อให้มันบรรลุวัตถุประสงค์ของบางพรรคการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีของเจ้ากระทรวงนั้น ๆ ซึ่งก็ไม่อยากให้ทำ และอยากให้รัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้สักที เราจะได้ไม่ต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการสิ้นเปลืองในการทำอะไรเหล่านี้ อยากให้มองถึงภาพใหญ่และงบประมาณโดยรวมที่เราควรจะใช้ให้มันถูกต้องถูกจุด ซึ่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเราควรจัดสรรไปในเรื่องที่เร่งด่วนจำเป็น” นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้าย

“ไอซ์ รักชนก” ซัดประชาชนไม่ได้โง่ บางพรรคใช้เครือข่ายอาสาของบฯ หวังผลการเมือง

นางสาวรักชนกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสและตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นักการเมืองบางกลุ่มพยายามใช้เครือข่ายอาสาเพื่อหวังผลทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ได้โง่ และสามารถรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากลนี้

ทำไม “ไอซ์ รักชนก” ถึงคิดว่าประชาชนไม่ได้โง่?

เพราะประชาชนสามารถสังเกตและวิเคราะห์การกระทำของนักการเมืองที่พยายามใช้ทรัพยากรและงบประมาณของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือพรรคพวกได้นั่นเอง นางสาวรักชนกจึงออกมาเตือนสติเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในสังคม

การออกมาแสดงความเห็นของนางสาวรักชนกในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ประชาชนไม่ได้โง่ และพวกเขามีสิทธิที่จะรู้ว่าเงินภาษีของพวกเขาถูกนำไปใช้อย่างไร หากเราทุกคนร่วมมือกันตรวจสอบและส่งเสียงดัง ๆ เราจะสามารถสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้นได้

ที่มา – “ไอซ์ รักชนก” ซัดประชาชนไม่ได้โง่ บางพรรคใช้เครือข่ายอาสาของบฯ หวังผลการเมือง

Scroll to top