รัฐบาลแถลงนโยบาย

อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน

“อนุทิน” ไม่ไป UNGA หวั่นกลับไม่ทันแถลงนโยบายรัฐบาล อยู่ระหว่างประสานวัน 29-30 ก.ย. เชื่อไทยไม่เสียโอกาสเวทีโลก ไม่คุยดราม่าให้อำนาจทหารแก้ชายแดนมากไป เมิน “สันธนะ” แฉ 4 นักการเมืองภูมิใจไทย

วันที่ 23 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) หลังฝ่ายกฎหมายระบุว่าสามารถเดินทางไปได้หากเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ว่า หากพิจารณาจากเวลาแล้วคงไม่ทันวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเบื้องต้นจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของช่วงเวลาและเรื่องของอำนาจที่มีอยู่ด้วย บางคนบอกไปได้ บางคนก็บอกว่าไปไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามย้ำ คณะกรรมการกฤษฎีการะบุแล้วว่าสามารถไปได้ นายอนุทิน ตอบว่า เรามีแนวทางของเรา ทั้งนี้ เราไม่ได้ไปเพื่อลงนามข้อตกลงอะไร หากรัฐบาลของตนเข้ามาบริหารประเทศเรียบร้อยแล้ว เรามีความชัดเจนในการบริหารสถานการณ์ความขัดแย้งของไทย-กัมพูชาอย่างไร

ส่วนคำถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่เดินทางไปด้วยตัวเองจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการเรียกความเชื่อมั่นจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชานั้น นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องความเชื่อมั่นอยู่ที่การจัดการของรัฐบาล และการสนับสนุนจากประชาชนและกองทัพ ไม่ได้อยู่ที่เวทีไหน ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรา ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประชาชนให้ความสนับสนุนแนวทางต่างๆ ของรัฐบาล นี่คือความเชื่อมั่น

ทางด้านกรณีคณะกรรมการกฤษฎีการะบุหากมีความจำเป็น เช่น เรื่องสถานการณ์ชายแดนสามารถที่จะเดินทางไปได้นั้น นายอนุทิน ถามย้อนว่าความจำเป็นคืออะไร หรือต้องชี้แจงอะไรกับใคร ประชาคมโลกรับทราบสถานการณ์ตลอดเวลาอยู่แล้ว ขณะที่คำถามว่าหากไม่ได้ไปเข้าร่วมประชุม UNGA จะทำให้ไทยเสียโอกาสอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับแนวทางของรัฐบาลนั้นเรามีความชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาคมโลกหรือใครก็ตาม รับทราบข่าวสารและแนวทางนโยบายที่กำลังจะเข้ามา ขณะนี้เราต้องการความสมบูรณ์แบบทุกรูปแบบ ดังนั้นเราต้องแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน

เมื่อถามอีกว่าประเทศไทยต้องทำเอกสารชี้แจงหรือไม่ จากกรณีที่กัมพูชาก็ร้องเรียนในเวที UN เช่นกัน นายอนุทิน ตอบว่า กัมพูชาก็กล่าวหาเราว่าละเมิดนั่นละเมิดนี่ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถแถลงจากประเทศไทยก็ได้ ในคำถามว่าต้องมีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ก็ต้องมีการหารือว่าจะให้ไปหรือไม่ เมื่อเช้านี้มีการประชุมหลายหน่วยงาน เห็นสมควรว่าไม่ควรที่จะไปร่วมประชุม ซึ่งมีการตีความต่างๆ มากมาย หากไปเข้าร่วมแล้วไม่สามารถพูดได้เต็มที่ ไปพบคู่เจรจา หากถูกถามว่ามีอำนาจเต็มหรือไม่ แล้วจะพูดว่าน่าจะเต็ม ก็ทำให้เราเสียโอกาสแล้ว เราจะคุยกับใครก็รอให้เรียบร้อยก่อน การจะคุยกับใครก็ตามไม่จำเป็นต้องคุยที่ UN คู่กรณีมีเพียงไม่กี่ราย

ในประเด็นคำถาม มีความเป็นไปได้หรือไม่ ภายหลังจากแถลงนโยบายแล้วจะแถลงจุดยืนของรัฐบาลไทยในการปกป้องอธิปไตยของไทยกับกัมพูชาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หากมีความจำเป็นก็ต้องดูว่าที่ UN มีข้อสงสัยอะไร สิ่งที่สำคัญคือต้องเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบให้ได้ ในสัปดาห์หน้านี้จะมีการนัดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเรื่องนี้สำคัญกว่า หากไปแล้วเกิดเครื่องบินดีเลย์กลับมาแถลงนโยบายไม่ได้จะทำให้เกิดปัญหามากมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐสภาเรื่องการแถลงนโยบายในวันที่ 29-30 กันยายนนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงดราม่าว่าให้อำนาจทหารในการจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามากเกินไป นายอนุทิน ตอบสั้นๆว่า “ไม่เอา ไม่คุยเรื่องดราม่า” ส่วนกรณีที่ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ออกมากล่าวหา 4 นักการเมืองพรรคภูมิใจไทยเอี่ยวผลประโยชน์บ่อนกาสิโนชายแดนไทย-กัมพูชานั้น นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่ยิ้มตอบเท่านั้น.

ทำไม “อนุทิน” ถึงตัดสินใจไม่ไป UNGA หวั่นกลับมาแถลงนโยบายไม่ทัน?

จากกระแสข่าวที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจไม่เดินทางไปเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ โดยเหตุผลหลักที่นายอนุทินให้ไว้คือ เกรงว่าจะเดินทางกลับมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไม่ทันตามกำหนดการที่วางไว้

ความสำคัญของการแถลงนโยบายรัฐบาล

การแถลงนโยบายรัฐบาลถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนและนานาชาติต่างให้ความสนใจ การที่นายอนุทินตัดสินใจให้ความสำคัญกับการแถลงนโยบายมากกว่าการเดินทางไป UNGA แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเริ่มต้นการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ การที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน ยังสะท้อนให้เห็นถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากการเดินทางไป UNGA ทำให้การแถลงนโยบายต้องเลื่อนออกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน

ถึงแม้ว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่เดินทางไป UNGA อาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการแสดงบทบาทในเวทีโลกบ้าง แต่รัฐบาลก็ยังคงยืนยันว่าจะใช้ช่องทางอื่นๆ ในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับประชาคมโลกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

การที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน จึงเป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลประโยชน์และความสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินภายในประเทศเป็นสำคัญ และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของนายอนุทินครั้งนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นการให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศมากเกินไป จนละเลยโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับนานาชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและหาแนวทางในการสร้างสมดุลระหว่างทั้งสองด้านต่อไป

สถานการณ์ที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารประเทศที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร การตัดสินใจของผู้นำจึงต้องมีความเฉียบคมและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

โดยสรุปแล้ว การที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน เป็นการตัดสินใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาภายในประเทศเป็นอันดับแรก แม้ว่าอาจมีข้อวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องน้อมรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ที่มา – “อนุทิน” ไม่ไป UNGA หวั่นกลับมาแถลงนโยบายไม่ทัน ปัดตอบให้อำนาจทหารชายแดนมากไป

“วันนอร์” คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.นี้

“วันนอร์” ประธานสภาฯ คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.นี้ ชี้ อยู่ที่รัฐบาลพร้อม ย้ำ ต้องส่งคำแถลงให้สมาชิกรัฐสภาทราบก่อน 3 วัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กันยายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวที่รัฐสภา ถึงวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า ขึ้นอยู่กับการกำหนดของรัฐบาล หลังจากวันที่ 24 กันยายน 2568 ที่รัฐบาลจะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ก็จะแจ้งมายังสภาฯ ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายวันใด เมื่อรัฐบาลแจ้งมาแล้วทางสภาฯ จะหารือวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันและชั่วโมงในการอภิปราย คาดว่าน่าจะเป็นต้นสัปดาห์หน้าหรือปลายสัปดาห์

ทั้งนี้ สภาฯ จะต้องแจ้งล่วงหน้าให้สมาชิกทราบไม่น้อยกว่า 3 วัน เพราะรัฐบาลต้องส่งนโยบายที่แถลงมาให้สมาชิกได้อ่านก่อนวันประชุม ถ้าหากทุกอย่างพร้อม ไม่มีอะไรติดขัด อาจจะเป็นวันที่ 1-2 ตุลาคม 2568 โดยจะใช้เวลาทั้ง 2 วัน ซึ่งจะเท่ากับรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงของวิปทั้ง 3 ฝ่าย

ส่วนการแบ่งเวลาที่ฝ่ายค้านมีเสียงมากกว่ารัฐบาลจะแบ่งได้ลงตัวหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของวิปไปจัดการได้ ต้องมีการประชุมหารือเพื่อหาข้อตกลง แต่อย่างไรก็ต้องรอให้รัฐบาลแจ้งความพร้อมในการแถลงนโยบายมาก่อน ถ้าทุกอย่างมีความพร้อมก็คงจะเรียบร้อย.

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับกำหนดการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ที่กำลังจะมาถึงนี้ ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ทุกคนต่างเฝ้ารอที่จะรับฟังนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะมีทิศทางและแนวทางในการบริหารประเทศอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งกำหนดการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ให้สมาชิกสภาฯ ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้สมาชิกมีเวลาเพียงพอในการศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายต่างๆ อย่างละเอียด ก่อนที่จะมีการอภิปรายและลงมติ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในกระบวนการประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของสมาชิกสภาฯ ในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลต้องส่งนโยบายที่จะแถลงให้สมาชิกสภาฯ ได้อ่านล่วงหน้า ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบของรัฐบาล การเปิดเผยข้อมูลนโยบายให้สาธารณชนได้รับทราบก่อนที่จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ จะช่วยให้ประชาชนมีโอกาสในการวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนานโยบายให้ดียิ่งขึ้น

“วันนอร์” คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.

การคาดการณ์ว่าการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. จะใช้เวลา 2 วันเต็ม ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ รัฐบาลชุดใหม่คงต้องการที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายของตนอย่างละเอียด ครอบคลุมทุกด้าน และตอบข้อซักถามจากสมาชิกสภาฯ ได้อย่างชัดเจน การให้เวลาอย่างเพียงพอสำหรับการอภิปราย จะช่วยให้สมาชิกสภาฯ สามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายต่างๆ ในอนาคต

ความสำคัญของการแถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.

การ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีการทางการเมือง แต่เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการบริหารประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การที่รัฐบาลสามารถนำเสนอนโยบายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ จะช่วยสร้างความหวังและกำลังใจให้กับประชาชนในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าเกี่ยวกับการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนทุกคน การทำความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบว่าเราจะสนับสนุนหรือคัดค้านนโยบายเหล่านั้น และเราจะสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างไรบ้าง

การแถลงนโยบายที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพื่ออนาคตที่ดีของประเทศเรา

ที่มา – “วันนอร์” คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ย้ำต้องให้สมาชิกรัฐสภาทราบก่อน 3 วัน

สว.พิสิษฐ์ ถกวิป เคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล

“สว.พิสิษฐ์” รอคุยวิป 3 ฝ่าย ก่อนเคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล คาดสัปดาห์หน้าใช้เวลา 2 วัน หวังรัฐบาลให้ความสำคัญกับปากท้องประชาชนมากกว่ากลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม-แทรกแซงคดี

เวลา 09.15 น. วันที่ 22 กันยายน 2568 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า วันอังคารหรือพุธนี้จะมีการหารือกันก่อน โดยเป็นการประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่าย คือฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภา เพื่อกำหนดกรอบการประชุมและกำหนดเวลาของแต่ละฝ่าย ส่วนประเด็นในการอภิปรายนั้นหลักๆ คือเรื่องการแถลงนโยบายที่รัฐบาลนายอนุทินได้เสนอ และประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งนี่คือ 2 เรื่องหลักที่วุฒิสภาจะอภิปราย

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ยังไม่มีการกำหนดคนที่จะมาอภิปราย ต้องรอดูโควตาว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และ สว. จะได้ผู้อภิปรายเท่าไหร่ คาดว่าการแถลงนโยบายน่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา บอกแล้วว่าวันที่ 25 กันยายนนี้ไม่ทัน และอีกอย่างยังไม่เคยคุยกันในวิปทั้ง 3 ฝ่าย เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นช่วง 29-30 กันยายน หรือ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 โดยคาดว่าการอภิปรายจะจบภายใน 2 วัน เนื่องจากวันที่ 29-30 กันยายน ตรงกับวันประชุมวุฒิสภาอยู่แล้ว ส่วนวันที่ 1-2 ตุลาคม ตรงกับวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรอาจจะใช้ฝั่งละ 1 วัน

เมื่อถามว่าวุฒิสภาคาดหวังกับรัฐบาลใหม่ที่จะอยู่เพียงแค่ 4 เดือนอย่างไรบ้าง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า “4 เดือนน้อยมากแต่ก็ทนมา 2 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นก็หวังว่า 4 เดือนรัฐบาลจะตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปกลั่นแกล้ง แต่เรื่องจะกำจัดฝ่ายตรงข้าม คงไม่ต้องบอกว่าเรื่องอะไรบ้าง และอยากให้เน้นเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อยากให้รัฐบาลมุ่งเน้นเป็นหลัก 4 เดือนนี้ไม่เยอะเลย แต่ก็อยากให้เห็นผลเพราะใกล้จะปีใหม่แล้ว”

ส่วนคำถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่รัฐบาลอาจไปยุ่งเหยิงกับคดีเขากระโดง และคดีฮั้วเลือก สว. นายพิสิษฐ์ ระบุว่า คดีเขากระโดงและฮั้ว สว. ไม่ใช่หน้าที่หลักของรัฐบาล หน้าที่หลักของรัฐบาลคือเอาประชาชนเป็นหลัก ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ แต่การที่จะไปยุ่งเรื่องเขากระโดงและฮั้ว สว. ไม่ใช่หน้าที่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรที่จะสนใจคือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดีขึ้น วันนี้มันแย่จริงๆ ภาคการท่องเที่ยวก็ลดลงเยอะ จึงอยากให้รัฐบาลเน้นตรงนี้ดีกว่า เรื่องฮั้ว สว. เรื่องเขากระโดง มีคนที่ทำหน้าที่อยู่แล้วไม่ใช่หน้าที่รัฐบาล

ขณะที่คำถามย้ำ สังคมยังกังวลใจว่ารัฐบาลจะเข้าไปแทรกแซงหน่วยงานที่รับผิดชอบ จนทำให้การแถลงนโยบายครั้งนี้อาจมีการอภิปรายเรื่องนี้ด้วย นายพิสิษฐ์ ตอบว่า เรื่องแทรกแซงคดีรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็แทรกแซงอยู่แล้ว ทุกวันนี้สิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล เช่น การเอากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไปแทรกแซงทั้งๆ ที่ไม่ไปดูความมั่นคงเป็นหลัก อย่างนี้ไม่เรียกว่าแทรกแซงหรือ แทรกแซงชัดเจน เรื่องฮั้ว สว. ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่กลับเอาหน่วยงานในกำกับไปแทรกแซงการทำงาน นี่เรียกว่าแทรกแซงเต็มๆ

สว.พิสิษฐ์ ถกวิป เคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ สว.พิสิษฐ์ ถกวิป เคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยประเด็นหลักในการอภิปรายจะเน้นไปที่นโยบายที่รัฐบาลเสนอและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การหารือระหว่างวิป 3 ฝ่ายมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดกรอบและเวลาสำหรับการอภิปราย สว.พิสิษฐ์ ถกวิป เคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล ยังเน้นย้ำถึงความคาดหวังที่วุฒิสภามีต่อรัฐบาลใหม่ แม้จะมีระยะเวลาเพียง 4 เดือน แต่ก็หวังว่าจะมุ่งเน้นการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องปากท้องและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

คาดการณ์วันแถลงนโยบายรัฐบาล

จากข้อมูลที่ได้ สว.พิสิษฐ์ ถกวิป เคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล คาดการณ์ว่าการแถลงนโยบายอาจเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 29-30 กันยายน หรือ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 โดยการอภิปรายจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน

นอกจากนี้ นายพิสิษฐ์ยังได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการที่รัฐบาลอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานอื่น ๆ โดยเน้นย้ำว่าหน้าที่หลักของรัฐบาลคือการดูแลประชาชนและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

การติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับ สว.พิสิษฐ์ ถกวิป เคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพื่อดูว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนและวุฒิสภาได้หรือไม่

โดยรวมแล้ว ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังและความกังวลของสังคมที่มีต่อรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “สว.พิสิษฐ์” รอคุย วิป 3 ฝ่าย เคาะวันแถลงนโยบายรัฐบาล คาดช่วงปลาย ก.ย.

Scroll to top