รัฐบาลใหม่

“ทวี-สุธรรม” ดัน “สันติ” นั่ง รมช. โควตาใต้

เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตา เมื่อ “ทวี สุระบาล” และ “สุธรรม จริตงาม” สอง สส. จากพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางไปยังพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับข้อเสนอชื่อ “สันติ ปิยะทัต” เพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย โดยหวังว่าจะได้รับการจัดสรรในโควตาของ สส.ใต้ จากพรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าอาจจะไม่มีบุคคลใดจากกลุ่มของ “บิ๊กป้อม” ได้รับตำแหน่งเลย

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย คึกคักเป็นพิเศษเมื่อ นายทวี สุระบาล สส.ตรัง และ นายสุธรรม จริตงาม สส.นครศรีธรรมราช จากพรรคพลังประชารัฐ ได้ปรากฏตัวขึ้น นายทวีได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้นำรายชื่อผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการในส่วนของกลุ่มตนเอง มามอบให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะได้รับตำแหน่งใด แต่คาดการณ์ว่าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้

เมื่อถูกถามถึงการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายทวีตอบว่า ได้มีการหารือกันแล้ว และ พล.อ.ประวิตร ก็เห็นด้วย

นักข่าวได้ถามเจาะจงว่า สัดส่วนรัฐมนตรีในโควตาของ พล.อ.ประวิตร จะไม่มีเลยหรือไม่ โดยเฉพาะตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม นายทวีตอบว่า ตนไม่ทราบ และแนะนำให้สอบถามจากนายกรัฐมนตรีโดยตรง

เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเผื่อ พล.อ.ประวิตร ใช่หรือไม่ นายทวีปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแต่ส่ายศีรษะ และกล่าวว่า “ลุงก็โอเคอยู่แล้ว แกสบายๆ”

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือ เมื่อถามว่า การเข้ามาเจรจาตำแหน่งเพื่อกลุ่มของตนเอง จะต้องลาออกจาก สส. พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายทวีตอบอย่างชัดเจนว่า “เป็นสิ ถ้าไม่เป็นก็โมฆะหมดสิ”

“ทวี-สุธรรม” ดัน “สันติ” นั่ง รมช. โควตาใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายทวีได้เสนอชื่อ นายสันติ ปิยะทัต กรรมการผู้จัดการบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้ดำรงตำแหน่ง รมช. สิ่งที่น่าสนใจคือ มีข้อสังเกตว่า ในว่าที่ ครม. ชุดใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ อาจจะไม่มีบุคคลใดอยู่ในโควตาของ พล.อ.ประวิตร เลย แม้ว่าในรายชื่อก่อนหน้านี้จะมีชื่อของ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่คาดว่าจะได้รับตำแหน่ง รมช.กลาโหม ก็ตาม

ทำไมชื่อของ “สันติ ปิยะทัต” จึงถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง “ทวี-สุธรรม” ดัน “สันติ” นั่ง รมช. โควตาใต้?

การเสนอชื่อนายสันติ ปิยะทัต ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยนั้น เป็นประเด็นที่น่าสนใจและอาจมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง:

  • ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ: นายสันติ ปิยะทัต เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการภาครัฐได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุน
  • ความสัมพันธ์ทางการเมือง: การที่นายทวีและนายสุธรรมเสนอชื่อนายสันติ อาจเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีมาก่อน การสนับสนุนจาก สส. ที่มีอิทธิพลในพรรคพลังประชารัฐย่อมเป็นปัจจัยสำคัญ
  • โควต้า สส.ใต้: การผลักดันให้นายสันติซึ่งอาจเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับในพื้นที่ภาคใต้ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย อาจเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของ สส. ในภาคใต้ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับปัญหาและความต้องการของประชาชนในภูมิภาคนี้

อะไรคือความท้าทายของการเข้ารับตำแหน่งของ “สันติ ปิยะทัต”?

หากนายสันติ ปิยะทัต ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยจริง เขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ได้แก่:

  • การปรับตัวเข้ากับระบบราชการ: การทำงานในภาครัฐมีความแตกต่างจากการบริหารธุรกิจเอกชนอย่างมาก นายสันติจะต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับระบบราชการที่ซับซ้อน รวมถึงกฎระเบียบและขั้นตอนต่างๆ
  • การสร้างความเชื่อมั่น: ในฐานะนักการเมืองหน้าใหม่ นายสันติจะต้องสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาจากข้าราชการและประชาชน การทำงานอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • การผลักดันนโยบาย: นายสันติจะต้องสามารถผลักดันนโยบายที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน การมีทักษะในการเจรจาต่อรองและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็น

การที่ “ทวี-สุธรรม” ดัน “สันติ” นั่ง รมช. โควตาใต้ ครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในแวดวงการเมือง และต้องติดตามกันต่อไปว่านายสันติจะสามารถเข้ามาบริหารงานและสร้างผลงานให้กับประเทศชาติได้มากน้อยเพียงใด

การเสนอชื่อบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกันอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “ทวี-สุธรรม” เข้า ภูมิใจไทย ส่งชื่อ “สันติ ปิยะทัต” นั่ง รมช. โควตา สส.ใต้ พปชร.

ด่วน! “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ลาออก สส.เพื่อไทย จ่อ รมช.

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือลาออกจาก สส. แล้ว คาดว่าจะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลอนุทิน 1 หลังนำ สส. กลุ่มหนึ่งสนับสนุนโหวตให้นายกฯ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับเรื่องไว้เมื่อเวลา 10.32 น. เนื้อหาในหนังสือลาออกระบุว่า

“ด้วยกระผมนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เลขประจำตัวสมาชิก 364 มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 เป็นต้นไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์ดา ได้นำกลุ่มเพื่อน สส. พรรคเพื่อไทย จำนวน 8 คน เข้าร่วมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และล่าสุดมีชื่อของนายศักดิ์ดา ติดอยู่ในรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) การลาออกของนายศักดิ์ดา จะนำไปสู่การเลือกตั้งซ่อม เนื่องจากเป็นการลาออกจากตำแหน่ง สส. แบบแบ่งเขต

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ลาออก สส.เพื่อไทยแล้ว

การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง สส. ของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แม้ว่าการลาออกจะทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น แต่ก็เป็นไปตามกระบวนการเพื่อให้สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้อย่างเต็มตัว

ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์”

การคาดหมายว่านาย“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เป็นผลมาจากการสนับสนุนของเขาที่มีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งนี้ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องที่ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาชุมชน

บทบาทของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) นั้น คาดว่าจะเน้นไปที่การสนับสนุนการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ รวมถึงการกำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ

จับตาดูบทบาทและความเคลื่อนไหวของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ หลังจากเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าจะมีนโยบายและแนวทางการทำงานอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนทางการเมืองครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพรรคเพื่อไทยเอง และต่อการบริหารประเทศโดยรวม

ที่มา – “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ยื่นลาออก สส.เพื่อไทยแล้ว คาดจ่อนั่ง รมช.มหาดไทย

“ภูมิธรรม” อวยพร รบ.ใหม่ พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

“ภูมิธรรม” ยอมรับขึ้นได้ก็ลงได้ พร้อมอวยพรรัฐบาลใหม่ทำงานเต็มที่นำประเทศหลุดจากปัญหา ลั่นเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรี

วันที่ 9 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีกับรัฐบาลใหม่ พร้อมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่และสมศักดิ์ศรีในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

นายภูมิธรรมกล่าวว่า อย่าคิดอะไรมากเป็นแบบนี้ตามสภาพขึ้นได้ก็สามารถลงได้ และขออวยพรให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หวังว่าจะนำพาประเทศหลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้น

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังแสดงความมั่นใจในศักยภาพของพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าพรรคยังมีต้นทุนที่แข็งแรง มี สส. ในพื้นที่ที่เข้มแข็งสมาชิกพรรคส่วนใหญ่จะไม่มีการไหลออกไปไหน และพรรคจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งและตรวจสอบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติ เช่น การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเฝ้าจับตามองอยู่

“ภูมิธรรม” อวยพรรัฐบาลใหม่ พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรี

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทของพรรคเพื่อไทยในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หลังจากที่ได้ส่งมอบอำนาจให้แก่รัฐบาลชุดใหม่ ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางและจุดยืนของพรรคเพื่อไทยในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์

นายภูมิธรรมได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา “อย่าคิดอะไรมากเป็นแบบนี้ตามสภาพขึ้นได้ก็สามารถลงได้” เขากล่าว พร้อมทั้งอวยพรให้รัฐบาลใหม่สามารถนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานาน “ขออวยพรให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หวังว่าจะนำพาประเทศหลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้น”

ความมั่นใจในศักยภาพของพรรคเพื่อไทย

แม้จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นฝ่ายค้าน แต่นายภูมิธรรม ยังคงแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของพรรคเพื่อไทย โดยกล่าวว่า “พรรคยังมีต้นทุนที่แข็งแรง มี สส. ในพื้นที่ที่เข้มแข็ง สมาชิกพรรคส่วนใหญ่จะไม่มีการไหลออกไปไหน” เขายังเน้นย้ำว่าพรรคจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งและตรวจสอบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติอย่างใกล้ชิด

ประเด็นสำคัญที่พรรคเพื่อไทยจะจับตามองเป็นพิเศษคือ การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเป็นธรรมในสังคม

การทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างสมดุลทางการเมืองและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ พรรคเพื่อไทยจะต้องแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความรับผิดชอบในการทำหน้าที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเป็นปากเสียงให้กับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

นายภูมิธรรม ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรี โดยยืนยันว่าจะยึดมั่นในหลักการและอุดมการณ์ของพรรค พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและนำไปปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของนายภูมิธรรม จะสามารถอวยพรรัฐบาลใหม่ พร้อมทั้งทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรีได้อย่างไร คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การเมืองไทยในยุคนี้เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง

การที่“ภูมิธรรม” อวยพรรัฐบาลใหม่ พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรีนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเมืองไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะเห็นประเทศชาติพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้จะมีความเห็นต่างทางการเมือง แต่ทุกฝ่ายก็ควรที่จะร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

ที่มา – “ภูมิธรรม” อวยพรรัฐบาลใหม่ พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรี ยัน ส.ส. พรรคเพื่อไทยไม่ไหลออก

“บิ๊กเล็ก” เตรียมพบ “อนุทิน” นั่ง รมว.กห. จริงหรือ?

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตา คือ กรณีของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่มีข่าวว่าได้รับการทาบทามให้นั่ง รมว.กห. (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือ การเตรียมเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานที่อาจมีการปรับเปลี่ยน

“บิ๊กเล็ก” เตรียมพบ “อนุทิน” นั่ง รมว.กห. จริงหรือ?

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ยอมรับว่าได้รับการติดต่อจากเลขานุการส่วนตัวของนายอนุทิน เพื่อให้เข้าพบในช่วงบ่ายวันนี้ ประเด็นหลักของการหารือคือ แนวทางการทำงาน และการปรับตัวให้เข้ากับนโยบายใหม่

แม้จะยังไม่มีการยืนยันเวลาที่แน่นอน แต่ พล.อ.ณัฐพล ได้แสดงความพร้อมสำหรับการรับตำแหน่ง ไม่ว่าจะต้องจบภารกิจเดิม หรือปฏิบัติหน้าที่ใหม่ต่อไป คำถามสำคัญคือ การรับตำแหน่งครั้งนี้ เป็นโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หรือเป็นโควตาคนนอก ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ได้ตอบว่า เป็นการมาในลักษณะคนนอก

เมื่อถามถึงความรู้สึกส่วนตัวว่าอยากทำงานต่อ หรืออยากเปลี่ยนบทบาท พล.อ.ณัฐพล ยิ้มและกล่าวว่า ยังไม่มีความเห็นใดๆ ในตอนนี้

โรดแมป 4 ขั้นตอน และสถานการณ์ชายแดน

พล.อ.ณัฐพล กล่าวถึงแนวทางการทำงานในอนาคตว่า ที่ผ่านมาได้มีการวางโรดแมปไว้ 4 ขั้นตอน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ และนโยบายของรัฐบาลใหม่ แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากไม่อยากให้ฝ่ายกัมพูชาทราบถึงวิธีคิด

นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐพล ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยพิจารณาจากการแสดงความยินดีของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งหากพิจารณาจากข้อความที่ส่งมา ก็สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม พล.อ.ณัฐพล ยังคงย้ำถึงบทบาทของตนเองในการเจรจาควบคู่ไปกับการป้องกันอธิปไตย

สำหรับการแก้ไขปัญหาชายแดน พล.อ.ณัฐพล มองว่า ท่าทีของผู้นำกัมพูชาจะทำให้การแก้ไขปัญหาราบรื่นขึ้น แต่ต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 10 กันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมของคณะเลขานุการมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล จะนำผลการประชุมเข้าที่ประชุม ครม. ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ และจะขออนุมัติเพิ่มเติมในหลักการ เพื่อให้เกิดความคืบหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ การหารือระหว่าง พล.อ.ณัฐพล และ นายอนุทิน ในช่วงบ่ายวันนี้ จะส่งผลต่อการตัดสินใจในการนั่ง รมว.กห. อย่างไร และจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง

การที่ พล.อ.ณัฐพล ถูกทาบทามให้นั่ง รมว.กห. สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตำแหน่งนี้ในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่มีวิสัยทัศน์ และความสามารถในการนำพาประเทศให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

อนาคตของ พล.อ.ณัฐพล ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ การพบปะกับนายอนุทินในวันนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะนำพาไปสู่ข้อสรุปในเรื่องนี้

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” เตรียมพบ “อนุทิน” บ่ายนี้ รับถูกทาบทามนั่ง รมว.กห.​ จริง โควตาคนนอก

โผ ครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง ดึง “ศุภจี” นั่ง รมว.พาณิชย์

การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่จบ! โผ ครม. “อนุทิน” เตรียมดึง 7 คนนอกเข้าร่วมทีม โดยมีการทาบทาม “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” CEO ดุสิตธานี มานั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ และ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ในขณะที่ “ไผ่ ลิกค์-สัมพันธ์” หลุดจากโผคณะทำงาน ดัน “นเรศ-อามินทร์” เสียบแทน ทั้งนี้ต้องรอตรวจสอบคุณสมบัติ 7-10 วัน หากพบปัญหาต้องมีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทินว่า ล่าสุดในช่วงบ่าย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตอบรับที่จะเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายแล้ว โดยมีรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายบวรศักดิ์ด้วยตัวเอง

สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ มีการใช้รัฐมนตรี “คนนอก” ถึง 7 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีรายชื่อดังนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็น รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็น รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็น รมว.พลังงาน นายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็น รมช.คลัง พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล เป็น รมว.ยุติธรรม และล่าสุดมีการทาบทาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT มาเป็น รมว.พาณิชย์ ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมการทำงานของ ครม. และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

โผ ครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง

อย่างไรก็ตาม โควตารัฐมนตรี “คนนอก” ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ยังไม่มีความแน่นอน โดยมีชื่อของ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อยู่ในรายชื่อ แต่แหล่งข่าวระบุว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่ง และอาจมีชื่ออื่นเพิ่มเติม

สำหรับรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังคงเป็นชื่อของรัฐมนตรีชุดเดิมทั้งหมด โดยมีชื่อของนายไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรค และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เพิ่มเข้ามา แต่ยังไม่มีการระบุว่าจะได้รับตำแหน่งในกระทรวงใด

ทางด้านพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยืนยันรายชื่อตามที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ดำรงตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครา พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายองอาจ วงษ์ประยูร สส. สระบุรี ดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ

ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนรายชื่อในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง โดยจากเดิมที่มีชื่อของนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส. นราธิวาส เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เปลี่ยนเป็นน้องชาย คือ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส. นราธิวาส เนื่องจากนายสัมพันธ์ติดเงื่อนไขด้านคุณสมบัติ เช่นเดียวกับกรณีของนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส. เชียงใหม่ ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทนที่นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค เนื่องจากติดเงื่อนไขทางรัฐธรรมนูญ

ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 2 ตำแหน่ง ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.สาธารณสุข นางตรีนุช เทียนทอง จะดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส. เพชรบูรณ์ จะดำรงตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ จะดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม

จับตาโผ ครม.อนุทิน กับเก้าอี้ รมว.พาณิชย์

การเปลี่ยนแปลงใน โผ ครม.อนุทิน ยังคงเป็นที่จับตาของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทาบทาม “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” มาดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ จะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป แม้ว่า โผ ครม.อนุทิน จะยังไม่นิ่ง แต่การได้ผู้ที่มีความสามารถจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาบริหารประเทศ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – โผครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง สะพัดดึง “ศุภจี” นั่ง รมว.พาณิชย์-“บวรศักดิ์” รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

“นายกฯ อนุทิน” ขอบคุณ “อ.บวรศักดิ์” ร่วมรัฐบาล

เปิดเผยสไตล์ “นายกฯ อนุทิน” โพสต์ภาพขณะพูดคุย “อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” พร้อมขอบคุณ ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 18.19 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ขอบพระคุณอาจารย์บวรศักดิ์ ที่กรุณาตอบรับมาร่วมคณะรัฐมนตรีของผมครับ #เปิดเผย #โปร่งใส #ตรงไปตรงมา” พร้อมโพสต์ภาพขณะพูดคุยกับ อ.บวรศักดิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลัง นายอนุทิน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็เดินหน้าฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีพรรคร่วมรัฐบาลรวม 146 เสียง เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ภายใต้ข้อตกลงกับพรรคประชาชนในการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน

นายอนุทิน เปิดตัวผู้ที่จะมาร่วมงานกับ ครม.อนุทิน 1 หลายคน เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีที่เป็นโควตาคนนอกในกระทรวงเศรษฐกิจ และ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็เป็นโควตาคนนอกอีกคนที่นายอนุทิน เข้าทาบทามเพื่อมาร่วม ครม. ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย (อ่าน : เปิดประวัติ ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่าที่รองนายกฯ ช่วยงานด้านกฎหมาย รบ.อนุทิน)

“นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว การดึงบุคคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทีมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี นั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลในด้านกฎหมาย

การได้ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถือเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากอาจารย์บวรศักดิ์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านกฎหมายอย่างสูง การเข้ามาช่วยงานของท่าน น่าจะช่วยให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

อนาคตของรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯ อนุทิน”

แน่นอนว่าการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยย่อมมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถของ “นายกฯ อนุทิน” และทีมงาน รวมถึงการได้บุคคลากรมากความสามารถอย่าง อ.บวรศักดิ์ มาร่วมทีม ทำให้หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถบริหารประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปได้

การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาล

นอกจากนี้ การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี ยังแสดงให้เห็นถึงความเคารพและความชื่นชมที่นายกรัฐมนตรีมีต่ออาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมงาน และจะนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพต่อไป

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความซับซ้อน การมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่าง อ.บวรศักดิ์ เข้ามาช่วยงานรัฐบาล จะช่วยให้รัฐบาลสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

การที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่นนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

การตัดสินใจของ อ.บวรศักดิ์ ที่จะเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล “นายกฯ อนุทิน” ถือเป็นการเสียสละอย่างยิ่ง เพราะท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง การที่ท่านตัดสินใจเข้ามาช่วยงานรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความรักชาติและความปรารถนาดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารจัดการ และมีความจริงใจต่อประชาชน “นายกฯ อนุทิน” และทีมงานของท่านจะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าพวกเขามีคุณสมบัติเหล่านี้ และสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานที่แท้จริง รัฐบาลจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การทำงานอย่างหนักและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ประสบความสำเร็จ

การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี เป็นเพียงก้าวแรกของการสร้างรัฐบาลที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ เราหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ว่าที่ รมว.พาณิชย์

เปิดประวัติ “แต๋ม ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใน ครม.อนุทิน 1 เจ้าตัวตอบรับการทาบทาม สาวเก่งที่ทั้งตำแหน่งและผลงานเพียบ

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยังมีการขยับปรับเปลี่ยนกันอยู่ แม้นายอนุทิน จะให้สัมภาษณ์ว่าโผ ครม. เสร็จแล้วกว่า 99%

ล่าสุดโผ ครม.อนุทิน 1 มีชื่อของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ถูกทาบทามมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในโควตาคนนอก ซึ่งนางศุภจี ยอมรับว่าถูกทาบทามจริง และได้ตอบรับการทาบทามนี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าที่กระทรวงพาณิชย์ มีรายงานว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวลาข้าราชการในกระทรวงแล้ว

ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชื่อเล่น แต๋ม กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา ระดับปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทรอป สหรัฐอเมริกา

คุณวุฒิการศึกษาและการอบรม

  • ปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน และการบัญชีต่างประเทศ มหาวิทยาลัย Northrop มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • Director Certification Program รุ่น 89/2007
  • Advanced Audit Committee Program รุ่น 23/2016 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง รุ่น 16/2556 สถาบันวิทยาการตลาดทุน
  • หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรม ระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่น 19 วิทยาลัยการยุติธรรม
  • หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์ เพื่อสังคม” (นมธ.) รุ่น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประสบการณ์ทำงานของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์

นางศุภจี เคยทำงานที่ไอบีเอ็ม (IBM) มานานกว่า 20 ปี และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทในประเทศไทย ต่อมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของแผนกบริการเทคโนโลยีระดับโลกของไอบีเอ็มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และย้ายไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยคม ในปี 2554

ต่อมาในปี 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอของดุสิต อินเตอร์เนชันแนล ต่อจากท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย และชนินทธ์ โทนะวานิก และยังเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกสิกรไทยด้วย นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งอีกมากมาย คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความสามารถและประสบการณ์หลากหลาย

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต เอสเตท

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. บองชู / บ. พอร์ต รอยัล / BAKEIP Limited/ Baujour International Co Limited

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. บองชูร์ เบเกอรี่ เอเชีย

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้

2564 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เดอะ คุ๊กกิ้ง แคปิตอล แบงคอก

2564 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เดอะ ฟู้ดเอ็ดดูเคชั่น แบงคอก

2563 – ปัจจุบัน กรรมการการลงทุน บมจ. ดุสิตธานี

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต เรียล ฟู้ดส์

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ Dusit Fudu Hotel Management (Shanghai) Co., Ltd.

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ LVM Holdings Pte Ltd.

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต กาสโทร

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต ฟู้ดส์

2560 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. อาศัย โฮลดิ้งส์

2560 – ปัจจุบัน กรรมการ D&J Co., Ltd.

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ / กรรมการบริหาร บ. วิมานสุริยา

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต แมนเนจเม้นท์

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต ไชน่า แคปปิตอล

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ DMS Property Investment Pvt. Ltd.

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ Dusit Overseas Co., Ltd. / Dusit Thani Philippines, Inc.

2559 – ปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม / กรรมการบริหาร บมจ. ดุสิตธานี

2558 – ปัจจุบัน กรรมการ บมจ. ดุสิต ไทยพร็อพเพอร์ตี้ส์

2558 – ปัจจุบัน กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยดุสิตธานี

2558 – ปัจจุบัน กรรมการ บมจ. ดุสิตธานี

2567 – ปัจจุบัน กรรมการตรวจสอบ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

2564 – ปัจจุบัน กรรมการอิสระ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

2565 – ปัจจุบัน กรรมการกลั่นกรองสินเชื่อและการลงทุน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2563 – ปัจจุบัน กรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2561 – ปัจจุบัน กรรมการกำกับความเสี่ยง บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2558 – 2567 กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2568 – ปัจจุบัน Member The Hong Kong Polytechnic University

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ Thammasat Global Advisory Board มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์

2563 – ปัจจุบัน กรรมการ ในคณะกรรมการที่ปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2563 – ปัจจุบัน อนุกรรมการ คณะอนุกรรมการด้านการสร้างและพัฒนาบัณฑิต

2563 – ปัจจุบัน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

2562 – ปัจจุบัน กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

2557 – ปัจจุบัน กรรมการอำนวยการ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย

2563 – 2567 ประธานคณะอนุกรรมการเรื่อง Digital Literacy คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

2563 – 2567 กรรมการ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

2561 – 2563 กรรมการ บมจ. เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์

2559 – 2566 Member of the International Advisory Board Ecole Hôtelière de Lausanne

2559 – 2562 กรรมการ บ. พระราม 4 เดเวลอปเม้นท์

2559 – 2562 กรรมการ บ. สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้

2559 – 2565 กรรมการ บ. เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

2559 – 2565 กรรมการ Dusit Hospitality Education Philippines Inc.

2558 – 2567 กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถนำพาภาคการค้าของไทยให้เติบโตและก้าวหน้าต่อไปได้

ที่มา – ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เซอร์ไพรส์มีชื่อนั่ง รมว.พาณิชย์ ใน ครม.อนุทิน 1

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด

ความชัดเจนเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรมมาแล้ว! “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบเกษตรฯ, “นฤมล” ดูแลศึกษาฯ, “อรรถกร” คุมท่องเที่ยวฯ, และ “อัครา” ดูแลพัฒนาสังคมฯ ส่วน “ไผ่-สัมพันธ์” อดเพราะคุณสมบัติไม่ผ่าน ทำให้ “นเรศ-อามินทร์” ได้นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน ขณะที่ “องอาจ” เตรียมเป็น รมช.ศึกษา

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว 100% แล้ว โดยพรรคได้รับจัดสรร 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย ซึ่งประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายอัครา พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย เดิมทีมีชื่อของนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ที่ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ เช่นเดียวกับนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส แต่เนื่องจากติดเงื่อนไขด้านคุณสมบัติ ทำให้พรรคเสนอชื่อนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ เข้ามาแทนนายไผ่ ขณะที่นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส ซึ่งเป็นน้องชายนายสัมพันธ์ จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ แทนพี่ชาย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคกล้าธรรมได้วางตัวนายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด

จากความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลภายในพรรคกล้าธรรม เพื่อให้การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ทำไมการเปลี่ยนแปลงในพรรคกล้าธรรมจึงน่าสนใจ?

  • การที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นั่งควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่พรรคมีต่อความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเกษตรของท่าน
  • การที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เข้ามาดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในการปฏิรูปการศึกษาไทย
  • การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง

อนาคตของพรรคกล้าธรรมกับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี

การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของพรรคกล้าธรรมในการเข้ามาบริหารประเทศ การตัดสินใจและความรับผิดชอบของรัฐมนตรีแต่ละท่าน จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของพรรคในการนำเสนอนโยบายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด อาจจะทำให้เกิดคำถามและความสงสัยในหมู่ประชาชน แต่สิ่งสำคัญคือการติดตามและให้กำลังใจรัฐมนตรีทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

การที่พรรคกล้าธรรมสามารถเคลียร์ปัญหาเรื่อง กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพและความมุ่งมั่นของพรรคในการเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาฯ อย่างไรบ้าง ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

อนาคตของการเมืองไทย ยังมีเรื่องราวที่น่าติดตามอีกมากมาย การเปลี่ยนแปลงในพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงพลวัตทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไป หวังว่าการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – กล้าธรรม ปิดจ๊อบเก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ต้องดึง “นเรศ-อามินทร์” นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน

“สรวงศ์” ลั่น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ!

“สรวงศ์” ชี้ หากอยากนั่งรัฐมนตรี “ศักดิ์ดา” ต้องลาออกจาก สส. มอง คนไม่มีใจ ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งไว้ ลั่น พรรคเพื่อไทยพร้อม หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวที่พรรคเพื่อไทย ถึงกรณี นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ออกมาเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยขับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ ออกจากพรรค ว่า พรรคเพื่อไทยมีคณะกรรมการจริยธรรม ที่จะต้องมีการชงเรื่องให้คณะกรรมการบริหาร ส่วนตัวมองว่าท่านใดที่ไม่มีใจอยู่กับพรรคแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรั้งไว้ แต่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค

ส่วนกรณีของ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จะต้องขอมติคณะกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ นายสรวงศ์ ตอบว่า ใช่ ถ้าตัวท่านจะนั่งเป็นรัฐมนตรีก็ต้องลาออกจาก สส. เพราะเป็น สส.เขต ในส่วนนี้ต้องพิจารณากันต่อไป ส่วนภาพรวมโผคณะรัฐมนตรีที่ออกมานั้น ทุกคนมีประสบการณ์ ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะสามารถนำพารัฐบาลและประเทศชาติไปในทางที่ดีได้ และเป็นกำลังใจให้

ในประเด็นที่ นายอนุทิน ประกาศว่าอาจจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเอง ซึ่งจะทำให้ไม่ใช่คนกลางในการมาดู ทำให้มีข้อกังวลเรื่องการถูกแทรกแซง โดยเฉพาะเรื่องคดีเขากระโดง และคดีฮั้วเลือก สว. หรือไม่ นายสรวงศ์ ระบุว่า ประชาชนจับตาอยู่ เคยให้ข้อคิดตั้งแต่อยู่ในสภาฯ แล้ว เมื่อมาถึงจุดนี้ ถ้าหากนายอนุทิน จะดำรงตำแหน่งด้วยตัวเอง น่าจะต้องระมัดระวังในการกระทำต่างๆ และประชาชนก็ให้ความสนใจอยู่ ซึ่งต้องจับตาดู

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีหลังมีการโปรดเกล้าฯ หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า เดี๋ยวต้องรอดู การจะร้องหรือยื่นอะไรไม่ทำพร่ำเพื่อ ยืนยันจะทำให้ดีที่สุดแต่ก็ต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้สรุป เมื่อถามอีกว่าจะเตรียมการเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายสรวงศ์ เผยว่า จริงๆ ก็พร้อมอยู่เสมอ นักการเมืองเป็น สส. ก็ต้องพร้อมลงพื้นที่อยู่แล้ว ต้องรอดูว่าหัวหน้าพรรคจะว่าอย่างไร แต่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ

ขณะที่คำถามถึงแนวทางในการร่วมงานกับพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน สามารถทำงานด้วยได้หรือไม่ นายสรวงศ์ บอกว่า จริงๆ แล้วต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดทำด้วยความรอบคอบก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ตนมั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ในการตรวจสอบรัฐบาล พรรคอื่นจะว่าอย่างไรตนไม่ก้าวล่วง แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยทำเต็มที่.

“สรวงศ์” ลั่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ ชี้ “ศักดิ์ดา” ต้องลาออก สส. หากอยากนั่ง รมต.

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนแรงล่าสุด “สรวงศ์” ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ยังคงพร้อมที่จะสู้ต่อไป รวมถึงกรณีของนายศักดิ์ดาที่ต้องลาออกจาก สส. หากต้องการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดในแต่ละประเด็นกัน

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ: สัญญาณแห่งความมุ่งมั่น

นายสรวงศ์ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่จะสู้ต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ก็ตาม การที่หัวหน้าพรรคแสดงความมุ่งมั่นเช่นนี้ ย่อมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนพรรคเป็นอย่างมาก

การประกาศว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ มีความหมายมากกว่าแค่คำพูด แต่เป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะนำพาพรรคก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ และเดินหน้าต่อไปเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ นี่คือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเมืองในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน

“ศักดิ์ดา” ต้องลาออก สส. หากอยากนั่ง รมต.

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ กรณีของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวว่าจะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายสรวงศ์ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า หากนายศักดิ์ดาต้องการนั่งเป็นรัฐมนตรีก็ต้องลาออกจาก สส. เนื่องจากเป็น สส.เขต ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายของพรรคเพื่อไทย การที่นายสรวงศ์ออกมาพูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยจะยึดมั่นในหลักการและไม่ยอมให้มีการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย

นอกจากนี้ นายสรวงศ์ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของโผคณะรัฐมนตรีที่ออกมา โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะสามารถนำพารัฐบาลและประเทศชาติไปในทางที่ดีได้ พร้อมทั้งให้กำลังใจในการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกพรรคเพื่อไทย

  • การตัดสินใจของนายศักดิ์ดาจะเป็นอย่างไร?
  • พรรคเพื่อไทยจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในอย่างไร?
  • ประชาชนคาดหวังอะไรจากรัฐบาลใหม่?

คำถามเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจและรอคอยคำตอบ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

โดยรวมแล้ว การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายสรวงศ์ในครั้งนี้เป็นการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองและแนวทางการดำเนินงานของพรรคเพื่อไทยได้มากยิ่งขึ้น การที่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง อย่าลืมติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้เข้าใจถึงความเป็นไปของประเทศเรา

ที่มา – “สรวงศ์” ลั่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ ชี้ “ศักดิ์ดา” ต้องลาออก สส. หากอยากนั่ง รมต.

Scroll to top