รัฐมนตรีคลัง

“กรณ์” ย้ำ รัฐบาลอุ้มโรงกลั่น ไม่เชื่ออนุทิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นประเด็นฮอตในรัฐสภาเลยนะครับ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ย้ำชัดเจนในที่ประชุม กรณ์ ย้ำ รัฐบาลอุ้มโรงกลั่น ไม่เชื่ออนุทิน จะปราบทุนเทาและสแกมเมอร์ได้จริงหรือไม่ เพราะดูเหมือนคนใกล้ตัวจะเอี่ยวเพียบ! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าธรรมดา แต่กระทบปากท้องประชาชนโดยตรงเลยล่ะครับ

กรณ์ ย้ำ รัฐบาลอุ้มโรงกลั่น ไม่เชื่ออนุทิน

วันที่ 10 เมษายน 2569 ระหว่างการอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายกรณ์ได้ชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ในนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤติพลังงานที่รัฐบาลดูเหมือนจะไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจน รัฐบาลใช้วิธีซื้อเวลารอราคาน้ำมันโลกตก แต่ใช้กองทุนน้ำมันชดเชย ราคาที่ปั๊มลดแค่ 2 บาทเอง ทั้งที่ควรลด 12 บาทต่อลิตร เพราะค่าการกลั่นพุ่งสูงถึง 17 บาท! นี่มันเกรงใจนายทุนมากเกินไปรึเปล่าครับ? ประชาชนเดือดร้อนแต่รัฐบาลกลับลอยแพ

ยิ่งไปกว่านั้น รองนายกฯ และ รมว.คลัง อย่างนายเอกนิติ ยังโยนภาระให้กองทุนน้ำมัน ซึ่งประชาชนเป็นคนจ่ายเอง แถมภาษีสรรพสามิตยังเก็บเต็มๆ โดยอ้างไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่รายได้น้ำมันเข้าหง่ามกลาง ไม่ใช่ตรงไปโรงพยาบาล นายกรณ์เสนอให้ลดภาษีและตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของรัฐ เพื่อแบ่งเบาประชาชนให้มากกว่านี้ กำหนดสูตรราคาน้ำมันที่โปร่งใสและเป็นธรรมด่วนเลยครับ

กรณ์ ย้ำ รัฐบาลอุ้มโรงกลั่น ในประเด็นปราบสแกมเมอร์

ส่วนนโยบายปราบทุนเทาและสแกมเมอร์ นายกรณ์ไม่เชื่อมืออนุทินเลยครับ เพราะเมื่อวานนายกฯ อนุทินเพิ่งแถลงกับ ป.ป.ช. เรื่องยึดทรัพย์สแกมเมอร์เพิ่ม แต่ไทยทำงานช้ากว่าต่างชาติ ทรัพย์หนีหมด นายกฯ บอกจะเอาผิดไม่สนชื่อใคร แต่กรณ์ชี้ว่าคนใกล้ตัวเอี่ยวเยอะ! เช่น อดีต รมช.คลังในรัฐบาลอนุทิน 1 เป็นที่ปรึกษาธนาคารกัมพูชาที่เชื่อมสแกมเมอร์ ยังซื้อหุ้นกองทุนฟอกเงินที่ถูกยึดล่าสุด

อีกเรื่องคือหุ้น BCPG บริษัทลูกบางจาก โรงกลั่นน้ำมัน มีกองทุน CAI และ บ.พิวกิ้น ถือครอง ขายหุ้นเจาะจง 4,500 ล้านบาท กรรมการบริษัทตอนนั้นคืออดีต รมว.คลัง! กรณ์ฝากถามว่ารู้จักนายทุนเทาหรือเปล่า เรื่องนี้ขยายวงไปถึงอดีต ส.ส. และคนในทำเนียบด้วยนะครับ

ตั้ง “วิศิษฏ์” ประธานกลต. เหมาะสม?

กรณ์ยังบี้หนักเรื่องการแต่งตั้งนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดดีอี ที่เคยลง MOU อัปยศกับทุนสแกมเมอร์ ร่วมกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ที่ถูกฟ้อง 157 แล้ว ตอนนี้ไปนั่งประธานกลต. ดูแลตลาดหุ้นโปร่งใส เหมาะเหมาะสมหรือ? แม้ MOU ยกเลิกแล้ว แต่ภาพลบยังติด

ส่วนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตร มีหลักฐานทำธุรกรรมกับนายเบน สมิธ ซื้อเจ็ทผ่อนผ่านธนาคาร BIC กัมพูชา ก่อนตั้งเป็น รมว. ตรวจเส้นเงินไหม? กรณ์เรียกร้องให้ชี้แจงสาธารณะ ถ้าไม่ มันสะท้อนความจริงใจปราบสแกมแค่ไหน เพราะคนเอี่ยวอยู่ใกล้ตัวรัฐบาลทั้งนั้น!

  • ปัญหาหลัก: รัฐอุ้มโรงกลั่น ลอยแพประชาชนเรื่องราคาน้ำมัน
  • ปราบสแกม: ไม่น่าเชื่อ เพราะคนใกล้ชิดเกี่ยวข้อง
  • การแต่งตั้ง: วิศิษฏ์ และ สุริยะ ต้องชี้แจง
  • ข้อเสนอ: ลดภาษี ตัดงบฟุ่ม ลดค่ากลั่น กำหนดสูตรราคาโปร่งใส

สรุปแล้ว กรณ์ ย้ำ รัฐบาลอุ้มโรงกลั่น ไม่เชื่ออนุทิน จริงจังแค่ไหน คุณคิดยังไงครับ? รัฐบาลควรทำอะไรต่อเพื่อปราบทุนเทาและช่วยปากท้องประชาชน? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!

ที่มา – “กรณ์” ย้ำ รัฐบาลอุ้มโรงกลั่น ไม่เชื่อ “อนุทิน” ปราบทุนเทา-สแกมเมอร์จริง คนใกล้ตัวเอี่ยวอื้อ

อนุทินเสียดาย วรภัค ลาออก มองเป็นภาพลักษณ์ที่ดี

“อนุทิน” ไม่ตั้งใครแทน หลัง “วรภัค” ลาออก บ่นเสียดาย แต่ต้องขอบคุณที่แสดงสปิริต ยืนยันไม่ได้กดดันให้ลาออก มองถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดี รัฐมนตรีมีสปิริตคิดถึงองค์รวม

เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 22 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง ประกาศลาออกจากตำแหน่งรมช.คลัง ว่า ยังไม่ได้คุยกัน ตนได้รับจดหมายชี้แจงจากนายวรภัคมา 3 แผ่น พร้อมกับชูเอกสารดังกล่าวให้สื่อมวลชนเห็น ก่อนกล่าวว่า เดี๋ยวจะอ่านในรถ เนื่องจากวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้แจ้งให้นายวรภัค ทำรายงานเข้ามา แต่เมื่อสักครู่ทราบว่านายวรภัค ได้แถลงข่าวและแจ้งว่าจะลาออก ก็เสียดาย เดี๋ยวก็คงจะโทรหา แต่ต้องขอบคุณนายวรภัค ที่แสดงสปิริต และที่คุยกันวันที่ 21 ต.ค. นายวรภัค ก็ไม่ได้มีการปรารภอะไร เมื่อถามว่ายืนยันไม่ได้กดดันให้ นายวรภัค ลาออกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีใครกดดัน นายวรภัค คงคิดถึงภาพรวม ตนรู้จักท่านมาหลายปีเป็นเพื่อนกันพอเห็นสไตล์การทำงาน เมื่อถามว่าจะกระทบภาพลักษณ์รัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดี รัฐมนตรีมีสปิริตคิดถึงองค์รวม เพราะตอนนี้จะถือว่าท่านมีความผิดก็ไม่ได้ พอมีการกล่าวหาเช่นนี้มา ท่านก็แสดงสปิริต

ไม่ยึดเป็นบรรทัดฐานดูเป็นกรณีไป

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีเพิ่มเติมมาแทนที่ นายวรภัค หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ตั้งใคร เวลาเรามีจำกัด 31 ม.ค. 69 ยุบสภาฯ เชื่อว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง สามารถบริหารงานได้ เราก็ช่วยกันบริหาร เมื่อถามว่ากรณีของนายวรภัคจะเป็นบรรทัดฐานให้รัฐมนตรีคนอื่นที่มีข้อครหาแบบนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเรื่อง เมื่อถามอีกว่ากังวลหรือไม่ว่าจะมีรัฐมนตรีคนอื่นถูกเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์อีกหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่กังวล อย่างที่บอกตอนแต่งตั้งรัฐมนตรีเราตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างแล้วถ้าใครมีประวัติที่ถูกดำเนินคดี เราก็ไม่ตั้ง เมื่อถามว่ากังวลจะมีการร้องเรียนตามหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวลอะไร เมื่อถามย้ำว่าก่อนแต่งตั้งนายวรภัค เป็นรัฐมนตรี ได้มีเสียงทักท้วงหรือไม่ และกังวลจะมีการร้องย้อนหลังหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่มีใครทักท้วง และไม่กังวลอะไร

“วรภัค”ส่งไลน์ไม่เกี่ยวสแกมเมอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรภัคได้ส่งข้อความและเหตุผลในการลาออกไปยังกลุ่มไลน์ของคณะรัฐมนตรี ที่มีนายอนุทินอยู่ในกลุ่ม ถึงเหตุผลในการตัดสินใจด้วย โดยยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

อนุทินเสียดาย วรภัค ลาออก มองเป็นภาพลักษณ์ที่ดี

จากกรณีที่นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ทำให้เกิดคำถามต่างๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาพลักษณ์ของรัฐบาล และการดำเนินงานหลังจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ โดยแสดงความเสียดายต่อการลาออกของนายวรภัค แต่ก็เข้าใจและขอบคุณที่แสดงสปิริต

อนุทินมองการลาออกของวรภัคเป็นภาพลักษณ์ที่ดี

นายอนุทินได้กล่าวว่า การลาออกของนายวรภัคถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดี เนื่องจากแสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีมีความรับผิดชอบและคิดถึงภาพรวมของประเทศเป็นสำคัญ แม้ว่าจะไม่ได้มีการกดดันให้ลาออก แต่การตัดสินใจครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความเสียสละ

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้กล่าวถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการแต่งตั้งใครมาแทนที่ เนื่องจากมีเวลาจำกัด และเชื่อว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง สามารถบริหารงานได้

สำหรับประเด็นเรื่องการถูกเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างแล้วก่อนที่จะแต่งตั้งรัฐมนตรี และหากใครมีประวัติที่ไม่ดี ก็จะไม่ได้รับการแต่งตั้ง

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้หลายฝ่ายจับตามองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อรัฐบาล และการดำเนินงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม นายอนุทินได้ย้ำว่า ไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้ และจะเดินหน้าทำงานต่อไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน

การที่ อนุทินเสียดาย วรภัค ลาออก มองเป็นภาพลักษณ์ที่ดี นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมือง และความสำคัญของการรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร การตัดสินใจของนายวรภัค และการตอบสนองของนายอนุทิน จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองและผู้บริหารในอนาคต

ในส่วนของการดำเนินงานหลังจากนี้ รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการบริหารงาน เพื่อให้ประเทศชาติสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

การลาออกของนายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง และการแสดงความเห็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และการถกเถียงในสังคม การพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และการเรียนรู้จากบทเรียนครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเมืองไทยต่อไปในอนาคต

ที่มา – “อนุทิน” บ่นเสียดาย “วรภัค” ลาออก มองถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดี รัฐมนตรีมีสปิริตคิดถึงองค์รวม

Scroll to top