รัฐมนตรีช่วย

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เชื่อว่าในช่วงการเมืองที่ดุเดือด หลายคนคงได้เห็นประเด็นดราม่าที่พรรคฝ่ายค้านมักจะออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยล่าสุดเกิดกรณีที่ “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากว่าทำไมการทำงานการเมืองถึงเบี่ยงเบนไปสู่การจับผิดส่วนตัวแทนที่จะเน้นเรื่องงานบริการประชาชน

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ภาพถ่ายของแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยตีความว่าเป็นภาพที่ต้องการสยบรอยร้าว แต่ทางด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่านี่เป็นการปั่นกระแสที่ปราศจากข้อเท็จจริง เพราะในความเป็นจริงสมาชิกพรรคภูมิใจไทยยังเหนียวแน่นและทำงานร่วมกันได้เป็นปกติไม่มีปัญหาภายในแต่อย่างใด

เหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงยืนยันความสามัคคี

การที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา ได้ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมองข้ามข่าวลือที่พยายามจะสร้างความแตกแยก โดยเฉพาะในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ที่เป็นช่วงเวลาทองในการลงพื้นที่พบปะประชาชน แทนที่จะมาวนเวียนกับเรื่องการจินตนาการถึงรอยร้าวในพรรค ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพรรคเลยแม้แต่น้อย

  • การเมืองสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ
  • การรับฟังปัญหาประชาชนควรเป็นลำดับความสำคัญแรกของฝ่ายค้าน
  • เลิกให้ความสำคัญกับการปั่นกระแสความขัดแย้งที่ไม่เป็นความจริง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง การวิจารณ์ด้วยเหตุและผลเป็นเรื่องที่ดี แต่การมุ่งเน้นสร้างข่าวเท็จเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรแก่ประชาชน แทนที่จะมาจับผิดว่าใครทะเลาะกับใคร ควรเปรียบเทียบผลงานและนโยบายที่ช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงจะดีกว่า หากทุกพรรคหันมาทำการเมืองด้วยความโปร่งใสและมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องตามที่หาเสียงไว้ เชื่อว่าภาพลักษณ์ของนักการเมืองในสายตาประชาชนจะดูดีขึ้นอีกมาก

ที่มา – “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

“ภคมน” เรียกร้อง “วรศิษฎ์” มท.4 ถอนตัวจากกระบวนการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นคดีใหญ่ที่มีความเสียหายมหาศาล ล่าสุดทาง ป.ป.ช. ได้ยกระดับเป็นคดีพิเศษโดยมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนกว่า 6,000 ราย ท่ามกลางความสงสัยว่าขบวนการนี้อาจมีทั้งข้าราชการระดับสูงและฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง

“ภคมน” เรียกร้อง “วรศิษฎ์” มท.4 ถอนตัวจากกระบวนการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

เหตุการณ์กลับเข้มข้นขึ้นเมื่อหนึ่งในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาคือ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล ซึ่งเป็นคุณลุงของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ทำให้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยมองว่าการที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นโดยตรง กลับมีญาติใกล้ชิดเข้าไปพัวพันคดีเสียเอง ย่อมทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความขัดแย้งเชิงจริยธรรมกับการตรวจสอบที่โปร่งใส

น.ส.ภคมนย้ำว่า การที่ “ภคมน” เรียกร้อง “วรศิษฎ์” มท.4 ถอนตัวจากกระบวนการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น นั้น ไม่ใช่เรื่องของการปรักปรำ แต่เป็นเรื่องของการสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ดี ซึ่งในมุมมองของคุณธรรมจริยธรรม การมีคนใกล้ตัวเป็นผู้ถูกกล่าวหาควรเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะแสดงสปิริต เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าไปได้อย่างไร้ข้อกังขาจากสังคม

ประเด็นที่น่าสนใจที่คุณภคมนได้ชี้ให้เห็นคือเรื่องของความรู้สึกของประชาชน ดังนี้:

  • ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานรัฐ
  • ความกังขาว่ารัฐมนตรีจะกล้า “ขุดรากถอนโคน” หรือ “สาวให้ถึงตอ” ได้จริงหรือไม่ในเมื่อผู้ถูกกล่าวหาคือคนในครอบครัว
  • ความโปร่งใสของพยานหลักฐานที่อาจถูกแทรกแซงได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การ “ภคมน” เรียกร้อง “วรศิษฎ์” มท.4 ถอนตัวจากกระบวนการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลว่า หากยังเพิกเฉยต่อความรู้สึกของภาคประชาชน ตำแหน่งหน้าที่และความมั่นคงทางการเมืองในอนาคตอาจได้รับผลกระทบไปไม่มากก็น้อย การแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการถอนตัวจากกระบวนการตรวจสอบจึงอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับนายวรศิษฎ์ในขณะนี้ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนย่อมต้องการเห็นความยุติธรรมที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำพูดที่ปิดบังข้อเท็จจริงด้วยนามสกุลที่เหมือนกัน

คุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? การถอนตัวจะส่งผลต่อความโปร่งใสในคดีนี้จริงหรือไม่ ร่วมแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยครับ

ที่มา – “ภคมน” เรียกร้อง “วรศิษฎ์” มท.4 ถอนตัวจากกระบวนการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง

นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง สถานการณ์ทางการเมืองในสหราชอาณาจักรกำลังตึงเครียดสุดขีด เมื่อเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีจากพรรคแรงงาน กำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากทั้งภายในพรรคและสาธารณชน ล่าสุดมีรัฐมนตรีช่วยถึง 4 คนประกาศลาออกพร้อมกัน เพื่อกดดันให้เขาลาออกจากอำนาจทันที

นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง

เหตุการณ์ร้อนระอุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026?) รัฐมนตรีช่วยในคณะของสตาร์เมอร์ประกาศลาออกติดๆ กัน 4 คน โดยมีจุดมุ่งหมายชัดเจนเพื่อบีบให้ผู้นำพรรคแรงงานก้าวลงจากเก้าอี้รัฐบาล แรงกดดันนี้มาจากปัญหาภาวะผู้นำที่ถูกวิจารณ์หนัก รวมถึงความล้มเหลวในการจัดการเศรษฐกิจที่ซบเซาและปัญหาการย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายที่พุ่งสูง

รายชื่อรัฐมนตรีช่วยที่ลาออกและข้อความกดดัน

  • มีอัตตา ฟาห์นบุลเลห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงชุมชนและการเคหะ: ในจดหมายลาออก เธอระบุว่า “สาธารณชนกำลังเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เชื่อมั่นว่าท่านจะนำพาได้ ข้าพเจ้าก็เช่นกัน”
  • เจส ฟิลลิปส์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านการคุ้มครองความปลอดภัยและต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิง: แถลงว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” ชี้ว่าสตาร์เมอร์ขาดการลงมือจริงจัง
  • อเล็กซ์ เดวีส์-โจนส์: เรียกร้องให้นายกฯ “กระทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติ และกำหนดเวลาลาออกให้ชัดเจน”
  • ซูเบียร์ อาเหม็ด รัฐมนตรีช่วยด้านความปลอดภัยและนวัตกรรมสุขภาพ: ย้ำว่า “สาธารณชนสูญเสียความเชื่อมั่นในท่านอย่างสิ้นเชิง”

การลาออกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการประสานงานกันเพื่อสร้างแรงกดดันสูงสุด ส.ส. พรรคแรงงานกว่า 70-80 คนออกมาเรียกร้องให้สตาร์เมอร์ลาออกหรือกำหนดไทม์ไลน์ชัดเจน โดยเฉพาะหลังพรรคพ่ายยับในการเลือกตั้งท้องถิ่น สูญเสียคะแนนให้ทั้งพรรคซ้ายและขวา

สาเหตุหลักที่ทำให้นายกฯ อังกฤษระส่ำ

นอกจากปัญหาการเมืองภายใน สตาร์เมอร์ยังถูกโจมตีจากกรณีอื้อฉาว เช่น การแต่งตั้งปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ทั้งที่แมนเดลสันมีความเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินฉาวโฉ่ผู้ล่วงลับ ทำให้ภาพลักษณ์ย่ำแย่ยิ่งขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย การย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายที่ไม่ได้รับการแก้ไข และภาวะผู้นำที่ถูกมองว่าอ่อนแอ ล้วนเป็นปัจจัยเร่งวิกฤต

แม้สตาร์เมอร์จะปฏิเสธลาออก โดยอ้างว่าการชิงตำแหน่งผู้นำตอนนี้จะนำความวุ่นวาย แต่ก็มี ส.ส. กว่า 100 คนลงนามสนับสนุนเขา สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การแตกแยกในพรรคแรงงานครั้งใหญ่ คล้ายกับวิกฤตที่เกิดกับนายกฯ คนก่อนๆ ในอังกฤษ

สำหรับประชาชนชาวไทยที่สนใจการเมืองต่างประเทศ นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าภาวะผู้นำที่อ่อนแอสามารถล้มรัฐบาลได้อย่างไร หากคุณอยากอัปเดตข่าวต่างประเทศล่าสุด แนะนำติดตามเว็บไซต์ข่าวชั้นนำเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวทีการเมืองอังกฤษ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อนโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศของยุโรปทั้งทวีป

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่นี่

ที่มา – นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5% ปิดตำนาน มท.2

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี เป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนในวงการการเมืองกำลังจับตาในขณะนี้! หลังจากที่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้ส่งรายชื่อผู้สมัครเข้าตำแหน่งไปตรวจสอบกับ 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีรายชื่อกว่า 40 ชื่อ รวมถึงชื่อสำรองหากมีใครขาดคุณสมบัติ นี่คือสัญญาณว่าทุกอย่างใกล้ลงตัวสุดๆ

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี

จุดเด่นที่สุดของโผครม.ชุดนี้คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ครองตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ จวบจนรัฐบาลเศรษฐา แพทองธาร และอนุทิน 1 ล่าสุดมีข้อมูลว่าเขาจะขยับขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลปัญหาน้ำทั่วประเทศและยาเสพติด แทนที่นายโสภณ ซึ่งถือเป็นการปิดตำนาน มท.2 อย่างเป็นทางการ!

สำหรับสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีช่วย 3 คน ได้แก่ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ (ส.ส.สตูล), นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ (ส.ส.อุทัยธานี) และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี (ส.ส.นครราชสีมา)

รายชื่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงสำคัญ

ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มี 4 ชื่อ ได้แก่:

  • นายภราดร ปริศนานันทกุล (ส.ส.อ่างทอง)
  • นางศุภมาส อิศรภักดี (ส.ส.บัญชีรายชื่อ)
  • นายนภินทร ศรีสรรพางค์ (แกนนำพรรค)
  • นางสุขสมรวย วันทนียกุล (ส.ส.อำนาจเจริญ)

กระทรวงกลาโหมชัดเจนแล้ว พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ขยับจากรัฐมนตรีช่วยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรมยังเป็นพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เหมือนเดิม

กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการ โดยมีรัฐมนตรีช่วย 3 คน: นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (ส.ส.ศรีสะเกษ), นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ (ส.ส.พิจิตร), นายสรรเพชญ บุญญามณี (ส.ส.สงขลา)

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย (ส.ส.อุบลราชธานี) เป็นรัฐมนตรีช่วย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: นายสุชาติ ชมกลิ่น

กระทรวงพลังงาน: นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

กระทรวงวัฒนธรรม: นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์

กระทรวงสาธารณสุข: นายพัฒนา พร้อมพัฒน์

กระทรวงอุตสาหกรรม: นายวราวุธ ศิลปอาชา

โควตานายกรัฐมนตรีและพรรคร่วม

โควตาส่วนตัวของนายอนุทิน ประกอบด้วย:

  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ไม่มีรัฐมนตรีช่วย เพื่อให้ทำงานเต็มที่)
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ – รองนายกฯ ดูแลกฎหมาย

พรรคร่วมรัฐบาลได้ 5 กระทรวง 9 ตำแหน่ง รวมรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง และรองประธานสภา 1 คน เช่น กระทรวงเกษตรฯ ศึกษาฯ อว. แรงงาน และพม. ส่วนพรรคพลังประชารัฐได้ 1 ตำแหน่ง

การปรับโผครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยในการกระจายอำนาจและมุ่งแก้ปัญหาเรื้อรังอย่างน้ำท่วมและยาเสพติด ซึ่งนายทรงศักดิ์มีประสบการณ์ยาวนาน คาดว่าจะช่วยให้รัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณคิดอย่างไรกับโผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี

เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรอง 1 รมช. ยศชนัน อว.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่ติดตามข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว. เป็นโผครม.ชุดใหม่ที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะแฟนๆ พรรคเพื่อไทยที่กำลังลุ้นกันตัวโก่ง มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลยดีกว่า

เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว.

จากรายงานข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 พรรคเพื่อไทยคว้าโควต้ากระทรวงสำคัญไป 5 ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) แล้ว โดยยังรอต่อรองโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) อีก 1 ตำแหน่งกับพรรคภูมิใจไทย นี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้าที่เข้าทาง แม้จะมีดราม่าบ้างแต่ก็เป็นเรื่องปกติของการเมืองไทยใช่มั้ยล่ะ?

รายชื่อตัวเก็งจากพรรคเพื่อไทยในโผครม.

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ – รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เก้าอี้เดิมที่แข็งแกร่ง ช่วยดูแลเกษตรกรไทยให้พ้นภัยแล้งแล้ง
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คนนี้คือไฮไลต์! คาดว่าจะผลักดันนวัตกรรมไทยให้ก้าวไกล
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ – รมว.กระทรวงศึกษาธิการ หวังพลิกโฉมการศึกษาให้เด็กไทยเก่งขึ้น
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน – รมว.กระทรวงแรงงาน ดูแลคนงานไทยให้มีงานทำ มีสวัสดิภาพ
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง – รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

โผนี้มาจากการเจรจาลับๆ หลังการจัดตั้งรัฐบาลผสม พรรคเพื่อไทยได้โควตาหลักเพราะเป็นพรรคใหญ่สุด สมศักดิ์และสุริยะอยู่ครบทีม แสดงถึงความต่อเนื่องในการทำงาน ด้านยศชนันที่ได้อว. ถือเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะกระทรวงนี้สำคัญมากต่ออนาคตไทย เรื่องงบวิจัย นวัตกรรม AI และ biotech จะถูกผลักดันหนักแน่

ทำไมโผนี้ถึงน่าจับตา? เพราะกระทรวงเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง เกษตรช่วยชาวนา, การศึกษาช่วยเด็ก, แรงงานช่วยลูกจ้าง, พม.ช่วยคนจน และอว.ช่วยพัฒนาประเทศระยะยาว ถ้าทำดี รัฐบาลอนุทิน 2 อาจอยู่ยาว! แต่ก็มีเสียงวิจารณ์เรื่องสมดุลพรรค การต่อรอง 1 รมช. กับภูมิใจไทยน่าจะจบเร็วๆ นี้ คาดได้กระทรวงมหาดไทยหรือยุติธรรม

ย้อนดูประวัติศาสตร์ พรรคเพื่อไทยเคยได้โควตาครม.เยอะสมัยยิ่งลักษณ์ ตอนนี้ยุคใหม่แต่กลยุทธ์คล้ายๆ กัน การเลือกคนเก่งอย่างยศชนัน แสดงถึงวิสัยทัศน์ทันสมัย ผมคิดว่าดีแล้วนะ เพราะไทยต้องการนวัตกรรมด่วนๆ หลังโควิด

สำหรับแฟนข่าวการเมือง สามารถติดตามอัปเดตโผครม.เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับโผนี้? ชอบใครที่สุด? อย่าลืมแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว.

Scroll to top