รัฐมนตรีต่างประเทศไทย

“สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

“สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับข่าวการเสียชีวิตของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือที่แฟนคลับรู้จักกันในชื่อ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ชื่อดังที่เสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานทูตไทยอาจทำงานล่าช้า แต่ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้ออกมาไขข้อข้องใจในประเด็นนี้แบบชัดเจนแล้วครับ

ทำความเข้าใจใหม่: ทำไม “สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาชี้แจงว่า ทางสถานทูตไทยเพิ่งได้รับทราบข่าวการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 14 กรกฎาคมแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อได้รับแจ้งข่าว สถานทูตก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและรีบดำเนินการทันที โดยเป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่าทำไมทางการจอร์เจียถึงแจ้งข่าวล่าช้าขนาดนั้น ทั้งที่สถานทูตเองก็พร้อมประสานงานอยู่ตลอดเวลา

หากจะพูดถึงประเด็นที่ว่า “สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า นั้น ต้องบอกเลยว่ากระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยมีขั้นตอนและกฎระเบียบระหว่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตาม โดยทุกวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในหลายส่วนดังนี้:

  • เร่งประสานงานกับทางการจอร์เจียเพื่อสอบถามสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
  • ติดต่อโรงแรมที่พักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูล
  • ดำเนินการตามขั้นตอนของนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
  • เตรียมพร้อมสำหรับการนำศพกลับประเทศไทยหลังจากผ่านกระบวนการทางกฎหมายของจอร์เจียแล้ว

เป็นเรื่องเข้าใจได้ครับว่าแฟนคลับและครอบครัวต่างมีความกังวลใจและอยากให้กระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด แต่ในแง่การทำงานของรัฐบาล เราต้องคำนึงถึงขั้นตอนระหว่างประเทศที่ซับซ้อนด้วย สำหรับกรณีนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญในการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้นในอนาคต

บทเรียนในครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่า การติดตามข่าวสารโดยอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ สถานทูตไทยในต่างแดนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของคนไทย และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเสมอเมื่อได้รับแจ้งเหตุอย่างเป็นทางการ หวังว่าครอบครัวของ “ฮลุน” จะได้รับความยุติธรรมและดำเนินการทุกอย่างได้เสร็จสิ้นโดยเร็วครับ

ที่มา – “สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังเป็นที่จับตามอง หลังเกิดเหตุยิงกระสุน M79 เข้ามาในฝั่งไทย ล่าสุด รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย หากเกิดการยิงยั่วเย้าจงใจจากกัมพูชา โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำชัดว่าประเทศไทยจับตาดูแลชายแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพยายามเจรจาเพื่อหยุดยิงอย่างยั่งยืน

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม หลังประชุม นายสีหศักดิ์ได้แถลงสถานการณ์ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุยิง M79 เมื่อค่ำวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย อย่างชัดเจน โดยระบุว่าประเทศไทยได้มีการพูดคุยในระดับพื้นที่กับกัมพูชาแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจผิด แต่หากเป็นการจงใจยิงยั่วเย้า ไทยจะไม่นิ่งนอนใจ รัฐมนตรีฯ ยังย้ำถึงการติดตามการเคลื่อนไหวของกัมพูชา เช่น การเสริมกำลังทหาร ขุดคู หรือรุกล้ำดินแดน ซึ่งไทยจับตาอยู่ตลอดเวลา

ไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยจากชายแดนกัมพูชา

นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่าประเทศไทยพยายามหลีกเลี่ยงคำพูดที่อาจยั่วยุ ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ก็ได้เตือนกัมพูชาให้ระมัดระวังถ้อยคำ แต่หากเกิดเหตุรุกล้ำหรือยิงจงใจ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ไทยต้องมั่นใจว่าชายแดนปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการหยุดยิงยั่งยืน หากกัมพูชายังคงเสริมกำลัง ไทยก็พร้อมตอบโต้ตามหน้าที่

สถานการณ์เมียนมาและบทบาทของไทย

ในที่ประชุมยังประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้งเมียนมา คาดหวังให้เมียนมาเดินหน้าสู่สันติภาพปรองดอง ไทยซึ่งมีชายแดนติดเมียนมายาวนาน จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันสันติภาพ ทั้งด้านผลประโยชน์ชายแดนและความมั่นคง

ไทยวางแผนเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์แบบค่อยเป็นค่อยไป หากมีความคืบหน้า จะนำไปหารืออาเซียนเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยมุ่งแก้ปัญหา:

  • ความมั่นคงชายแดนจากการสู้รบ
  • ปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ปัญหายาเสพติดและมลพิษในแม่น้ำ
  • ฟื้นฟูการค้าชายแดนที่ถูกระงับ

ทั้งหมดนี้เพื่อความสงบสุขตามแนวชายแดน และกำหนดยุทธศาสตร์ชัดเจนในการขับเคลื่อน

ความท้าทายชายแดนไทย-กัมพูชาและเมียนมา

สถานการณ์ชายแดนทั้งสองด้านเป็นความท้าทายใหญ่ของไทย ไม่เพียงแค่ด้านการทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไทยต้องสมดุลระหว่างการทูตและการปกป้องดินแดน โดย รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนและดินแดน

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น สงครามชายแดนครั้งก่อน ไทยเรียนรู้แล้วว่าต้องเข้มแข็งแต่สงบเสงี่ยม การเจรจาผ่านอาเซียนเป็นทางออกที่ดี โดยเฉพาะกับเมียนมาเพื่อสันติภาพภายใน

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยต้องเสริมแกร่งระบบเฝ้าระวังชายแดนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โดรนและกล้องวงจรปิด เพื่อลดความเสี่ยง หากคุณเป็นคนไทย คิดว่าประเทศเราควรรับมืออย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองต่างประเทศจากเรา เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ถ้ากัมพูชาตั้งใจยิงยั่วยุ เผยจับตาชายแดนอยู่ตลอด

“สีหศักดิ์” ยัน ไทยไม่ได้ก้าวร้าว ถ้ากัมพูชาไม่พร้อมคุย

“สีหศักดิ์” ยืนยัน ไทยไม่ได้ก้าวร้าว แต่เป็นการแสดงความเข้มแข็งบนเวทีต่างประเทศ เหตุเพราะ “กัมพูชา” ไม่เคยแสดงความจริงใจให้เป็นที่ประจักษ์

วันที่ 14 ธ.ค. 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการพูดคุยสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ว่า ทางเวียดนามรับทราบ ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และเห็นการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี การคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งได้บอกไปว่า ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชา ที่จะแสดงความพร้อมเมื่อไหร่ เพราะเมื่อวานยังเห็นได้ชัด ที่พูดถึงการหยุดยิง แล้ววันนี้กัมพูชาทำอะไร ก็ยังยิง BM – 21 ข้ามมาฝั่งไทย ถูกพลเรือนไทยเสียชีวิต และบาดเจ็บหลายคน พร้อมถามกลับว่า แบบนี้กัมพูชาพร้อมจะหยุดยิงหรือไม่ ดังนั้น ถ้าเราจะพูดเรื่องการหยุดยิง ต้องพูดกันด้วยความจริงใจ และเราอยากจะให้ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ที่อยากเห็นการหยุดจริง อยากเห็นสันติภาพกลับมา ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง เข้าใจความรู้สึกของคนไทย เข้าใจความรู้สึกของประเทศไทย และเหตุการณ์ทุ่นระเบิดก็เกิดขึ้นจริง ไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ หากจะหยุดยิงต้องจริงใจต่อกัน พิสูจน์กันด้วยการกระทำ

ส่วนที่ล่าสุด นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ชี้แจงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการหยุดยิง นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการชี้แจงว่า อยากให้การยั่วยุทั้งหลายยุติลง ไม่ได้พูดถึงเรื่องการหยุดยิง

ขณะที่กัมพูชายกระดับตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบหรือไม่นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยก็อยากจะคุยอย่างจริงจัง ในประเด็นที่เป็นปัญหาระหว่างกัน เพื่อหาทางออก แต่ถ้ากัมพูชาไม่พร้อมที่จะคุยสถานการณ์ก็ต้องเป็นแบบนี้ เพราะเคยพูดหลายครั้งแล้ว ว่า มีสองเส้นทาง เส้นทางหนึ่ง คือ มีความขัดแย้งมากขึ้น มีความสูญเสียมากขึ้นทั้งสองฝ่าย อีกเส้นทางหนึ่ง คือ สันติภาพ พูดคุยกัน แต่รู้สึกว่า ฝ่ายกัมพูชายังไม่ได้ตัดสินใจว่าไปเส้นทางไหน ถ้ากัมพูชายังไม่ตัดสินใจ ประเทศไทยจะไปคนเดียวได้อย่างไร ส่วนจุดไหนที่ทำให้เชื่อมั่นว่า กัมพูชาพร้อมที่จะพูดคุยนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องการหยุดยิงก็หยุดยิงได้เลย ถูกหรือไม่ ไม่ใช่พูดถึงการหยุดยิง แล้วก็ยังยิง ซ้ำแล้วซ้ำอีก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือคนไทยจากกัมพูชานั้นว่า ถ้าออกทางชายแดนไม่ได้ ตามจุดผ่านแดน โดยเฉพาะที่ปอยเปต อาจจะต้องใช้วิธีการให้เดินทางกลับด้วยเครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งเรามีเที่ยวบินที่ไปเสียมราฐ ที่เข้าใจว่ามีวันละ 3 เที่ยวบิน ก็จะทยอยพาคนไทยที่ประสงค์จะกลับประเทศไทยผ่านทางอากาศ

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายอันวาร์จะเรียกประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนว่า อันดับแรกเราพร้อมที่จะไป ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดได้หรือไม่ และขึ้นอยู่กับประเทศอื่นว่า พร้อมที่จะไปด้วยหรือไม่ คิดว่าเรื่องที่สำคัญแบบนี้ การประชุมออนไลน์ไม่ทำให้สามารถคุยกันลงลึกอย่างแท้จริง ซึ่งเราก็มีความพร้อมที่จะไปพูดคุยในประเด็นที่เป็นปัญหาจริง ๆ เบื้องต้นได้พูดคุยถึงวันที่ประเทศไทยสะดวก เร็วที่สุดจะเป็นวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ซึ่งเราก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ และได้ให้วันไป แต่ตอนนี้ยังตกลงกันไม่ได้เรื่องวัน ยังต้องดูอีกที และอาจจะไม่ได้ไปประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยเราได้เสนอให้ไปประชุมที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของอาเซียน

สำหรับกรณีที่กองทัพต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยชี้แจงประชาคมโลก ภายหลังตรวจพบสมุดจดบันทึกพิกัดการวางทุ่นระเบิดของทหารกัมพูชานั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้ชี้แจงมาตลอดในทุกโอกาสและทุกเวทีก็นำประเด็นนี้ไปชี้แจง เช่น ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ที่นครเจนีวา ก็ได้พูดถึงกรณีที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดถึง 7 ครั้ง และได้เสนอในแง่ของถ้อยแถลง นำเสนอวิดีโอคลิปซึ่งทำมาในทุกเวที

ส่วนการที่กัมพูชาเริ่มกลับมาโจมตีพื้นที่พลเรือน จะยกระดับการชี้แจงตอบโต้อะไรเพิ่มเติมมากกว่าการประณาม นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายทหารในการดำเนินการ ซึ่งฝ่ายทหารรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ในส่วนการปฏิบัติการทางการทูตก็พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร การยกระดับอะไรต่าง ๆ คงเป็นเรื่องของฝ่ายทหาร

“สีหศักดิ์” ยืนยัน ไทย ไม่ได้ก้าวร้าว ถ้า “กัมพูชา” ไม่พร้อมพูดคุย ก็ต้องเป็นแบบนี้

ขณะเดียวกัน มีหลายฝ่ายกังวลว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวของไทย จะทำให้นานาชาติมองไทยเป็นผู้เล่นที่ก้าวร้าวหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ตนเองไม่คิดว่าเราก้าวร้าว เรามีท่าทีที่ปกป้องผลประโยชน์ และไม่ได้คิดว่าเราตั้งใจที่จะมามีท่าทีที่แข็งกร้าวเกินความจำเป็น ซึ่งเราต้องปกป้องผลประโยชน์ของเราอย่างเต็มที่อยู่แล้ว คงไม่ใช่ท่าทีที่ก้าวร้าว การที่ทหารไทยต้องสูญเสียขา แล้วเราออกมาแสดงท่าทีที่เข้มแข็งในเวทีระหว่างประเทศ เป็นการก้าวร้าวหรือไม่ ซึ่งก็ไม่ได้ก้าวร้าว

ทำไม “สีหศักดิ์” ยืนยัน ไทยไม่ได้ก้าวร้าว?

จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้หลายฝ่ายจับตามองท่าทีของประเทศไทย ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า “สีหศักดิ์” ยืนยัน ไทยไม่ได้ก้าวร้าว หากกัมพูชาไม่พร้อมที่จะพูดคุยอย่างจริงใจ

นายสีหศักดิ์เน้นย้ำว่า การแสดงออกของไทยในเวทีระหว่างประเทศ เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และตอบโต้การกระทำที่ไม่เป็นธรรมจากฝ่ายกัมพูชา การที่ทหารไทยต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ทุ่นระเบิด เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี โดยเสนอให้มีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาระหว่างทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกัมพูชาแสดงความจริงใจและพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกัน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การพูดคุยและการเจรจาด้วยความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความเข้าใจและแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน การที่ “สีหศักดิ์” ยืนยัน ไทยไม่ได้ก้าวร้าว เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ แต่ก็พร้อมที่จะเจรจาเพื่อสันติภาพเช่นกัน

ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะยังคงมีความท้าทาย แต่การรักษาความอดทนและการแสวงหาแนวทางแก้ไขโดยสันติวิธี จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในระยะยาว การที่ “สีหศักดิ์” ยืนยัน ไทยไม่ได้ก้าวร้าว คือการตอกย้ำถึงความตั้งใจของไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

ที่มา – “สีหศักดิ์” ยืนยัน ไทย ไม่ได้ก้าวร้าว ถ้า “กัมพูชา” ไม่พร้อมพูดคุย ก็ต้องเป็นแบบนี้

สีหศักดิ์เยือนมาเลเซีย: ย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา

“สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา ให้ความสำคัญกลไกทวิภาคี เน้นประเด็นหลักถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคม 2568 ในลักษณะ Working Visit เพื่อเข้าร่วมการประชุมต่างๆ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โดยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการหารือสี่ฝ่ายระหว่างมาเลเซีย สหรัฐฯ ไทย และกัมพูชา ซึ่งเป็นการหารือต่อเนื่องจากที่ได้เคยหารือกันที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568

การหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นประเด็นต่างๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่ เพื่อลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน และให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยฝ่ายไทยย้ำความสำคัญของกลไกทวิภาคี และการแสดงความจริงใจในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำร่วมกันไว้ การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซียครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นสำคัญ ได้แก่ การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน การร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการให้ความร่วมมือในการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน เช่น ในกรณีบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ทางฝ่ายไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นความจริงใจจากกัมพูชา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุเป้าประสงค์ร่วมกันในการสร้างสันติภาพและความสงบสุขให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ

การเดินทางเยือนมาเลเซียของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค การหารือในประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับกลไกทวิภาคีในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

สีหศักดิ์เยือนมาเลเซีย: ย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา

การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชาในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับการเจรจาและการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค และทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับภูมิภาคโดยรวม

ประเด็นสำคัญจากการเยือนมาเลเซีย: ข้อตกลงไทย-กัมพูชา

การเยือนมาเลเซียของนายสีหศักดิ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นที่การสร้างความไว้วางใจและการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันไว้ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดน และส่งผลดีต่อประชาชนทั้งสองประเทศ

การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชานั้นแสดงถึงความสำคัญของกลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ การหารือและความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชา จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคต่อไป รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับกัมพูชาและประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชนทุกคน

จะเห็นได้ว่า การเยือนมาเลเซียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับความร่วมมือในระดับภูมิภาค การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชานั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และการส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอาเซียน

ที่มา – “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา ให้ความสำคัญกลไกทวิภาคี

สีหศักดิ์ ถึงนครนิวยอร์ก เตรียมแสดงจุดยืนไทย

สีหศักดิ์ ถึงนครนิวยอร์ก เตรียมแสดงจุดยืนไทย

ในวันที่ 26 กันยายน 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เดินทางถึงนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาแล้ว โดยมีภารกิจสำคัญในการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA80 การมาถึงของท่านรัฐมนตรีครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ไทยจะได้แสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่กำลังร้อนระอุ

สีหศักดิ์ ถึงนครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วม UNGA80

การเดินทางของนายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย มาถึงนครนิวยอร์กในวันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ ซึ่งไทยมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอท่าทีของชาติต่อเวทีโลก ไทยมุ่งมั่นที่จะกลับสู่จอเรดาร์ของนานาชาติ โดยยึดหลักการสากลที่เป็นพื้นฐานของความสงบสุขและความยุติธรรมระหว่างประเทศ

หนึ่งในภารกิจหลักคือการกล่าวถ้อยแถลงต่อสมัชชา ในวันที่ 27 กันยายน 2568 ซึ่งจะครอบคลุมประเด็นหลากหลาย ตั้งแต่สถานการณ์ในยูเครนและตะวันออกกลาง ที่ห่างไกลจากไทย แต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโลก ไปจนถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างสถานการณ์ในเมียนมา และการจัดการชายแดนไทย-กัมพูชา ไทยจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนสันติภาพ และการแก้ไขข้อพิพาทด้วยวิธีสันติ

ผลักดันการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในเวทีโลก

นอกจากการกล่าวถ้อยแถลงแล้ว นายสีหศักดิ์ ยังมีกำหนดการพบปะหารือกับบุคคลสำคัญหลายราย เพื่อผลักดันวาระของไทย โดยเฉพาะประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นปัญหาที่ไทยเผชิญมานานในพื้นที่ชายแดน การหารือครั้งนี้จะรวมถึงการพบเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและขอสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีนัดหมายกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยญี่ปุ่น ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) ซึ่งไทยกำลังเร่งรัดให้เกิดความคืบหน้าในการกำจัดทุ่นระเบิดและอาวุธที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางอ้อม นายสีหศักดิ์ จะหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทยรัสเซีย ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เดือนตุลาคม 2568 เพื่อประสานงานในประเด็นความมั่นคงภูมิภาค

การพบปะยังขยายไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบอาเซียน รวมถึงผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยเมียนมา และข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ การนัดหมายเหล่านี้จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2568 ถือเป็นโอกาสทองในการยกระดับบทบาทของไทยในเวทีโลก

ขยายความร่วมมือทางการค้ากับสหรัฐฯ

ไม่เพียงแต่เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ การเยือนครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำหรับการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ นายสีหศักดิ์ จะเข้าร่วมงานเลี้ยงพบปะกับสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน และหอการค้าสหรัฐฯ ในวันที่ 27 กันยายน 2568 เพื่อชี้แจงโอกาสการลงทุนในไทย และส่งเสริมการค้าขายระหว่างกัน โดยเฉพาะในยุคที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ไทยพร้อมเปิดรับนักลงทุนสหรัฐฯ ในภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และเทคโนโลยี

  • การกล่าวถ้อยแถลงต่อ UNGA: แสดงวิสัยทัศน์ไทยต่อประเด็นโลก
  • การหารือเรื่องทุ่นระเบิด: ผลักดัน Ottawa Convention
  • พบปะผู้นำต่างชาติ: เสริมสร้างพันธมิตรในอาเซียนและนอกภูมิภาค
  • กิจกรรมทางธุรกิจ: ขยายโอกาสลงทุนกับสหรัฐฯ

การเดินทางครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการมีส่วนร่วมกับประชาคมโลก ไทยไม่เพียงแต่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ แต่ยังมีส่วนในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

ในฐานะพลเมืองไทย เราควรติดตามและสนับสนุนบทบาทเหล่านี้ เพื่อให้ไทยมีเสียงที่ดังขึ้นบนเวทีโลก หากคุณสนใจประเด็นการต่างประเทศไทย สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจบริบทลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่มา – “สีหศักดิ์” ถึงนครนิวยอร์กแล้ววันนี้ เตรียมแสดงจุดยืนไทย ในเวทีสมัชชาสหประชาชาติ

Scroll to top