รัฐมนตรีสาธารณสุข

สส.พรรคประชาชน จี้ สปสช. แก้ระบบใบส่งตัว-ระบบบริการสุขภาพ กทม.

สส.กทม.พรรคประชาชน ยื่นเลขา สปสช. ปรับปรุงระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. เชื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความแออัดของผู้ใช้บริการหน้าคลินิก เรียกร้องรมว.สาธารณสุข เปิดตารับรู้ปัญหา

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับข้อเสนอการแก้ไขปัญหากรณีระบบการส่งตัวผู้ป่วยจากคลินิกชุมชนอบอุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร และปัญหาอื่นๆ ของ สปสช. ที่สร้างภาระแก่ผู้ใช้บริการ

โดย น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ระบุว่าปัจจุบันมีประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจากการบริหารของ สปสช. เช่น ระบบส่งตัว ที่ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยต้องพบคลินิกปฐมภูมิใกล้บ้านเพื่อขอรับใบส่งตัว มีความยุ่งยากและซับซ้อน เพื่อนำใบส่งตัวไปพบกับแพทย์ที่โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ หากประชาชนมีความเจ็บป่วยมากกว่าหนึ่งโรคก็ต้องขอใบส่งตัวตามจำนวนโรค เพื่อที่จะได้รับใบส่งตัวตามจำนวนอาการเจ็บป่วย และหากเกินเวลารักษา 90 วันแล้วยังไม่หาย ก็ต้องเดินทางซ้ำซ้อนกลับไปขอใบส่งตัวใหม่ รวมทั้งเรื่องยาที่เดิมไม่มีค่าใช้จ่ายและได้รับเต็มจำนวน กลับกลายมาเป็นได้รับไม่เต็มจำนวน ที่เหลือผู้รับบริการต้องหาเอาเอง เป็นต้น

น.ส.ปวิตรา ระบุด้วยว่า ระบบของกรุงเทพมหานครมีปัญหาอยู่เยอะมาก ล่าสุดประชาชนไปขอรับยาก็ได้รับแจ้งว่ารัฐไม่ได้จ่ายเงินให้ทางคลินิกจึงไม่สามารถจ่ายยาให้ได้ ประชาชนก็กลายเป็นผู้ที่ต้องรอคอย ส่วนการเพิ่มรอบและจำนวนนั้นอยู่ที่ระบบการจัดการ ซึ่งตนเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะมีแนวทางในการบริหารจัดการและพิจารณาได้ดีกว่านี้

พร้อมเห็นว่าระบบการบริหารในปัจจุบันนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาความแออัดของผู้ใช้บริการที่หน้าคลินิก บางที่กำหนดให้ออกใบส่งตัวได้แค่ 10 ใบต่อคลินิกเท่านั้น หมายความว่าคนที่อยู่ที่ลำดับที่ 11 ต้องต่อคิวใหม่ในวันรุ่งขึ้น กลายเป็นความยุ่งยากซับซ้อนหลายประการ อันเป็นผลมาจากการบริหาร ซึ่งตนได้เคยตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเพื่อนสมาชิกก็ได้ใช้กลไกของสภาสอบถามไปหลายครั้งแล้ว

ประเด็นปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อลดปัญหาการส่งตัว คำตอบที่ได้รับกลับมาจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือจะมีการใช้ซุปเปอร์แอปในการพัฒนาและแก้ปัญหา ซึ่งตนขอตั้งข้อสงสัยว่าขณะนี้ประเทศไทยมีแอปพลิเคชันเกี่ยวกับสาธารณสุขอยู่มากมาย อาทิ หมอพร้อม คลิกนิก เป๋าตัง ทางรัฐ แอปฯ ที่กล่าวมายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือ และตอนนี้เฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่ใช้บริการโรงพยาบาลสังกัด กทม. ก็ต้องโหลดแอปฯ “หมอ กทม.” มาเพิ่มอีกหนึ่งแอปฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการหาหมอ ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยว่าสรุปแล้วซุปเปอร์แอปคือการรวมแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย หรือคือการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเยอะๆ แต่ระบบก็ยังยุ่งยากเหมือนเดิมกันแน่

น.ส.ปวิตรา กล่าวต่อไปว่าตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเคยสื่อสารว่าระบบ สปสช. ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปใดๆ ตนขอแนะนำให้รัฐมนตรีเข้ากระทรวงและดูข่าวมากกว่านี้ แล้วจะได้เห็นว่ามีปัญหาอยู่มากมาย หากบริหารแบบปิดตาข้างเดียวแบบนี้ ปัญหาก็จะยังคงถูกซุกอยู่ใต้พรม และคนที่ได้รับความเดือดร้อนก็คือประชาชน สส.พรรคประชาชน จึงได้ยื่นหนังสือ ข้อเสนอเพื่อให้ทาง สปสช. ได้พิจารณาถึงประโยชน์ต่อสาธารณะ และเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเลขา สปสช. ปรับปรุงระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม.

ปัญหาเร่งด่วน: ระบบใบส่งตัวและระบบบริการสุขภาพ กทม. ที่ต้องได้รับการแก้ไข

จากกรณีที่ สส.พรรคประชาชนได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ สปสช. ประเด็นสำคัญอยู่ที่การปรับปรุง ระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองอย่างมาก ความยุ่งยากและความซับซ้อนของระบบดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อขอใบส่งตัวหลายครั้ง

นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนยาและการจำกัดจำนวนใบส่งตัวต่อคลินิก ยังส่งผลให้เกิดความแออัดและการรอคอยที่ยาวนาน ซึ่งสวนทางกับเจตนารมณ์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ดังนั้น การแก้ไข ระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อลดภาระของประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลและพัฒนาระบบการจัดการใบส่งตัว อาจเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยลดความยุ่งยากและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยได้

ทาง สปสช. ควรรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งจาก สส. ผู้แทนประชาชน และจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงระบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

การที่ สส.พรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้แก้ไข ระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของประชาชน และเป็นสัญญาณที่ส่งไปยัง สปสช. ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น

แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีที่สุด

ที่มา – สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเลขา สปสช. ปรับปรุงระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม.

อนุทินอึ้ง! สันติคุณสมบัติไม่ผ่าน ส่งลูกชายแทน

“นายกฯ อนุทิน” ยันตรวจคุณสมบัติใครไม่ผ่านก็ไม่ได้ ลือหึ่ง “สันติ” ไม่พร้อมแล้ว หลังขาดคุณสมบัตินั่งรัฐมนตรี ดัน “พัฒนา” ลูกชาย นั่ง รมว.สาธารณสุขแทน

วันที่ 9 ก.ย. 2568 เมื่อเวลา 17.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวที่นายสันติ คุณสมบัติไม่ผ่าน พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี นายอนุทิน ถึงกับร้องหึ้ย ตนยังไม่ทราบ ท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะแจ้งมา หากใครมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และชัดเจนว่าหากใครมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ก็จะนำเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่ได้ ไม่ต้องกังวล เพราะนี่คือเหตุผลที่เสนอรายชื่อไปเกิน 36 รายชื่อ เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าว นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่ถูกวางตัวให้เป็นรมว.คลัง ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติว่า เราส่งรายชื่อทุกคนที่จะได้รับการแต่งตั้งไปตรวจสอบ เราต้องเชื่อการตรวจสอบ เราด่วนสรุปก่อนหรือไปฟังหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้

อนุทินอึ้ง! สันติคุณสมบัติไม่ผ่าน ส่งลูกชายแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะลงตัวแล้ว แต่ล่าสุดรายงานว่า ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ ติดอยู่ในโผ แต่จากการตรวจสอบประวัติ นายสันติ พบว่าสันติ คุณสมบัติไม่ผ่านรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายสันติ จะส่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ลูกชายมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทน นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการการเมือง

เกิดอะไรขึ้นกับคุณสมบัติของสันติ?

การที่นายสันติ คุณสมบัติไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น สร้างความตกตะลึงให้กับหลายฝ่าย คำถามคืออะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณสมบัติของนายสันติไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งมีความเหมาะสม โปร่งใส และมีความซื่อสัตย์

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ปัญหาอาจเกิดจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีความในอดีต หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ หากคุณสมบัติของนายสันติไม่ผ่านจริง การเสนอชื่อลูกชาย คือนายพัฒนามารับตำแหน่งแทน ก็อาจเป็นทางออกเพื่อรักษาเก้าอี้ของพรรค

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในนาทีสุดท้ายเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล การสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายสันติเป็นเครื่องเตือนใจว่า การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็น และควรมีกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุดมารับใช้ประเทศชาติ

การตัดสินใจครั้งนี้ของนายสันติที่จะส่งลูกชายเข้ามารับตำแหน่งแทน สร้างความสนใจและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการทำงานของรัฐบาลอย่างไร

การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ การเปลี่ยนแปลงในโผ ครม. ครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนจริงๆ ต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะได้รับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศนั้นเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมและโปร่งใสอย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ พวกเราต้องร่วมกันจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และติดตามข่าวสารอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของการเมืองไทย และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่ออนาคตของประเทศของเรา

ที่มา – “อนุทิน” ร้องหึ้ย หลังได้ยิน “สันติ” คุณสมบัติไม่ผ่าน- เจ้าตัวส่ง “พัฒนา” ลูกชายนั่งแทน

Scroll to top