รัฐมนตรีใหม่

เปิด 35 ชื่อโผครม.อนุทิน 2 ทูลเกล้า 30 มี.ค.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวการเมืองสุดฮอตมาอัพเดทให้ฟังกันแบบเรียลไทม์เลยครับ ครม.อนุทิน 2 กำลังจะทูลเกล้าฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมนี้แล้ว รายงานล่าสุดจากพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าผ่านด่านตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 35 รายชื่อเรียบร้อย แม้จะมีดราม่านิดหน่อยเรื่องนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แต่พรรคเพื่อไทยส่งตัวสำรองมา 3 คน คือ นายนิกร โสมกลาง, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล สุดท้ายเคาะ “นิกร” เสียบแทนที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน “เดียร์ ขัตติยา” กับ “วิสุทธิ์” วืดไปแบบน่าเสียดาย

การตรวจสอบครั้งนี้เข้มข้นมาก เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานอรหันต์ทั้งหลายได้สแกนประวัติและคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีทุกคน ไม่มีปัญหาเว้นแค่นามสาวสุดาวรรณคนเดียว ทำให้ต้องปรับโผใหม่ พรรคเพื่อไทยแอคชั่นไว ส่งรายชื่อสำรองมาทันที และทั้งสามคนผ่านฉลุย! นี่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือระหว่างพรรครัฐบาลในการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้

วันจันทร์ที่ 30 มี.ค. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะประชุมสุดท้ายกับหน่วยตรวจสอบ หากไม่มีอะไรสะดุด ก็จะนำรายชื่อทั้ง 35 คนขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนราชการทันที ครม.ชุดนี้คาดว่าจะมีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ผสมกัน เน้นคนมีประสบการณ์จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วม

35 รายชื่อโผครม.อนุทิน 2

มาดูรายชื่อเต็มๆ กันเลยครับ จัดเรียงตามลำดับที่รายงานมา จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้อ่านง่าย

นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในครม.อนุทิน 2

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  • 4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • 5. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
  • 6. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • 8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลัก

  • 9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 13. พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • 15. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (แทนสุดาวรรณ)
  • 16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีกหลายท่าน เช่น ในกระทรวงคมนาคม เกษตรฯ ดิจิทัลฯ มหาดไทย ฯลฯ รวมทั้งหมด 35 ชื่อครบถ้วน รายชื่อนี้สะท้อนถึงการกระจายพอร์ตให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างลงตัว พรรคภูมิใจไทยได้หลักๆ หลายกระทรวงสำคัญ

ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้คาดว่าจะโฟกัสประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การเกษตร และดิจิทัล เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตต่างๆ ตัวอย่างเช่น นายอนุทินยังคงคุมมหาดไทย นายพิพัฒน์คมนาคมต่อเนื่อง หวังขับเคลื่อนโครงการใหญ่ๆ ได้เร็ว

ส่วนตัวผมมองว่าโผนี้แข็งแกร่ง มีทั้งทหาร นักการเมืองรุ่นเก๋า และคนรุ่นใหม่ หวังว่าจะไม่มีดราม่าคุณสมบัติเพิ่ม และเริ่มงานทันทีหลังทูลเกล้าฯ สำเร็จ คุณคิดยังไงกับ ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้? ชอบใคร หรือคาดหวังนโยบายอะไรบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – เปิด 35 ชื่อโผ “ครม.อนุทิน 2” เตรียมทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. ชัดแล้ว “นิกร” แทน “สุดาวรรณ”

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจแล้ว

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับ รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักมาก เมื่อทีมงานของว่าที่รัฐมนตรีหลายคนตบเท้าส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะวันที่ 23 มี.ค. 2567 ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว

รายชื่อรัฐมนตรีทั้งหมดของ ครม.อนุทิน 2 ได้ถูกส่งไปยัง 8 หน่วยงานสำคัญเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่ามีชื่อของน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยรวมอยู่ด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทุกคนต่างรอคอยผลการตรวจสอบที่ต้องโปร่งใสและรวดเร็ว โดยสลค.ตั้งเป้าจะเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์

ความคืบหน้าการยื่นเอกสารของพรรคต่างๆ

ฝั่งพรรคเพื่อไทยส่งเอกสารครบทีมแล้ว รวมถึงน.ส.สุดาวรรณ ที่คาดว่าจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย ในโผรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ไม่น้อยหน้า นายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ส่งเอกสารเพื่อนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เวลา 13.15 น. ตามด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เวลาต่อมา นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ยังมีรายชื่ออื่นๆ ที่ส่งทีมงานมาแล้ว เช่น นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

8 หน่วยงานหลักที่ตรวจสอบคุณสมบัติ

เพื่อให้มั่นใจในคุณสมบัติของรัฐมนตรีทุกคน สลค.ได้ส่ง รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ไปยังหน่วยงานตรวจสอบทั้ง 8 แห่ง ดังนี้

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) – ตรวจประวัติอาชญากรรม
  • สำนักงานศาลยุติธรรม – ตรวจคดีความในศาล
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – ตรวจทุจริต
  • สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ – ตรวจด้านรัฐธรรมนูญ
  • กรมบังคับคดี – ตรวจหนี้สิน
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) – ตรวจคุณสมบัติการเลือกตั้ง
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) – ตรวจผลประโยชน์ทับซ้อน
  • สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) – ตรวจคดีอาญา

หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น สลค.จะสอบถามความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทันที นี่เป็นกระบวนการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทำให้ประชาชนมั่นใจในรัฐบาลชุดใหม่

ครม.อนุทิน 2 นี้มาจากการเจรจาของพรรคการเมืองหลักอย่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การจัดสรรโควตารัฐมนตรีสะท้อนถึงพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ช่วยให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการแก้ปัญหาสังคม

ในมุมมองของผม การตรวจสอบคุณสมบัติที่รวดเร็วแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำงานโปร่งใส หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะผ่านฉลุยและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที คุณคิดอย่างไรกับโผครม.ชุดนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว ยันมีชื่อ “สุดาวรรณ” ด้วย

โผครม.อนุทิน 2: รัชดาจ่อโฆษก บวรศักดิ์หลุด

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า นั่นคือ โผครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว! มีข่าวสะพัดหนาหูว่าคุณรัชดา ธนาดิเรก กำลังจะได้นั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาล ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หลุดโผไปเรียบร้อย ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี 5 เสียง ก็ยังไม่มีเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้เลย มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยนะ

โผครม.อนุทิน 2 โค้งสุดท้าย

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะ) การจัดตั้ง โผครม.อนุทิน 2 กำลังเร่งเครื่องเต็มที่ ผู้ที่ได้รับการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรี ต่างก็กรอกประวัติและคุณสมบัติกันเรียบร้อย บางคนถึงขั้นมีเจ้าหน้าที่ไปส่งเอกสารที่ตึกสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้วด้วย แตกต่างจากครม.อนุทิน 1 ที่รวบรวมยื่นทีเดียว คราวนี้แต่ละคนต้องเดินทางไปยื่นด้วยตัวเองตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่อยากให้เสร็จเร็วๆ

โผส่วนใหญ่ยังยึดตามที่ลือกันก่อนหน้านี้ ตลอดสัปดาห์นี้จะมีคนทยอยไปยื่นที่ สลค. กันเพียบเลยครับ ทำให้ โผครม.อนุทิน 2 ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีเซอร์ไพรส์บางจุดที่ต้องจับตา

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หลุดโผครม.อนุทิน 2

จุดแรกที่น่าสนใจคือ รองนายกฯ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ไม่มีชื่อในโผแล้ว! ตัวนายบวรศักดิ์เองก็ยอมรับว่ายังไม่ได้รับการทาบทามให้อยู่ต่อ คำถามคือใครจะมาแทน? ต้องรอติดตามต่อไป เพราะตำแหน่งรองนายกฯ สำคัญมากในการขับเคลื่อนนโยบาย

รัชดา ธนาดิเรก เต็งหนึ่งโฆษกรัฐบาล

ข่าวดีสำหรับแฟนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) คือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อภท. กำลังถูกวางตัวให้เป็นโฆษกรัฐบาลใน โผครม.อนุทิน 2 เต็งหนึ่งเลยทีเดียว รัชดามีประสบการณ์ด้านการสื่อสารการเมืองมาพอสมควร น่าจะช่วยให้นายกฯ อนุทินสื่อสารนโยบายได้ชัดเจนขึ้น

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังไร้เก้าอี้

อีกประเด็นคือ พรรคพลังประชารัฐ ที่มี ส.ส. 5 เสียง ยังไม่มีชื่อใครติดโผเลย! แม้จะเป็นพรรคเล็กแต่ก็มีบทบาทสำคัญในการโหวตสนับสนุนรัฐบาล ต้องลุ้นว่าพวกเขาจะได้ตำแหน่งอะไร หรือจะถูกตัดออกจริงๆ

  • สรุปสถานการณ์ โผครม.อนุทิน 2:
  • บุคคลส่วนใหญ่ยื่นประวัติแล้ว
  • บวรศักดิ์หลุดโผ
  • รัชดา จ่อโฆษก
  • พปชร. ยังลุ้น
  • นายกฯ อนุทิน เร่งรัดให้เสร็จเร็ว

จากมุมมองผมนะครับ โผครม.อนุทิน 2 ชุดนี้ดูจะเน้นความต่อเนื่องจากชุดก่อน แต่มีการปรับเปลี่ยนเพื่อความสมดุลระหว่างพรรค การที่พปชร.ยังไม่มีเก้าอี้ อาจทำให้เกิดดราม่าในสภาได้ ส่วนรัชดาที่จ่อโฆษก น่าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลให้ทันสมัยขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังคงพลิกผันได้ทุกเมื่อ เราได้เห็นแล้วว่าบริบทเปลี่ยนไปมากหลังการเลือกตั้ง คาดว่ารัฐบาลชุดนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณสุขได้ดี เพราะอนุทินมีจุดแข็งตรงนี้

คุณคิดยังไงกับ โผครม.อนุทิน 2 ชุดนี้? รัชดาจะได้เป็นโฆษกจริงมั้ย? คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ และอย่าลืมติดตามอัพเดทข่าวการเมืองล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – สะพัด “รัชดา” จ่อนั่งโฆษกรัฐบาล- “บวรศักดิ์” หลุดโผ พปชร. ยังไร้เก้าอี้ ครม.อนุทิน 2

“วิสุทธิ์” เชื่อ หาก “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนแทนได้

การเมืองไทยในช่วงจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลเตรียมส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรี 8 คนให้พรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้แสดงความมั่นใจในประเด็นนี้ โดยเชื่อว่ารายชื่อที่เสนอไปจะไม่มีปัญหาใหญ่โต แม้บางชื่อจะมีประเด็นคดีติดตัว

“วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 นายวิสุทธิ์ เปิดเผยว่าพรรคกำลังรอความชัดเจนในการแจ้งรายชื่อทั้ง 8 คนในงานสัมมนาพรรคที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่สมาชิกพรรคจะได้ทราบรายชื่อจริงๆ หลังจากที่มีข่าวลือและรายชื่อปลอมหลุดออกมาหลายรอบในโซเชียลมีเดีย

ประเด็นร้อนที่หลายคนกังวลคือชื่อของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. แต่ น.ส.สุดาวรรณ กำลังเผชิญปัญหาคดีบุกรุกที่ดินของรัฐบริเวณหาดสวนยา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา จะเป็นอย่างไร

นายวิสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่แน่ใจว่าปัญหานี้จะกระทบต่อการรับตำแหน่งหรือไม่ แต่หากเกิดปัญหาจริง พรรคก็พร้อมส่งชื่อบุคคลในเครือข่ายของ น.ส.สุดาวรรณ มาดำรงตำแหน่งแทนได้ทันที โดยระบุว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการวางแผนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีบุคลากรที่พร้อมรอคิวอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงกระแสภายในพรรคต่อรายชื่อที่เสนอ นายวิสุทธิ์ มองว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่จะมีความเห็นต่างกัน บางคนพอใจ บางคนไม่ แต่ทุกคนต้องเคารพมติพรรค และเชื่อว่าจะไม่เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ ในพรรค โดยเฉพาะในกลุ่ม ส.ส. ส่วนใหญ่

โควตารัฐมนตรีเพื่อไทยและบทบาทของนิวเจน

ที่น่าสนใจคือ รายชื่อที่หลุดออกมามี ส.ส.รุ่นใหม่ หรือกลุ่มนิวเจนของพรรคเพื่อไทย ได้รับโควตาหลายที่นั่ง นายวิสุทธิ์ ให้ความเห็นว่า อาจเป็นเพราะกลุ่มนี้มีความสามารถสูงกว่า “คนเก่าๆ มืออาจไม่ถึง” แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับมติพรรค ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร

  • พรรคเพื่อไทยส่งโควตา 8 ที่นั่งให้พรรคภูมิใจไทยตรวจสอบ
  • รอประกาศอย่างเป็นทางการในสัมมนา 24 มี.ค.
  • กรณีสุดาวรรณ: มีคดี DSI แต่พร้อมแผนสำรอง
  • ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค
  • นิวเจนได้โอกาสแสดงศักยภาพ

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยในการเตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พบบ่อยในการเมืองไทย โดยเฉพาะคดีเก่าจากหน่วยงานรัฐที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจจากนายวิสุทธิ์ ทำให้แฟนๆ พรรคเพื่อไทยโล่งใจ และจับตาดูการประชุมพรรคในวันดังกล่าว

สำหรับคดีหาดสวนยา เป็นคดีบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งเกิดขึ้นมานาน และยังอยู่ในขั้นสอบสวน หากศาลยังไม่ตัดสินขาด น.ส.สุดาวรรณ อาจยังมีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งได้ตามกฎหมาย แต่เพื่อความปลอดภัย พรรคเลือกมีแผน B ไว้แล้ว

สุดท้ายนี้ “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ เป็นตัวอย่างของความเป็นมืออาชีพในการเมืองไทยที่พรรคใหญ่ต้องมี พรรคเพื่อไทยแสดงศักยภาพในการปรับตัวได้ดี ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้าม คุณคิดว่ารายชื่อสุดท้ายจะเป็นอย่างไร? หรือสุดาวรรณจะรอดพ้นปัญหาคดีได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดกับเรา!

ที่มา – “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

“ธรรมนัส” ส่งทีมขนของออกจากกระทรวงเกษตร

สวัสดีครับชาวข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการบ้านเมืองมาอัพเดทกัน “ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนจับตา เพราะเป็นสัญญาณชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านอำนาจในรัฐบาลใหม่ รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ที่กำลังจะเข้ามาครับ

“ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันที่ 21 มีนาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทีมงานของตนเริ่มดำเนินการขนย้ายของใช้ส่วนตัวออกจากห้องทำงานที่กระทรวงทันที ไม่ใช่แค่ท่านธรรมนัสคนเดียว แต่รวมถึงนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ และนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย เพื่อเปิดทางให้รัฐมนตรีคนใหม่จากพรรคภูมิใจไทยเข้ามารับตำแหน่ง

รถบรรทุกขนของที่กระทรวงเกษตร

บรรยากาศหน้าห้องทำงานกระทรวงเกษตรคึกคักตั้งแต่เช้า มีรถบรรทุกและรถกระบะจากบริษัทขนส่งจอดรอรับงานถึง 6 คัน พนักงานขนย้ายค่อยๆ ลากของลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงของใช้ส่วนตัวต่างๆ เรียกได้ว่าเคลียร์ให้หมดจด เพื่อไม่ให้กระทบการทำงานของเจ้าของใหม่

ทีมงานกำลังขนของ

รายละเอียดการขนย้ายและการทำความสะอาด

นอกจากการขนของแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่กระทรวงเร่งทำความสะอาดพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ห้องทำงานทุกห้องถูกเช็ดถู ไล่ฝุ่น ปรับปรุงให้พร้อมใช้งานทันที ภาพรวมคือทุกอย่างดูเรียบร้อยและเป็นมืออาชีพมาก

  • รถบรรทุกและกระบะ 6 คันจอดรอ
  • ทีมงานเริ่มขนตั้งแต่เช้า
  • ทำความสะอาดห้องทำงาน รอบกระทรวง
  • เตรียมรับรัฐมนตรีใหม่จากรัฐบาลอนุทิน
การทำความสะอาดกระทรวง
ภาพเพิ่มเติมการขนย้าย

เหตุการณ์ “ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นี้ สะท้อนถึงความรวดเร็วในการเปลี่ยนผ่านของระบบราชการไทย หลังจากการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พรรคภูมิใจไทยที่ได้คะแนนนำ ได้รับกระทรวงเกษตรฯ มาดูแล ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญเพราะเกษตรกรไทยกว่า 30% ของประชากรอาศัยรายได้จากภาคเกษตร ดังนั้น การเปลี่ยนรัฐมนตรีจึงต้องรวดเร็วเพื่อไม่ให้งานคั่งค้าง

ในมุมมองส่วนตัวนะครับ การเคลื่อนไหวแบบนี้แสดงให้เห็นว่านักการเมืองไทยมืออาชีพแค่ไหน ไม่ยื้อเยื้อ ไม่ติดค้าง ทำให้ระบบเดินหน้าได้ต่อเนื่อง คิดดูสิครับ ถ้าขนของช้า กระทรวงก็ล่าช้า เกษตรกรเดือดร้อนแน่ๆ

ภาพบรรยากาศกระทรวง

ผลกระทบต่อนโยบายเกษตรในอนาคต

หลังจากนี้ คาดว่ารัฐมนตรีเกษตรคนใหม่จะเข้ามานำเสนอนโยบายใหม่ๆ เช่น สนับสนุนเกษตรสมัยใหม่ ลดต้นทุนปุ๋ย ช่วยเหลือชาวนาให้มากขึ้น ซึ่งเราจะติดตามให้ฟังต่อไปครับ

ติดตามข่าวการเมืองอัพเดทแบบเป็นกันเองได้ที่บล็อกนี้เลยนะครับ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และสมัครรับข่าวสารเพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สว.สำรอง ซัด กกต. เร่งรีบคดีฮั้ว สว. ผิดปกติ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ สว.สำรอง ซัด กกต. เรื่องการเร่งรีบตัดสินคดีฮั้ว สว. ที่ดูผิดปกติสุดๆ จนหลายคนตั้งคำถามว่ามีเจตนาฟอกขาวให้นักการเมืองก่อนนั่ง ครม. ใหม่หรือเปล่า? เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2567 ที่สำนักงาน กกต. โดยกลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต. 7 คน กล้าหาญตัดสินคดีบนหลักฐานจริงๆ ไม่ใช่ตามกระแสการเมือง

สว.สำรอง ซัด กกต. เร่งรีบคดีฮั้ว สว. ผิดปกติ

คดีฮั้ว สว. หรือคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. เป็นประเด็นที่ยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะสำนวนชุดสืบสวนที่ 26 ที่มีหลักฐานชัดเจน แต่กลับมีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 มติ 5 ต่อ 2 ยกคำร้องทั้งหมด สว.สำรอง จึงออกมา สว.สำรอง ซัด กกต. ว่าทำไมถึงเร่งรีบผิดปกติในช่วงนี้ โดยเฉพาะตอนที่กำลังฟอร์มทีม ครม. ใหม่ มีนักการเมือง 13 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และคนแรกคือ นายกรัฐมนตรีเลยทีเดียว

พล.ต.ท. คำรบ เน้นย้ำว่า กกต. ต้องยึดหลักฐานจากชุดสืบสวน ไม่ใช่ผลจากอนุชุด 36 ที่มีปัญหาความเป็นกลาง เช่น ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ที่มีภาพต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล แบบไม่จำเป็น สร้างข้อสงสัยหนัก ตามระเบียบ กกต. ข้อ 75 วรรคสาม หากมีเหตุสงสัยไม่เป็นกลาง กกต. ต้องจัดการ แต่กลับนิ่งเฉย นี่คือการละเว้นหน้าที่ชัดๆ

ทำไม สว.สำรอง ซัด กกต. ถึงกังวลเรื่อง timing?

ที่มาของความกังวลคือ กกต. เคยล่าช้าแต่ตอนนี้เร่งตัดสินทันทีทั้งที่ DSI ส่งข้อมูลมาแต่ไม่รับ อ้างไม่พอ แล้วยกฟ้อง นี่อาจเข้าข่ายละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ โทษติดคุก 10 ปีได้เลย สว.สำรอง มองว่าการเร่งตอนนี้เพื่อรับใช้การเมือง โดยเฉพาะโยนหินถามทางจากอนุชุด 36 และ กกต. ชี้แจงแบบไม่รับไม่ปฏิเสธ

  • พฤติกรรมไม่เป็นกลาง: อนุกรรมการเข้าหาการเมือง เช่น กรณี ร.ต.อ.ปิยะ
  • นักการเมือง 13 คน: รวมนายกฯ จะได้นั่ง ครม. ใหม่
  • การเร่งรีบผิดปกติ: จากล่าช้ามาเป็นรีบตัดสินวันสองวัน
  • ละเว้นข้อมูล DSI: ไม่รับหลักฐานสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น กกต. ออกชี้แจงแบบคลุมเครือ ทำให้ สว.สำรอง กังวลว่าจะลู่ตามอิทธิพลจากผู้มีอำนาจที่เป็นผู้ถูกหาคดี ถ้า กกต. ลุยไฟจริง ประชาชนต้องจับตาให้ดี

背景คดีฮั้ว สว. และความสำคัญ

คดีนี้เริ่มจากเลือกตั้ง สว. ที่มีข้อครหาฮั้วประมูล มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันเลือกตั้ง ถ้า กกต. ตัดสินไม่โปร่งใส จะกระทบประชาธิปไตยไทยทั้งระบบ กลุ่ม สว.สำรอง ที่เคยเป็น สว. ตัวจริง จึงออกมาเรียกร้องให้ยึดเกียรติยศและความกล้าหาญ อย่าปล่อยให้การเมืองครอบงำ

ในมุมมองของผม การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้ง ครม. ใหม่ ทุกฝ่ายต้องรักษาความสะอาด ถ้า สว.สำรอง ซัด กกต. แบบนี้แล้วยังไม่ตื่นตัว คงมีเรื่องให้พูดอีกยาว ประชาชนอย่างเราควรติดตามใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการตัดสินคดีต้องโปร่งใส 100% ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อให้ประเด็นนี้ดังขึ้นนะครับ อย่าให้การเมืองสกปรกมาทำลายความเชื่อมั่นของเรา!

ที่มา – สว.สำรอง ซัด กกต. เร่งรีบคดีฮั้ว สว. ผิดปกติ จงใจฟอกขาวให้นักการเมือง ก่อนนั่ง ครม. หรือไม่

ไชยชนก เข้ากระทรวงดีอีวันแรก ฝากเนื้อฝากตัว ตั้งใจจริง

ในวันที่ 27 กันยายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ ได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือที่รู้จักกันในชื่อกระทรวงดีอี เป็นวันแรกอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความคาดหวังจากประชาชนที่อยากเห็นการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลของประเทศก้าวหน้าขึ้น

ไชยชนก เข้ากระทรวงดีอีวันแรก ฝากเนื้อฝากตัว ตั้งใจจริง

เช้าวันนั้น เวลาประมาณ 8.39 น. นายไชยชนก เดินทางมาถึงศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ทันทีที่มาถึง เขาได้เข้าพูดคุยกับผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง โดยกล่าวคำพูดที่อบอุ่นและถ่อมตัวว่า “ฝากเนื้อฝากตัวกับทุกท่านด้วย เป็นรัฐมนตรีที่ยังใหม่ทั้งงานกระทรวงดีอี และงานการเมือง แต่มีความตั้งใจจริงในการทำงาน” คำพูดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเขา แม้จะเป็นมือใหม่ในวงการนี้ก็ตาม

ไชยชนก เข้ากระทรวงดีอีวันแรก

หลังจากนั้น เวลา 8.58 น. นายไชยชนก ได้ทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการ ไม่ว่าจะเป็นศาลองค์ท้าวมหาพรหม พระพิฆเนศ และแม่พระธรณี เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีทีมงานและนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ว่าที่เลขานุการรัฐมนตรี มาร่วมพิธี ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายเบาๆ ทำให้บรรยากาศดูสงบและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น

พิธีสักการะ

ไชยชนก เข้ากระทรวงดีอีวันแรก: แผนงานเร่งด่วนที่ต้องทำ

ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายไชยชนก ย้ำว่ามีความตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่จะรอวันแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน 2568 ก่อน โดยมีเรื่องเร่งด่วน 4 ด้านที่ต้องประสานงานกับกระทรวงอื่นๆ ได้แก่

  • เศรษฐกิจ: ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • การเกษตร: นำดิจิทัลมาช่วยเหลือเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • ภัยพิบัติ: พัฒนาระบบเตือนภัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัย
  • การเมืองและความมั่นคง: เสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์

นอกจากนี้ กรณีปัญหาดินยุบที่ถนนสามเสน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ใหม่ในประเทศไทย นายไชยชนก ระบุว่าจะร่วมแก้ไขอย่างสุดความสามารถ โดยใช้เทคโนโลยีประเมินและแก้ปัญหา พร้อมศึกษาคำแนะนำจากญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านนี้ ปัจจุบันกำลังร่างจดหมายประสานงานส่วนตัว

ด้วยพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของนายไชยชนก ทำให้กระทรวงดีอีได้รับคนที่มีความสามารถเหมาะสม เขายังกล่าวถึงการเลือกฤกษ์วันเสาร์สำหรับเข้ารับตำแหน่งว่า เป็นฤกษ์ที่สะดวกและเป็นมงคล สำหรับกำหนดการพบสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเป็นวันที่ 6 ตุลาคม 2568 นี้

จากเหตุการณ์ ไชยชนก เข้ากระทรวงดีอีวันแรก ฝากเนื้อฝากตัว ตั้งใจจริง นี้ แสดงให้เห็นถึงทัศนคติเชิงบวกและความพร้อมในการทำงานของรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งน่าจะนำพาการพัฒนาด้านดิจิทัลของไทยไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น หากประชาชนติดตามและสนับสนุน ก็จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

ที่มา – “ไชยชนก” เข้ากระทรวงดีอีวันแรก ฝากเนื้อฝากตัว ย้ำแม้เป็น “รัฐมนตรีใหม่” แต่ตั้งใจจริง

“จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. รัฐบาลอนุทิน

“จิรายุ” จี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจเข้มคุณสมบัติรัฐมนตรีใหม่ อย่า 2 มาตรฐาน แนะ “อนุทิน” ส่งให้ “เท้ง ณัฐพงษ์” ช่วยกลั่นกรองในฐานะนั่งร้านน้ำเงิน ด้าน “อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน” โยนเป็นเรื่อง ปชน.-ภท.

วันที่ 16 ก.ย. 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลองค์กรอิสระ องค์กรอัยการ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิด ครม.เต้าหู้ยี้ ขอเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคุณสมบัติในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ให้ครบ ทั้ง 14 หน่วยงาน

ทั้งนี้เพราะในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา สลค.ได้เคร่งครัดในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทุกคนอย่างรอบด้าน ซึ่งที่ผ่านมาใช้เวลากว่า 30 วันในการกลั่นกรองคุณสมบัติและตรวจประวัติของผู้ดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“รัฐบาลชุดนี้ ต้องไม่เต้าหู้ยี้ ทั้งนี้พรรคประชาชนในฐานะผู้โหวตเป็นนั่งร้านให้รัฐบาลนี้ ก็ต้องช่วยกันตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรีทุกคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีควรส่งให้หัวหน้าพรรคประชาชน ช่วยกลั่นกรอง ช่วยตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สลค.เพื่อความโปร่งใส เพราะทุกวันนี้พี่น้องประชาชนไม่เชื่อมั่นในพรรคประชาชนที่ไปทำ MOA ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้กับน้ำเงิน ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกันมาตลอด“

“อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน” ชี้ ให้เป็นเรื่องปชน.-ภท. 

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีถูกถามว่าคาดหวังอะไรต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ตนคงไม่ได้ไปอยู่ในสถานะที่จะไปคาดหวังอะไรต่อนายอนุทินได้ เพราะตนไม่ได้เลือก ไม่ได้ขานชื่อนายอนุทิน ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เท่าที่ดู ดิจิตอลฟุตปริ๊นท์รวบรวมไว้ นายอนุทิน ประกาศชัดถ้อยชัดคำหลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะไม่มาเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่นายอนุทินก็พลิกลิ้น กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็บอกเองว่า ไม่ได้เลือกนายอนุทินไปทำงาน ไม่ได้เลือกให้ไปบริหาร แต่เลือกให้ไปยุบสภา ดังนั้น งานอื่นที่อยู่นอกเหนือจากการยุบสภาให้พรรคประชาชนไปติดตามตรวจสอบกันเอาเอง ส่วนท่าทีของนายอนุทิน ที่ทำให้สังคมกังวลว่าจะเข้าไปแทรกแซงคดีเขากระโดง คดีฮั้วสว.หรือไม่ ก็ต้องให้พรรคประชาชนเข้าไปตรวจสอบเอง ระวังว่าข้อตกลงตาม MOA จะกลายเป็นเพียงสี TOA หรือสีทนได้หรือไม่ ข้อตกลง 5 ข้อที่ตกลงกันไว้ยังอยู่ครบหรือไม่ เมื่อถามว่า เวลา 4 เดือนของนายอนุทิน หากเข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ รวมถึงการส่งสัญญาณเตรียมย้ายล้างบางในบางกระทรวงถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายอนุสรณ์ ตอบว่า ก็ชัดเจนว่า คำตอบอยู่ในคำถาม คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นว่าหากเข้าไป 4 เดือนแล้วย้ายล้างบาง หรือเอาเฉพาะคนที่ผ่านการทำงานในจังหวัดของผู้มากบารมีในพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ที่จะสามารถมาทำงานได้ สังคมจะอยู่กันอย่างไร พรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพื่อให้ได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยนี้มา ส่วนพรรคใดมีดีล ให้ช่วยเหลือคดีบางคดีหรือไม่ วันนี้สังคมตัดสินใจได้

“การเมืองในภาวะที่ไม่ปกติ เอาเจตนารมณ์ของประชาชนไปปู้ยี่ปู้ยำ เอาไปโหวตตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม น่าจะจริง เพราะกาก้าวไกล ได้นายอนุทิน เป็นนายกฯ ได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นต้องรับผิดชอบกันเอง พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยว” นายอนุสรณ์ กล่าว

จับตา: “จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. รัฐบาลอนุทิน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุ แม้ว่าจะมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือ การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีใน รัฐบาลอนุทิน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีทุกคน โดยเน้นย้ำว่าในอดีต สลค. ได้ใช้เวลาถึง 30 วันในการตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ นายจิรายุ ยังเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรี ส่งรายชื่อรัฐมนตรีให้หัวหน้าพรรคประชาชนช่วยกลั่นกรองและตรวจสอบคุณสมบัติก่อนที่จะเสนอต่อ สลค. เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน

ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้แสดงความเห็นว่า ตนเองไม่ได้คาดหวังอะไรจากการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้เลือกหรือสนับสนุนให้นายอนุทินดำรงตำแหน่งดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ ได้กล่าวถึงท่าทีของนายอนุทินที่ทำให้สังคมกังวลว่าจะเข้าไปแทรกแซงคดีเขากระโดงและคดีฮั้วสว. โดยย้ำว่าพรรคประชาชนควรเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อตกลงตาม MOA กลายเป็นเพียง “สี TOA” หรือสีที่ทนได้ชั่วคราวเท่านั้นเอง

ประเด็นเรื่อง รัฐบาลอนุทิน จึงกลายเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรี รวมถึงการดำเนินงานต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน

ดังนั้น การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันตรวจสอบและให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ รัฐบาลอนุทิน สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของประชาชน

การตรวจสอบเข้มคุณสมบัติรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – “จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. แนะอย่า 2 มาตรฐาน- “อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน”

“ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.

“ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ บอก ยินดีให้คำปรึกษา ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.-เขากระโดง ลุยใช้กลไกสภาตรวจสอบ ให้กำลังใจข้าราชการดีเอสไอ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 9 ก.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงหน้าตารัฐมนตรีใหม่ตามที่เป็นข่าวออกมาในขณะนี้ว่า ขอให้กำลังใจ อยากให้มี ครม.เร็วๆ ส่วน ครม.เก่า ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ขอวิจารณ์อะไร เพราะไม่รู้ว่ามีใครเป็นรัฐมนตรีบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงคดีต่างๆ ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทั้งคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง จะเดินหน้าต่อหรือสะดุดหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่เป็นห่วง เชื่อว่านายกฯคนใหม่คงจะตั้งรัฐมนตรีมาดู ที่สำคัญ ฝ่ายบริหารโดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมอาจจะเป็นกระทรวงที่มีอำนาจน้อยที่สุด เนื่องจากทุกหน่วยงานถูกกำกับโดยกฎหมาย ซึ่งในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ และยังบัญญัติเป็นข้อใหญ่ไว้ด้วยว่าบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมต้องมีหลักประกันไม่ถูกแทรกแซง หรือครอบงำ แม้แต่คนที่เป็นรัฐมนตรีทำได้เพียงบริหารงานให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม คือทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ จะต้องไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือความยุติธรรม

ยินดีให้คำปรึกษาว่าที่รัฐมนตรี

เมื่อถามว่า ห่วงเรื่องการจะมาแก้แค้นอะไรหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะเป็นรัฐบาลที่มาอยู่ 4 เดือน วันนี้สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจตรวจสอบ และเชื่อว่าจะร่วมกันทำงานมากกว่า ตนในฐานะฝ่ายค้านจะค้านแบบสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในส่วนของพรรคประชาชาติ เราเป็นประธานกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราต้องทำความยุติธรรมให้อยู่ภายใต้หลักนิติธรรม ไม่มีความห่วงใย และยินดีจะให้คำปรึกษาถ้าเป็นเรื่องของอะไรที่ทำให้ประชาชนมีความสุขขึ้น

มั่นใจขรก.ยุติธรรมมีคุณธรรม

เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คงไม่ฝาก และเชื่อว่านายกฯจะเลือกบุคคลที่มีความเพียบพร้อมอยู่แล้ว เนื่องจากเวลามีน้อย และในการทำงานของกระบวนการยุติธรรมต่างๆ มันจะมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายกำกับไว้ และบุคลากรในกระทรวงยุติธรรมก็เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมอยู่แล้ว

ให้กำลังใจขรก.ดีเอสไอ

เมื่อถามอีกว่า เป็นห่วงบรรดาข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการในดีเอสไอที่ทำคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจจะถูกโยกย้ายหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราให้กำลังใจเขา แต่คงไม่เข้าไปแสดงความเห็นอะไร เพราะมีสภาอยู่แล้ว และสภาตอนนี้มีฝ่ายค้านเสียงข้างมาก ซึ่งเราอาจจะต้องทำหน้าที่ค้านเพื่อประชาชนให้มากขึ้น เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าฝ่ายค้านจะมีการจับตาดูการทำงานของรัฐบาลเป็นพิเศษใช่หรือไม่ เพราะอาจจะมีการดึงเรื่องคดีต่างๆ ที่ค้างอยู่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ฝ่ายค้านก็คงทำหน้าที่สนับสนุนให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยแสดงความเห็นว่าขอให้กำลังใจและพร้อมให้คำปรึกษาหากได้รับการร้องขอ ประเด็นที่น่าสนใจคือ พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้แสดงความกังวลต่อคดีความต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว สว. หรือคดีเขากระโดง

“ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.-เขากระโดง ลุยใช้กลไกสภาตรวจสอบ

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงบทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมและหลักนิติธรรม พรรคประชาชาติในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ประเด็นสำคัญ: “ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ และพร้อมตรวจสอบการทำงาน

จากการสัมภาษณ์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • ให้กำลังใจคณะรัฐมนตรีชุดใหม่และพร้อมให้คำปรึกษา
  • ไม่กังวลต่อคดีความต่างๆ ในดีเอสไอ
  • พร้อมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านกลไกสภา

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้ให้กำลังใจข้าราชการในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยเฉพาะผู้ที่ทำคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่ง

การออกมาให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว. ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ โดยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม

โดยรวมแล้ว ท่าทีของ พ.ต.อ.ทวี ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเมืองไทยที่ต้องการความร่วมมือและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ

ที่มา – “ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.-เขากระโดง ลุยใช้กลไกสภาตรวจสอบ

Scroll to top