รัฐสภาสมัยวิสามัญ

“วันนอร์” ถก ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 10-11 ธ.ค.นี้

“วันนอร์” บรรจุแล้ว ประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง 10-11 ธ.ค.นี้ จ่อนัดประชุมวิป 3 ฝ่ายกำหนดกรอบแบ่งเวลา

วันที่ 4 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้บรรจุวาระการนัดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 10-11 ธ.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสอง ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า วิป 3 ฝ่าย นัดหารือถึงการเตรียมความพร้อมประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 8 ธ.ค. เท่าที่ประเมินคิดว่า ระยะเวลา 2 วัน น่าจะเพียงพอในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสอง แม้จะมีประเด็นพิจารณาค่อนข้างมาก และมีกมธ.สงวนความเห็นไว้ทุกมาตรา แต่บางมาตราที่มีการแก้ไข แต่ได้ปรับเนื้อหาตามกัน ส่วนการกำหนดกรอบเวลาวาระสอง ว่า แต่ละฝ่ายจะได้เวลาอภิปรายเท่าใด ยังไม่สามารถกำหนดได้ ต้องรอหารือในวิป 3 ฝ่าย

“วันนอร์” บรรจุแล้ว ประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง 10-11 ธ.ค.นี้

การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระสองที่จะมีขึ้นในวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อน และส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการเมืองและสังคมไทย ดังนั้น การพิจารณาในครั้งนี้จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้ให้ความสำคัญกับการประชุมครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยได้บรรจุวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในวาระการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมกันพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ความพร้อมของวิป 3 ฝ่าย

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้กล่าวถึงความพร้อมในการประชุมร่วมรัฐสภา โดยวิป 3 ฝ่ายจะมีการนัดหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ เพื่อกำหนดกรอบเวลาในการอภิปรายและพิจารณารายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แม้ว่าจะมีประเด็นที่ต้องพิจารณาค่อนข้างมาก และมีกรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ในทุกมาตรา แต่ทางวิปรัฐบาลเชื่อมั่นว่า ระยะเวลา 2 วัน น่าจะเพียงพอต่อการพิจารณา เนื่องจากบางมาตราที่มีการแก้ไขได้มีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกันแล้ว อย่างไรก็ตาม การกำหนดกรอบเวลาในการอภิปรายของแต่ละฝ่ายยังไม่สามารถสรุปได้ และจะต้องรอการหารือในวิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง

การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทาง เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพิจารณา จะช่วยสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การประชุมเพื่อพิจารณา “วันนอร์” บรรจุแล้ว ประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง 10-11 ธ.ค.นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

ติดตามความคืบหน้าของการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ “วันนอร์” บรรจุแล้ว ประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง 10-11 ธ.ค.นี้ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงรายละเอียดและความคืบหน้าของกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มาร่วมกันติดตามและให้กำลังใจผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ที่มา – “วันนอร์” บรรจุแล้ว ประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง 10-11 ธ.ค.นี้

ประธานกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ มั่นใจเสร็จ 21 พ.ย.นี้

ประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญคาด เปิดสภาสมัยวิสามัญช่วง 8-11 ธ.ค. นี้ มั่นใจพิจารณาชั้นกมธ.เสร็จไม่เกิน 21 พ.ย. มองการเดินหน้าข้อตกลง MOA เป็นไปด้วยดี

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 20 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ภาพรวมพิจารณารายมาตรา เดินหน้าถึงเรื่องกลไกรับฟังความคิดเห็น ซึ่งยืนยันว่า การพิจารณาทั้งหมด จะแล้วเสร็จในวันที่ 21 พ.ย. 2568 ค่อนข้างมั่นใจ โดยยังมีขั้นตอนทางธุรการ จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ส่งให้ประธานรัฐสภา เพื่อนำแจ้งต่อ ครม. ถึงความพร้อมของรัฐธรรมนูญ ที่จะนำไปสู่การเปิดประชุมสมัยวิสามัญ และเมื่อส่งไปให้ครม.พิจารณา ก็ยังมั่นใจว่า การประชุมครม.วันที่ 25 พ.ย. 2568 ควรจะต้องมีมติว่า เห็นควรให้มีการกราบบังคมทูลฯ เพื่อให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญหรือไม่ เชื่อว่าน่าจะอยู่ในกรอบระหว่างวันที่ 8-11 ธ.ค.2568

ประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มั่นใจพิจารณาชั้นกมธ.เสร็จไม่เกิน 21 พ.ย.นี้

โยนครม.ชงคำถามประชามติ

เมื่อถามว่าทางกมธ.จะต้องตั้งคำถามเพื่อทำประชามติหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เรื่องนี้เราพิจารณากันหลายรอบ และได้มีการเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ข้อสรุปตรงกันว่าคำถามน่าจะเป็น ครม. เป็นผู้ตั้งคำถาม แต่ในส่วนของญัตติที่จะนำไปสู่การมีคำถามไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ 1 และคำถามที่ 2 จะต้องมาจากรัฐสภา ก็คงขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองจะคุยกันอย่างไร แต่เชื่อว่าจะต้องพิจารณาญัตติที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคำถาม เพื่อนำไปสู่ประชามติ ในวาระ 2 หรืออย่างช้าที่สุดในวาระ 3

ท่องคาถา MOA กั๊กเรื่องซักฟอก

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคให้ตนโฟกัสเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่ไม่ว่าจะมีพรรคใดเริ่มยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคปชน. ยืนยันว่าในฐานะที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน เราพร้อมทำหน้าที่เต็มที่ในทุกมิติแน่นอน ส่วนจะเป็นการยื่นอภิปรายด้วยตัวเองของพรรคปชน. ที่มีเสียง สส. ครบหรือไม่ ยังอยู่ในขั้นการพิจารณา คงจะพิจารณาประกอบตามเงื่อนไขที่ปรากฏใน MOA ส่วนคุณสมบัติของรัฐมนตรีรายบุคคลก็ไม่ต้องรอให้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากรัฐบาลเห็นว่าบุคคลเหล่านั้นมีคุณสมบัติที่มีปัญหา หรือมีข้อกังขาสำหรับประชาชนก็สามารถใช้กลไกอื่นจัดการได้อยู่แล้ว เพื่อให้การเดินหน้าตามข้อตกลง MOA เป็นไปด้วยดี และเป็นสิ่งที่รัฐบาลประกาศไว้เองว่าจะเป็นผู้ปราบปรามธุรกิจสีเทาต่าง ๆ และผลจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจของรัฐบาล ถ้าไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา การเปิดอภิปรายไม่ว่าจะเป็นมาตรา 151 หรือ 152 หรือการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติอื่น ๆ ก็เป็นอาวุธหรือเครื่องมือที่ฝ่ายค้านเตรียมไว้ทุกมิติ

รอหาข้อสรุป

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า เข้าใจว่า สส. ของพรรคปชน. มีการหารือมาโดยตลอดว่าจะใช้เครื่องมือใดในการตรวจสอบรัฐบาล โดยจะเป็นการยื่นญัตติอภิปรายเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ไม่ว่าจะเป็นตามมาตรา 151 หรือ 152 ซึ่งคงต้องหาข้อสรุปของที่ประชุม สส. พรรคและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุดของกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ

สถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันที่ 21 พ.ย. นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเด็นนี้ต่อไป นอกจากนี้ การที่ ครม. จะเป็นผู้ตั้งคำถามประชามติ ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูว่าจะออกมาในรูปแบบใด และจะส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนอย่างไร

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ ประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้กระบวนการนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนในสังคม ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เราเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากทางประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มั่นใจพิจารณาชั้นกมธ.เสร็จไม่เกิน 21 พ.ย.นี้

Scroll to top