รัฐสภาโลก

“มงคล” โชว์วิชั่น IPU ตุรกี เชิญพระปกเกล้าแขกพิเศษ

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวเด่นในวงการการเมืองระหว่างประเทศกันเลยนะครับ! “มงคล” โชว์วิชั่นบนเวที IPU ที่ตุรกี เชิญสถาบันพระปกเกล้าเป็นแขกพิเศษ เป็นหัวข้อที่กำลังฮือฮา เพราะแสดงให้เห็นถึงบทบาทของไทยบนเวทีโลกได้อย่างชัดเจน นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมสหภาพรัฐสภา หรือ IPU ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) โดยคณะไทยเน้นเดินทางขนาดเล็กสุด เพื่อประหยัดงบประมาณตามนโยบายรัฐบาล แต่ผลงานกลับอลังการมาก!

“มงคล” โชว์วิชั่นบนเวที IPU ที่ตุรกี เชิญสถาบันพระปกเกล้าเป็นแขกพิเศษ

บรรยากาศในงานอบอุ่นสุดๆ นายมงคลได้พบปะประธาน IPU เลขาธิการ และประธานรัฐสภาภูฏาน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ผ่าน “ทูตรัฐสภาเชิงรุก” ซึ่งเป็นแนวทางหลักของรัฐสภาไทย สิ่งที่พิเศษสุดคือ ครั้งนี้ IPU เชิญ สถาบันพระปกเกล้า เข้าร่วมในฐานะแขกพิเศษเป็นครั้งแรก! จัดที่นั่ง VIP ลำดับแรกเลย ก่อนผู้แทนประเทศอื่นๆ ตามตัวอักษร นับเป็นเกียรติยศสูงมากสำหรับประเทศไทย

“มงคล” โชว์วิชั่นบนเวที IPU ที่ตุรกี เชิญสถาบันพระปกเกล้าเป็นแขกพิเศษ
ภาพบรรยากาศ “มงคล” ที่ IPU ตุรกี สถาบันพระปกเกล้า VIP

ไทยได้เป็นเจ้าภาพประชุม PTI-IPU เดือนตุลาคม

นอกจากนี้ ที่ประชุม PTI IPU ยังตกลงเชิญสถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพประชุมสำนักงานเลขาธิการ PTI-IPU ครั้งที่ 1 ที่ไทยในเดือนตุลาคม 2567 เลขาธิการสถาบันตอบรับทันที และหลายประเทศขอเข้าร่วมแล้ว สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลของไทย จะได้แสดงศักยภาพบนเวทีสากล

ถ้อยแถลงสุดปังของนายมงคลบนเวทีใหญ่

นายมงคลขึ้นกล่าวในห้องประชุมใหญ่ ภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมความหวัง สร้างสันติภาพที่มั่นคง และอำนวยความยุติธรรมเพื่อคนรุ่นถัดไป” โดยเน้นว่ารัฐสภาต้องสร้างความยุติธรรมครอบคลุม ท่ามกลางความท้าทายโลกอย่าง AI ที่ก้าวกระโดด ต้องปฏิรูปกฎหมาย สวัสดิการ ลดเหลื่อมล้ำ เพิ่มการศึกษาและทักษะให้เยาวชน

รัฐสภาไทยยังมีส่วนรับรองมติสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่

  • บทบาทรัฐสภาในการจัดการความขัดแย้งหลังสงคราม และฟื้นฟูสันติภาพยั่งยืน
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจโลกที่เป็นธรรม ต่อต้านกีดกันการค้าและเลี่ยงภาษี
นายมงคล กล่าวสุนทรพจน์ IPU ตุรกี
“มงคล” โชว์วิชั่นบนเวที IPU ที่ตุรกี

IPU หรือ Inter-Parliamentary Union เป็นองค์กรระหว่างรัฐสภาที่เก่าแก่สุดในโลก ก่อตั้งปี 1889 มีสมาชิกกว่า 180 ประเทศ การที่ไทยและสถาบันพระปกเกล้าได้รับเกียรติแบบนี้ แสดงถึง soft power ของเราที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านการทูตรัฐสภา นายมงคลทำหน้าที่ได้อย่างมืออาชีพ โชว์วิชั่นที่ตอบโจทย์ปัญหาโลกได้ตรงจุด

ในมุมมองผม การเข้าร่วม IPU ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ไปร่วมงาน แต่เป็นการวางรากฐานความสัมพันธ์ระยะยาว ไทยจะได้ประโยชน์จากเครือข่ายทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคที่โลกมีความขัดแย้งเยอะแบบนี้ คิดดูสิ ถ้าเยาวชนไทยได้ทักษะ AI จากนโยบายที่นายมงคลผลักดัน ก็น่าจะช่วยลดช่องว่างดิจิทัลได้เยอะเลย

คุณคิดยังไงกับการโชว์วิชั่นของ “มงคล” บนเวที IPU ที่ตุรกี เชิญสถาบันพระปกเกล้าเป็นแขกพิเศษ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวดีของไทยบนเวทีโลกกันเถอะ!

ที่มา – “มงคล” โชว์วิชั่นบนเวที IPU ที่ตุรกี เชิญสถาบันพระปกเกล้าเป็นแขกพิเศษ

พิชชารัตน์ เสนอ 3 ปฏิบัติการยกระดับสตรีสู่สันติภาพ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง สตรีไม่ได้เป็นแค่เหยื่อ แต่เป็นพลังสำคัญในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน ล่าสุด พิชชารัตน์ เสนอ 3 ปฏิบัติการยกระดับสตรีสู่ผู้สร้างสันติภาพ บนเวทีใหญ่ระดับโลกอย่างการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) ครั้งที่ 152 ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงที่โด่งดัง ชูบทบาทของผู้หญิงในพื้นที่ขัดแย้งให้โลกตระหนัก

“พิชชารัตน์” เสนอ 3 ปฏิบัติการยกระดับสตรีสู่ผู้สร้างสันติภาพ บนเวทีรัฐสภาโลก

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยนางพิชชารัตน์ได้เข้าร่วมในวง ประชุมสมาชิกรัฐสภาสตรี (Women Parliamentarians) เธอเน้นย้ำว่า ผู้หญิงไม่ใช่แค่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่เป็นผู้ที่ประคองครอบครัวและฟื้นฟูชุมชนให้เข้มแข็ง หากโลกต้องการสันติภาพที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนมุมมองให้เห็นสตรีในฐานะ ผู้สร้างสันติภาพ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ไทยได้นำเสนอ 3 ปฏิบัติการ ที่เป็นรูปธรรมและนำไปปฏิบัติได้ทันที

นอกจากนี้ ไทยยังเดินหน้าด้วย แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยสตรี สันติภาพ และความมั่นคง (NAP WPS) พ.ศ. 2567-2570 ซึ่งเป็นฉบับแรกของเรา เปิดตัวในปี 2568 มุ่งเสริมบทบาทสตรีในการป้องกันขัดแย้ง สร้างสันติภาพ และคุ้มครองสิทธิ เพื่อความเท่าเทียมทางเพศและความมั่นคงของสังคมไทย แผนนี้ครอบคลุมตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการเจรจาไปจนถึงการฟื้นฟูหลังวิกฤต

1. การมีส่วนร่วมตัดสินใจ: พื้นที่ของผู้ตัดสินใจตัวจริง

ปฏิบัติการแรกคือให้สตรีมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เป็นสัญลักษณ์ ในเวทีเจรจาสันติภาพ รัฐสภา หรือการฟื้นฟูสถาบันต่างๆ ผู้หญิงนำมุมมองที่แตกต่าง เช่น ความเข้าใจเรื่องครอบครัวและชุมชน ซึ่งเป็นกุญแจสู่สันติภาพยั่งยืน ตัวอย่างเช่น ในข้อตกลงสันติภาพหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จ มีสตรีเข้าร่วมเกิน 30% ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน

2. การคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม: ความปลอดภัยคือพื้นฐาน

ปฏิบัติการที่สองมุ่งคุ้มครองสตรีทั้งในโลกจริงและออนไลน์ นโยบายต้องบังคับใช้จริงจัง เช่น กฎหมายต่อต้านความรุนแรงทางเพศในพื้นที่ขัดแย้ง และป้องกันการคุกคามทางดิจิทัล หากไม่มีพื้นที่ปลอดภัย การมีส่วนร่วมหรือฟื้นฟูก็เป็นไปไม่ได้ ไทยเองก็กำลังเสริมสร้างกฎหมายและกลไกเหล่านี้ผ่าน NAP WPS

3. การฟื้นฟูสะท้อนความต้องการจริง: งบประมาณที่ตรงจุด

ปฏิบัติการสุดท้ายคือการฟื้นฟูหลังขัดแย้งที่ตอบโจทย์สตรีจริงๆ เช่น สุขภาพจิต การศึกษา และโอกาสเศรษฐกิจ ต้องจัดสรรงบประมาณชัดเจน ไม่ใช่แค่คำพูด ไทยเรียกร้องให้รัฐสภาทุกประเทศทำตาม เพื่อให้แผนระดับชาติสร้างผลกระทบจับต้องได้

ทำไม 3 ปฏิบัติการนี้ถึงสำคัญ? เพราะในทุกความขัดแย้ง ผู้หญิงคือ 70% ของผู้ลี้ภัยและผู้ได้รับผลกระทบ แต่พวกเธอคือผู้อยู่รอดและสร้างใหม่ การยกระดับสตรีไม่ใช่แค่อุดมการณ์ แต่เป็นกลยุทธ์สันติภาพที่พิสูจน์แล้วจากประสบการณ์โลก เช่น ในโคลอมเบียหรือลิเบ리아 ที่สตรีนำสันติภาพสำเร็จ

  • เพิ่มการมีส่วนร่วมสตรีในรัฐสภาไทยให้ถึง 30%
  • พัฒนากฎหมายคุ้มครองดิจิทัลสำหรับสตรี
  • จัดงบฟื้นฟูเฉพาะสำหรับชุมชนสตรี

นางพิชชารัตน์ยังเรียกร้องให้รัฐสภาทั่วโลกลงมือจริง ไม่ใช่แค่พูด เพื่อให้ NAP WPS ของทุกประเทศเกิดผลเชิงบวก

ในฐานะคนไทย เราภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำในเวทีนี้ สะท้อน soft power ของไทยด้านสันติภาพ คุณคิดอย่างไรกับบทบาทสตรีในการเมืองโลก? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัปเดต NAP WPS เพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

ที่มา – “พิชชารัตน์” เสนอ 3 ปฏิบัติการยกระดับสตรีสู่ผู้สร้างสันติภาพ บนเวทีรัฐสภาโลก

ไทยดันสำเร็จ! “ปราบสแกมเมอร์” วาระ IPU

(ภาพจาก youtube)

รัฐสภาโลก IPU โหวตเกิน 2 ใน 3 รับร่างญัตติของไทยกับชาติพันธมิตรที่ขอให้บรรจุเรื่อง สแกมเมอร์-อาชญากรรมองค์กร เป็นวาระเร่งด่วน ในขณะที่กัมพูชาไม่ร่วมโหวต

เมื่อ 28 ต.ค. 2568 ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 ลงคะแนนเสียงรับร่างญัตติของไทยกับชาติพันธมิตร ที่ขอให้บรรจุเรื่อง “อาชญากรรมองค์กรและอาชญากรรมไซเบอร์” เป็นวาระเร่งด่วนในระเบียบวาระการประชุมใหญ่ของ IPU เพียงเรื่องเดียวในปีนี้ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 850 เสียง และไม่เห็นด้วย 200 เสียง

ทั้งนี้ เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาเร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อด้านต่างๆ ในวงกว้าง จึงต้องการให้รัฐสภาทั่วโลกรับทราบ และแสดงบทบาทร่วมกัน ในการจัดการปัญหาภายใต้กรอบนิติบัญญัติ

ญัตติดังกล่าวว่าด้วยเรื่องการดำเนินการของรัฐสภา เพื่อต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตย และความมั่นคงของมนุษย์ เสนอต่อที่ประชุมโดย รัฐสภาไทย, อาร์เจนตินา, ชิลี, โปแลนด์ และสวีเดน และได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มละตินอเมริกา และแคริบเบียน และกลุ่มทเวลฟ์พลัส

หนึ่งในประเทศที่คัดค้านการเสนอร่างญัตติของไทยคือรัสเซีย โดยอ้างว่าไทยทำผิดขั้นตอน แต่คณะกรรมการของ IPU ยืนยันว่าไม่ผิด ขณะที่ ผู้แทนจากรัฐสภากัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมประชุม และไม่ได้ร่วมโหวตในครั้งนี้

ไทยผลักดัน “ปราบสแกมเมอร์” สำเร็จในเวที IPU

นับเป็นความสำเร็จของประเทศไทยในการผลักดันประเด็นสำคัญระดับโลกอย่างการปราบสแกมเมอร์ให้เป็นวาระเร่งด่วนในการประชุม IPU (Inter-Parliamentary Union) ที่จัดขึ้น ณ ประเทศกัมพูชา การที่รัฐสภาโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และอาชญากรรมองค์กรที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก

ร่างญัตติที่เสนอโดยประเทศไทยและพันธมิตรได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากประเทศสมาชิก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง การที่กัมพูชาไม่ร่วมโหวตในครั้งนี้กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองถึงท่าทีของประเทศต่อการปราบสแกมเมอร์ในอนาคต

ความสำคัญของการผลักดันวาระ “ปราบสแกมเมอร์”

การผลักดันวาระปราบสแกมเมอร์ให้เป็นวาระเร่งด่วนของ IPU มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในระดับนานาชาติเกี่ยวกับภัยร้ายของอาชญากรรมไซเบอร์และอาชญากรรมองค์กร ซึ่งมักมีลักษณะข้ามชาติและยากต่อการจัดการด้วยกลไกภายในประเทศเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ การที่ IPU ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จะช่วยกระตุ้นให้รัฐสภาของประเทศสมาชิกต่างๆ เร่งพิจารณาและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถรับมือกับอาชญากรรมเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในการปราบสแกมเมอร์

ความร่วมมือในระดับนานาชาติเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์และอาชญากรรมองค์กร เนื่องจากอาชญากรเหล่านี้มักใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายข้ามชาติในการก่อเหตุ ทำให้การติดตามและจับกุมเป็นไปได้ยาก การมีกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ชัดเจนจะช่วยให้การปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ประเทศไทยทำสำเร็จในเวที IPU ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระดับโลกเพื่อต่อต้านภัยร้ายจากสแกมเมอร์และอาชญากรรมองค์กร ซึ่งจะนำไปสู่การปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nationtv

ที่มา – ไทยทำสำเร็จ ชง “ปราบสแกมเมอร์” เป็นวาระเร่งด่วนเวที IPU กัมพูชาไม่ร่วมโหวต

Scroll to top