ราคาน้ํามันวันนี้

กลุ่มชาวประมงกระบี่ หยุดออกเรือ หลังน้ำมันเขียว 35 บาท

สถานการณ์กลุ่มชาวประมงกระบี่ หยุดออกเรือ หลัง “น้ำมันเขียว” พุ่งลิตรละ 35 บาท โอดแบกต้นทุนไม่ไหวกำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงประมงไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของการประมงพาณิชย์ทางทะเล ชาวประมงหลายสิบคนต้องเผชิญกับวิกฤตต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ส่งผลให้เรือประมงกว่า 10 ลำต้องจอดเทียบท่าแบบกะทันหัน สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวและเศรษฐกิจท้องถิ่น

กลุ่มชาวประมงกระบี่ หยุดออกเรือ หลัง “น้ำมันเขียว” พุ่งลิตรละ 35 บาท โอดแบกต้นทุนไม่ไหว

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ พบว่าเรือประมงพาณิชย์จำนวนกว่า 10 ลำจอดนิ่งสนิทบริเวณท่าเทียบแพปลาในตำบลไสไทย ไม่ยอมออกทะเลทำประมงตามปกติ สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเขียวหรือน้ำมันดีเซลที่ใช้สำหรับเรือประมง ซึ่งปรับขึ้นสูงถึงลิตรละ 35 บาท จากเดิมลิตรละ 30.50 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 4.50 บาทต่อลิตรภายในเวลาเพียง 4 วันเท่านั้น

นอกจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นแล้ว ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ในช่วงนี้ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้รายได้ไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่เพิ่มสูง ชาวประมงจึงตัดสินใจหยุดออกเรือชั่วคราวเพื่อรอให้สถานการณ์คลี่คลาย

น้ำมันเขียวคืออะไร และทำไมถึงกระทบหนัก

น้ำมันเขียว คือน้ำมันดีเซลประเภทพิเศษที่รัฐบาลจัดสรรให้เฉพาะผู้ประกอบการประมง เพื่อช่วยลดต้นทุนในการออกทะเล โดยปกติจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป แต่ในช่วงราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากปัจจัยต่างๆ เช่น สงครามในยูเครน การลดกำลังการผลิตของ OPEC และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาพุ่งสูงเกินกว่าที่ชาวประมงจะรับไหว

นายทวี ขนานใต้ ไต๋เรือประมงเรือ “ว.โชคกมลทิพย์” หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยกับสื่อว่า “ราคาน้ำมันขึ้นกระทันหัน ทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวออกทะเลพุ่งไปกว่า 20-30% แต่ปริมาณปลาที่จับได้น้อยลง หากปรับราคาขายก็ขายไม่ออกเพราะไม่มีราคากลางกำหนด พ่อค้าจึงไม่รับซื้อ เราต้องขาดทุนหนัก” เขายังเตือนว่าหากราคายังสูงต่อไป อาจต้องหยุดทำประมงยาวนานกว่านี้

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและอุตสาหกรรมประมง

กรณีกลุ่มชาวประมงกระบี่ หยุดออกเรือ หลัง “น้ำมันเขียว” พุ่งลิตรละ 35 บาท โอดแบกต้นทุนไม่ไหว ไม่ใช่แค่ปัญหาของชาวเรือเท่านั้น แต่ยังกระทบ زنجیرهห่วงโซ่อาหารทั้งหมด ตั้งแต่พ่อค้าปลีกรับซื้อ แม่ค้าตลาดสด ไปจนถึงผู้บริโภคที่อาจต้องเผชิญราคาสัตว์น้ำแพงขึ้นในอนาคต จังหวัดกระบี่ซึ่งมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวและประมง เศรษฐกิจท้องถิ่นจึงเสี่ยงชะลอตัว

  • เรือประมงจอดกว่า 10 ลำ ส่งผลให้แรงงานนับสิบคนว่างงานชั่วคราว
  • ปริมาณสัตว์น้ำเข้าตลาดลดลง 20-30%
  • ต้นทุนน้ำมันเพิ่ม 4.50 บาท/ลิตร ต่อเที่ยวออกทะเลหลายพันลิตร
  • ไม่มีราคากลางสัตว์น้ำ ทำให้ไม่กล้าปรับราคาขาย

ชาวประมงเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันเขียวให้คงที่เหมือนกับน้ำมันดีเซลบนฝั่งที่ยังอยู่ที่ลิตรละ 30 บาท รวมถึงมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น เงินอุดหนุน หรือลดภาษีนำเข้าน้ำมัน

แนวทางแก้ไขและบทเรียนที่ได้

จากสถานการณ์นี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของอุตสาหกรรมประมงไทยที่พึ่งพาน้ำมันสูง รัฐบาลควรมีนโยบายระยะยาว เช่น ส่งเสริมเรือไฟฟ้า ลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล หรือกองทุนช่วยเหลือประมงโดยตรง นอกจากนี้ การติดตั้งระบบ GPS ติดตามสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจับก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ในมุมมองของเรา สถานการณ์กลุ่มชาวประมงกระบี่ หยุดออกเรือ หลัง “น้ำมันเขียว” พุ่งลิตรละ 35 บาท โอดแบกต้นทุนไม่ไหว เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ มิฉะนั้นอาจลุกลามไปจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ คุณล่ะคิดว่าควรมีมาตรการอะไรบ้าง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงของชาวประมงดังถึงหูผู้กำหนดนโยบาย!

ที่มา – กลุ่มชาวประมงกระบี่ หยุดออกเรือ หลัง “น้ำมันเขียว” พุ่งลิตรละ 35 บาท โอดแบกต้นทุนไม่ไหว

“อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือราคาน้ำมัน สงครามตะวันออกกลาง

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกกำลังผันผวนอย่างหนักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ชาวไทยจำนวนไม่น้อยต่างกังวลกับค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น ล่าสุด “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวสงครามที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานทั่วโลก

“อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสร็จสิ้นพิธีรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ได้เชิญนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารืออย่างเป็นส่วนตัวที่ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หัวข้อหลักคือสถานการณ์ราคาน้ำมันที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่พุ่งทะยาน นายกรัฐมนตรีอนุทินได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหามาตรการบรรเทาภาระ โดยคาดว่าจะมีการประกาศมาตรการใหม่ในเร็วๆ นี้

สงครามตะวันออกกลาง : สาเหตุหลักของราคาน้ำมันพุ่ง

สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และการขยายวงของกลุ่มฮูธีในทะเลแดง ได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของเส้นทางการขนส่งน้ำมันสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสพุ่งสูงเกิน 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งกระทบไทยโดยตรง เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 90% จากภูมิภาคนี้

ไม่เพียงเท่านั้น การโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น 20-30% สะท้อนสู่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในปั๊มน้ำมันไทยที่ปรับขึ้นเกือบสัปดาห์ละครั้ง ชาวบ้านหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาค่าขนส่งอาหารและสินค้าจำเป็นที่แพงขึ้นตามไปด้วย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนไทย

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคการผลิต การขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ SME ที่มีต้นทุนพลังงานสูง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอีก 0.5-1% หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ประชาชนทั่วไปต่างเดือดร้อนกับค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทาง และค่าอาหารที่ปรับราคาตาม

มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลเตรียมไว้

จากข้อมูลที่รั่วไหลจากการประชุม “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการหลายประการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

  • ลดภาษีน้ำมันชั่วคราว: เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและเบนซิน 1-2 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 3-6 เดือน
  • วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ: สำหรับผู้ประกอบการขนส่งและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
  • แจกคูปองน้ำมัน: สำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ขับขี่แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • เร่งเจรจากับผู้ผลิตน้ำมัน: เพื่อล็อกราคานำเข้าล่วงหน้าและสำรองน้ำมันในสต็อก
  • ส่งเสริมพลังงานทางเลือก: ผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าและ NGV มากขึ้นในระยะยาว

มาตรการเหล่านี้หากประกาศใช้จริง จะช่วยให้ประชาชนถอนหายใจได้บ้าง แต่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

บทบาทสำคัญของนายกฯ อนุทินในการแก้ปัญหา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงศักยภาพในการนำทีม โดยใช้ความชำนาญด้านการเมืองและเศรษฐกิจในการประสานงานระหว่างกระทรวง การหารือกับนายเอกนิติ ซึ่งเป็นมือฉมังด้านการคลัง ช่วยให้เกิดแนวทางที่ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและยาว นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสม

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชน แต่ยังเสริมความเชื่อมั่นในรัฐบาลท่ามกลางวิกฤตพลังงาน สุดท้ายแล้ว ชาวไทยควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานให้ประหยัด เพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน-ช่วยประชาชนในสงครามตะวันออกกลาง

ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท

สถานการณ์น้ำมันในจังหวัดชัยนาทกำลังคึกคักสุดๆ เมื่อ ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท ทำให้ประชาชนแห่กันมารอคิวเติมตั้งแต่เช้ามืด กลัวว่าราคาจะพุ่งสูงจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

คิวรถรอเติมน้ำมันดีเซลที่ปั๊มชัยนาทแน่นขนัด

ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท สาเหตุจากอะไร

วันที่ 14 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ปั๊ม ปตท. แยกแขวงทางหลวง อ.เมืองชัยนาท คิวยาวเหยียดล้นออกนอกปั๊ม รถยนต์ รถกระบะ และรถเกษตรกรต่างพากันมารอเติมน้ำมันกันอย่างไม่ขาดสาย สาเหตุหลักมาจากรัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้เท่านั้น และมีข่าวลือว่าราคาจะปรับขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม ประกอบกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมันโลก ทำให้ประชาชนหวั่นเกรงว่าน้ำมันจะขาดตลาด

ทางปั๊มให้บริการเติมน้ำมันทุกประเภทตามปกติ แต่สำหรับน้ำมันดีเซลนั้น มีการจำกัดปริมาณเติมสูงสุดคันละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อป้องกันการกักตุนและให้ทุกคนได้เติมอย่างทั่วถึง พนักงานปั๊มยืนยันว่าไม่มีนโยบายกักตุน ส่งน้ำมันมาเท่าไหร่ก็บริการจนหมด มารอคิวก่อนก็ได้เติมก่อน

ประชาชนรอคิวเติมน้ำมันดีเซลที่ปั๊มชัยนาท

เกษตรกรชัยนาทแห่เติมน้ำมันดีเซลจำนวนมาก

เกษตรกรในพื้นที่ชัยนาทซึ่งเป็นจังหวัดเกษตรกรรมเป็นหลัก บอกว่าต้องใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมากในการสูบน้ำ รถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรกลการเกษตร บางรายนำถังมาเติมถึง 100 ลิตร แบ่งเป็นถุง 25 ลิตรเพื่อใช้งานยาวๆ "ปั๊มนี้ดีเสมอมา มีของให้เติมตลอด ไม่เคยขาด" เกษตรกรรายหนึ่งกล่าว

พนักงานปั๊มเผยกลยุทธ์จำกัดดีเซลคันละ 1,000 บาท

แคชเชียร์ปั๊มเปิดเผยว่าวันนี้ลูกค้าแน่นตั้งแต่เปิดปั๊ม จนแทบไม่มีเวลากินข้าว "ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม \”น้ำมันดีเซล\” คันละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อถัวเฉลี่ยให้ทุกคันได้เติม ไม่ให้ใครกักมากเกินไป ราคายังไม่ขึ้น แต่ปรับกลยุทธ์แบบนี้เพื่อความยั่งยืน" นอกจากนี้ยังแนะนำให้ประชาชนวางแผนการเดินทางดีๆ อย่ามาแบบไม่ทันการณ์

  • เติมน้ำมันดีเซลได้คันละสูงสุด 1,000 บาทเท่านั้น
  • น้ำมันประเภทอื่นเติมได้ปกติ
  • ไม่มีกักตุน ส่งมาเท่าไรบริการหมด
  • มารอคิวแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงรอนาน
  • เตรียมถังหรือภาชนะสำหรับเกษตรกร

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนต่อราคาน้ำมันที่ผันผวน ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากปัจจัย geopolitics การจำกัดปริมาณแบบนี้ช่วยป้องกันปัญหาขาดแคลนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็สร้างความวุ่นวายให้ปั๊ม

เคล็ดลับสำหรับคุณ: หากอยู่ในพื้นที่ชัยนาทหรือใกล้เคียง ควรวางแผนเติมน้ำมันล่วงหน้า ติดตามประกาศราคาน้ำมันจากกระทรวงพลังงาน และพิจารณาใช้รถที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้นเพื่อรับมือวิกฤต หากมีรถใช้งานหนักอย่างรถบรรทุกหรือเครื่องเกษตร ควรสำรองน้ำมันในปริมาณพอเหมาะแต่ไม่เกินกฎ

สุดท้ายนี้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ลองแชร์ประสบการณ์การรอคิวเติมน้ำมันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือบอกว่าคุณเตรียมตัวอย่างไรกับราคาน้ำมันที่อาจขึ้น!

ที่มา – ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท คนแห่รอคิวแน่น

ราคาน้ำมันวันนี้ 14 มี.ค. อัปเดตดีเซลทุกปั๊ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวถนนทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 14 มี.ค. กันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่หลายคนถามหา เพราะรถกระบะ รถบรรทุก หรือรถส่วนตัวหลายคันใช้ดีเซลกันเป็นหลัก ราคาน้ำมันวันนี้ 14 มี.ค. 2569 จากปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ และคาลเท็กซ์ มีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง เช็คกันเลย!

ก่อนอื่นต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันมักขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบโลก สถานการณ์ geopolitics และนโยบายรัฐบาลไทยครับ แต่สำหรับวันนี้ ราคาดีเซลส่วนใหญ่ยังคงนิ่งสนิท ลิตรละประมาณ 29.94 บาท สำหรับดีเซลธรรมดา ส่วนดีเซลพรีเมี่ยมจะแพงขึ้นหน่อยตามคุณภาพที่เหนือกว่า ช่วยถนอมเครื่องยนต์ ลดควันดำได้ดีกว่า เหมาะสำหรับรถใช้งานหนัก นอกจากนี้ แก๊สโซฮอล์และเบนซินก็มีราคาคงที่เช่นกัน มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลย

ราคาน้ำมันวันนี้ 14 มี.ค. 2569 อัปเดตล่าสุด

ข้อมูลนี้รวบรวมจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละบริษัทน้ำมันนะครับ ราคายังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันตามจังหวัด

อัปเดตราคาน้ำมันดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันปั๊ม “บางจาก” วันที่ 14 มี.ค. 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 45.64 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 29.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 25.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 27.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 31.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” วันที่ 14 มี.ค. 2569

  • ดีเซล: 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85: 25.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 27.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 31.05 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 39.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล: 43.44 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 40.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 14 มี.ค. 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 28.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 31.78 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 32.35 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 29.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 14 มี.ค. 2569

  • ดีเซล: 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 31.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 30.68 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 40.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 27.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 14 มี.ค. 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 49.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 31.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 27.84 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 29.94 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 45.64 บาท/ลิตร

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันวันนี้ 14 มี.ค. ดีเซลธรรมดาอยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร ทุกปั๊มเกือบหมดเลยครับ ส่วนพรีเมี่ยมจะอยู่ราว 45-49 บาท ขึ้นอยู่กับสูตร ถ้าคุณขับรถดีเซล แนะนำเช็คโปรโมชั่นปั๊มใกล้บ้าน บางทีมีส่วนลดเติมเต็มถัง หรือแต้มสะสมด้วยนะ

เคล็ดลับจากเรา: ถ้ารถใช้งานทั่วไป ดีเซลธรรมดาก็เพียงพอแล้ว ประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ถ้าเครื่องยนต์สมัยใหม่ ลองอัพเกรดเป็นดีเซลพรีเมี่ยมดู ช่วยประหยัดน้ำมันระยะยาวได้ครับ แนวโน้มราคาน้ำมันสัปดาห์นี้คาดว่าน่าจะนิ่งต่อ เนื่องจากน้ำมันดิบโลกไม่ผันผวนมาก

ติดตามอัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 14 มี.ค. และทุกวันได้ที่นี่เลยนะครับ! ถ้าชอบอย่าลืมแชร์และกดติดตามด้วยล่ะ ช่วยกันอัพเดทข้อมูลดีๆ ให้เพื่อนๆ ครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 14 มี.ค. อัปเดตราคาน้ำมันดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

กรมธุรกิจพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง จากตลาดสากล

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมค่าการกลั่นน้ำมันถึงพุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้ กรมธุรกิจพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง ว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากกลไกตลาดสากล ไม่ใช่การกำหนดราคาโดยรัฐหรือโรงกลั่นแต่อย่างใด วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่ามันคืออะไร และมีผลกระทบยังไงต่อราคาน้ำมันที่เราต้องเติมทุกวัน

กรมธุรกิจพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง

ตามที่นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ชี้แจงในวันที่ 13 มีนาคม 2569 หลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) กับผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน ค่าการกลั่นที่สูงขึ้นนี้มาจากส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล หรือ LPG ซึ่งอิงตามดัชนี MOPS สิงคโปร์ หักลบด้วยต้นทุนน้ำมันดิบจากตลาดล่วงหน้า ไม่ใช่ความผิดปกติอะไร

ค่าการกลั่นหรือ Refinery Margin นี้ เป็นดัชนีที่สะท้อนสถานการณ์ตลาดจริง ๆ บางวันบวก บางวันลบ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รายงานข้อมูลนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน กรมธุรกิจพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง ย้ำว่า มันไม่ได้บ่งชี้กำไรโรงกลั่นเสมอไป ถ้าโรงกลั่นไม่มีประสิทธิภาพ แม้ margin สูงก็อาจขาดทุนได้ เช่น ซื้อน้ำมันดิบแพงแต่ขายสำเร็จรูปได้ราคาต่ำกว่า

เข้าใจสาเหตุที่กรมธุรกิจพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง

สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของตลาดโลก โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่งจากความตื่นตระหนก (Panic Buying) แม้น้ำมันดิบยังไม่ปรับขึ้นตาม ส่งผลให้ส่วนต่างกว้างขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น:

  • ราคาน้ำมันดิบตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  • ดัชนี MOPS สำหรับน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชีย
  • ความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจฟื้นตัว
  • ข้อจำกัดการขนส่งจากตะวันออกกลาง

กรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่า ไม่มีผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊ม เพราะราคาขายปลีกคำนวณจากราคาหน้าโรงกลั่น + ภาษี + กองทุนน้ำมัน ตามกลไกตลาดเสรี

ผลกระทบต่อประชาชนและมาตรการช่วยเหลือ

ถึงแม้ กรมธุรกิจพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง จะไม่กระทบราคาโดยตรง แต่ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลทางอ้อมผ่านต้นทุนพลังงาน รัฐบาลจึงมอบหมายกระทรวงพลังงานร่วมสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ติดตามใกล้ชิด จัดทำฉากทัศน์ต่าง ๆ เพื่อช่วยประชาชน เช่น ลดภาษีหรืออุดหนุนกองทุน

นอกจากนี้ ยังศึกษาการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งโรงกลั่นไทยรองรับได้ทางเทคนิค โดยอิงราคา Brent เป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงจากแหล่งตะวันออกกลางที่มีปัญหา ขั้นตอนต่อไปคือประสานโรงกลั่นและเทรดเดอร์

สำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ค่าการกลั่นนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมราคาน้ำมันถึงผันผวนได้ แม้รัฐจะควบคุมบางส่วน แต่ตลาดโลกยังเป็นตัวกำหนดหลัก

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้ไทยเร่งหาแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น น้ำมันจากรัสเซียหรือพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ ติดตามข่าวสารพลังงานเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้ และแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นนะครับ!

ที่มา – “กรมธุรกิจพลังงาน” แจง ค่าการกลั่นพุ่ง เป็นผลจากความต่างระหว่างน้ำมันดิบและสำเร็จรูป ตามตลาดสากล

“พิพัฒน์” เผยไทยเจรจาซื้อน้ำมันรัสเซีย 16 มี.ค.

สถานการณ์ราคาน้ำมันในไทยกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงถึง 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ล่าสุด “พิพัฒน์” เผย ไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจาก “รัสเซีย” 16 มีนาคม แถลงชัดราคาดีเซลขยับเท่าไร เพื่อลดผลกระทบจากแหล่งนำเข้าดั้งเดิมอย่างอ่าวเปอร์เซีย

“พิพัฒน์” เผย ไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจาก “รัสเซีย” 16 มีนาคม แถลงชัดราคาดีเซลขยับเท่าไร

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แถลงข่าวเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่ารัฐบาลสั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้จนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 แม้ค่าการกลั่นจะขยับขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตรก็ตาม หลังจากนั้นจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางราคาใหม่ โดยคาดว่าจะแถลงผลอย่างเป็นทางการในวันดังกล่าว

รายละเอียด “พิพัฒน์” เผย ไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจาก “รัสเซีย” 16 มีนาคม

หนึ่งในข่าวดีที่นายพิพัฒน์เปิดเผยคือ การเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาเลิกบอยคอต ทำให้ไทยมีโอกาสกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน ลดความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม รัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถทดแทนส่วนที่ขาดหายจากตะวันออกกลางได้ถึง 50% โดยกระทรวงพลังงานกำลังเร่งดำเนินการ

นอกจากนี้ ไทยยังมีน้ำมันดิบสำรองในสต็อกถึง 98 วัน จากเดิม 92 วัน ซึ่งเพียงพอต่อการรับมือวิกฤตระยะสั้น ขณะที่น้ำมันเบนซินจะปรับราคาทุกสัปดาห์ตามแนวโน้มตลาดโลก ส่วนน้ำมันดีเซล รัฐบาลเตรียมเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลจาก 7% เป็น 10% หรือสูงถึง 20% ตามที่เคยทำในอดีต เพื่อประหยัดนำเข้าน้ำมันดิบ

สถานการณ์เรือสินค้าไทยและผลกระทบภาคอุตสาหกรรม

นายพิพัฒน์ยังอัปเดตสถานการณ์เรือมยุรีนารี สินค้าสัญชาติไทยที่ถูกโจมตีในตะวันออกกลางเมื่อ 2-3 วันก่อน โดยมีลูกเรือไทย 23 คน ปัจจุบันเหลือ 20 คนที่ปลอดภัยและกำลังเดินทางกลับจากเมืองคาซาบแล้ว ซึ่งเป็นข่าวดีท่ามกลางความกังวล

สำหรับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ซึ่งซื้อผ่านจ็อบเบอร์อย่าง ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ รัฐบาลจะหารือมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยรถบรรทุกทุกยี่ห้อรองรับ B10 ได้ดี และรถปิกอัพส่วนใหญ่ก็ใช้ได้สบาย

  • ตรึงราคาดีเซลถึง 16 มีนาคม 2569
  • สำรองน้ำมันดิบ 98 วัน
  • เจรจาซื้อน้ำมันรัสเซียทดแทนตะวันออกกลาง
  • เพิ่มไบโอดีเซล B10-B20
  • น้ำมันเบนซินปรับรายสัปดาห์ตามตลาด
  • ค่ากลั่นขึ้น 6 บาท แต่ยังควบคุมราคา

การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยกำลังบริหารจัดการพลังงานอย่างรอบคอบ แม้ราคาน้ำมันโลกจะผันผวนจากภาวะสงคราม การกระจายแหล่งนำเข้าจะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ รถบรรทุก และภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาดีเซลสูง

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามการแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มีนาคม เพื่อทราบว่าราคาดีเซลจะขยับขึ้นเท่าไร และมีมาตรการ补贴หรือไม่ ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจากับรัสเซียเป็นกลยุทธ์ฉลาดที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในไทยได้ยาวนานขึ้น แนะนำให้วางแผนการใช้น้ำมันอย่างประหยัด และอัปเดตข่าวสารเพื่อปรับตัวทันสถานการณ์

ติดตามข่าวราคาน้ำมันล่าสุดและเคล็ดลับประหยัดพลังงานได้ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “พิพัฒน์” เผย ไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจาก “รัสเซีย” 16 มีนาคม แถลงชัดราคาดีเซลขยับเท่าไร

GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง เดินเครื่องผลิตต่อเนื่อง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานและวัตถุดิบทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่พึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงออกมายืนยันว่า จะเดินเครื่องการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งมอบสินค้าไม่สะดุด และสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 GC ได้แจ้งว่า บริษัทยังคงรักษาการผลิตตามแผน แม้กำลังการผลิตทั่วโลกจะลดลงจากความผันผวนในตะวันออกกลาง GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง โดยทำงานร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของราคา การจัดหาวัตถุดิบ การจัดการสินค้าคงคลัง การผลิต การจำหน่าย รวมถึงงบประมาณและค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน

กลยุทธ์ GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง อย่างมีประสิทธิภาพ

GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง ด้วยมาตรการรอบด้านที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน บริษัทมั่นใจว่าสามารถส่งมอบสินค้าสำคัญ เช่น พลาสติก เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆ ให้กับอุตสาหกรรมไทยได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาคบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ สร้างสรรค์ หรือการก่อสร้างที่กำลังต้องการวัตถุดิบจำนวนมาก

  • การจัดหาวัตถุดิบ: GC มีแหล่ง供給หลากหลาย ไม่พึ่งพาตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว โดยกระจายความเสี่ยงไปยังภูมิภาคอื่นๆ เช่น อเมริกาและเอเชีย
  • บริหารสินค้าคงคลัง: รักษา level สต็อกให้เพียงพอ เพื่อรับมือกับความล่าช้าจากการขนส่งทางทะเลที่อาจได้รับผลกระทบ
  • ควบคุมต้นทุน: ใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง hedging เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ
  • นวัตกรรมการผลิต: ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานให้สูงสุด ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า

นอกจากนี้ GC ยังประสานงานกับกลุ่ม ปตท. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เพื่อติดตามผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย โดยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ สถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลางที่เกิดจากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และกลุ่มฮูธีในทะเลแดง ทำให้เรือสินค้าต้องอ้อมแอฟริกา ส่งผลให้ค่าน้ำมันและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น แต่ GC ได้เตรียมพร้อมล่วงหน้า ทำให้การดำเนินงานไม่หยุดชะงัก

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยและบทบาทของ GC

อุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะ SME ที่พึ่งพาสินค้าจาก GC กว่า 80% จะได้รับผลดีจากความมั่นคงนี้ GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่เพียงช่วยรักษา chain การผลิต แต่ยังช่วยให้ราคาสินค้าไม่ปรับตัวสูงเกินไป บริษัทคาดการณ์ว่าปีนี้จะรักษาการส่งมอบได้ 100% ตามสัญญา สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ

ในระยะยาว GC วางแผนลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยมุ่งสู่ BCOP (Bio-Circular-Green Oils & Petrochemicals) ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

GC แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ที่สามารถปรับตัวเข้ากับความท้าทายระดับโลกได้อย่างยอดเยี่ยม หากคุณเป็นผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม แนะนำให้ติดตามประกาศจาก GC อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการผลิตให้สอดคล้อง หารือเพิ่มเติมหรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในความเห็นด้านล่างนี้

ที่มา – GC ยันเดินเครื่องผลิตต่อเนื่อง ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง มั่นใจส่งมอบสินค้าหนุนอุตสาหกรรมไทยไม่สะดุด

สส.ปชน. เตือนปั๊มรายย่อยตาย รัฐช่วยรายใหญ่

สส.ปชน. แนะรัฐเปิดข้อมูลห่วงโซ่น้ำมันทั้งระบบ เตือนปั๊มรายย่อยกำลังจะตาย แต่รัฐพยุงผู้ค้ารายใหญ่ ประเด็นนี้กำลังเป็นที่ฮือฮาในแวดวงการเมืองและพลังงานเลยครับ มาจากปากของ “โต๋ ศุภโชติ” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ออกมาเตือนรัฐบาลกลางแจ้ง ว่าปั๊มน้ำมันรายย่อยกำลังจะสูญพันธุ์ แต่มาตรการตรึงราคาดันช่วยเฉพาะรายใหญ่ซะงั้น! วันนี้เรามาฟังมุมมองกันแบบเป็นกันเอง ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ และรัฐควรทำอะไรต่อ

สส.ปชน. แนะรัฐเปิดข้อมูลห่วงโซ่น้ำมันทั้งระบบ เตือนปั๊มรายย่อยกำลังจะตาย แต่รัฐพยุงผู้ค้ารายใหญ่

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายศุภโชติ ไชยสัจ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โต๋ ศุภโชติ” ได้วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลใช้นโยบายตรึงราคาดีเซลผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน แต่โต๋ตั้งคำถามใหญ่หลวง ว่ามาตรการนี้ช่วยทุกคนจริงหรือ แค่เอื้อรายใหญ่?

ปั๊มรายย่อยกำลังเดือดร้อนหนัก

จากรายงานและเสียงสะท้อนในพื้นที่ ปั๊มน้ำมันที่ไม่มีแบรนด์หรือปั๊มอิสระ กำลังเจอต้นทุนพุ่งสูง บางแห่งต้องตั้งราคาแพงกว่าปั๊มใหญ่เพื่ออยู่รอด บางปั๊มขาดน้ำมัน หยุดบริการชั่วคราว โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกล เกษตรกรเดือดร้อนหนัก เพราะน้ำมันแพง ต้นทุนเกษตรพุ่ง ไถนา รดน้ำ ทำนา ลำบากหมด

โครงสร้างตลาดน้ำมันไทย โรงกลั่นและผู้ค้ารายใหญ่ผูกกันแน่น มีเครือข่ายปั๊มตัวเอง สัญญาระยะยาว ราคามั่นคง แต่ปั๊มย่อย 17,500 แห่ง จากทั้งหมด 26,000 แห่ง ต้องซื้อผ่าน “จ็อบเบอร์” หรือพ่อค้าคนกลาง ราคาสูงกว่ามาก!

จ็อบเบอร์คือตัวการราคาแพง?

จ็อบเบอร์ซื้อจากโรงกลั่นหรือคลัง แล้วขายต่อให้ปั๊มย่อย ในวิกฤตราคา พวกเขาขายแพงกว่าปั๊มใหญ่ที่ได้ชดเชยจากกองทุน เช่น ดีเซลราคา 45 บาท/ลิตร กองทุนชดเชย 15.45 บาทให้รายใหญ่ แต่ย่อยยังจ่าย 40+ บาท แย่เลย!

ยิ่งไปกว่านั้น บางรายใหญ่มีบริษัทลูกเป็นจ็อบเบอร์ ขายแพงให้ย่อย รัฐตรึงราคาแต่ไม่มีกฎห้าม สุดท้ายปั๊มย่อยแข่งไม่ได้ หายไป การแข่งขันลด ผูกขาดง่าย

สส.ปชน. เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน

โต๋เสนอว่ารัฐต้องโปร่งใส เปิดข้อมูลทั้งห่วงโซ่ ทำ 3 ข้อหลัก:

  • เปิดข้อมูลห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ: ต้นทุนน้ำมันดิบ การกลั่น กำไรโรงกลั่น ตรวจค้ากำไรเกินควรไหม?
  • ตรวจสอบจ็อบเบอร์: กักตุน ปั่นราคาให้ย่อยหรือเปล่า?
  • ป้องกันการเอาเปรียบ: ห้ามจ็อบเบอร์ขายเกินราคาตรึงในวิกฤต

นอกจากนี้ รัฐมนตรีพลังงานบอกจะให้ปั๊มย่อยซื้อตรงจากรายใหญ่ได้ แต่ล่าช้า สถานการณ์วิกฤต ผู้ประกอบการทุนน้อย ทนไม่ไหว ปิดกิจการระลอกแล้วระลอกเล่า ผลกระทบถึงชาวบ้าน โดยเฉพาะเกษตรกร ต้องลุยหาน้ำมันไกล

หากปล่อยไป ไทยเหลือแต่ปั๊มรายใหญ่ไม่กี่เครือ ผูกขาด กำไรพุ่ง ประชาชนจ่ายแพง หาน้ำมันยาก สส.ปชน. แนะรัฐเปิดข้อมูลห่วงโซ่น้ำมันทั้งระบบ เตือนปั๊มรายย่อยกำลังจะตาย แต่รัฐพยุงผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐไม่ใช่เครื่องมือทุนใหญ่

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างตลาดพลังงานที่ไม่เป็นธรรม รัฐต้องรีบแก้ไขเพื่อรักษาการแข่งขันและปกป้องผู้บริโภคตัวจริง คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวพลังงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บเรา!

ที่มา – สส.ปชน. แนะรัฐเปิดข้อมูลห่วงโซ่น้ำมันทั้งระบบ เตือนปั๊มรายย่อยกำลังจะตาย แต่รัฐพยุงผู้ค้ารายใหญ่

ดีเซลขาดแคลน เกษตรกรพิจิตรโอด ต้องข้ามอำเภอมาต่อคิวเติมน้ำมันเข้าสวน

สถานการณ์ดีเซลขาดแคลน เกษตรกรพิจิตรโอด ต้องข้ามอำเภอมาต่อคิวเติมน้ำมันเข้าสวนกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวนาและเกษตรกรในจังหวัดพิจิตรอย่างหนักในช่วงนี้ เกษตรกรจำนวนมากต้องขับรถข้ามอำเภอไกลกว่า 30 กิโลเมตร เพื่อมาต่อคิวรอเติมน้ำมันดีเซลไปใช้ในเครื่องจักรกลการเกษตร โดยเฉพาะปั๊มน้ำที่สำคัญสำหรับสวนส้มโอและนาข้าว

ดีเซลขาดแคลน เกษตรกรพิจิตรโอด ต้องข้ามอำเภอมาต่อคิวเติมน้ำมันเข้าสวน

จากรายงานเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 สถานการณ์น้ำมันดีเซลขาดแคลนในพิจิตรทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปั๊มน้ำมันเกือบทุกแห่งในอำเภอต่างๆ ติดป้าย “น้ำมันหมด” สร้างความลำบากให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่พึ่งพาน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำเข้าสวนและนา บางปั๊มที่ยังมีน้ำมันเหลือต้องออกบัตรคิวจำกัดจำนวน และรอรถบรรทุกจากคลังน้ำมันที่สระบุรีหรือวชิรบารมี

ตัวอย่างเช่น นายบัญชา เกษตรกรเจ้าของสวนส้มโอในตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน ต้องขับรถกระบะข้ามไปอำเภอทับคล้อไกล 30 กม. เพราะปั๊มในพื้นที่ตัวเองไม่มีน้ำมันเต็มที่ บางแห่งจำกัดเติมแค่ 500 บาทต่อคัน และห้ามเติมแกลลอน นายบัญชาต้องเติมถังเต็ม 3,000 บาท แล้วถ่ายใส่เครื่องคูโบต้าสำหรับสูบน้ำเข้าสวน “ถ้าไม่มีน้ำมัน ผลผลิตเสียหายหมด” เขากล่าว

ผลกระทบจากดีเซลขาดแคลนต่อเกษตรกรพิจิตร

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่รอคิว แต่กระทบต้นทุนการผลิตอย่างหนัก เกษตรกรต้องเสียเวลา เสียค่าน้ำมันรถเพิ่ม และเสี่ยงผลผลิตเสียหายจากขาดน้ำ โดยเฉพาะฤดูเพาะปลูกที่ต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง

  • ต้นทุนสูงขึ้น: ข้ามอำเภอเติมน้ำมันทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม 20-30%
  • ผลผลิตเสี่ยง: สวนส้มโอและนาข้าวขาดน้ำ อาจเสียหายกว่า 50% ของผลผลิต
  • เวลาล่าช้า: รอคิวหลายชั่วโมง ส่งผลให้งานเกษตรล่าช้า
  • ขาดแคลนต่อเนื่อง: คลังน้ำมันส่งไม่ทันความต้องการ

ที่ปั๊มในอำเภอทับคล้อ มีการจัดการดี โดยออกบัตรคิว 100 ใบต่อวัน คาดว่าน้ำมันจากรถบรรทุกจะพอ แต่เกษตรกรยังกังวลหากปัญหายืดเยื้อ จะกระทบเศรษฐกิจเกษตรทั้งจังหวัด

แนวทางแก้ไขชั่วคราวสำหรับเกษตรกร

ระหว่างรอรัฐบาลแก้ปัญหา เกษตรกรสามารถทำดังนี้

  • สำรองน้ำมันดีเซลในถังสำรองที่ปลอดภัย
  • ใช้เครื่องจักรประหยัดน้ำมัน หรือหันไปใช้ไฟฟ้าบางส่วน
  • รวมกลุ่มกันซื้อน้ำมันจำนวนมากจากคลัง
  • ติดตามประกาศปั๊มที่มีน้ำมันผ่านแอปหรือเพจท้องถิ่น

ปัญหาดีเซลขาดแคลน เกษตรกรพิจิตรโอด ต้องข้ามอำเภอมาต่อคิวเติมน้ำมันเข้าสวนนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของภาคเกษตรต่อราคาน้ำมันและซัพพลายเชน หากไม่แก้ไขด่วน อาจลุกลามทั่วประเทศ สิ่งสำคัญคือรัฐต้องเร่งนำเข้าน้ำมันและกระจายให้ทั่วถึง

ในฐานะผู้สนใจเรื่องเกษตร คุณคิดว่าปัญหานี้จะคลี่คลายเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ดีเซลขาดแคลน เกษตรกรพิจิตรโอด ต้องข้ามอำเภอมาต่อคิวเติมน้ำมันเข้าสวน

Scroll to top