ร้านทอง

รวบ 2 ผู้ต้องหาบุกปล้นทอง 23 บาท กลางห้างสมุทรสาคร

ข่าวอาชญากรรมที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อตำรวจสามารถรวบ 2 ผู้ต้องหาบุกปล้นทอง 23 บาท กลางห้างสมุทรสาคร สารภาพก่อเหตุจริงได้อย่างรวดเร็ว หลังจากคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนชิงทองรูปพรรณไปจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและเจ้าของร้านทองเป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยความสามารถของเจ้าหน้าที่ ทำให้จับผู้ต้องหาได้ในที่สุด

รวบ 2 ผู้ต้องหาบุกปล้นทอง 23 บาท กลางห้างสมุทรสาคร สารภาพก่อเหตุจริง

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 19.40 น. ศูนย์วิทยุ 191 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุร้ายที่ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าหมู่ 4 ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร คนร้ายสวมชุดคล้ายไรเดอร์ ใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวชิงทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 23 บาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีโคกขามรีบเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที และประสานงานกับชุดสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

รายละเอียดการก่อเหตุบุกปล้นทอง 23 บาท กลางห้างสมุทรสาคร

จากภาพวงจรปิดและพยานผู้เห็นเหตุการณ์ พบว่าคนร้ายลงมืออย่างมืออาชีพ โดยใช้ปืนข่มขู่พนักงานร้านทอง ก่อนคว้าทองคำไปจำนวนมาก มูลค่าหลายล้านบาท การบุกปล้นเกิดขึ้นในช่วงเย็นที่ห้างคนพลุกพล่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

  • สถานที่: ร้านทองในห้างสรรพสินค้าหมู่ 4 ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร
  • เวลาก่อเหตุ: 19.40 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2567
  • ของที่ชิงไป: ทองรูปพรรณ 23 บาท
  • ลักษณะคนร้าย: สวมชุดไรเดอร์ ใช้อาวุธปืน

การติดตามและจับกุมผู้ต้องหาที่น่าน

หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดน่าน ได้รับการประสานจากสืบสวนภาค 7 และ สภ.โคกขาม เจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่าผู้ต้องหาหลบหนีขึ้นภาคเหนือ ผ่านจังหวัดแพร่ มุ่งสู่น่าน โดยหนึ่งในนั้นเป็นอดีตผู้รักษาประตูสโมสรน่าน เอฟซี ทำให้รู้จักพื้นที่ดี เช้ามืดวันที่ 2 พฤษภาคม เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถต้องสงสัยจอดที่รีสอร์ทบ้านสวนหอม ต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน พบผู้ต้องหา 2 รายพักแยกห้อง จึงเข้าจับกุมได้ทันที

ผู้ต้องหาทั้งสองคือหัวหน้าทีมที่สั่งการและขับรถหลบหนี กับผู้ลงมือบุกปล้น โดยทองของกลางถูกซุกซ่อนระหว่างทาง

ประวัติผู้ต้องหาและการสารภาพ

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่สารภาพก่อเหตุจริง และแบ่งหน้าที่ชัดเจน นอกจากนี้ตรวจพบประวัติเคยก่อเหตุปล้นร้านทองแบบเดียวกันมาก่อน หลบมากบดานน่าน พ้นโทษแล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามทองของกลางที่เหลือและดำเนินคดีเต็มรูปแบบ

เหตุการณ์รวบ 2 ผู้ต้องหาบุกปล้นทอง 23 บาท กลางห้างสมุทรสาคร สารภาพก่อเหตุจริงนี้ สะท้อนปัญหาอาชญากรรมร้านทองที่พบบ่อยในไทย โดยปีที่ผ่านมามีคดีปล้นทองหลายราย สถิติจากตำรวจพบว่ามากกว่า 50 คดีทั่วประเทศ ส่วนใหญ่คนร้ายใช้ปืนและหนีไปต่างจังหวัด

บทเรียนและมาตรการป้องกันการปล้นร้านทอง

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบ HD และเชื่อมระบบแจ้งเตือน
  • ใช้ตู้นิรภัยกระจกกันกระสุน
  • ฝึกอบรมพนักงานให้สงบและกดปุ่มฉุกเฉิน
  • ประสานงานกับตำรวจท้องที่อย่างใกล้ชิด
  • หลีกเลี่ยงการโชว์ทองมากเกินไปในตู้

เจ้าของร้านทองควรเพิ่มความมั่นคงให้มากขึ้น โดยเฉพาะในห้างที่เป็นเป้าหมายยอดนิยมของโจร

สรุปแล้ว การรวบ 2 ผู้ต้องหาบุกปล้นทอง 23 บาท กลางห้างสมุทรสาคร สารภาพก่อเหตุจริง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของตำรวจไทยในการทำงานเป็นทีมข้ามจังหวัด เป็นข่าวดีที่ทำให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังตัว หากคุณเป็นเจ้าของร้านทองหรือเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ นี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตล่าสุดจากเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – รวบ 2 ผู้ต้องหาบุกปล้นทอง 23 บาท กลางห้างสมุทรสาคร สารภาพก่อเหตุจริง

สาวเครียดชิงทองห้างดัง พลเมืองดี-รปภ.รวบทัน

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในจังหวัดนครนายกกันครับ สาวเครียดชิงทองห้างดัง กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ร่วมมือกันจับกุมได้ทันควัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสายตานักช้อปจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของประชาชนและระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานได้ดี

สาวเครียดชิงทองห้างดัง พลเมืองดี-รปภ. รวบทันควัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 มี.ค. 2569 พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก นำทีมรุดไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองนครนายก หลังได้รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 สลึง หรือประมาณ 7.58 กรัม มูลค่า 36,500 บาท

ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.สิรินยา อายุ 26 ปี ก่อนเกิดเหตุ เธอทำทีเดินเข้าไปเลือกซื้อทองในร้านทองรูปพรรณ ขอลองสวมสร้อยคอทองคำ แล้วยืนดูนานๆ เพื่อให้พนักงานไว้ใจ ก่อนฉวยโอกาสวิ่งหนีออกจากร้าน แต่โชคไม่ดี มีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์และ รปภ. ของห้าง เข้าสกัดกั้นและควบคุมตัวได้ทันที พร้อมของกลางครบถ้วน

สาเหตุที่ทำให้สาวเครียดชิงทองห้างดัง

จากการสอบสวน น.ส.สิรินยา ยอมรับสารภาพด้วยน้ำตาคลอว่า เธอทำงานเป็นลูกจ้างโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ แต่ประสบปัญหาการเงินหนัก ค้างค่าเช่าหอพักที่อำเภอองครักษ์มานาน ความเครียดสะสมจนคิดสั้น ตัดสินใจมาชิงทองเพื่อนำไปขายจ่ายค่าเช่า เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่หลายคนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะค่าครองชีพที่สูงขึ้น

พล.ต.ต.ประเสริฐ ไม่เพียงคุมตัวผู้ต้องหา แต่ยังเดินตรวจร้านทองอื่นๆ ในห้าง เพื่อให้คำแนะนำป้องกัน เช่น เพิ่มความระวัง ลูกค้าที่ลองของนานผิดปกติ สังเกตพฤติกรรมแปลกๆ และติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมมากขึ้น

บทบาทสำคัญของพลเมืองดีและ รปภ.

ต้องชื่นชมความกล้าหาญของทุกคนที่เกี่ยวข้อง พลเมืองดีไม่ลังเลเข้าช่วย และ รปภ. ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที หากไม่มีพวกเขา ของมีค่าอาจสูญหาย และผู้ร้ายอาจหลบหนีได้ ผบก.นครนายก กล่าวว่า “ขอชื่นชมความมีสติและกล้าหาญ ถือเป็นตัวอย่างที่ดี และจะเพิ่มการตรวจตราพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชน”

  • พฤติการณ์ผู้ต้องหา: ทำทีลองทองนาน แล้ววิ่งหนี
  • การจับกุม: พลเมืองดี + รปภ. สกัดทัน
  • ผลสอบสวน: เครียดเรื่องค่าเช่าห้อง
  • มาตรการป้องกัน: สังเกตพฤติกรรมลูกค้า

เหตุการณ์ สาวเครียดชิงทองห้างดัง นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เจ้าของร้านค้าและห้างสรรพสินค้า เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจผันผวนที่อาจผลักดันคนดีให้กลายเป็นผู้ร้ายได้ง่าย

นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนสำหรับประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย อย่าลังเลแจ้งเจ้าหน้าที่หรือช่วยเหลือตามกำลัง แต่อย่าทำให้ตัวเองเสี่ยงอันตรายนะครับ

สุดท้าย ผู้ต้องหาถูกส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก ดำเนินคดีข้อหาวิ่งราวทรัพย์ตามกฎหมาย

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือของทุกภาคส่วนสำคัญมาก คุณคิดว่าปัญหาเศรษฐกิจส่งผลต่ออาชญากรรมอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจผู้อื่นด้วยนะครับ!

ที่มา – สาวเครียดไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง ตัดสินใจชิงทองห้างดัง พลเมืองดี-รปภ. รวบทันควัน

จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท

ข่าวใหญ่ที่หลายคนจับตามอง เมื่อตำรวจสามารถ จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท ได้เรียบร้อย พร้อมของกลางทองคำ 23 เส้น มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านทองในห้างสรรพสินค้าดังย่านนครปฐม สร้างความฮือฮาให้กับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก

จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท อ้างทำไปเพราะเป็นหนี้พนันออนไลน์

วันที่ 14 มีนาคม 2567 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หรือ ผบช.ภ.7 ได้แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ฝ่ายปราบปราม และ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ร่วมแถลงด้วย ชุดสืบสวนทั้งสภ.จว.นครปฐมและสภ.เมืองนครปฐม สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักในพื้นที่อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 19.30 น. คนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ร้านทองออโร่รา ภายในห้างสรรพสินค้าสาขานครปฐม กวาดทองหนักเส้นละ 2 บาทไป 23 เส้น ก่อนยิงปืนขู่และหลบหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรอหน้าห้าง ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนการสืบสวนที่ละเอียดยิบ

หลังเกิดเหตุ ตำรวจบูรณาการกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในห้างและเส้นทางใกล้เคียง แต่ไม่พบเบาะแสชัดเจนในตอนแรก จึงขยายรัศมีตรวจสอบกล้องวงจรปิดออกไปไกลถึง 50 กิโลเมตร และประสานตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง เช่น จ.ราชบุรี และสมุทรสาคร

จากการวิเคราะห์ภาพ พบรถจักรยานยนต์สีเทาดำต้องสงสัยขับวนเวียนหลายเส้นทาง ออกจากถนนเพชรเกษม ไปอ.นครชัยศรี วนกลับเมืองนครปฐม ไปราชบุรี และแวะกินข้าวที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางนครปฐม แม้รถจะมีป้ายทะเบียนต่างจากที่แจ้งหาย แต่สีและลักษณะเหมือนกันเป๊ะ

ตรวจสอบเจ้าของรถคือ นายสมชาย ชุ่มหิรัญ อายุ 55 ปี บ้านอยู่ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ชุดสืบจึงส่งสายลับไปส่อง พบชายรูปพรรณคล้ายคนร้ายและรถจอดอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้นเช้าวันที่ 14 มี.ค. เวลา 08.00 น.

ผลการค้นบ้านน่าตกใจ! พบเสื้อลายสก๊อตขาวดำแขนยาว, ปืนแบล็กกัน 9 มม. ในกระเป๋า, รองเท้า, หมวกกันน็อคสีน้ำเงินเข้มที่แปะสติ๊กเกอร์ดำทับตอนก่อเหตุ ซุกซ่อนตามจุดต่างๆ และในถังขยะ ลายนิ้วมือจากที่เกิดเหตุตรงกันเป๊ะหลังส่งกองวิทยาการตรวจ

ที่พีคสุดคือทอง 23 เส้น ซ่อนในกระป๋องน้ำมันเครื่อง 1 ลิตร ใต้เตียงนอน มีตราประทับร้านทองชัดเจน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตอนแรก แต่สุดท้ายรับสารภาพ

สาเหตุช็อก! หนี้พนันออนไลน์บีบให้ชิงทอง

จากการสอบสวน นายสมชายรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุคนเดียว ก่อนชิง 1 วันแวะลาดเล่าร้านทองหลายร้าน พบร้านออโรราไม่มียาม พนักงานหญิงเยอะ ก่อนปิดร้านคนน้อย จึงตัดสินใจ ก่อนลงมือกินข้าวปลอบใจที่ตลาดนัดรอฟ้า tối รอตำรวจเวรตรวจเซ็นชื่อไป แล้วบุกทันที

หลบหนีวนรถหลายรอบ ไม่กล้ากลับบ้านกลัวเมียรู้ จนตี 4 จึงซ่อนของ สาเหตุหลักคือ หนี้พนันออนไลน์ ถูกทวงขู่หลายครั้ง ไม่มีเงินจ่าย เลยคิดชิงทองไปขายชำระ แต่ยังไม่ทันขายโดนจับ

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาพนันออนไลน์ที่กำลังระบาดในไทย ทำให้คนธรรมดากลายเป็นอาชญากรได้ง่ายๆ หากติดหนี้สินล้นพ้น ร้านทองทั่วไปควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ยามรักษาการ กล้องวงจรปิดครบวงจร และระบบแจ้งเตือนด่วน

สำหรับประชาชน ควรหลีกเลี่ยงพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่เพียงเสียเงิน แต่ยังนำมาซึ่งปัญหาชีวิตใหญ่หลวง ตำรวจตั้งข้อหาหนัก ชิงทรัพย์กลางคืน ใช้ปืน ปลอมตัว ใช้ยานพาหนะหลบหนี

คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณี จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท นี้? พนันออนไลน์กำลังทำลายสังคมไทยหรือไม่? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตจากเราเพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ที่มา – จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท อ้างทำไปเพราะเป็นหนี้พนันออนไลน์

ล่าตัว ชายควงปืนบุกเดี่ยว ชิงทองกว่า 3 ล้านนครปฐม

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในจังหวัดนครปฐม เมื่อ ล่าตัว ชายควงปืนบุกเดี่ยว ชิงทองกว่า 3 ล้านในห้างดังนครปฐม หลบหนี อย่างลอยนวล ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคนร้ายรายนี้กล้าได้กล้าเสีย บุกเดี่ยวเข้าร้านทองชื่อดังในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ควงปืนข่มขู่พนักงาน ก่อนฉกทองไปกว่า 20 เส้น มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท แล้วยิงปืนขึ้นเพดานเพื่อเปิดทางหนี ตำรวจกำลังเร่งรัดไล่ล่า ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุด

ล่าตัว ชายควงปืนบุกเดี่ยว ชิงทองกว่า 3 ล้านในห้างดังนครปฐม หลบหนี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2567 (แก้ปีจาก 2569 เป็นจริง) ตำรวจกองปราบปราม 191 ได้รับแจ้งเหตุชิงทองทันที รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมผู้บังคับบัญชา เช่น พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม และ พ.ต.อ. อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ชุดสืบสวนทำงานเต็มที่เพื่อติดตามตัวคนร้าย

สถานที่เกิดเหตุและทรัพย์สินที่เสียหาย

ร้านทองดังตั้งอยู่ชั้น 1 ใกล้บันไดเลื่อน หน้าร้านกว้าง 8 เมตร พนักงานหญิง 3 คนตกใจสุดขีด หลังคนร้ายบุกมา พบปลอกกระสุนตกเกลื่อน เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน ทรัพย์สินที่หายไปคือสร้อยคอทองคำ 1 ถาด น้ำหนักรวมกว่า 20 เส้น มูลค่า 3 ล้านบาท ทำให้ร้านเสียหายหนัก

ลักษณะคนร้ายในคดีล่าตัว ชายควงปืนบุกเดี่ยว ชิงทองกว่า 3 ล้าน

  • ชาย 1 คน สวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตสีขาว-ดำ
  • กางเกงขายาวสีดำ
  • รองเท้าคัทชูสีดำ
  • กระเป๋าคาดเอว
  • หมวกกันน็อกเต็มใบ ปิดบังใบหน้า
  • ใช้อาวุธปืนขนาดไม่ทราบ

พนักงานเล่าว่าขณะเก็บร้าน ชายแต่งตัวดีคนนี้เดินมาหยุดหน้าร้าน ถือถุงพลาสติกในมือซ้าย สั่งให้ส่งทองมา กวาดทองใส่ถุงอย่างรวดเร็ว

วิธีการก่อเหตุและการหลบหนี

หลังได้ทอง คนร้ายยิงปืนขึ้นในห้าง 3 นัด สร้างความโกลาหล วิ่งออกไปขี่รถ จยย. Honda Wave สีเทาดำ ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปทางถนนเพชรเกษม ตำรวจยังไม่รู้เส้นทางแน่ชัด แต่ได้ตั้งด่านสกัดทุกทาง

การสืบสวนและมาตรการป้องกัน

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจกล้อง CCTV รอบห้างและเส้นทางหลบหนี สอบปากคำพนักงานเพิ่มเติม เหตุการณ์ชิงทองแบบนี้เกิดบ่อยในไทย โดยเฉพาะร้านในห้างที่เป็นเป้าหมายง่าย ร้านทองควรติดตั้งกระจกกันกระสุน ระบบปุ่มฉุกเฉิน และ AI ตรวจจับพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อลดความเสี่ยง

จากสถิติตำรวจ ปีที่ผ่านมา มีคดีชิงทองกว่า 100 ครั้งทั่วประเทศ มูลค่ารวมพันล้านบาท คนร้ายส่วนใหญ่เป็นมาเฟียท้องถิ่นหรือมืออาชีพที่วางแผนมาดี การบุกเดี่ยวแบบนี้แสดงถึงความมั่นใจสูง อาจมีอาวุธหนักหรือข้อมูลภายใน

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ความปลอดภัยสาธารณะในห้างต้องเข้มงวดขึ้น ห้างสรรพสินค้าควรมีทีมรักษาความปลอดภัย 24 ชม. และระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

เหตุการณ์ ล่าตัว ชายควงปืนบุกเดี่ยว ชิงทองกว่า 3 ล้านในห้างดังนครปฐม หลบหนี นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังตัว โดยเฉพาะพนักงานร้านทอง ควรฝึกซ้อมหนีภัยและใช้เทคโนโลยีช่วย หากมีข้อมูลคนร้าย ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสได้ที่ตำรวจ 191

คุณคิดว่ามาตรการอะไรจะป้องกันชิงทองได้ดีที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อเตือนภัยกันนะครับ!

ที่มา – ล่าตัว ชายควงปืนบุกเดี่ยว ชิงทองกว่า 3 ล้านในห้างดังนครปฐม หลบหนี

ราคาทองวันนี้พุ่ง! คนแห่ขายทองรูปพรรณ ร้านทองสำรองเงิน

สถานการณ์ราคาทองวันนี้ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจนำทองรูปพรรณออกมาขายเพื่อทำกำไร ร้านทองหลายแห่งต้องสำรองเงินสดจำนวนมากเพื่อรองรับความต้องการขายทองที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายทองคำในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่ามีประชาชนจำนวนมากนำทองรูปพรรณหลากหลายรูปแบบ ทั้งสร้อยคอ กำไล แหวน และกรอบพระ มาขายและจำนำกับร้านทอง หลังจากที่ราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทะลุบาทละ 80,000 บาท ประชาชนที่เก็บสะสมทองรูปพรรณไว้ตัดสินใจนำออกมาขายเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บางรายตัดสินใจซื้อทองคำเพิ่มเติมเพราะคาดการณ์ว่าราคาทองจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต

นายเอกลักษณ์ ชนาวิรัตน์ เจ้าของร้านทองอุเทน เปิดเผยว่า ราคาทองวันนี้ (ทองรูปพรรณ) ราคาขายอยู่ที่บาทละ 81,900 บาท ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ราคาทองคำในประเทศที่ปรับตัวขึ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ จากเมื่อวานที่ราคาต่ำกว่า 80,000 บาท และยังมีแนวโน้มที่ราคาทองรูปพรรณจะปรับตัวสูงขึ้นอีก เนื่องจากสถานการณ์โลกที่เสี่ยงต่อการเกิดสงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนที่เคยลงทุนในค่าเงินหันกลับมาลงทุนในทองคำเป็นจำนวนมาก

จากสถานการณ์ความตึงเครียดทั่วโลกและการคาดการณ์ว่าจะเกิดสงคราม ราคาทองคำอาจพุ่งสูงถึงบาทละ 100,000 บาทได้ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาขายทองรูปพรรณที่ร้านอย่างต่อเนื่อง ทางร้านจึงได้เตรียมเงินสดสำรองไว้จำนวนมากถึง 8 หลัก เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในช่วงนี้ พร้อมกันนี้ยังให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำว่า ทองคำสามารถลงทุนในระยะสั้นได้ แต่สำหรับการลงทุนในระยะยาว ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการขาดทุน

ราคาทองวันนี้

สถานการณ์ราคาทองวันนี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ที่ต้องการขายทองเพื่อทำกำไรและผู้ที่ต้องการซื้อทองเพื่อลงทุน การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์แนวโน้มราคาอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ทำไมราคาทองวันนี้ถึงพุ่งสูง?

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาทองวันนี้พุ่งสูงขึ้นมาจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะความเสี่ยงในการเกิดสงคราม ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ทำให้ความต้องการทองคำในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการขายทองรูปพรรณในช่วงนี้ ควรศึกษาราคาทองวันนี้จากหลายแหล่ง เพื่อเปรียบเทียบราคาและหาร้านทองที่ให้ราคาดีที่สุด นอกจากนี้ ควรตรวจสอบน้ำหนักและสภาพของทองรูปพรรณก่อนนำไปขาย เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นธรรม ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อทองคำ ควรพิจารณางบประมาณและความเสี่ยงที่รับได้ และควรลงทุนในทองคำอย่างระมัดระวัง โดยอาจแบ่งเงินลงทุนออกเป็นส่วนๆ และทยอยซื้อทองคำเมื่อราคาปรับตัวลดลง

การลงทุนในทองคำมีความเสี่ยง ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการขาดทุน

ที่มา – ราคาทองวันนี้พุ่งสูง ประชาชนแห่ขาย “ทองรูปพรรณ” ร้านทองต้องสำรองเงินกว่า 8 หลัก

โจรชักปืนขู่เจ้าของร้านทอง ขอเงิน 2 แสน ถูกยิงดับ

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี เมื่อโจรชักปืนขู่เจ้าของร้านทอง ขอเงิน 2 แสนบาท แต่สุดท้ายกลับถูกยิงสวนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในร้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายศักดา (นามสมมติ) ได้เข้าไปในร้านทองแห่งนี้ โดยทำทีเป็นนำทองคำมาให้ทางร้านตรวจสอบว่าเป็นทองแท้หรือไม่ ซึ่งร้านทองดังกล่าวตั้งอยู่ตรงข้ามตลาดวัวข้อง ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

เจ้าของร้านทองซึ่งเป็นผู้หญิง ได้ทำการตรวจสอบทองที่นายศักดานำมา และแจ้งว่าไม่ใช่ทองแท้ เมื่อได้ยินเช่นนั้น นายศักดาจึงได้ชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยี่ห้อ TAURUS รุ่น G30 ขึ้นมาข่มขู่ พร้อมกับเรียกร้องเงินสดจำนวน 2 แสนบาทจากเจ้าของร้าน

ด้วยความตกใจและเพื่อป้องกันตัว เจ้าของร้านได้รีบหลบเข้าไปในส่วนหลังร้าน และคว้าอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ขนาด .38 ยี่ห้อ SMITH & WESSON ออกมายิงขู่ ทำให้เกิดการยิงปะทะกันขึ้นภายในร้านทอง

ผลจากการยิงปะทะกัน โจรชักปืนขู่เจ้าของร้านทอง ขอเงิน 2 แสนบาทรายนี้ถูกยิงเข้าที่บริเวณหัวไหล่ฝั่งซ้าย เมื่อเห็นท่าไม่ดี นายศักดาจึงได้นั่งลงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน และตัดสินใจใช้อาวุธปืนของตนเองยิงขมับขวาของตัวเอง ทำให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าของร้านทองดังกล่าวเป็นคนที่ชื่นชอบการฝึกยิงปืนเป็นประจำ และเป็นภริยาของรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี

โจรชักปืนขู่เจ้าของร้านทอง ขอเงิน 2 แสน

เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลายคนต่างตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของร้านทอง และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไป

บทเรียนจากเหตุการณ์ โจรชักปืนขู่เจ้าของร้านทอง ขอเงิน 2 แสน

  • ความสำคัญของการฝึกอบรมการป้องกันตัวสำหรับเจ้าของธุรกิจ
  • การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เช่น กล้องวงจรปิด สัญญาณเตือนภัย
  • การแจ้งเตือนภัยไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ

เหตุการณ์ โจรชักปืนขู่เจ้าของร้านทอง ขอเงิน 2 แสนบาทในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน และการมีสติในการตัดสินใจเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง

การมีสติและการตัดสินใจที่เด็ดขาดของเจ้าของร้านทอง ทำให้สามารถป้องกันตนเองและทรัพย์สินจากการถูกปล้นได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย

ที่มา – โจรชักปืนขู่เจ้าของร้านทอง ขอเงิน 2 แสน ถูกยิงสวนเจ็บ จนมุมขอจบชีวิตตัวเอง

ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท

ผบ.ตร. สั่งล่าตัว “คนร้าย” บุกชิงทองรวม 24 บาท กลางห้างดังสมุทรปราการ ซ้ำใช้ “ระเบิดปิงปอง” ข่มขู่พนักงาน ก่อนซิ่งจักรยานยนต์หลบหนีลอยนวล

วันที่ 18 ต.ค. 2568 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบางพลี ภายในห้างแห่งหนึ่งย่านบางเสาธง โดยก่อเหตุอย่างอุกอาจท่ามกลางประชาชนจำนวนมาก โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการด่วนไปยัง ตำรวจภูธรภาค 1 ให้เร่งระดมกำลังสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ ผิวคล้ำ สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีเทาดำ รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล และสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า โดยใช้อาวุธปืนพกสั้น ไม่ทราบขนาดและชนิด จำนวน 1 กระบอก พร้อม “ระเบิดปิงปอง” ขว้างเข้ามาในร้าน

ก่อนชักอาวุธปืนข่มขู่พนักงาน แล้วกวาดทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 24 บาท เป็นสร้อยคอทองคำ 2 บาท จำนวน 12 เส้น หลบหนีออกทางประตูหลังห้าง โดยใช้รถจักรยานยนต์สีแดง-ขาว ทะเบียน 1กจ 3371 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะหลบหนีไป

ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการด่วนไปยัง ตำรวจภูธรภาค 1 ให้เร่งระดมกำลังสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกลางห้างสรรพสินค้าในวันหยุดสุดสัปดาห์ อาจสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนและเสี่ยงต่อพฤติกรรมเลียนแบบ

พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสคนร้ายหรือรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ให้รีบแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้เคียงทันที เพื่อช่วยกันนำผู้ก่อเหตุมารับโทษตามกฎหมายโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยกันนำคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้การเผยแพร่ภาพคนร้ายเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ.

ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท

จากเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นกลางห้างสรรพสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้ประชาชนหลายคนเกิดความกังวลและหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เร่งติดตามตัว ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ความคืบหน้าล่าสุดในการติดตามตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามตัว ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการสืบสวนและติดตามตัวคนร้าย

ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม การจับกุมคนร้ายได้โดยเร็ว จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีกในอนาคต ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากมีข้อมูลหรือเบาะแสใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนร้าย โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที

การร่วมมือกันของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเป็นพลังสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมและทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ควรเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว หากพบเห็นบุคคลหรือสิ่งใดที่น่าสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เหตุการณ์ ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและการป้องกันอาชญากรรม การมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่

ที่มา – ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้าย บุกชิงทองรวม 24 บาท กลางห้างสมุทรปราการ ก่อนหนีลอยนวล

หนุ่มอุดรฯ ลักแหวนทอง อ้างอยากติดคุก เมียอุ้มลูกบุกโรงพัก

เรื่องราวสุดแปลกเกิดขึ้นที่อุดรธานี เมื่อหนุ่มรายหนึ่งก่อเหตุลักแหวนทอง โดยให้เหตุผลที่ฟังแล้วน่าตกใจว่า อยากติดคุกไปพักผ่อน สร้างความตกตะลึงให้กับภรรยาที่อุ้มลูกน้อยบุกโรงพักเพื่อสอบถามถึงสาเหตุ

หนุ่มอุดรฯ ลักแหวนทอง อ้างอยากติดคุกไปพักผ่อน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีชายทำทีเข้ามาซื้อแหวนทองในร้านทองแห่งหนึ่งภายในห้างดัง แล้วฉวยโอกาสเดินหนีไป พนักงานร้านและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้

ผู้ต้องหาคือนายเต๋า อายุ 30 ปี ให้การรับสารภาพว่าต้องการลักแหวนทองจริง โดยมี น.ส.นันท์นภัส หัวหน้าสาขาร้านทอง และนายดุ๊ก พนักงานขาย ยืนยันว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกันกับที่เคยพยายามก่อเหตุที่ร้านแรก แต่ได้คืนแหวนทองไป นายเต๋าอ้างว่าอยากถูกจับติดคุก

เหตุผลที่อยากติดคุกของหนุ่มอุดรฯ

นายดุ๊ก พนักงานร้านทองร้านแรกเล่าว่า นายเต๋าเข้ามาขอดูแหวนทอง และถามว่า “หากใส่แล้วเดินออกไปเลยจะถูกจับไหม” ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก

ด้าน น.ส.นันท์นภัส หัวหน้าสาขาร้านทองที่เกิดเหตุ เล่าว่า นายเต๋าได้ขอดูแหวนทองหนัก 2 สลึง ราคา 28,000 บาท และถามคำถามเดียวกันว่า “ถ้าพี่เดินออกไปจากร้านจะถูกจับหรือเปล่า” เมื่อเขาเดินออกไป พนักงานจึงช่วยกันวิ่งตามไปดึงตัวไว้

นายเต๋าให้การว่า ที่ทำไปเพราะมีปัญหาชีวิต เหนื่อยกับการใช้ชีวิต และน้อยใจแม่ที่ไม่ยอมยกที่ดินให้ ทั้งที่มีภรรยาและลูกน้อย เขาอยากกลับไปติดคุกอีกครั้ง เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้ว

“ตนแค่อยากติดคุกไปพักผ่อน เพราะอยู่ข้างนอกแบบนี้ก็มีแต่ปัญหา อยากเข้าไปพักผ่อนข้างในก็เท่านั้น” นายเต๋ากล่าว

ผลการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายของนายเต๋า เบื้องต้นจึงถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนข้อหาลักทรัพย์ต้องรอผู้เสียหายมาแจ้งความ

ขณะเดียวกัน ภรรยาของนายเต๋าได้อุ้มลูกสาวเดินทางมาที่โรงพักเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยความตกใจและเป็นห่วง

ภรรยาของนายเต๋าเล่าว่า สามีบอกว่าเครียดกับปัญหาชีวิต และมีอาการหลอนว่ามีคนจะฆ่า เธอเพิ่งรู้ว่าสามีเสพยาบ้า เพราะเข้าใจผิดว่าเมาเหล้าเท่านั้น

หลังจากการสอบปากคำ ตำรวจได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดแก่นายเต๋า และทำประวัติไว้

เรื่องราวของหนุ่มอุดรฯ ที่ลักแหวนทองเพราะอยากติดคุกไปพักผ่อนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและความเครียดที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายคนในสังคม การหันหน้าเข้าปรึกษาและหาทางออกที่เหมาะสม อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ที่มา – หนุ่มอุดรฯ ลักแหวนทอง อ้างอยากติดคุกไปพักผ่อน เมียรู้ข่าวรีบอุ้มลูกน้อยบุกโรงพัก

Scroll to top