ฤดูกาลท่องเที่ยว

2 สส.พรรคกล้าธรรม เร่งขับเคลื่อน Green Tourism รับไฮซีซัน

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับการเตรียมตัวต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว หรือช่วง High Season ที่กำลังจะมาถึงนี้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากทางสภาฯ โดย 2 สส.พรรคกล้าธรรม นำทีม กมธ.ท่องเที่ยว เร่งขับเคลื่อน Green Tourism รับไฮซีซัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางในภูเก็ตให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2 สส.พรรคกล้าธรรม นำทีม กมธ.ท่องเที่ยว เร่งขับเคลื่อน Green Tourism รับไฮซีซัน

พันโทสินธพ แก้วพิจิตร และนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ สส.จากพรรคกล้าธรรม ได้ลงพื้นที่ภูเก็ตในฐานะคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว เพื่อตรวจสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงปลายปี โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวสีเขียวหรือ Green Tourism อย่างจริงจัง

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้ตรวจสอบจุดสำคัญต่างๆ ของสนามบินภูเก็ต เพื่อให้แน่ใจว่านักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยี E-Passport มาใช้เพื่อลดระยะเวลาการรอคอย การปรับปรุงห้องน้ำ และการจัดระเบียบจราจร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การท่องเที่ยวไทยดูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

นอกจากการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแล้ว 2 สส.พรรคกล้าธรรม นำทีม กมธ.ท่องเที่ยว เร่งขับเคลื่อน Green Tourism รับไฮซีซัน ยังได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานท้องถิ่นถึงทิศทางการพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยมีการตั้งประเด็นหลัก 3 ประการดังนี้:

  • การใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • การบริหารจัดการขยะในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
  • การสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเรื่องการท่องเที่ยวสีเขียวถึงสำคัญ? คำตอบก็คือ ในระดับสากลนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งหากประเทศไทยสามารถวางรากฐานเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน จะทำให้เราดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาได้มากขึ้นในระยะยาว

การที่ 2 สส.พรรคกล้าธรรม นำทีม กมธ.ท่องเที่ยว เร่งขับเคลื่อน Green Tourism รับไฮซีซัน ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยไม่ได้มองแค่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้อยู่คู่กับเมืองไทยไปนานๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะมาภูเก็ตในช่วงไฮซีซันปีนี้ รับรองว่าคุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในด้านการจัดการที่สะดวกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุด การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้เกิดขึ้นจริง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากเราทุกคนช่วยกันรณรงค์เรื่องการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ก็จะเป็นแรงเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่มีความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่มา – 2 สส.พรรคกล้าธรรม นำทีม กมธ.ท่องเที่ยว เร่งขับเคลื่อน Green Tourism รับไฮซีซัน

“ศุภจี” ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ ดราม่าท่องเที่ยว-มะพร้าว

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อน ๆ ในวงการการเมืองไทย ที่ ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ แม้จะเจอวิจารณ์หนักจากโซเชียลหลังการอภิปรายเรื่องท่องเที่ยว 365 วัน ท่ามกลางปัญหาฝุ่น PM 2.5 และประเด็นราคามะพร้าวที่ยังไม่เป็นที่พอใจของเกษตรกร นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาแถลงชี้แจงอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) โดยยืนยันว่าจะรับฟังทุกฝ่ายและไม่ยอมแพ้ต่อความเข้าใจผิด

ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน

เรื่องเริ่มจากในรายการอภิปรายที่พูดถึงการท่องเที่ยวไทยแบบ 365 วัน หรือเที่ยวได้ทุกวันทุกฤดู เพราะประเทศไทยมีความสวยงามตลอดปี แต่ดันไปปะทะกับประเด็นฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังวิกฤต โดยเฉพาะที่เชียงใหม่และภาคเหนือ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าศุภจีละเลยปัญหาสุขภาพประชาชนเพื่อโปรโมทธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้น

ศุภจี ชี้แจงว่า ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ เพราะเรื่องฝุ่น PM 2.5 สำคัญมาก มีคณะกรรมการและกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว มันไม่ใช่แค่กระทบการท่องเที่ยว แต่กระทบคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ด้วย แต่การพูดถึงท่องเที่ยว 365 วัน เป็นอีกมิติหนึ่งที่ช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศ โดยเฉพาะหลังโควิดที่ท่องเที่ยวคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เธอบอกว่า “ไม่ได้พูดว่าฝุ่นไม่สำคัญเลย ฝุ่นอยู่ได้ ไม่ใช่แบบนั้น ต้องแก้ที่ต้นทางทั้งกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด”

ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ รับมือการสื่อสารยุคโซเชียล

เมื่อโดนถามว่าเสียกำลังใจมั้ยหลังถูกดราม่า ศุภจียิ้มส่ายหัว บอกว่าไม่เสียเลย เพราะคนสมัยนี้อาจฟังคลิปสั้น ๆ ไม่ฟังเต็ม ๆ เราต้องมีหน้าที่อธิบายให้ชัดเจนขึ้น นี่คือทัศนคติที่น่าชื่นชมของนักการเมืองหญิงแกร่งคนนี้ ที่ไม่ยอมให้ดราม่าทำลายความมุ่งมั่น

มาดูปัญหาฝุ่น PM 2.5 กันแบบเจาะลึกหน่อย ปัญหานี้เกิดจากอะไรบ้าง? เราได้สรุปมาให้ในลิสต์นี้:

  • การเผาในที่โล่ง เช่น ทางการเกษตรและขยะ
  • ควันจากยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรม
  • ฝุ่นจากต่างประเทศพัดเข้ามา โดยเฉพาะจากพม่า ลาว
  • สภาพอากาศแบบ inversion ที่ขังฝุ่นไว้

รัฐบาลมีแผนแก้ไข เช่น ส่งเสริมพืชทางเลือกแทนเผาไหม้, ควบคุมการปล่อยมลพิษ, และติดตั้งเครื่องวัดอากาศเพิ่ม แต่ต้องใช้เวลาเพราะเป็นปัญหาสะสมมานาน

แจงราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่ายแม้ราคา 10 บาท

อีกดราม่าหนึ่งที่ ส.ส. วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จากพรรคประชาชน วิจารณ์ คือเรื่องราคามะพร้าวที่ศุภจีบอกว่าราคาขึ้น 7 บาท แต่จริง ๆ ยังอยู่แค่ 3 บาท ขอให้ฟังเกษตรกรมากกว่าข้าราชการ ศุภจีตอบแบบตรงไปตรงมา ว่าเธอฟังทุกฝ่าย ไม่ว่าราคา 3 บาท 7 บาท หรือแม้ 10 บาท ก็ยังไม่พอใจ เพราะอยากให้สูงกว่านี้

สาเหตุราคาตกเพราะปีนี้ผลผลิตมะพร้าวล้นตลาด คุณภาพบางส่วนด้อยลง ตกเกรด มีทั้งมะพร้าวบนต้นหรือเน่าเสีย ต้องแก้ทั้งห่วงโซ่ จากต้นทาง การผลิต การแปรรูป ไปจนแพ็กเกจส่งออก เธอเน้นการแปรรูปมะพร้าวเป็นน้ำมัน น้ำมะพร้าวสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า และขอสื่อช่วยสื่อสารให้เกษตรกรเข้าใจ

สถิติปี 2566-2567 ไทยผลิตมะพร้าวกว่า 8 ล้านตัน ส่งออกหลักไปจีน อินเดีย แต่แข่งขันกับอินโดนีเซียฟิลิปปินส์ รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น ประกันราคา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สร้างแบรนด์เกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ราคายั่งยืน

  • เพิ่มการแปรรูป: ทำน้ำมันมะพร้าว น้ำมะพร้าวกล่อง
  • พัฒนาตลาดส่งออก: เจรจา FTA ใหม่
  • ควบคุมปริมาณผลิต: สนับสนุนพันธุ์ดี ทนโรค
  • ช่วยเหลือเกษตรกร: อบรม จัดตลาดนัดชุมชน

เห็นมั้ยครับว่า ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ จริง ๆ เธอมองปัญหาแบบองค์รวม ไม่ใช่แก้แค่ผิวเผิน ในฐานะรมว.พาณิชย์ เธอผลักดันเศรษฐกิจฐานรากทั้งท่องเที่ยวและเกษตรได้ดี

ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือตัวอย่างการสื่อสารที่ดีของนักการเมืองไทย ที่ไม่โกรธเคืองแต่เลือกอธิบายและแก้ปัญหา คุณล่ะคิดยังไงกับดราม่าครั้งนี้? คิดว่าท่องเที่ยว 365 วันทำได้จริงมั้ยท่ามกลาง PM 2.5 หรือราคามะพร้าวควรเท่าไหร่ถึงพอใจ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ อ่านด้วย!

ที่มา – “ศุภจี” ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังเจอดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน-ราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย

เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา หลังเหตุปะทะ

ข่าวคราวการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดเจนในช่วงไฮซีซั่นนี้เอง

เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา

นายวิชิต สุกระสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ว่า ปกติแล้วช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ เกาะช้างจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากยุโรป แต่ปีนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น

จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ต พบว่ามีการยกเลิกการจองห้องพักไปแล้วกว่า 30% สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงบริษัทประกันภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายแห่งไม่ให้ความคุ้มครองในสถานการณ์เช่นนี้

เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ โรงแรมและรีสอร์ตริมหาดมักจะถูกจองเต็ม 100% ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ปีนี้สถานการณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทำไม เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตาถึงน่ากังวล?

การที่ เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ผู้ประกอบการโรงแรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก บริษัทนำเที่ยว และผู้ให้บริการขนส่ง

นายวิชิตกล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่ยังเดินทางมายังเกาะช้าง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าประจำที่คุ้นเคยกับพื้นที่และเชื่อมั่นในความปลอดภัยของเกาะ พวกเขาชื่นชอบน้ำทะเลใส หาดทรายสวย และทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย

ถึงแม้สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนจะเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ผู้ประกอบการยังคงเป็นห่วงและภาวนาให้สถานการณ์กลับสู่ปกติโดยเร็วที่สุด

สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถทำได้ในขณะนี้คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่า พื้นที่สู้รบอยู่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจหาดทรายขาว หาดคลองพร้าว และหาดไก่แบ้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางตาจริง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนๆ ที่ชายหาดจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนอาบแดด ร้านอาหารริมหาดก็มีลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สถานการณ์ เกาะช้าง นักท่องเที่ยวบางตา เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาโดยเร็วที่สุด การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยว เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และเกาะช้างจะกลับมาคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวอีกครั้งในเร็ววัน การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การฟื้นฟูการท่องเที่ยวจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

ที่มา – เกาะช้าง นักท่องเที่ยวต่างชาติบางตา ยกเลิกบุ๊กกิ้งแล้ว 30% หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

คนแห่พิชิตภูกระดึง เปิดวันแรกเกือบ 300 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเที่ยวรักธรรมชาติ วันนี้เรามาพูดถึงกระแสท่องเที่ยวสุดฮอตกันดีกว่าครับ คนแห่พิชิตภูกระดึง กันเยอะมาก โดยเฉพาะในวันเปิดฤดูท่องเที่ยวครั้งแรกของปีนี้ ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติแบบใกล้ชิด แม้ว่าฝนจะยังโปรยปราย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลยนะครับ มีนักท่องเที่ยวแห่กันขึ้นไปเกือบ 300 คนในวันเดียว ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูที่คึกคักมาก!

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดของไทยเลยครับ ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 400 ตารางกิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจี น้ำตกใสไหลเย็น และยอดเขาที่มองเห็นวิวพาโนรามาสุดอลังการ การ คนแห่พิชิตภูกระดึง ในช่วงเปิดฤดูนี้ แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ที่ดึงดูดใจนักเดินทางจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นที่อยากลองท้าทายตัวเอง หรือครอบครัวที่มาสร้างความทรงจำร่วมกัน

คนแห่พิชิตภูกระดึง วันแรกของฤดูท่องเที่ยว

หลังจากที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้ทำพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ก็เปิดให้ขึ้นไปพักแรมบนยอดเขาต่อเนื่อง 8 เดือนเต็ม ตั้งแต่ตุลาคมไปจนถึงพฤษภาคมปีหน้า ก่อนจะปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ 4 เดือนในช่วงมิถุนายนถึงกันยายนครับ ในวันแรกของการเปิดจริงๆ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 8.00 น. นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานฯ ได้เปิดเผยว่า มีนักท่องเที่ยวรวม 284 คน จากทุกสารทิศของไทยที่มาร่วมพิชิตเขา แม้ฝนจะตกแต่ทุกคนยังคงตื่นเต้นและพร้อมลุย!

สิ่งที่น่าประทับใจสุดๆ คือคุณยายวัย 77 ปี จากจังหวัดอุบลราชธานี ที่เดินทางมาพิชิตภูกระดึงครั้งที่ 29 แล้วครับ! คุณยายเล่าว่ามาเกือบทุกปี เพราะหลงรักความงามของธรรมชาติที่นี่มาก เรื่องราวแบบนี้ทำให้เห็นเลยว่าภูกระดึงไม่ใช่แค่จุดหมายสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงหัวใจคนรักธรรมชาติทุกวัย

การเตรียมตัวและบริการสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับใครที่กำลังวางแผน คนแห่พิชิตภูกระดึง ในฤดูนี้ ทางอุทยานฯ มีการเตรียมพร้อมอย่างดีเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ก่อนอื่นเลย การเดินทางขึ้นเขาจะใช้เวลาเดินประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระยะทาง 6 กิโลเมตร ถือเป็นการเดินป่าที่ท้าทายแต่คุ้มค่ามาก

  • ลูกหาบ: ชายหาบได้ 60 กิโลกรัม หญิง 30 กิโลกรัมต่อเที่ยว ปัจจุบันมีลูกหาบ 175 คน เปิดรับสมัครถึง 5 ตุลาคม ค่าบริการ 30 บาทต่อกิโล
  • เสลี่ยงหาม: สำหรับนักท่องเที่ยวที่น้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม เที่ยวละ 4,000 บาท ถ้าเกิน 5,000 บาท แต่ถ้าเกิน 90 กิโลกรัม ไม่รับบริการนะครับ เพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ทางอุทยานฯ ยังใช้โดรนสำรวจเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวขึ้นทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงจากช้างป่าและพื้นที่ลื่นจากฝน โดยจะบล็อกจุดอันตรายและนำทางตลอดเส้น ไม่ให้ไปเดินเองเด็ดขาด สำหรับน้ำตกในช่วงนี้ เปิดเฉพาะน้ำตกถ้ำใหญ่เท่านั้น ส่วนน้ำตกอื่นๆ ที่เสี่ยงจะจำกัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

เรื่องที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่ต้องห่วงครับ มีร้านอาหาร สินค้าที่ระลึก เต็นท์พักแรม ห้องน้ำ ห้องสุขา พร้อมน้ำดื่มสะอาดไม่ขาดแคลน ยังมีหน่วยพยาบาลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และรถเคลื่อนที่เร็วคอยบริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การท่องเที่ยวที่นี่ทั้งสนุกและปลอดภัย

ทำไมถึงต้องมาพิชิตภูกระดึง?

ภูกระดึงไม่ใช่แค่ภูเขาธรรมดา แต่เป็น ‘ดินแดนแห่งปาฏิหาริย์’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ ยอดเขาสูง 1,300 เมตร มองเห็นทะเลหมอกยามเช้า ผาและหน้าผาสูงชันที่ท้าทาย น้ำตกกระทู้และน้ำตกผาหลวงที่ไหลเย็นฉ่ำ รวมถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลานหินร่วงหรือทุ่งกว้างบนยอดเขา ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

ในฤดูนี้ แม้จะมีฝน แต่กลับทำให้บรรยากาศเขียวชะอุ่ม สดชื่นยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่ามาพิชิตภูกระดึงแล้วรู้สึกเหมือนได้รีเซ็ตตัวเองใหม่ ด้วยอากาศบริสุทธิ์และความสงบของป่าใหญ่ ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวที่ทั้งผจญภัยและผ่อนคลาย ภูกระดึงคือคำตอบครับ

จากสถิติปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปกว่า 100,000 คนต่อฤดู ปีนี้คาดว่าจะคึกคักยิ่งกว่าเดิม เพราะกระแส คนแห่พิชิตภูกระดึง กำลังมาแรงในโซเชียลมีเดีย ภาพวิวสวยๆ และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากนักเดินทาง ทำให้หลายคนตัดสินใจแพ็คกระเป๋ามาทันที

ก่อนปิดท้าย ลองคิดดูสิครับ การได้ยืนบนยอดภูกระดึง มองพระอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า แล้วรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ มันคือประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ ถ้าคุณพร้อมแล้ว อย่ารอช้า รีบจองตั๋วและเตรียมรองเท้าผ้าใบให้พร้อม แล้วมาพิชิตภูกระดึงด้วยกันเถอะครับ มันจะเป็นทริปที่คุณลืมไม่ลงแน่นอน!

ที่มา – คนแห่พิชิต “ภูกระดึง” เปิดวันแรก มีนักท่องเที่ยวขึ้นสัมผัสธรรมชาติเกือบ 300 คน

Scroll to top