ลงมติถอดถอน

สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอนซารา ดูเตร์เต ครั้งที่ 2

สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2 สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองฟิลิปปินส์อย่างมาก หลังจากรัฐสภาลงมติเห็นชอบส่งเรื่องให้วุฒิสภาตัดสิน หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ซารา ดูเตร์เต้ บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต้ จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองทันที ส่งผลกระทบหนักต่อแผนลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2571

สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รอง ปธน.ฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ลงมติถอดถอนซารา ดูเตร์เต้ ด้วยคะแนนท่วมท้น สมาชิกสภา 257 จาก 290 คนเห็นชอบ ซึ่งเกินเกณฑ์ 1 ใน 3 ที่จำเป็น หลังจากนี้ วุฒิสภาจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย หากพิสูจน์ได้ว่ามีความผิด เธอจะถูกแบนจากตำแหน่งทางการเมืองไปอีกนาน

ซารา ดูเตร์เต้ วัย 47 ปี กำลังนำในโพลเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แต่ความสัมพันธ์ที่เคยเป็นพันธมิตรกลับกลายเป็นศัตรูคู่อริ การถอดถอนครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองชัดเจน

ข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การลงมติถอดถอนซารา ดูเตร์เต้

  • การใช้เงินงบประมาณรัฐในทางมิชอบ: ถูกกล่าวหาว่าเบิกจ่ายเงินกองทุนสำนักงานรองประธานาธิบดีไม่โปร่งใส
  • การข่มขู่ทางการเมือง: พาดพิงนายมาร์กอส ภรรยา และญาติสนิทที่เคยเป็นประธานสภา
  • พฤติกรรมไม่เหมาะสม: รวมถึงการไม่เข้าร่วมไต่สวนของคณะกรรมาธิการ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งที่ 1 ในปี 2568 ศาลฎีกาตัดสินระงับเพราะข้อผิดพลาดทางเทคนิค แต่ปีนี้คณะกรรมาธิการสภาฯ ยืนยันมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรื้อคดีใหม่

ตัวซารา ดูเตร์เต้ ตอบโต้สุดแกร่ง เรียกคดีนี้ว่า “เศษกระดาษแผ่นหนึ่ง” และปฏิเสธว่าเป็นการเมืองจอมปลอม ทีมทนายของเธอบอกว่าภาระพิสูจน์ตกที่ผู้กล่าวหา

สถานการณ์ในวุฒิสภาและการเมืองฟิลิปปินส์

สภาผู้แทนฯ มักสนับสนุนประธานาธิบดีปัจจุบันเพราะระบบอุปถัมภ์และเลือกตั้งเขต แต่ละดับชาติอย่างวุฒิสภา 24 ที่นั่งต่างออกไป โดยเฉพาะหลังเลือกตั้งกลางเทอมปี 2568 พันธมิตรดูเตร์เต้ได้คะแนนดีกว่ามาร์กอส

การเมืองฟิลิปปินส์เต็มไปด้วยการสลับข้างพรรค การลงมติครั้งนี้สะท้อนอำนาจมาร์กอสในสภา แต่ในวุฒิสภาอาจพลิกผันได้ ผลลัพธ์จะกำหนดอนาคตการเลือกตั้งปี 2571 ที่ซาราเป็นตัวเต็ง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นย้อนหลังถึงพ่อของเธอ โรดริโก ดูเตร์เต้ ที่เคยทำสงครามยาเสพติดโหดร้าย สร้างฐานเสียงแข็งแกร่งให้ลูกสาว วันนี้การถอนถอนอาจเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากวุฒิสภาตัดสินไม่ผิด ซาราจะกลับมานำโพลแรงกว่าเดิม แต่หากผิด จะเปิดทางให้คู่แข่งอย่างมาร์กอสครองอำนาจต่อ

สรุปแล้ว สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รอง ปธน.ฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2 แสดงให้เห็นความเข้มข้นของการเมืองตระกูลในฟิลิปปินส์ การต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ และอาจเปลี่ยนโฉมหน้าเวทีการเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณคิดว่าซารา ดูเตร์เต้จะรอดไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รอง ปธน.ฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2

สภาเปรูถอดถอน ปธน. เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

สมาชิกสภานิติบัญญัติของเปรู ได้ลงมติถอดถอนประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต ออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงของประชาชนจากปัญหาอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ รวมถึงเหตุกราดยิงในกรุงลิมาที่ซ้ำเติมความโกรธแค้นของสังคม สถานการณ์สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูงนี้ กำลังเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ สมาชิกรัฐสภาได้ลงคะแนนเพื่ออภิปรายถอดถอนเธอในข้อหา “ไร้ความสามารถทางศีลธรรม” และได้เรียกให้เธอเข้าชี้แจงต่อสภาในคืนวันเดียวกัน แต่เธอกลับปฏิเสธที่จะปรากฏตัว ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีคะแนนเสียงเพียงพอที่จะดำเนินการถอดถอนอย่างรวดเร็ว

โฮเซ่ เฆรี ผู้นำรัฐสภาเปรู ประกาศผลการลงมติว่า สส. จำนวนถึง 118 เสียง จากทั้งหมด 122 เสียง ลงคะแนนเห็นชอบให้ถอดถอนเธอออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยคะแนนที่ท่วมท้นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่าตกใจนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงกันในคอนเสิร์ตกลางเมืองหลวง ซึ่งยิ่งโหมกระพือความโกรธแค้นต่อวิกฤตอาชญากรรมที่กำลังกัดกินประเทศ

การลงมติถอดถอนครั้งนี้แตกต่างจากความพยายามครั้งก่อนๆ ถึง 8 ครั้ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่กลุ่มการเมืองเกือบทุกฝ่ายในรัฐสภาแสดงการสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวอย่างชัดเจน

ประธานาธิบดีโบลูอาร์เต เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม 2565 หลังจากรัฐสภาได้ใช้กลไกเดียวกันนี้ถอดถอนอดีตประธานาธิบดีคนก่อนหน้าของเธอเช่นกัน

รัฐบาลของโบลูอาร์เตประสบปัญหาอย่างหนักในการรับมือกับอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีฆาตกรรมและการขู่กรรโชกทรัพย์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 ต.ค.) เธอกล่าวโทษปัญหาอาชญากรรมส่วนหนึ่งว่าเป็นผลมาจากผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย

“อาชญากรรมเหล่านี้ถูกบ่มเพาะมานานหลายทศวรรษ และถูกเสริมความแข็งแกร่งโดยการอพยพที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลในอดีตไม่สามารถจัดการได้” เธอกล่าวระหว่างพิธีทางทหาร “แต่กลับเปิดประตูพรมแดนของเรา และอนุญาตให้ผู้กระทำผิดเข้ามาทุกที่ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ”

ตัวเลขอย่างเป็นทางการเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการฆาตกรรม 6,041 ราย ระหว่างเดือนมกราคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการขู่กรรโชกทรัพย์รวมอยู่ที่ 15,989 กรณี ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567

วิกฤตประธานาธิบดีครั้งล่าสุดของเปรูปะทุขึ้น หลังจากมีชายคนหนึ่งเปิดฉากยิงและทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีแนวคัมเบียยอดนิยมที่สุดของเปรู เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แม้ว่านายเอดูอาร์โด อารานา นายกรัฐมนตรี จะออกมาปกป้องประธานาธิบดีโบลูอาร์เตในการไต่สวนต่อรัฐสภาเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจ สส. ในการเดินหน้าถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง

“ความกังวลของรัฐสภาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการยื่นญัตติถอดถอน และยิ่งไปกว่านั้นคือการอนุมัติญัตติ” นายอารานาชี้แจงต่อสภา “เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง เราอยู่ตรงนี้ และเรารู้ตั้งแต่ต้นว่าวันแรกที่เราทำงาน อาจเป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ในตำแหน่งด้วยเช่นกัน”.

สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

สถานการณ์ทางการเมืองในเปรูยังคงร้อนระอุ หลังสภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง การตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสถียรภาพของประเทศ และอนาคตทางการเมืองของเปรูจะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทำไมสภาเปรูถึงลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

เหตุผลหลักของการถอดถอนมาจากความไม่พอใจของประชาชนต่อการจัดการปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลของโบลูอาร์เตถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย

  • อาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้น: คดีฆาตกรรมและการขู่กรรโชกทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
  • การกล่าวโทษผู้อพยพ: การที่ประธานาธิบดีกล่าวโทษผู้อพยพว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น
  • เหตุการณ์กราดยิง: เหตุการณ์กราดยิงในคอนเสิร์ตเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ประชาชนโกรธแค้น

วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความท้าทายที่เปรูกำลังเผชิญอยู่ และความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจัง การสภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง อาจเป็นการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเปรู

ที่มา – สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

Scroll to top