ลงโทษ

อินโดนีเซียจับหญิง 2 คนฐานเหยียบอัลกุรอาน เสี่ยงคุก 5 ปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวต่างประเทศที่น่าสนใจและค่อนข้างร้อนแรงมาฝากกัน นั่นคือ อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน หลังจากมีคลิปวิดีโอว่อนโซเชียลมีเดีย สร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในประเทศมุสลิมที่มีประชากรมากที่สุดในโลกแห่งนี้ เสี่ยงรับโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปีตามกฎหมายดูหมิ่นศาสนาเลยทีเดียว มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน

ตามรายงานของตำรวจอินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา ได้จับกุมตัวหญิง 2 คน ในจังหวัดบันเตน ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตาประมาณ 140 กิโลเมตร เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากคลิปวิดีโอที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย แสดงภาพหญิงคนหนึ่งกำลังเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงมากในสายตาของชาวมุสลิม เพราะอัลกุรอานคือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรถูกแตะต้องด้วยเท้า

รายละเอียดเหตุการณ์อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ ในเมืองเลบัก จังหวัดบันเตน เจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งกล่าวหาลูกค้าหญิงคนนี้ว่าขโมยของ เมื่อหญิงคนนั้นปฏิเสธ เจ้าของร้านก็บังคับให้เธอสาบานความบริสุทธิ์ด้วยการเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน และยังถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานอีก คลิปนี้ถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวเน็ตชาวอินโดนีเซียโกรธแค้นกันมาก จนตำรวจต้องเข้าจับกุมทั้งคู่ทันที

โฆษกตำรวจจังหวัดบันเตน มารูลี อาฮิเลส ฮูตาเปีย ยืนยันกับ AFP ว่าทั้งผู้ที่เหยียบและผู้ที่บังคับให้ทำ ต่างยอมรับสารภาพแล้ว และถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการตามกฎหมายดูหมิ่นศาสนา ซึ่งห้ามการกระทำที่ดูหมิ่นต่อศาสนาหนึ่งใน 6 ศาสนาที่รัฐรับรองอย่างเป็นทางการ ได้แก่ อิสลาม คริสต์ โปรเตสแตนต์ คาทอลิก พุทธ และฮินดู

กฎหมายดูหมิ่นศาสนาในอินโดนีเซีย: เสี่ยงคุกหนัก

กฎหมายนี้ในอินโดนีเซียค่อนข้างเข้มงวดมาก หากถูกตัดสินว่าผิด อาจติดคุกสูงสุด 5 ปี อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมกว่า 240 ล้านคน หรือเกือบ 87% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ประเด็นศาสนาเป็นเรื่องอ่อนไหวสุดๆ ชาวบ้านมักเรียกร้องให้ลงโทษหนักเพื่อรักษาความเคารพต่อศาสนา

  • ห้ามแสดงออกหรือกระทำการดูหมิ่นศาสนา
  • ห้ามขัดขวางการนับถือศาสนาของผู้อื่น
  • ใช้บังคับกับทั้งมุสลิมและไม่มุสลิม

แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนอย่าง Amnesty International ก็ออกมาเตือนว่ากฎหมายนี้มักถูกใช้เล่นงานชนกลุ่มน้อยทางศาสนา เช่น ชาวคริสต์หรือชาวอาหมวี่ ทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก

ตัวอย่างคดีก่อนหน้านี้ที่คล้ายกัน

ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับที่กฎหมายนี้ถูกใช้ เช่น ในปี 2017 บาซูกี จาฮาจา ปูร์นามา อดีตผู้ว่าฯ กรุงจาการ์ตา ถูกจำคุกเกือบ 2 ปี จากข้อหาดูหมิ่นอิสลามขณะหาเสียงเลือกตั้ง หรือล่าสุดปี 2024 นักแสดงตลกสแตนด์อัพถูกจับคุก 6 เดือน เพียงเพราะพูดมุกตลกเกี่ยวกับชื่อ “มูฮัมหมัด” เห็นไหมครับว่าศาสนาในอินโดนีเซีย sensitive ขนาดไหน

เหตุการณ์ อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน นี้ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและกฎหมายที่ปกป้องศาสนาอย่างเข้มข้น ในขณะที่โลกโซเชียลทำให้ข่าวแพร่กระจายเร็วมาก จนกลายเป็นกระแสสังคมใหญ่โต ผมคิดว่ามันเป็นบทเรียนให้เราคิดถึงความสมดุลระหว่างการปกป้องศาสนากับเสรีภาพส่วนบุคคล ในไทยเราก็มีกฎหมายล้มพระหน้าอก พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่คล้ายกัน ถ้าทำให้ผู้อื่นไม่พอใจก็เสี่ยงโดนจับได้นะ

สุดท้ายนี้ ความเห็นส่วนตัวผมคือ ควรใช้ดุลยพินิจให้เหมาะสม อย่าให้กฎหมายกลายเป็นเครื่องมือแก้แค้นส่วนตัว คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ จะได้รู้เท่าทันข่าวต่างประเทศ!

ที่มา – อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอานว่อนโซเชียล เสี่ยงคุก 5 ปี ตามกม.หมิ่นศาสนา

บทเรียนคนหิวแสง: สิงคโปร์แบนหนุ่มคลั่ง อารีอานา กรานเด

สิงคโปร์ตัดสินใจเนรเทศ จอห์นสัน เวน ชายชาวออสเตรเลียวัย 26 ปี หลังก่อเหตุอุกอาจวิ่งฝ่าแนวกั้นเพื่อเข้าประชิดตัวนักร้องชื่อดัง อารีอานา กรานเด ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Wicked: For Good ที่ Universal Studios Singapore นอกจากนี้ เขายังถูกแบนห้ามเข้าประเทศสิงคโปร์อย่างถาวรอีกด้วย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิงคโปร์แถลงเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนว่า จอห์นสัน เวน ได้ถูกส่งตัวกลับประเทศออสเตรเลียแล้ว พร้อมทั้งมีคำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์อีกต่อไป ผู้พิพากษา คริสโตเฟอร์ โกห์ ได้ประณามพฤติกรรมของเขาว่าเป็นเพียงการกระทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ และเตือนว่าการกระทำผิดกฎหมายในสิงคโปร์จะต้องได้รับผลตามมา

เหตุการณ์ บทเรียนคนหิวแสง นี้เกิดขึ้นระหว่างเวลา 19.00 – 19.11 น. ของวันที่ 13 พฤศจิกายน เมื่อเวนกระโดดข้ามแผงกั้นแล้วพุ่งเข้าไปหาอารีอานา กรานเดอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะใช้แขนคล้องคอและกระโดดโลดเต้น ในขณะที่นักร้องสาวแสดงสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด ซินเธีย เอริโว นักแสดงร่วม และทีมรักษาความปลอดภัยต้องรีบเข้ามาควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของแฟนคลับหลายร้อยคนที่ตกตะลึง ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่ถูกนำตัวออกจากพื้นที่ เวนยังหันกลับมาและพยายามวิ่งเข้าใส่นักแสดงสาวอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาถูกเจ้าหน้าที่จับกดลงกับพื้นทันที

หลังเกิดเหตุการณ์ บทเรียนคนหิวแสง เวนได้โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมว่า “ได้รับอิสระแล้ว” พร้อมทั้งแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์บน TikTok และ Instagram และยังกล่าวขอบคุณกรานเดอีกด้วย จนกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวเขาได้ในวันที่ 14 พฤศจิกายน และตั้งข้อหา “ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ” ซึ่งต่อมาศาลได้ตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 9 วัน

จากการสอบสวนพบว่า นายเวนมีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในคอนเสิร์ตของ Katy Perry, The Chainsmokers และ The Weeknd ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการลงโทษในครั้งนี้เป็น บทเรียนคนหิวแสง ที่มีราคาแพง สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างชื่อเสียง หรือต้องการเกาะกระแสดาราเพื่อให้ตัวเองเป็นที่สนใจด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง

บทเรียนคนหิวแสง: อุทาหรณ์ราคาแพง

กรณีของ จอห์นสัน เวน ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ที่ต้องการมีชื่อเสียงหรือเป็นที่สนใจโดยใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม การกระทำของเขาไม่เพียงแต่เป็นการรบกวนผู้อื่น แต่ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและส่งผลเสียต่อตนเองในระยะยาว การกระทำที่ขาดความยั้งคิดและมุ่งหวังเพียงแค่การได้รับความสนใจสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงได้ เช่น การถูกดำเนินคดี ถูกสังคมประณาม และเสียชื่อเสียง

ทำไมการเป็น “คนหิวแสง” ถึงเป็นเรื่องอันตราย?

  • ผลเสียต่อตัวเอง: การพยายามเป็นที่สนใจด้วยวิธีผิดๆ อาจทำให้คุณถูกมองว่าเป็นตัวตลกหรือเป็นคนที่น่ารังเกียจ
  • ผลเสียต่อสังคม: การกระทำที่รบกวนผู้อื่นหรือผิดกฎหมายสามารถสร้างความเดือดร้อนและอันตรายให้กับผู้อื่นได้
  • ไม่ยั่งยืน: ชื่อเสียงที่ได้มาจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องมักจะไม่ยั่งยืนและหายไปอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น การสร้างชื่อเสียงและความสำเร็จควรมาจากการทำงานหนัก การพัฒนาตนเอง และการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่การพยายามเกาะกระแสหรือสร้างสถานการณ์เพื่อให้ตัวเองเป็นจุดสนใจ

บทเรียนคนหิวแสง ครั้งนี้ สอนให้รู้ว่าการกระทำทุกอย่างมีผลตามมา และการพยายามสร้างชื่อเสียงด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องนั้น ไม่คุ้มค่ากับผลเสียที่จะตามมาอย่างแน่นอน

ที่มา – บทเรียนคนหิวแสง สิงคโปร์เนรเทศ–แบนเข้าประเทศ หนุ่มออสซี่วิ่งประชิดตัว “อารีอานา กรานเด”

Scroll to top