ลดค่าใช้จ่าย

ไชยชนก แจงงบ 70 ดีอีงบเพิ่ม เพราะมีงบระบบ Cloud รวมทุกกระทรวง

ไชยชนก แจงงบ 70 ดีอีงบเพิ่ม เพราะมีงบระบบ Cloud รวมทุกกระทรวง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภาฯ เมื่อมีการพูดถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี ซึ่ง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ออกมาไขข้อสงสัยถึงเหตุผลที่ทางกระทรวงขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น โดยประเด็นหลักคือ ไชยชนก แจงงบ 70 ดีอีงบเพิ่ม เพราะมีงบระบบ Cloud รวมทุกกระทรวง เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศไทยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การบูรณาการระบบคลาวด์กลาง (Government Cloud) ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของภาครัฐ โดยนายไชยชนกได้เน้นย้ำว่าการรวมศูนย์นี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีของภาครัฐลงได้มากกว่า 30% ในภาพรวม ซึ่งถือเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

เจาะลึกเหตุผลทำไม ไชยชนก แจงงบ 70 ดีอีงบเพิ่ม เพราะมีงบระบบ Cloud รวมทุกกระทรวง

  • ช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลของทุกกระทรวงเป็นไปอย่างปลอดภัยและประหยัด
  • ลดความซ้ำซ้อนในการจัดซื้อซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของแต่ละหน่วยงาน
  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของประเทศ

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีดีอีก็ได้ยอมรับถึงข้อจำกัดในบางส่วน เนื่องจากมีระบบงานเฉพาะทางของบางกระทรวงที่มีความซับซ้อนและมีสัญญาผูกพันเดิมอยู่ ทำให้การรวมศูนย์คลาวด์อาจต้องใช้เวลาและดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่สามารถเหมาเข่งได้ทั้งหมดในคราวเดียว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานปกติของหน่วยงานรัฐ

นอกจากประเด็นเรื่องงบประมาณคลาวด์แล้ว นายไชยชนกยังได้ยืนยันหนักแน่นถึงกรณีโครงการ TH-AI Passport ว่า ในร่างงบประมาณปี 2570 นี้ ไชยชนก แจงงบ 70 ดีอีงบเพิ่ม เพราะมีงบระบบ Cloud รวมทุกกระทรวง โดยไม่มีโครงการ TH-AI Passport เฟสที่ 2 เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งฝากถึงมุมมองเรื่องกระทรวงลูกเทพว่า การจะบริหารงานในยุคที่ทุกอย่างต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี งบประมาณที่ได้รับถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานในการป้องกันไม่ให้ประเทศล้าหลังกว่าชาติอื่น ซึ่งความท้าทายนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่กระทรวงดีอีต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้ไทยพร้อมรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมในมิติต่างๆ

เราเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในครั้งนี้ คือก้าวสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไปว่า การลดค่าใช้จ่าย 30% จะสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายหรือไม่ เพื่อให้เม็ดเงินภาษีของประชาชนถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุดในยุคดิจิทัล

ที่มา – “ไชยชนก” แจงงบ 70 ดีอีงบเพิ่ม เพราะมีงบระบบ Cloud รวมทุกกระทรวง ลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 30 %

ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนเลยนะครับ เพราะ ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส กำลังจะเป็นจริง! รัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเสนอร่าง พ.ร.ก.กู้เงินจำนวนมหาศาล 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น รวมถึงโครงการช่วยเหลือประชาชนอย่าง “ไทยช่วยไทย ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ” ที่จะแจกเงินคนละ 4,000 บาท ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านคน ช่วยลดภาระค่าครองชีพในช่วงนี้ได้เยอะเลยครับ

ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส

ก่อนอื่นมาดูรายละเอียดกันครับ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2569 นายกฯ อนุทินได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจชุดใหญ่เลยนะครับ มีทั้งรองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย, นายภราดร ปริศนานันทกุล รมช.สำนักนายกฯ, ปลัดคลัง, ผอ.สศค., สบน., ผู้ว่า BOT และอื่นๆ รวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเรื่องนี้โดยตรง การประชุมยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง เน้นเตรียมความพร้อมให้ครม.พิจารณาในวันที่ 5 พ.ค. นี้เลย

นายภราดร เปิดเผยก่อนประชุมว่าการเตรียมโครงการไทยช่วยไทย ต้องอาศัยกระทรวงการคลังนำเป็นหลัก แต่จะประสานกระทรวงอื่นๆ ด้วย เช่น แรงงาน, ศึกษาฯ, เกษตร เพื่อเยียวยาแบบครอบคลุม ส่วนการประชุมครม.เศรษฐกิจนัดแรก อาจเลื่อนจากวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. เพราะเป็นวันหยุดราชการ หลังประชุม นายดนุชา และปลัดคลังก็บอกให้รอฟังจาก รมว.คลังคนเดียวเท่านั้นครับ สไตล์นักการเมืองเลย!

ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส มีรายละเอียดอย่างไร

สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนี้ มาจากความจำเป็นจริงๆ ครับ งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินเหลือแค่ 20,000 ล้านบาท แต่โครงการช่วยเหลือต้องใช้เงินเพิ่มเยอะ โดยเฉพาะรับมือราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลย้ำว่าจะกู้ตามความจำเป็น ไม่ต้องใช้ทั้งหมด เน้นคุ้มค่าและโปร่งใส

โครงการไทยช่วยไทยพลัส แจกเงินคนละ 4,000 บาท ใครได้บ้าง

โครงการนี้หรือที่เรียกคนละครึ่งพลัส จะเริ่ม 1 มิ.ย. 2569 กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ถือบัตรสวัสดิการ 13.4 ล้านคน ได้รับคนละ 1,000 บาท/เดือน นาน 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.) รวม 4,000 บาท ส่วนประชาชนทั่วไปอีกกลุ่มใหญ่ รวมแล้วเกิน 30 ล้านคน! งบรวมราว 120,000 ล้านบาท ไม่รวมบัตรสวัสดิการอีก 52,000 ล้าน

  • เงื่อนไขสิทธิ: รัฐออก 60% ประชาชนจ่าย 40% เช่น ใช้ 100 บาท รัฐช่วย 60 บาท
  • ลงทะเบียน: เดือนพ.ค. 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง
  • ใช้สิทธิ: ที่ร้านค้าเข้าร่วม ไม่โอนได้ ไม่ถอนเงินสด ใช้ภายในเดือนนั้น
  • เป้าหมาย: ลดค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นๆ จากกระทรวงต่างๆ เพื่อช่วยเหลือครอบคลุมทุกกลุ่ม อย่างแรงงานนอกระบบ เกษตรกร นักเรียน เป็นต้นครับ

ในมุมมองผมนะครับ ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นมาตรการที่ตรงจุดมาก เพราะประชาชนกำลังลำบากจากราคาพลังงานแพง โครงการนี้จะช่วยให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจได้ดี โดยเฉพาะร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าร่วม แม้จะมีงบกู้เยอะ แต่ถ้าใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยพยุง GDP ได้ในช่วงวิกฤตนี้

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณมีบัตรสวัสดิการหรือสนใจโครงการนี้ เตรียมตัวลงทะเบียนผ่านเป๋าตังตั้งแต่เดือนพ.ค. เลยนะครับ อย่าพลาดสิทธิ์ช่วยเหลือ! ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันครับ

ที่มา – ชงครม. 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส แจกคนละ 4,000 บาท 13 ล้านคน

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ!

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตกันอีกแล้ว เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากกระทรวงคมนาคม หลายคนคงกำลังรอคอยอยู่ว่าจะมีการช่วยเหลืออะไรบ้างในการเดินทางของเรา วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดที่น่าสนใจกันครับ

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพประชาชน ในการเดินทางทั้งระบบ

เมื่อวันที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิรพันธุ์วานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงคมนาคม และเริ่มปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ โดยมีข้าราชการและหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ท่านรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเร่งด่วนภายใน 4 เดือน ให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดโครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มที่ เพราะระบบเศรษฐกิจของประเทศต้องพึ่งพาการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ กระทรวงคมนาคมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งผลักดันโครงการต่างๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

นโยบายเร่งด่วน: ลดค่าครองชีพในการเดินทาง

สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ทุกคนจะได้เห็นภายใน 4 เดือนนี้ คือ นโยบายคมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ ที่จะดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ซึ่งอาจออกมาในรูปแบบของแพ็กเกจมาตรการลดค่าครองชีพด้านคมนาคมขนส่งอย่างครบวงจร

  • ค่ารถไฟฟ้า: อาจมีการขยายมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่เฉพาะแค่สายสีแดงและสายสีม่วง แต่อาจรวมถึงสายอื่นๆ ด้วย
  • ค่าทางด่วน: เตรียมพิจารณามาตรการลดค่าผ่านทางพิเศษหรือทางด่วน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ค่าโดยสาร: พิจารณาลดค่าโดยสารรถโดยสาร ขสมก. และค่าเรือโดยสาร

มาตรการเหล่านี้อยู่ระหว่างการหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี และจะมีการแถลงรายละเอียดร่วมกันในการแถลงนโยบายของรัฐบาล คาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมและมีการประกาศใช้อย่างชัดเจนภายในสองสัปดาห์หลังจากการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนต้องทำคืออดใจรอฟังข่าวดีที่จะประกาศออกมา และเตรียมตัวใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนทุกคน และเราหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างแท้จริง

เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกับนโยบายนี้? มาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ

ที่มา – “คมนาคม” เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพประชาชน ในการเดินทางทั้งระบบ

Scroll to top