ลอบยิง

คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนในคดี คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ โดยได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าควบคุมตัว 3 ผู้ต้องสงสัย ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงทหารพรานเสียชีวิต ที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำตัวไปสอบขยายผลเพิ่มเติม

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน มะกอเซ็ง บาโระสะนอ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ขณะที่กำลังลาพัก ซึ่งเป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการสืบสวนพบว่ามีผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย เข้าควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และอำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยสามารถเชิญตัวบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 ราย มาสอบสวน ได้แก่ นายอับดุลการิม (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี, นายเพาซัน (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และ นายมูลฮัมหมัดฟิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ซึ่งบุคคลทั้ง 3 ราย ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีในการให้ข้อมูล

ภายหลังจากการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายอับดุลการิม และนายเพาซัน ไปลงบันทึกการควบคุมตัวที่ สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ จากนั้นได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ก่อนที่จะเชิญตัวต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อทำการสอบสวนและซักถามข้อมูลเพิ่มเติม ในส่วนของ นายมูฮัมหมัดฟตรี นั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปลงบันทึกการควบคุมตัว ณ สถานีตำรวจภูธรรามัน ก่อนที่จะนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรามัน และเชิญตัวต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการขยายผลคดีต่อไป

คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาสิทธิของผู้ต้องสงสัยทุกราย โดยมีทนายความเข้าร่วมในการสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ โดยหากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความผิดเกี่ยวกับการสนับสนุนผู้กระทำผิด

ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังได้เตือนถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้กระทำการใดๆ ที่เป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้กระทำผิด

การดำเนินการ คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อสร้างความยุติธรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อให้ทราบถึงแรงจูงใจและผู้บงการ รวมถึงผู้ร่วมขบวนการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏ และนำผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย

ประชาชนในพื้นที่ต่างให้ความสนใจและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนในพื้นที่

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและสันติสุขอย่างยั่งยืน การแจ้งเบาะแสและการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเยียวยาจิตใจและสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม

การ คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ที่มา – คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

เปิดประวัติมือยิง ชาร์ลี เคิร์ก เป็นใคร ทำไมถึงก่อเหตุ

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวสายอนุรักษ์นิยม ถูกยิงเสียชีวิต ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า เปิดประวัติมือยิง ชาร์ลี เคิร์ก เป็นใคร ทำไมถึงก่อเหตุสะเทือนขวัญ คดีนี้ได้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเป็นอย่างมาก

ไทเลอร์ โรบินสัน วัย 22 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยยูทาห์วัลเลย์ เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา การจับกุมโรบินสันทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับแรงจูงใจและภูมิหลังของเขา

โรบินสันไม่ใช่คนที่ไม่ได้รับการศึกษา เขามีผลการเรียนดี สอบได้คะแนนสูงสุดติด 1% ของประเทศในการสอบ ACT และได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยยูทาห์สเตต แม่ของเขาเคยภูมิใจในความสำเร็จของลูกชายและโพสต์เรื่องนี้ลงบนเฟซบุ๊ก

ชีวิตของโรบินสันพลิกผันเมื่อเขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดียิง ชาร์ลี เคิร์ก การกระทำของเขาขัดแย้งกับภาพลักษณ์ของนักเรียนที่มีความสามารถที่เคยมีมา

แรงจูงใจในการก่อเหตุยังไม่ชัดเจน แต่ผู้ว่าการรัฐยูทาห์ สเปนเซอร์ ค็อกซ์ กล่าวว่าครอบครัวของโรบินสันให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหามีท่าทีไม่พอใจกับแนวคิดของเคิร์ก

เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนที่มีข้อความต่อต้านฟาสซิสต์ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับมุมมองทางการเมืองของโรบินสัน

ตามประวัติ โรบินสันไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน เขาเคยลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด

โรบินสันเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยยูทาห์สเตตหนึ่งภาคเรียน ก่อนที่จะย้ายไปเรียนต่อในหลักสูตรช่างไฟฟ้าที่วิทยาลัยเทคนิคดิกซี

โรบินสันอาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องชายอีก 2 คน พ่อของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับหินแกรนิต ส่วนแม่ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อนบ้านบอกว่าครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่น่ารักและเคยไปโบสถ์มอร์มอนด้วยกัน

เพื่อนร่วมโรงเรียนเก่าเล่าว่าโรบินสันเป็นคนเงียบ ๆ สนใจดนตรี และมักอยู่กับเพื่อนในวงดุริยางค์โรงเรียน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 33 ชั่วโมงในการตามล่าตัวผู้ก่อเหตุ มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย แต่ถูกปล่อยตัวไป จนกระทั่งเพื่อนครอบครัวโทรแจ้งตำรวจว่าโรบินสันพูดหรือแสดงท่าทีคล้ายยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือยิง

เจ้าหน้าที่จับกุมโรบินสันในคืนวันพฤหัสบดี เขาถูกคุมขังที่เรือนจำยูทาห์เคาน์ตี และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ทำไมต้อง เปิดประวัติมือยิง ชาร์ลี เคิร์ก เป็นใคร ทำไมถึงก่อเหตุสะเทือนขวัญ

เหตุผลที่ต้อง เปิดประวัติมือยิง ชาร์ลี เคิร์ก เป็นใคร ทำไมถึงก่อเหตุสะเทือนขวัญ ก็เพื่อทำความเข้าใจถึงเบื้องหลังและแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต.

เจาะลึก เปิดประวัติมือยิง ชาร์ลี เคิร์ก เป็นใคร ทำไมถึงก่อเหตุสะเทือนขวัญ

เมื่อเจาะลึกถึงประวัติของไทเลอร์ โรบินสัน ทำให้เห็นว่าเขาเคยเป็นเด็กหนุ่มที่มีอนาคตสดใส แต่มีบางอย่างที่ทำให้เขาตัดสินใจก่อเหตุร้ายแรงนี้ อาจมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่น ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง หรือปัญหาทางจิตใจที่ซ่อนอยู่

การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป เพื่อค้นหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

เปิดประวัติมือยิง ชาร์ลี เคิร์ก เป็นใคร ทำไมถึงก่อเหตุสะเทือนขวัญ กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญและเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ

ที่มา – เปิดประวัติมือยิง ชาร์ลี เคิร์ก เป็นใคร ทำไมถึงก่อเหตุสะเทือนขวัญ

ยูเครนช็อก! นักการเมืองดังถูกยิงดับที่ลวิฟ

เกิดเหตุการณ์สุดช็อกในยูเครน เมื่อ นักการเมืองคนดังถูกยิงดับกลางถนนในเมืองลวิฟ ทางตะวันตกของประเทศ สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันดรีย์ ปารูบีย์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรยูเครน เสียชีวิตจากการถูกยิงในเมืองลวิฟ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังระดมกำลังเพื่อตามล่าตัวผู้ก่อเหตุอย่างเต็มที่ เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าและความกังวลให้กับประชาชนชาวยูเครนเป็นอย่างมาก

ภาพจากวิดีโอที่ยังไม่ได้รับการยืนยันแสดงให้เห็นภาพมือปืนแต่งกายคล้ายพนักงานส่งพัสดุของบริษัท “โกลโว” สะพายกระเป๋าสีเหลือง เดินเข้าหานายปารูบีย์จากด้านหลังขณะที่เขากำลังเดินอยู่บนถนน ก่อนจะลงมือก่อเหตุและหลบหนีไป มีรายงานว่าคนร้ายใช้จักรยานไฟฟ้าในการหลบหนี ทำให้การติดตามตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก

นายปารูบีย์เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในการประท้วง “ยูโรไมเดน” ซึ่งเป็นการชุมนุมของผู้สนับสนุนการกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป การประท้วงครั้งนั้นนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลของนายวิกตอร์ ยานูโควิช เมื่อปี 2557 และเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่สงบในภาคตะวันออกของยูเครน หลายฝ่ายเชื่อว่าเหตุการณ์นี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิเศษภายใต้ชื่อรหัส “ไซเรน” เพื่อติดตามและจับกุมผู้ต้องสงสัย เขาเน้นย้ำว่าจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด รัฐบาลยูเครนให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นอย่างมากและต้องการให้ความยุติธรรมแก่ผู้เสียชีวิต

อัยการยูเครนเปิดเผยว่า มือปืนได้ยิงใส่นายปารูบีย์หลายนัด ทำให้เขาเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจยูเครนระบุว่า พบปลอกกระสุน 7 ปลอกในบริเวณเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเพื่อหาร่องรอยของคนร้าย

โฆษกของบริษัทโกลโวได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ทางบริษัทรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมากกับอาชญากรรมที่โหดร้ายนี้

ยูเครนช็อก! นักการเมืองดังถูกยิงดับที่ลวิฟ

สถานการณ์ในเมืองลวิฟขณะนี้ตึงเครียด ประชาชนต่างจับตามองความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้โดยเร็ว

การเสียชีวิตของนักการเมืองคนดังในยูเครนสร้างความสั่นสะเทือน

นักการเมืองคนดังถูกยิงดับกลางถนนในเมืองลวิฟ เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองของยูเครน หลายฝ่ายกำลังวิเคราะห์ถึงแรงจูงใจและผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักการเมืองและบุคคลสำคัญในยูเครน รวมถึงความสามารถของรัฐบาลในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ

การสืบสวนคดีนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำพยาน เพื่อหาเบาะแสที่จะนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด

ความสูญเสียครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ยูเครนต้องหันกลับมาทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ยูเครนช็อก! นักการเมืองดังถูกยิงดับที่ลวิฟ เป็นข่าวที่ทำให้คนทั่วโลกต่างจับตามอง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของยูเครนในสายตานานาชาติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ยูเครนกำลังเผชิญ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ยูเครนสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

การเสียชีวิตของนายปารูบีย์ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของยูเครน เขาเป็นนักการเมืองที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน การจากไปของเขาทำให้หลายคนรู้สึกเสียใจและอาลัยอาวรณ์

หวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้โดยเร็ว และนำความยุติธรรมมาสู่ครอบครัวและเพื่อนฝูงของผู้เสียชีวิต

เหตุการณ์ นักการเมืองคนดังถูกยิงดับกลางถนนในเมืองลวิฟ ครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ปลอดภัยและยุติธรรมมากขึ้น

ที่มา – ยูเครนช็อก นักการเมืองคนดังถูกยิงดับกลางถนนในเมืองลวิฟ

สลด! “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

ข่าวเศร้าสะเทือนวงการการเมืองโคลอมเบีย! มิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว อย่างน่าสลดใจ หลังจากถูกยิงขณะหาเสียงเมื่อสองเดือนก่อน

สลด! “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 หลังจากที่เขาถูกมือปืนวัยเพียง 15 ปี ยิงขณะปราศรัยหาเสียงในกรุงโบโกตา เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายอูริเบได้รับบาดเจ็บสาหัสและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจรอดชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นายอูริเบกำลังกล่าวปราศรัยหาเสียงต่อหน้าผู้สนับสนุนในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายอูริเบจำนวน 3 นัด โดย 2 นัดเข้าที่ศีรษะ และอีก 1 นัดเข้าที่ขา ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทันทีหลังเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

นางมาเรีย คลอเดีย ตาราโซนา ภรรยาของนายอูริเบ ได้ออกมาแถลงยืนยันการเสียชีวิตของสามี พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเขาที่มอบความรักและเป็นพ่อที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ ของพวกเขา การจากไปของนายอูริเบสร้างความเสียใจให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้สนับสนุนเป็นอย่างมาก

ย้อนรอยเหตุการณ์ก่อน “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลซานตา เฟ คลินิก ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับอาการของนายอูริเบว่า มีอาการเลือดออกในระบบประสาทส่วนกลาง และต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม หลังจากที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง ภรรยาของนายอูริเบได้ขอให้ประชาชนร่วมกันภาวนาให้สามีของเธอ ซึ่งทำให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกันเพื่อวางดอกไม้และแสดงการสนับสนุน

นายอูริเบเป็นนักการเมืองฝ่ายขวาที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร อย่างตรงไปตรงมา เขาดำรงตำแหน่ง สว.มาตั้งแต่ปี 2565 และได้ประกาศตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโคลอมเบียที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมปีหน้า การเสียชีวิตของเขาถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการการเมืองโคลอมเบีย

นายอูริเบมาจากครอบครัวนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในโคลอมเบีย เขามีความเชื่อมโยงกับพรรคเสรีนิยม โดยพ่อของเขาเป็นผู้นำสหภาพและนักธุรกิจ ส่วนแม่ของเขาเป็นนักข่าว ซึ่งถูกสังหารในปี 2531 หลังจากถูกแก๊งค้ายาเสพติดลักพาตัวไป

  • ประวัติโดยสังเขป: มิเกล อูริเบ
  • ดำรงตำแหน่ง สว. ตั้งแต่ปี 2565
  • เป็นตัวเก็งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
  • มาจากครอบครัวนักการเมืองชื่อดัง
  • ถูกยิงขณะหาเสียงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

การจากไปของ มิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญทางการเมือง และสร้างความโศกเศร้าให้กับประชาชนชาวโคลอมเบียเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรุนแรงทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ในบางประเทศ และความสำคัญของการสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

ที่มา – สลด “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว 2 เดือนหลังถูกยิงขณะหาเสียง

Scroll to top