ลักลอบข้ามแดน

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารต้องเผชิญกับอันตรายจากการปฏิบัติงาน กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ในขณะที่กำลังลงพื้นที่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างมาก

รายละเอียดเหตุการณ์ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานเหตุสะเทือนใจ โดย จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเหยียบกับระเบิดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สังกัด นปท.1 ส่งผลให้ข้อเท้าซ้ายขาดและได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บยังคงรู้สึกตัวดีและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • พื้นที่ปฏิบัติการ: บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
  • ความคืบหน้าการกู้ระเบิด: ดำเนินการไปแล้วกว่า 62,000 ตร.ม. คิดเป็น 76.73%
  • วัตถุระเบิดที่ตรวจพบ: พบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธรวม 489 รายการ

ภารกิจในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การทำงานท่ามกลางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัตถุอันตรายนั้นเป็นความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารกล้าที่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อส่วนรวม ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กำชับให้หน่วยต้นสังกัดดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการของ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ทางเราขอส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั่วประเทศมีความปลอดภัยในการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อให้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นพื้นที่ที่ปราศจากอันตรายจากกับระเบิดอย่างถาวรในอนาคต

ที่มา – กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน มทภ.1 กำชับดูแลเต็มที่

เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวสะเทือนใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและน่าใจหายเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานที่เสียสละเพื่อความปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่

สถานการณ์ระทึกเมื่อเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยจ่าสิบเอกอุดมศักดิ์ นึกมั่น เจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม นปท.1 ได้ปฏิบัติภารกิจสำรวจทางเทคนิคตามปกติ ก่อนจะพลาดเหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดอันตรายที่ยังคงตกค้างมาจากอดีต

รายละเอียดและอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่

จากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยข้อเท้าซ้ายขาดและมีบาดแผลฉกรรจ์จากสะเก็ดระเบิดตามแขนซ้าย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ในขณะนั้นผู้ประสบเหตุยังคงมีสติอยู่ ทีมงานจึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศอย่างเร่งด่วน โดยปัจจุบันอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ที่เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของภารกิจของเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้กล้า หลายคนอาจไม่ทราบว่างานเก็บกู้ทุ่นระเบิดนั้นมีความเสี่ยงสูงเพียงใด โดยเฉพาะ:

  • พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีวัตถุระเบิดที่มองเห็นได้ยากฝังอยู่
  • สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้การตรวจหาทำได้ยากขึ้น
  • การทำงานต้องใช้ความใจเย็นและความเชี่ยวชาญระดับสูง

เราทุกคนควรส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บหายป่วยโดยเร็ว และขอให้ทีมงานที่เหลือปฏิบัติภารกิจต่อไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะพื้นที่เหล่านี้หากยังไม่ได้รับการเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ย่อมเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไปเสมอ การเสียสละของพวกเขามีค่าต่อความปลอดภัยของส่วนรวมอย่างมหาศาล

ที่มา – เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ขาซ้ายขาด อาการสาหัส

แม่สายคุมเข้มชายแดนลำน้ำสาย ปมต่างด้าวลอบข้ามแดน

แม่สายคุมเข้มชายแดนลำน้ำสาย ปมต่างด้าวลอบข้ามแดน

กลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ภาพกลุ่มแรงงานต่างด้าวพยายามลักลอบข้ามแม่น้ำสายเพื่อเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ทำให้ภาครัฐต้องเร่งแม่สายคุมเข้มชายแดนลำน้ำสาย ปมต่างด้าวลอบข้ามแดน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามและเป็นการตัดวงจรขบวนการผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนำโดยนายอำเภอแม่สาย ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรแม่สาย ตัวแทนจากตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ลงพื้นที่ลาดตระเวนอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นไปที่จุดเสี่ยงอย่างชุมชนหัวฝายและชุมชนสายลมจอย ซึ่งมักถูกใช้เป็นเส้นทางหลักในการกระทำผิด การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสกัดกั้นผู้ลักลอบ แต่ยังเป็นการยืนยันว่าทางการไทยเอาจริงกับทุกกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง

เบื้องหลังขบวนการลักลอบข้ามพรมแดน

จากการตรวจสอบพบข้อพิรุธว่าพฤติการณ์ในคลิปมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งคาดการณ์กันว่าอาจมีคนไทยบางกลุ่มคอยให้การสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง เพื่อผลประโยชน์บางประการ ทำให้การแม่สายคุมเข้มชายแดนลำน้ำสาย ปมต่างด้าวลอบข้ามแดนในครั้งนี้ ต้องมีการขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากตรวจพบว่าใครมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ จะต้องได้รับการดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น

นอกเหนือจากการลาดตระเวน นายอำเภอยังได้สั่งการไปยังหน่วยงานท้องถิ่นและผู้นำชุมชนให้ร่วมเป็นหูเป็นตา โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:

  • เพิ่มความถี่ในการตรวจตราบริเวณแนวริมแม่น้ำสายตลอด 24 ชั่วโมง
  • ประสานความร่วมมือระหว่าง ชรบ. ในแต่ละหมู่บ้านเพื่อคอยแจ้งเบาะแสเหตุผิดปกติ
  • ตรวจสอบขบวนการคนไทยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนย้ายแรงงานเถื่อน
  • เพิ่มมาตรการคัดกรองบุคคลบริเวณจุดผ่านแดนปกติเพื่อป้องกันการเลี่ยงกฎหมาย

ท้ายที่สุด การทำงานของเจ้าหน้าที่ในการแม่สายคุมเข้มชายแดนลำน้ำสาย ปมต่างด้าวลอบข้ามแดนถือเป็นด่านหน้าสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เราในฐานะประชาชนคนไทยควรเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก และหากพบเห็นเหตุการณ์น่าสงสัย การแจ้งเบาะแสให้หน่วยงานภาครัฐทราบถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติไม่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของเราครับ

ที่มา – แม่สายคุมเข้มชายแดนลำน้ำสาย ปมต่างด้าวลอบข้ามแดน คาดมีคนไทยคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง

“อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน

ในสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาโต้กลับอย่างชัดเจน เกี่ยวกับคลิปเสียงที่อินฟลูเอ็นเซอร์กัมพูชาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งอ้างว่านายกฯ ไทยจะเปิดด่านการค้าหรือไม่? วันนี้เรามีรายละเอียดมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ตามหลัก SEO เพื่อให้คุณตามทันข่าวการเมืองและความมั่นคงชายแดน

“อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 (แก้จาก 2569 ในต้นฉบับ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์โต้คลิปเสียงดังกล่าวทันที โดยยืนยันว่า “อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน เพราะน้ำเสียงและการพูดไม่ใช่สไตล์ของตัวเองเลย “ผมพูดไม่เก่งแบบนั้น ขออย่าไปเชื่อ” นายกฯ กล่าว พร้อมตั้งคำถามกลับว่าทำไมวิธีการโจมตีถึงย่ำแย่ลงทุกวัน ไม่น่าเชื่อถือ และย้ำชัด ๆ ว่าไม่มีนโยบายเปิดด่านชายแดนเด็ดขาด

คลิปนี้ถูกอินฟลูเอ็นเซอร์กัมพูชานำมาโพสต์เพื่อสร้างกระแส โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญหาชายแดนร้อนระอุ หลังเกิดเหตุคนไทยถูกทหารกัมพูชาจับกุมขณะหาของป่า แต่ฝั่งไทยยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้ข้อมูลเท็จมาบิดเบือนนโยบายรัฐบาล

เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี ย้ำยกเลิก MOU 44

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สั่งห้ามเจรจาทวิภาคีไทย-กัมพูชา หลังไทยประกาศยกเลิก MOU 44 (บันทึกความเข้าใจปี 2544 เกี่ยวกับการร่วมสำรวจอ่าวไทย) นายอนุทินเมินท่าทีนี้ชัดเจน โดยชี้ว่าฝ่ายไทยยกเลิกฝ่ายเดียวได้ ไม่ต้องขออนุญาตใคร

ในที่ประชุมอาเซียนที่กรุงเซบู ฟิลิปปินส์ นายกฯ ไทยแจ้งนายกฯ กัมพูชาไปแล้ว และฝั่งกัมพูชารับทราบแต่แสดงความผิดหวัง พร้อมประกาศใช้กลไก Compulsory Conciliation ตาม UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) แต่ไทยยืนยันใช้กระบวนการ UNCLOS เช่นกัน และยังไม่กำหนดรูปแบบเจรจา เพราะไทยไม่ได้เดือดร้อนอะไร

MOU 44 เป็นประเด็นเก่าที่ไทยมองว่าไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องทับซ้อนพื้นที่ในอ่าวไทย การยกเลิกครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยและสร้างรั้วชายแดน

สำหรับคนไทยที่ถูกจับกุม นายอนุทินย้ำว่ามีการประสานงานแล้ว ในอดีตไทยเคยช่วยกัมพูชาส่งคนลอบข้ามแดนกลับ หากไม่กระทบความมั่นคง ดังนั้นหวังให้กัมพูชาทำเช่นเดียวกัน โดยย้ำว่าปัญหานี้เป็นเรื่องรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับประชาชน

ส่วนการสร้างรั้วชายแดน รัฐบาลจัดงบให้กองทัพแล้ว ทั้งกองทัพบก เรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุด ดำเนินการตามพื้นที่รับผิดชอบ รัฐบาลเห็นชอบรูปแบบและงบประมาณเรียบร้อย เพื่อป้องกันเหตุล้ำแดนในอนาคต

  • ประเด็นสำคัญ: คลิปเสียงเป็น AI ไม่จริง
  • ยกเลิก MOU 44 ฝ่ายไทยตัดสินใจเอง
  • ใช้ UNCLOS แก้ปัญหาทับซ้อนทะเล
  • สร้างรั้วชายแดน กองทัพรับผิดชอบ
  • ช่วยเหลือประชาชนข้ามแดนโดยไม่กระทบความมั่นคง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและผลประโยชน์ชาติ การที่นายกฯ อนุทินออกมาโต้อย่างเด็ดขาด แสดงถึงท่าทีแข็งกร้าวแต่มีเหตุผล ช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ความเห็นส่วนตัว: ในยุค AI ปลอมข้อมูลง่ายมาก ทุกคนควรตรวจสอบแหล่งข่าวให้ดีก่อนแชร์ เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง สถานการณ์นี้ไทยได้เปรียบเพราะยึดกฎหมายสากล

คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของ “อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ทราบข้อมูลจริง!

ที่มา – “อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี ย้ำแนวทางไทยยกเลิก MOU 44

สาวไทย หนีตายแก๊งคอลฯ ปอยเปต ปีนกำแพงชายแดนกลับไทย พลาดตกข้อเท้าหัก

เรื่องราวสุดสะเทือนใจของสาวไทย หนีตายแก๊งคอลฯ ปอยเปต ปีนกำแพงชายแดนกลับไทย พลาดตกข้อเท้าหัก กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้หลายคนตื่นตัวกับภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ วันนี้เราจะเล่าให้ฟังแบบละเอียด พร้อมบทเรียนที่ควรรู้เพื่อป้องกันตัวเอง

สาวไทย หนีตายแก๊งคอลฯ ปอยเปต ปีนกำแพงชายแดนกลับไทย พลาดตกข้อเท้าหัก

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569 เวลา 06.40 น. กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และร้อยทหารพรานที่ 1201 ได้รับแจ้งจากมูลนิธิกู้ภัยสว่างเที่ยงธรรมสถาน พบหญิงสาวบาดเจ็บหนักบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างจุดตรวจ อ.13-อ.14 บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

สาวไทยหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่รีบเข้าช่วยเหลือ พบ น.ส.พิมพร อายุ 28 ปี ชาวตราด สภาพข้อเท้าขวาหัก ไร้หนังสือเดินทาง ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่ง รพ.อรัญประเทศ ใส่เฝือก แล้วกลับ รพ.เปาโล กรุงเทพฯ ตามที่เธอขอ

เส้นทางหลอกลวงสู่ขุมนรกปอยเปต

จากการสอบสวน สาวไทย หนีตายแก๊งคอลฯ ปอยเปต เล่าว่า เธอสมัครงานผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก อ้างเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ทำงานจากบ้าน นำบัญชีธนาคารไปรับเงินเดือน แต่ถูกหลอกพาไปอรัญประเทศ แล้วลักพาข้ามไปปอยเปต กัมพูชา บังคับสแกนหน้าแอปธนาคาร ทำงานบัญชีม้าให้มิจฉาชีพ

ภาพเหตุการณ์ช่วยเหลือ

ปลายเมษายน กัมพูชากวาดล้างแรงงานต่างชาติ เธอหนีไปพักญาติ แต่ไร้เงินจ้างพา ขอเส้นทางจากชาวบ้าน เดินลัดช่องทางธรรมชาติ ปีนกำแพงเช้ามืด 9 พ.ค. แต่พลาดตก ข้อเท้าหัก โทรขอช่วยจากกู้ภัย ทหารพรานช่วยทัน

กำแพงชายแดน

ภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปอยเปตที่ต้องระวัง

ปอยเปตกลายเป็นแหล่งรวมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกคนไทยด้วยงานรายได้ดี แต่จริงๆ บังคับทำงานผิดกฎหมาย สูญเสียอิสรภาพ

  • สัญญาณอันตราย: งานเฟซบุ๊กไม่ชัดเจน เงินเดือนสูงเกินจริง ขอสมุดบัญชี
  • วิธีหลีกเลี่ยง: ตรวจสอบนายจ้าง สอบถามรายละเอียด อย่าไปคนเดียว
  • หากถูกหลอก: ติดต่อสถานทูตหรือตำรวจท้องถิ่น หาพันธมิตรช่วย

เจ้าหน้าที่ส่งตัว น.ส.พิมพร ให้ สภ.คลองลึก ดำเนินคดี ขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจ อย่าเห็นแก่เงินง่ายๆ ตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ สมัครงานต้องผ่านช่องทางน่าเชื่อถือ หากมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน แชร์มาในคอมเมนต์เพื่อเตือนกันนะครับ

ที่มา – สาวไทย หนีตายแก๊งคอลฯ ปอยเปต ปีนกำแพงชายแดนกลับไทย พลาดตกข้อเท้าหัก

คุมเข้ม “คลองพรมโหด” จุดเสี่ยงลอบข้ามแดน

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจข่าวสารชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้เรามาพูดถึงเรื่อง คุมเข้ม “คลองพรมโหด” จุดเสี่ยงลอบข้ามแดน หลังกัมพูชา กวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์จีนเทาในปอยเปต กันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ สถานการณ์ล่าสุดที่จังหวัดสระแก้วกำลังร้อนระอุ เพราะทางการกัมพูชาเริ่มบูรณาการกวาดล้างขบวนการคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์จีนเทาอย่างหนักในพื้นที่ปอยเปต ส่งผลให้พวกอันตรายเหล่านี้อาจพยายามหลบหนีมาทางฝั่งไทย โดยเฉพาะจุดเสี่ยงอย่างคลองพรมโหดที่เคยเป็นช่องทางลับมาแล้วหลายครั้ง

คุมเข้ม “คลองพรมโหด” จุดเสี่ยงลอบข้ามแดน หลังกัมพูชา กวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์จีนเทาในปอยเปต

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 (แก้ปีให้ถูกต้องจากเนื้อหา) ทหารพรานที่ 1203 จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 ได้เพิ่มกำลังลาดตระเวนแบบเข้มข้น โดยเฉพาะบริเวณบ้านโคกสะแบง จังหวัดสระแก้ว คลองพรมโหดที่นี่เป็นลำคลองธรรมชาติที่กั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา มีบ้านเรือนประชาชนตั้งเรียงรายหนาแน่น ทำให้เป็นจุดอ่อนที่คนร้ายอาจใช้ลอบข้ามได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะว่ายน้ำ ข้ามเรือ หรือช่วงกลางคืนฝนตกพรำๆ

จากข้อมูลในอดีต พื้นที่นี้เคยถูกใช้ลักลอบเข้าเมืองทั้งชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะแก๊งสแกมที่กำลังถูกกวาดในปอยเปต ปอยเปตเป็นเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยคาสิโนและกิจกรรมสีเทา แก๊งจีนเทาเหล่านี้มักหลอกลวงคนไทยผ่านโทรศัพท์ หลอกลงทุน หลอกรักออนไลน์ สร้างความเสียหายมหาศาลให้ประชาชน การที่กัมพูชาเริ่มเคลียร์พื้นที่จึงทำให้พวกมันต้องหาทางหนี และ คลองพรมโหด กลายเป็นเป้าหมายหลัก

มาตรการคุมเข้ม “คลองพรมโหด” จุดเสี่ยงลอบข้ามแดน

ทหารพรานไม่ได้นิ่งนอนใจครับ พวกเขาเดินเท้าลาดตระเวนต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน บูรณาการกับหน่วยความมั่นคงอื่นๆ ในพื้นที่ เพิ่มความถี่การตรวจสอบ นอกจากนี้ยังลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน สร้างเครือข่ายตาข่ายประชาชน ขอให้ช่วยเป็นหูเป็นตา ถ้าพบคนแปลกหน้าพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น กลุ่มคนจีนเดินตัวปลิวตอนดึก หรือมีเรือลอยมาจากฝั่งกัมพูชา รีบแจ้งทหารพรานทันที

  • ลาดตระเวนเดินเท้าตามแนวคลองทุกวัน
  • เฝ้าระวังจุดเสี่ยงที่มีบ้านเรือนหนาแน่น
  • ขอความร่วมมือจากชาวบ้านบ้านโคกสะแบง
  • บูรณาการกับตำรวจตระเวนชายแดนและหน่วยอื่นๆ
  • ติดตามสถานการณ์จากฝั่งกัมพูชาแบบเรียลไทม์

ทำไมคลองพรมโหดถึงเสี่ยงขนาดนี้? เพราะน้ำตื้นในบางช่วง ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ข้ามได้ แถมชุมชนแออัดทำให้ซ่อนตัวง่าย แต่ด้วยมาตรการ คุมเข้ม “คลองพรมโหด” จุดเสี่ยงลอบข้ามแดน หลังกัมพูชา กวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์จีนเทาในปอยเปต ครั้งนี้ คาดว่าพวกมันจะข้ามมาได้ยากขึ้นมาก

นอกจากนี้ แก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ไม่ใช่แค่หลอกเงิน แต่บางกลุ่มมีโครงข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือค้ามนุษย์ด้วย การป้องกันชายแดนจึงสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของไทย เราเคยเห็นกรณีคล้ายๆ กันในปีก่อนๆ ที่สระแก้วต้องรับมือชาวต่างด้าวลักลอบเข้าเพราะปัญหาฝั่งเพื่อนบ้าน

ทหารพรานลาดตระเวนคลองพรมโหด จุดเสี่ยงลอบข้ามแดน

ในมุมมองผม การกระทำของทหารพรานครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการป้องกันเชิงรุก ไม่รอให้ปัญหามาถึงค่อยแก้ ช่วยลดความเสี่ยงให้ชาวสระแก้วและคนไทยทั้งประเทศ ถ้าทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา กัมพูชาก็ช่วยกันกวาดล้าง ชายแดนเราจะปลอดภัยยิ่งขึ้น

คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? ถ้ามีเบาะแสหรือเห็นอะไรน่าสงสัยในพื้นที่ชายแดน อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่นะครับ ติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ด้วยการระวังตัวจากสแกมเสมอ!

ที่มา – คุมเข้ม “คลองพรมโหด” จุดเสี่ยงลอบข้ามแดน หลังกัมพูชา กวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์จีนเทาในปอยเปต

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า ตะคริวกิน!


นาทีชีวิต! ทหารพรานช่วยเหลือหนุ่มวัย 23 ปี เป็นตะคริวกลางคลองพรหมโหด ขณะลักลอบหนีกลับไทย หลังไปทำงานที่กัมพูชาแล้วเข้าไปพัวพันกับบัญชีม้าจนถูกอายัด

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.30 น. กองกำลังบูรพา, ฉก.อรัญประเทศ, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 (ร้อย.ทพ.1304), ร.2 พัน 1 ได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชีวิตคนไทยจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ขณะพยายามลักลอบข้ามแดนมาจากฝั่งกัมพูชา โดยชายคนดังกล่าวเกิดอาการตะคริวและกำลังจะจมน้ำในคลองพรหมโหด

ชุดลาดตระเวน (ลว.) ที่กำลังเดินเท้าอยู่บริเวณหลังวัดโคกสะแบง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากลำคลอง จึงรีบเข้าไปตรวจสอบและพบชายคนหนึ่งกำลังพยายามข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากว่ายน้ำไม่แข็ง ประกอบกับกระแสน้ำค่อนข้างแรง ทำให้เขาเกิดอาการตะคริวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า

เจ้าหน้าที่ชุด ลว. ไม่รีรอ ตัดสินใจเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยว่ายน้ำนำเสื้อชูชีพไปให้ชายคนดังกล่าวกลางคลอง ทำให้สามารถช่วยเหลือเขาขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ทหารพรานช่วยเหลือ

จากการสอบสวน ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือ นายวรเทพ อายุ 23 ปี เป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ เขาให้การว่าเพิ่งหลบหนีกลับมาจากฝั่งกัมพูชา หลังจากเดินทางข้ามไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เพื่อทำงานเป็น “บัญชีม้า” โดยเปิดบัญชีม้าจำนวน 4 บัญชี เพื่อใช้ในการสแกนหน้าและโอนเงิน แลกกับค่าตอบแทนเดือนละ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำงานไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2568 บัญชีทั้งหมดก็ถูกอายัด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เขาจึงติดต่อผู้จัดหางานให้ช่วยพาหลบหนีกลับประเทศไทยเพื่อกลับภูมิลำเนา แต่กลับมาประสบเหตุเป็นตะคริวในคลองเสียก่อน งานนี้ได้ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าไว้ได้ทัน

บัญชีม้า

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายวรเทพ ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายต่อไป

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า ตะคริวกิน!

อุทาหรณ์! อย่าหลงเชื่อทำงานผิดกฎหมาย

เรื่องราวของนายวรเทพถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆ คนที่กำลังมองหางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ดูเหมือนจะง่าย ได้เงินเร็ว แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเสี่ยงและผิดกฎหมาย การเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “บัญชีม้า” ไม่เพียงแต่จะทำให้เสียเงิน เสียเวลา แต่ยังอาจต้องเผชิญกับโทษทางกฎหมายอีกด้วย

การทำงานอย่างสุจริต แม้จะยากลำบากกว่า แต่ก็เป็นหนทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าเสมอ

ผลกระทบจากบัญชีม้า

ปัญหาบัญชีม้าส่งผลกระทบวงกว้างต่อสังคมและเศรษฐกิจ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงออนไลน์มีมูลค่ามหาศาล การมีส่วนร่วมในขบวนการเหล่านี้ ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นและสร้างความเสียหายต่อภาพรวมของประเทศ

ทหารพรานกับการช่วยเหลือประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเสียสละของทหารพรานในการช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ ทำให้สามารถช่วยชีวิตนายวรเทพไว้ได้ทันเวลา

การช่วยเหลือทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือชีวิตคนหนึ่ง แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชนอีกด้วย

หลายครั้งที่ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าและคนอื่นๆในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำงานใดๆ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ปรึกษาผู้รู้ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์

ที่มา – ทหารพรานโดดช่วย “หนุ่มบัญชีม้า” วัย 23 ตะคริวกินหวิดจมน้ำดับขณะลอบหนีกลับไทย

รวบ 13 คนไทย ลักลอบข้ามแดน อ้างถูกหลอกไปกัมพูชา

เจ้าหน้าที่รวบ 13 คนไทย กำลังจะลักลอบข้ามแดน อ้างเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ถูกหลอกไปทำงานกัมพูชา ขณะที่ผู้นำทางอาศัยความชุลมุนหลบหนี

วันที่ 18 กันยายน 2568 พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา พร้อมด้วย พ.อ.เมธี คำเต็ม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้นำกำลังหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ออกสกัดจับ 13 คนไทย (ชาย 8 คน, หญิง 5 คน) ขณะกำลังเดินเท้าอยู่ในไร่อ้อยริมชายแดน ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มุ่งหน้าจะลักลอบข้ามพรมแดนช่องทางธรรมชาติออกไปประเทศกัมพูชา พร้อมผู้นำพาชาวกัมพูชา 3 คน

แต่ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้น ผู้นำพาซึ่งเป็นชาวกัมพูชาทั้ง 3 คนได้อาศัยความชุลมุนในไร่อ้อยแยกย้ายกันวิ่งหลบหนีเข้าไปในไร่อ้อยแล้ววิ่งหนีข้ามพรมแดนออกไปฝั่งกัมพูชาได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวคนไทยทั้ง 13 คน มาซักถามที่ กองร้อยทหารพรานที่ 1206 ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

จากการซักถามเบื้องต้น กลุ่มคนไทยทั้งหมดให้การว่า ได้รับการชักชวนให้ไปทำงานที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผ่านแอปพลิเคชัน LINE และ Facebook โดยผู้จัดหางานอ้างว่า จะได้เงินเดือนสูงถึง 8,000-12,000 บาท และไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ทำให้พวกตนหลงเชื่อ เนื่องจากต้องการหางานทำเพื่อมีรายได้

จากนั้นพวกตนได้เดินทางมาถึง จ.สระแก้ว ได้มีคนไทยขับรถยนต์มารับไปพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าที่ไหนก่อนจะถูกพาตัวมายังชายแดน จากนั้นได้มีชายชาวกัมพูชา 3 คน มารับช่วงต่อ แล้วนำพาเดินเท้าเพื่อข้ามแดนตามเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งทุกคนยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่าจะต้องเดินทางไปทำงานถึงต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่คาดว่ากลุ่มคนไทยทั้งหมดอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ โดยอาศัยสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจและไม่มีงานทำเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงไปทำงานแบบผิดกฎหมายในฝั่งกัมพูชา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนไทยทั้ง 13 คนไปส่งมอบให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและสอบสวนขยายผลหาขบวนการหลอกลวงรายนี้ต่อไป.

รวบ 13 คนไทย กำลังลักลอบข้ามแดน อ้างเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ถูกหลอกไปกัมพูชา

สถานการณ์การหลอกลวงคนไทยไปทำงานต่างประเทศยังคงมีอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบตัว รวบ 13 คนไทย กำลังลักลอบข้ามแดน อ้างเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ถูกหลอกไปกัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าใจและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ความเสี่ยงของการลักลอบข้ามแดน

การลักลอบข้ามแดนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และมีความเสี่ยงมากมายที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการถูกหลอกลวง การถูกทำร้าย หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิต ดังนั้นการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

  • การตรวจสอบข้อมูลบริษัทจัดหางาน: ก่อนตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ควรตรวจสอบข้อมูลบริษัทจัดหางานให้ละเอียดถี่ถ้วน ว่ามีความน่าเชื่อถือและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่
  • การทำสัญญาจ้างงาน: ควรทำสัญญาจ้างงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าจ้าง สวัสดิการ และเงื่อนไขการทำงานต่างๆ อย่างชัดเจน
  • การแจ้งข้อมูลแก่สถานทูต: แจ้งข้อมูลการเดินทางและที่อยู่ให้สถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ ทราบ เพื่อขอความช่วยเหลือหากเกิดปัญหา

การที่ รวบ 13 คนไทย กำลังลักลอบข้ามแดน อ้างเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ถูกหลอกไปกัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยของการหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ และวิธีการป้องกันตนเองจากภัยดังกล่าว ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง

หากคุณกำลังพิจารณาที่จะไปทำงานต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ และเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

เรื่องราวของ รวบ 13 คนไทย กำลังลักลอบข้ามแดน อ้างเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ถูกหลอกไปกัมพูชา เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญ ที่เตือนใจให้เราทุกคนต้องระมัดระวัง และตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจใดๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวง

ที่มา – รวบ 13 คนไทย กำลังลักลอบข้ามแดน อ้างเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ถูกหลอกไปกัมพูชา

Scroll to top