ลิซ่า

เริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า

เริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า

เทศกาลประเพณีที่หลายคนรอคอยกลับมาอีกครั้งแล้วครับ สำหรับเริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศปีนี้บอกเลยว่าคึกคักสุดๆ เพราะนอกจากจะมีการรวมตัวของวัดดังถึง 5 แห่ง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทางพุทธศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมผ่านต้นเทียนอันวิจิตรตระการตาแล้ว ยังมีไฮไลท์เด็ดที่ทำเอาโซเชียลฮือฮามากครับ

พบกับความอลังการของขบวนแห่เทียนพรรษาโคราชปี 2569

สำหรับเริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า ในปีนี้ ทางเทศบาลตำบลโชคชัยได้จัดเตรียมความพร้อมไว้อย่างสวยงาม โดยขบวนจากวัดบิง วัดนอก วัดใน วัดใหม่สระประทุม และวัดโบสถ์คงคาล้อม ได้เคลื่อนขบวนออกมารวมตัวกันที่สนามหน้าเทศบาล เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด ซึ่งไม่ใช่แค่ความวิจิตรของลายเทียนเท่านั้น แต่ยังมีจุดที่เรียกเสียงฮือฮาและสร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้เลยคือการแกะสลักเทียนเป็นรูปนางฟ้าและนางจำแลงที่มีใบหน้าถอดแบบมาจาก “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ศิลปินสาวชื่อดังระดับโลก จัดวางอยู่ในขบวนเทียนถึง 7 จุด ซึ่งความประณีตของช่างฝีมือชาวโคราชนั้นยอดเยี่ยมมาก จนทำให้ใครที่ผ่านไปมาต้องขอแวะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันทุกคน

สิ่งที่น่าสนใจในงานแห่เทียนปีนี้:

  • การผสมผสานพุทธประวัติเข้ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
  • ประติมากรรมเทียนรูปนางฟ้าลิซ่าที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ
  • บรรยากาศความร่วมมือของชุมชน 5 คุ้มวัดชื่อดังอำเภอโชคชัย

หากคุณกำลังมองหาทริปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้ทั้งบุญและภาพสวยๆ ขอบอกเลยว่าเริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า เป็นงานที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด เพราะหลังจากนี้ขบวนเทียนทั้งหมดจะเคลื่อนไปร่วมงานใหญ่ที่เทศบาลนครนครราชสีมาต่อ หากใครอยู่ที่โคราชหรือใกล้เคียง ช่วงวันหยุดนี้แนะนำให้รีบไปชมความสวยงามของต้นเทียนฝีมือช่างไทยด้วยตากันสักครั้ง รับรองว่าคุณจะหลงรักเสน่ห์ของการแห่เทียนพรรษาอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว “ขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช” นักท่องเที่ยวแห่ชมความสวยงาม “นางฟ้าลิซ่า”

ลิซ่า จี้รัฐบาลเลิกวัฒนธรรมหนีปัญหา คดีรองซีฟู้ดภูเก็ต

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อและสังคมออนไลน์ทันที เมื่อ “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีการย้าย “ฟ้าผ่า” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รวมถึงรองผู้ว่าฯ อีก 2 ท่าน ที่ถูกสังคมตั้งฉายาว่าเป็น “กลุ่มรองซีฟู้ด” หลังจากเกิดเหตุการณ์แชตหลุดอันอื้อฉาวที่สร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ

ลิซ่า จี้รัฐบาลเลิกวัฒนธรรมหนีปัญหา คดีรองซีฟู้ดภูเก็ต

การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในครั้งนี้ถูกมองว่าไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เป็นเพียงการแสดงละครวัดพลังอำนาจเท่านั้น ซึ่งลิซ่าได้เน้นย้ำชัดเจนว่า “ลิซ่า จี้รัฐบาลเลิกวัฒนธรรมหนีปัญหา คดีรองซีฟู้ดภูเก็ต” เพราะการย้ายข้าราชการไปมาระหว่างจังหวัดไม่ได้ทำให้ระบบอุปถัมภ์หรือการเรียกรับผลประโยชน์หมดไป แต่เป็นการผลักภาระให้ประชาชนในพื้นที่อื่นต้องมาเผชิญกับปัญหาเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เบื้องลึกเส้นสายใหญ่คับจังหวัด

ข้อมูลจากกรรมาธิการชี้ให้เห็นว่ามีหลักฐานเด่นชัดเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2566 ถึงกระนั้น รัฐบาลกลับเพิ่งจะตื่นตัวในตอนนี้ คำถามที่สังคมอยากรู้ที่สุดคือ ใครกันแน่ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและคอยหนุนหลัง “กลุ่มรองซีฟู้ด” ให้คงความยิ่งใหญ่และไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ยังออกมายอมรับว่าไม่ทราบเรื่อง

  • รัฐบาลต้องจริงใจในการสืบสวนหาตัวผู้บงการ
  • การย้ายตำแหน่งไม่ใช่คำตอบของการปราบปรามมาเฟีย
  • ความโปร่งใสคือสิ่งที่ประชาชนต้องการคำตอบ

ในสัปดาห์นี้ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ จะเดินหน้าเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่ กกต. เข้าชี้แจงถึงกรณีการแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐ นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ว่ารัฐบาลชุดนี้เอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตหรือไม่ ไม่ใช่แค่การเล่นเกมย้ายคนไปมาเพื่อลดกระแสสังคมเพียงชั่วคราว

ท้ายที่สุดนี้ สังคมไทยคงไม่ยอมรับวัฒนธรรม “เวียนเด้ง” 77 จังหวัดอีกต่อไป หากรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าความมั่งคั่งของกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้มีที่มาอย่างไร และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยให้ท้าย การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้โรคร้ายกัดกินระบบราชการไทยต่อไปเรื่อยๆ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะต้อง “ผ่าตัด” ใหญ่ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวผู้เล่นในสนามเดิม

ที่มา – “ลิซ่า” จี้รัฐบาลเลิกวัฒนธรรมหนีปัญหา ชี้คดี “รองซีฟู้ดภูเก็ต” เส้นใหญ่รับส่วยตั้งแต่ปี 66

“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เฟคนิวส์น้ำท่วม

ดราม่าการเมืองไทยร้อนฉ่าไม่หยุดหย่อน ล่าสุดมีประเด็น“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป ที่กลายเป็นหัวข้อฮือฮาในโซเชียลมีเดีย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลิซ่า” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโต้กลับแบบจัดเต็มต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากที่นายกฯ หยิบเรื่องเก่าเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่มาว่าเธอสร้างภาพลับๆ ล่อๆ เพื่อให้ดูเหมือนลงพื้นที่จริง

“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 11 เมษายน 2567 ระหว่างการอภิปรายสรุปปิดแถลงนโยบายรัฐบาล นายอนุทินได้พูดถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ โดยยกตัวอย่างตัวเองว่าลุยน้ำจริง ไม่ใช่แค่น้ำท่วมหัวเข่าแล้วย่อตัวลงไปสร้างภาพ แต่กลับโยงไปถึงดราม่าเก่าของ “ลิซ่า” ที่ถูกกล่าวหาว่าใส่ชูชีพแล้วย่อเข่าถ่ายรูปในช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ ทำให้ดูเหมือนน้ำท่วมหนัก ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นแค่เฟคนิวส์ที่ถูกพิสูจน์แล้ว

“ยกเรื่องอะไรมาตอบโต้ไม่ว่า แต่นายกฯ ยกเอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่หาว่าดิฉันใส่ชูชีพแล้วย่อเข่าถ่ายรูปมาตอบ เรื่องนี้เป็นดราม่าและเฟคนิวส์ที่ถูกสร้างมาโจมตีดิฉัน ทั้งที่เรื่องนี้มีการพิสูจน์ความจริงไปแล้ว แทนที่จะเอาความสำเร็จที่ทำในช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ เอาแผนงานที่ทำมาฟาดหน้าดิฉัน แต่กลับเลือกเฟคนิวส์มาตอบ กระจอกจริงๆ!!!” นี่คือข้อความเด็ดจากโพสต์เฟซบุ๊กของลิซ่าที่กลายเป็นไวรัลทันที

ที่มาของดราม่าเฟคนิวส์น้ำท่วมหาดใหญ่

ย้อนกลับไปช่วงน้ำท่วมภาคใต้ครั้งใหญ่ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ลิซ่าในฐานะ ส.ส. ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด เธอสวมชูชีพลุยน้ำ ถ่ายภาพและคลิปเพื่อแสดงให้เห็นสถานการณ์จริง แต่ทันใดนั้นก็มีคลิปตัดต่อแพร่กระจายในโลกออนไลน์ หาว่าเธอย่อเข่าลงเพื่อให้ดูเหมือนน้ำท่วมถึงอก สร้างภาพหลอกลวงประชาชน

  • คลิปต้นทาง: ลิซ่าลุยน้ำจริง น้ำท่วมถึงเอว สวมชูชีพเพื่อความปลอดภัย
  • คลิปเฟค: ตัดเฉพาะตอนย่อตัว ใส่เสียงประกอบเพื่อให้ดูน่าขัน
  • การพิสูจน์: ลิซ่าโพสต์คลิปเต็มยาวหลายนาที แสดงจุดที่น้ำลึกจริง มีพยานบุคคลยืนยัน
  • ผลลัพธ์: เฟคนิวส์ถูกหักหลังมือ สร้างศัตรูทางการเมืองเพิ่ม

แม้จะเคลียร์แล้ว แต่เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในเวทีการอภิปรายใหญ่ ลิซ่าจึงไม่ยอม ซัดกลับว่าการกระทำแบบนี้คือ “กระจอกจริงๆ” เพราะแทนที่จะพูดถึงผลงานรัฐบาลหรือแผนฟื้นฟูที่ทำได้จริง กลับไปขุดเรื่องเก่ามาโจมตี

ปฏิกิริยาจากสังคมและนักการเมือง

โพสต์ของลิซ่าทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก นักการเมืองฝ่ายค้านหลายคนเข้าข้าง โดยมองว่านี่คือกลยุทธ์โจมตีส่วนตัวแทนการเมืองผลงาน บนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก แฮชแท็ก #ลิซ่าซัดอนุทิน #เฟคนิวส์น้ำท่วม ติดเทรนด์ทันที ผู้ใช้เน็ตส่วนใหญ่เห็นใจลิซ่า เพราะพิสูจน์แล้วว่าเธอทำงานจริงจัง

ด้านรัฐบาลยังไม่มีแถลงการณ์ตอบโต้ชัดเจน แต่แหล่งข่าวจากพรรครัฐบาลระบุว่านายกฯ อาจตั้งใจยกตัวอย่างเพื่อเน้นย้ำความจริงใจในการทำงาน อย่างไรก็ตาม การใช้เฟคนิวส์เก่าแบบนี้ถูกมองว่าเสี่ยงต่อภาพลักษณ์

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป ที่สะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทย คือการใช้ข้อมูลเท็จโจมตีคู่แข่ง แทนที่จะแข่งขันด้วยนโยบายและผลงานจริง ในยุคดิจิทัลที่เฟคนิวส์แพร่กระจายง่าย การเมืองควรมีจริยธรรมมากกว่านี้

จากประสบการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ลิซ่าได้ริเริ่มโครงการช่วยเหลือหลายอย่าง เช่น การตั้งจุดกระจายน้ำและเสบียง การประสานงานกับหน่วยทหารและอาสา รวมถึงการผลักดันงบประมาณฟื้นฟูท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลงานที่ควรถูกนำมาพูดถึงมากกว่าเรื่องย่อเข่า

สุดท้ายแล้ว ดราม่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่านักการเมืองทุกคนควรโฟกัสที่ประชาชน ไม่ใช่การโจมตีส่วนตัว คุณคิดเห็นอย่างไรกับ“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลจริงแพร่กระจาย!

บทเรียนสำคัญ: การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ต้องเลิกใช้เฟคนิวส์ มาแข่งกันด้วยผลงานจริงๆ ดีกว่า

ที่มา – “ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป

Scroll to top