ลูกฆ่าพ่อ

รวบลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ยังให้การวกวน

事件สะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่สมุทรสาคร เมื่อลูกชายคลั่งใช้มีดแทงพ่อแท้ๆ จนเสียชีวิต ล่าสุด รวบลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ยังให้การวกวน อ้างขอเงินซื้อเหล้าเพิ่มไม่ได้ แล้ว ตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนจับตัวได้อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมธรรมดา แต่สะท้อนปัญหายาเสพติด สุขภาพจิต และความขัดแย้งในครอบครัวที่รุนแรงมากๆ

รวบลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ยังให้การวกวน อ้างขอเงินซื้อเหล้าเพิ่มไม่ได้

จากกรณีที่นายกฤษดา อายุ 44 ปี ก่อเหตุสุดโหดด้วยการใช้มีดแทงนายเดือน พ่อของตัวเองวัย 69 ปี จนถึงแก่ความตาย ภายในบ้านพักในตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ก่อเหตุซิ่งรถจักรยานยนต์หลบหนีทันที แม่ของผู้ต้องหาเล่าว่าลูกชายมีประวัติป่วยทางจิตเวช เคยเสพยาเสพติดหนักมาก่อน แต่เลิกได้นานเกือบ 10 ปี ช่วงหลังกลับมาติดเหล้าขาวหนัก ดื่มแล้วชอบกำเริบ ขู่ฆ่าคนในบ้านและขู่ว่าจะเผาบ้าน ทะเลาะกับพ่อบ่อยครั้ง

แกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนรวบลูกคลั่งได้

ความคืบหน้าที่น่าติดตามคือ ทีมตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดแกะรอยผู้ก่อเหตุ หลังก่อเหตุเสร็จ ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ออกจากหมู่บ้าน เลี้ยวซ้ายไปทางเลียบคลอง ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งๆ ไม่ค่อยมีคนอยู่ จากนั้นกล้องในซอยเศรษฐกิจ 1 ซอย 3/1 จับภาพรถของเขาขี่เข้ามาด้วยความเร็วสูง แม้เส้นทางนั้นจะไปออกถนนใหญ่ได้ แต่เขากลับไม่ไปทางนั้น

เวลา 15.50 น. ผู้ร้ายเดินเท้าเข้าไปในร้านค้าหนึ่งในซอย สวมเสื้อยืดตัวเดิมที่เปื้อนเลือดเต็มไปหมด เขาเข้าไปขอซื้อน้ำเปล่า แม่ค้าสังเกตเห็นเลือดทันที รู้เลยว่าก่อเหตุร้ายมา พอเขาเดินออก ลูกค้าในร้านรีบโทรแจ้งตำรวจทันที ไม่กี่นาที ตำรวจตามไปจับกุมได้ห่างจากร้านแค่ 500 เมตร คุมตัวมาสอบสวนทันที

ระหว่างทาง ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเหตุการณ์ได้ไหม ผู้ต้องหายอมรับว่าจำได้หมด สาเหตุเพราะถูกพ่อดุบ่อย แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น เขาให้การวกวน อ้างว่าเพราะขอเงินพ่อซื้อเหล้าเพิ่มแต่ไม่ให้ เลยโมโหใช้มีดทำร้าย แถมยังเสพยาบ้ามา 1 เม็ดอีก ตำรวจจะสอบสวนขยายต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ปัญหายาเสพติดและเหล้า ตัวการร้ายในครอบครัว

เหตุการณ์ รวบลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ยังให้การวกวน อ้างขอเงินซื้อเหล้าเพิ่มไม่ได้ นี้ ทำให้เห็นชัดว่ายาเสพติดและเหล้าเป็นตัวจุดชนวนความรุนแรงในบ้านได้อย่างไร แม้ผู้ต้องหาจะเลิกยาได้นาน แต่การดื่มเหล้าบ่อยๆ ทำให้อาการกำเริบ ครอบครัวต้องเผชิญความเสี่ยงสูง ในสมุทรสาครและพื้นที่ใกล้เคียง ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง สถิติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดพุ่งสูงทุกปี

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแนะนำว่า ครอบครัวควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว การเสพติดแอลกอฮอล์หรือยา หากพบควรรีบปรึกษาแพทย์หรือศูนย์บำบัดทันที อย่ารอให้สายเกินแก้แบบคดีนี้ การสื่อสารในครอบครัวก็สำคัญ อย่าปล่อยให้ทะเลาะบ่อยๆ จนกลายเป็นจุดแตกหัก

  • สัญญาณเตือน: พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  • เสี่ยงสูง: เสพยาหรือเหล้าจนควบคุมไม่ได้
  • ทางแก้: ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีข่าวเกี่ยวข้อง เช่น ลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ก่อนซิ่ง จยย. หนี แม่เผยเพิ่งพาสามีไปทำบุญวันเกิด ที่เล่ารายละเอียดเพิ่มเติม

ในมุมมองของผม เหตุการณ์แบบนี้ป้องกันได้ถ้าครอบครัวตื่นตัวและขอความช่วยเหลือแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้ยาและเหล้าทำลายความสัมพันธ์ ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจคนอื่นๆ กันเถอะ!

ที่มา – รวบลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ยังให้การวกวน อ้างขอเงินซื้อเหล้าเพิ่มไม่ได้

ลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ก่อนซิ่ง จยย. หนี

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อ ลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ก่อนซิ่ง จยย. หนี แม่ผู้สูญเสียเผยว่า เพิ่งพาสามีไปทำบุญวันเกิดเมื่อวานก่อนหน้านี้ เรื่องราวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้หลายคนตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติดในครอบครัว

ลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ก่อนซิ่ง จยย. หนี เกิดอะไรขึ้นบ้าง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 ว่าที่ ร.ต.ต.ณัฎฐิภัทร นาคสังข์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายภายในบ้านพักหมู่ 13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่รีบรุดไปตรวจสอบพร้อมทีมแพทย์โรงพยาบาลมหาชัย 2 และเทศบาลนครอ้อมน้อย

ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตชื่อนายเดือน อายุ 69 ปี ถูกของมีคมแทงที่ลำตัว 3 แผล เลือดไหลนอง เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลทันทีก่อนนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ภายในบ้านชั้นสองห้องนอนมีคราบเลือดกระจายไปจนถึงบันไดและชั้นล่าง

ผู้ก่อเหตุคือลูกชายแท้ๆ

ผู้ก่อเหตุคือ นายกฤษดา อายุ 44 ปี ลูกชายของผู้ตาย หลังก่อเหตุแล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยไม่สวมเสื้อ มีเพียงเสื้อสีเขียวพันคอ นางแตงกวา อายุ 65 ปี ภรรยาของผู้ตายและแม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่าลูกชายมีอาการทางจิตเวช เคยเสพยาเสพติดแต่เลิกมาเกือบ 10 ปี มาระยะหลังติดเหล้าขาว สูญงานบ่อย และเมื่องานเหล้าก็ขาดสติ ทะเลาะกับครอบครัว โดยเฉพาะพ่อ แต่ไม่เคยลงมือทำร้ายจริงจัง

ที่ผ่านมา ลูกชายขู่ฆ่าหรือเผาบ้านบ่อยครั้ง ครอบครัวเคยเรียกตำรวจส่งโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลให้กลับหลังนอนคืนเดียว ทั้งที่ครอบครัวขอส่งไปสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ซึ่งมีประวัติรักษา แม่คอยให้ยาและระวังเงินไม่ให้ซื้อเหล้า เช้านี้ลูกขอเงิน 200 บาทซ่อมรถ แม่ให้ไป แต่พ่อโทรบอกว่าเอาไปซื้อเหล้า ทำให้แม่กังวล และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้น

เมื่อวานเพิ่งพาสามีทำบุญวันเกิดใส่บาตร วันนี้กลับถูกลูกแทงตาย แม่เชื่อว่าสามีหมดบุญแค่นี้ ลูกชายคนเล็กเล่าว่าพี่ชายอาละวาด ใช้ขวดเหล้าทำร้ายพ่อขณะกินข้าว ลูกเล็กช่วยไม่ทัน พี่ชายหันทำร้าย เลยล็อกตัวในห้อง พ่อหนีไม่ทันถูกแทงจุดสำคัญ ผู้ก่อเหตุออกหาเพื่อนบ้านแต่ไม่มีใครรับ เลยซิ่งหนี

เพื่อนบ้านและตำรวจชี้แจง

เพื่อนบ้านยอมรับว่าพ่อลูกคู่นี้ทะเลาะบ่อย จนชินชา วันนี้ได้ยินเสียงแต่ไม่สนใจ ผู้ตายเป็นคนดี ดูแลครอบครัว 4 คน ผู้ก่อเหตุดื่มเหล้าขาวแต่ไม่ทะเลาะกับภายนอก หลังก่อเหตุนุ่งกางเกงในมีเลือด เพื่อนบ้านกลัวไม่เปิดบ้าน เลยเปลี่ยนกางเกงขับหนี

พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน สั่งชุดสืบสวนไล่ล่า คาดจับได้เร็วเพราะไม่มีเสื้อผ้า เงิน หรือที่หลบภัยนอกจากจยย.

  • ปัญหาสุขภาพจิตในครอบครัวต้องได้รับการดูแลจริงจัง
  • การติดเหล้าและยาเสพติดนำพาความสูญเสีย
  • ระบบโรงพยาบาลควรมีมาตรฐานส่งต่อผู้ป่วยจิตเวช

เหตุการณ์ ลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ก่อนซิ่ง จยย. หนี สะท้อนปัญหาสังคมที่เราต้องช่วยกันแก้ไข หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการคล้ายนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมแบบนี้

สุดท้าย แม่ขอให้ตำรวจจับตัวมาให้ได้ และให้รับกรรมตามที่ก่อ เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าครอบครัวต้องสื่อสารและขอความช่วยเหลือแต่เนิ่นๆ

ที่มา – ลูกคลั่ง มีดแทงพ่อดับ ก่อนซิ่ง จยย. หนี แม่เผยเพิ่งพาสามีไปทำบุญวันเกิด

ลูกชายวัย 25 ป่วยจิตเวช แทงพ่อดับคาบ้านเช่า

เหตุการณ์สลดใจเกิดขึ้นเมื่อหนุ่มวัย 25 ปี ป่วยจิตเวช คลั่งแทงพ่อเสียชีวิตคาบ้านเช่า ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ลูกชายวัย 25 ป่วยจิตเวช คลั่งแทงพ่อเสียชีวิตคาบ้านเช่า

เมื่อเวลา 02.38 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พ.ต.ท.วิทยา ทองแดง สว.(สอบสวน) สน.บึงกุ่ม ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญว่ามีลูกชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดทำร้ายพ่อจนเสียชีวิตภายในบ้านเช่า ซ.เสรีไทย 38 แยก 2 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.วิทยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.บึงกุ่ม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านเช่า 2 ชั้น พบศพนายประเสริฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในห้องโถงชั้น 1 สภาพศพมีบาดแผลถูกแทงและฟันหลายแห่งบริเวณศีรษะ ใบหน้า และลำตัว จากการตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย และคราบเลือดเต็มพื้นห้อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธมีดพับยาวประมาณ 5 นิ้ว เปื้อนเลือด และมีดคัตเตอร์อีก 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายณัฐพล (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นลูกชายวัย 25 ป่วยจิตเวช คลั่งแทงพ่อเสียชีวิตคาบ้านเช่า โดยขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ นายณัฐพลอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่ง พูดจาวกวนไปมา และมีอาการยิ้มแย้มตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครจึงช่วยกันล็อกตัวใส่กุญแจมือ ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.บึงกุ่ม

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ได้รีบเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที และพบผู้บาดเจ็บนอนหายใจรวยรินจมกองเลือด จึงเร่งทำการปฐมพยาบาลและปั๊มหัวใจเป็นเวลานานประมาณ 30 นาที แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากเสียเลือดเป็นจำนวนมาก

การสอบสวนคดี ลูกชายวัย 25 ป่วยจิตเวช คลั่งแทงพ่อเสียชีวิตคาบ้านเช่า

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรอให้นายณัฐพล ผู้ก่อเหตุ มีอาการดีขึ้นก่อนทำการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์สลดในครั้งนี้ ส่วนศพของนายประเสริฐ ผู้เสียชีวิต ได้ส่งไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อให้ทำการชันสูตรพลิกศพ และจะมอบร่างให้ญาติเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

เหตุการณ์นี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางด้านสุขภาพจิต ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมควรให้ความสำคัญและตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นอีก

ปัญหาจิตเวชเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องการความเข้าใจและการดูแลอย่างเหมาะสมจากทั้งครอบครัวและสังคม การให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ป่วยจิตเวชอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

หากคุณพบเห็นบุคคลที่มีอาการทางจิตเวช ควรให้ความช่วยเหลือด้วยความเข้าใจและอดทน หลีกเลี่ยงการแสดงท่าทีรังเกียจหรือหวาดกลัว และควรแนะนำให้เข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การที่ลูกชายวัย 25 ป่วยจิตเวช คลั่งแทงพ่อเสียชีวิตคาบ้านเช่านี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและควรเป็นอุทาหรณ์ให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตและให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวชอย่างถูกต้อง

ที่มา – ลูกชายวัย 25 ป่วยจิตเวช คลั่งแทงพ่อเสียชีวิตคาบ้านเช่า

Scroll to top