ลําพูน

ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม

ข่าวดราม่าร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อ ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม ชื่อดังจากจังหวัดลำพูน หลังจากมีนักธุรกิจหนุ่มวัย 32 ปี ออกมาแฉผ่านเพจดัง “สายไหมต้องรอด” ว่าถูกหลอกทำพิธีแก้กรรม จนนำไปสู่การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ลูกศิษย์ของอาจารย์ยังคงยืนยันศรัทธาเต็มเปี่ยม และเตรียมจัดทีมทนายความเพื่อสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเต็มที่

ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม

จากรายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากนักธุรกิจหนุ่มที่ร้องขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าอาจารย์แก้กรรมรายนี้ชวนทำพิธีแก้กรรม เกลี้ยกล่อมให้ถอดเสื้อผ้า ก่อนจะเกิดการกระทำอนาจารและอมอวัยวะเพศชาย ผู้เสียหายนำเรื่องโพสต์ลงเพจสายไหมต้องรอด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านพักของอาจารย์ที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในช่วงค่ำวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 พบว่าประตูบ้านปิดสนิท อาจารย์ขึ้นพักผ่อนแล้ว แต่ยังมีลูกศิษย์แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย จากการสอบถามลูกศิษย์ ทราบว่าอาจารย์ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ตอนแรกอยากออกชี้แจงด้วยตัวเอง แต่ทนายความแนะนำให้งด เพื่อไม่ให้กระทบคดี และยืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคำกล่าวหา

ตามคำร้องของผู้เสียหาย อาจารย์บอกให้ทำพิธีแก้กรรม โดยให้ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ก่อนเกิดเหตุล่วงละเมิด ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าแม่ของตนอยู่หน้าห้อง และมีลูกศิษย์คอยดูแลอาจารย์ด้วย แต่เหตุการณ์นี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน

มุมมองจากลูกศิษย์ที่ยังศรัทธา

ลูกศิษย์หลายรายแสดงความไม่เชื่อในข้อกล่าวหา โดยตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของเรื่องราว เช่น

  • ผู้กล่าวหาอายุ 32 ปี มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ หากถูกกระทำจริง ทำไมไม่ร้องขอความช่วยเหลือ หรือผลักอาจารย์ที่อายุ 60 กว่าปีซึ่งไม่มีแรงมากนัก
  • ทำไมไม่โวยวายในขณะนั้น ทั้งที่แม่ผู้เสียหายอยู่หน้าห้อง และลูกศิษย์น่าจะอยู่ใกล้เคียง
  • อาจารย์มีชื่อเสียงด้านแก้กรรมมานาน ลูกศิษย์นับหมื่นทั่วประเทศ ไม่น่าจะเสี่ยงทำพฤติกรรมเช่นนี้

นอกจากนี้ ลูกศิษย์ยังเผยว่าอาจารย์จะเปิดรับพบลูกศิษย์ตามปกติในวันที่ 7 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 10.30-16.30 น. ไม่ได้หลบหนีไปไหน แสดงถึงความมั่นใจในความบริสุทธิ์

อาจารย์แก้กรรมรายนี้เป็นที่รู้จักในพื้นที่ลำพูนและใกล้เคียง ด้วยการทำพิธีกรรมแก้เคล็ด กรรมเก่า ด้วยวิธีการแปลกๆ เช่น การถอดเสื้อผ้าเพื่อไล่สิ่งชั่วร้าย ซึ่งลูกศิษย์เชื่อว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ ชื่อเสียงของอาจารย์แพร่กระจายผ่านปากต่อปากและโซเชียลมีเดีย ทำให้มีผู้ศรัทธามากมาย แต่กรณีนี้กลับกลายเป็นดราม่าที่จุดประเด็นถกเถียงเรื่องการแก้กรรมแบบไทยๆ กับกฎหมายสมัยใหม่

ในมุมกฎหมาย คดีอนาจารเป็นเรื่องร้ายแรง ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน หากเข้าสู่ศาล อาจารย์และทีมทนายจะมีโอกาสต่อสู้ โดยลูกศิษย์มั่นใจว่าความจริงจะปรากฏ กระแสโซเชียลมีเดียแบ่งฝ่ายชัดเจน บางคนเชื่อผู้เสียหาย บางคนปกป้องอาจารย์ โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่เคยได้รับการช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายๆ กันในอดีตของอาจารย์แก้กรรมหรือหมอธรรมที่ถูกกล่าวหา จนสุดท้ายบางคดีตัดสินว่าบิดเบือน ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้กล่าวหา

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายรอฟังคำตัดสินจากศาล อย่ารีบตัดสินจากข่าวลือเพียงฝ่ายเดียว หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับพิธีแก้กรรมหรือคดีลักษณะนี้ แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลกระจายสู่สาธารณะมากขึ้น

ที่มา – ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม เตรียมจัดทีมทนายสู้

“ตี๋ ภัทรพงษ์” แท็กทีมสู้ไฟป่า “ส้มสู้ไฟป่า”

ช่วงฤดูแล้งปีนี้ ภาคเหนือกำลังเผชิญปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 อีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างหนัก ล่าสุด ตี๋ ภัทรพงษ์ หรือนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้จัดการทีมส้มสู้ไฟป่า แท็กทีม สส.พรรคประชาชนจากจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เดินหน้าปฏิบัติการ ส้มสู้ไฟป่า season 2 อย่างเข้มข้น แม้สภาฯจะยังไม่เปิดประชุม แต่ทีมงานไม่รอช้า ลงพื้นที่ช่วยเหลือทันที

ตี๋ ภัทรพงษ์ นำทีมส้มสู้ไฟป่า season 2

ส้มสู้ไฟป่า

วันที่ 8 มีนาคม 2567 สส.ภาคเหนือพรรคประชาชน นำโดยตี๋ ภัทรพงษ์ ร่วมกับสส.ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล, พุธิตา ชัยอนันต์, วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก จากเชียงใหม่ และสส.ลำพูน เดินทางลงพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด, แม่ออน, สันทราย, สันป่าตอง, หางดง, แม่วาง จ.เชียงใหม่ และอำเภอเมือง, แม่ทา จ.ลำพูน เพื่อประสานงานดับไฟป่าและป้องกัน

ปฏิบัติการส้มสู้ไฟป่านี้ต่อยอดจาก “ก้าวไกลสู้ไฟป่า” และ season 1 เริ่ม season 2 ตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เน้นภารกิจหลักคือลาดตระเวนด้วยโดรนตรวจจับจุดความร้อน ดับไฟด้วยวิบากไฟฟ้าเข้าพื้นที่ลึก เครื่องฉีดน้ำ เครื่องเป่าลม และสร้างแนวกันไฟ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ทีมส้มสู้ไฟป่าใช้โดรนลาดตระเวน

ผลงานเด่นของปฏิบัติการส้มสู้ไฟป่า

ตั้งแต่เริ่ม season 2 จนถึงวันที่ 8 มีนาคม ทีมทำภารกิจได้น่าประทับใจ:

  • ดับไฟป่า 26 ภารกิจ ระยะทาง 40 กิโลเมตร
  • สร้างแนวกันไฟ 13 กิโลเมตร
  • บินโดรนลาดตระเวนกว่า 14 ชั่วโมง ระยะทาง 326 กิโลเมตร จาก 68 เที่ยวบิน

ตัวเลขเหล่านี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการลดแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 จากไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังในภาคเหนือทุกปี ส่งผลให้อากาศคุณภาพแย่ สุขภาพประชาชนเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ เศรษฐกิจท่องเที่ยวเสียหายหนัก

ดับไฟป่าด้วยวิบากไฟฟ้า ส้มสู้ไฟป่า

สาเหตุไฟป่าและแนวทางแก้ไข

ตี๋ ภัทรพงษ์ ระบุว่า ไฟป่ามีสาเหตุหลากหลาย ซึ่งทีมได้ศึกษาจากการลงพื้นที่:

  • จุดไฟเพื่อล่าสัตว์หรือหาของป่า
  • ไฟลุกลามจากพื้นที่เกษตรกรรม
  • ไฟข้ามแนวกันไฟเดิม
  • การจุดไฟโดยผู้ไม่ประสงค์ดี

เป้าหมายหลักคือลด PM2.5 สนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ขาดงบประมาณ และผลักดันนโยบายผ่านสภา พรรคประชาชนยึดหลัก “การทำงานฝ่ายนิติบัญญัติที่ดีต้องลงมือทำก่อน” เพื่อร่างกฎหมาย ตรวจสอบงบ และอภิปรายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเร่งรื้อฟื้นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดทันทีที่รัฐบาลใหม่จัดตั้ง

แนวกันไฟป่าโดยทีมส้มสู้ไฟป่า
สส.พรรคประชาชนลงพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน

จากประสบการณ์หลายปี ทีมมั่นใจว่าไฟป่าแก้ได้ถ้ารัฐบาลจริงจัง การใช้เทคโนโลยีอย่างโดรนและยานพาหนะไฟฟ้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการส้มสู้ไฟป่าคือตัวอย่างการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะต่อยอด สร้างอากาศสะอาดยั่งยืน ลองติดตามผลงานทีมส้มต่อไป และช่วยกันรณรงค์ไม่เผาในที่โล่งเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “ตี๋ ภัทรพงษ์” แท็กทีม สส. ภาคเหนือ พรรคประชาชน ปฏิบัติการ “ส้มสู้ไฟป่า”

Scroll to top