วัดโสธรวรารามวรวิหาร

“อ.เชน” พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

ในวันที่ 1 มกราคม 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าประทับใจขึ้นที่ อ.เชน พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความศรัทธาและกำลังใจจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา นายยศชนัน วงศ์สวัส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อ.เชน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ได้พาคณะผู้สมัคร ส.ส. เขตต่างๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “แปดริ้ว” ไปสักการะหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด เพื่อขอพรและเอาฤกษ์เอาชัยก่อนลงพื้นที่หาเสียง

“อ.เชน” พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

บรรยากาศที่วัดโสธรวรารามวรวิหารคึกคักไปด้วยประชาชนผู้ศรัทธาที่มารอต้อนรับคณะของอ.เชน ตั้งแต่หน้าประตูวัด ประชาชนจำนวนมากต่างพากันห้อมล้อม ขอถ่ายภาพเซลฟี่ และมอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองที่สดใส รวมถึงของดีประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ ข้าวหลาม และผลไม้สดๆ อื่นๆ อ.เชนเองก็ยิ้มแย้มแจกจ่ายความสุข พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้านที่มาร่วมทำบุญ และไม่พลาดที่จะขอคะแนนเสียงให้กับพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครของพรรคในพื้นที่

คณะที่ไปในครั้งนี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญของพรรค เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทราทั้ง 4 เขต ได้แก่ นางฐิติมา ฉายแสง, นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ, นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ และนายพิทักษ์ จารุสมบัติ ทุกคนต่างแต่งกายเรียบง่าย สุภาพเรียบร้อย สะท้อนถึงความใกล้ชิดกับประชาชน หลังจากไหว้หลวงพ่อโสธรเสร็จ คณะก็เตรียมตัวลงพื้นที่ช่วยหาเสียงต่อที่อำเภอพนมสารคามและอำเภอบางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของจังหวัด

เหตุผลที่เลือกไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฉะเชิงเทราและคนไทยทั่วไปให้ความเคารพนับถือ ชาวบ้านเล่าว่าพระองค์ปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภัยพิบัติและนำพาความสำเร็จมาสู่ผู้ที่มากราบไหว้ การที่ อ.เชน พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นในพลังแห่งศรัทธาและการผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการเมืองสมัยใหม่ ทำให้ภาพลักษณ์ของอ.เชนและทีมดูอบอุ่นและเข้าถึงใจชาวบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทราพรรคเพื่อไทย

  • นางฐิติมา ฉายแสง – เขต 1 ผู้สมัครสาวแกร่งพร้อมทำงานเพื่อประชาชน
  • นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ – เขต 2 นักพัฒนาท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์
  • นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ – เขต 3 ประสบการณ์ยาวนานในการรับใช้ชาวแปดริ้ว
  • นายพิทักษ์ จารุสมบัติ – เขต 4 สานต่อนโยบายเพื่อไทยให้เกิดผลจริง

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้กับทีมผู้สมัครเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยกำลังเร่งเครื่องหาเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีบทบาทสำคัญในฐานะฐานเสียงเก่าแก่ของพรรค การมาร่วมกันแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการใช้โอกาสปีใหม่เพื่อเชื่อมโยงกับจิตใจชาวบ้าน

นอกจากนี้ อ.เชนยังได้พูดคุยถึงนโยบายสำคัญของพรรค เช่น การแก้ปัญหาค่าครองชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนที่มาร่วม ชาวบ้านหลายคนบอกว่าดีใจที่ได้เห็นนักการเมืองที่ไม่ลืมศรัทธาและรากเหง้าท้องถิ่น กิจกรรม อ.เชน พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย จึงกลายเป็นข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้สนับสนุนทั่วประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยในยุคนี้ต้องการผู้นำที่เข้าใจหัวใจของประชาชน การเริ่มต้นด้วยการขอพรจากหลวงพ่อโสธรไม่ใช่แค่พิธี แต่เป็นการย้ำถึงค่านิยมไทยที่ผสมผสานศาสนากับการทำงานเพื่อสังคม หากคุณกำลังสนใจการเมืองท้องถิ่นหรืออยากติดตามพัฒนาการของพรรคเพื่อไทยในฉะเชิงเทรา ลองแวะมาอ่านบทความเพิ่มเติมในบล็อกของเรา หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – “อ.เชน” พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

ไฟไหม้ตลาดหน้าวัดโสธรฯ วอด 30 ร้าน

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจเมื่อเกิด ไฟไหม้กลางดึก ภายในตลาดขายของฝาก หน้าวัดโสธรฯ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้ร้านค้ากว่า 30 ร้านต้องเผชิญกับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งเข้าระงับเหตุ โดยพบว่ามีเตาแก๊สถูกเปิดทิ้งไว้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ แต่ยังต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.10 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้กลางดึก ภายในตลาดขายของฝาก หน้าวัดโสธรฯ จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อขอความช่วยเหลือในการระงับเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณกลางตลาด ซึ่งเป็นจุดที่ร้านค้าตั้งอยู่ติดกัน ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้ระดมรถดับเพลิงจำนวน 5 คัน เข้าทำการฉีดน้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์ และใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าร้านค้าที่อยู่ในบริเวณต้นเพลิง ได้รับความเสียหายทั้งหมดจำนวน 20 ร้าน และร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ก็ได้รับความเสียหายไปด้วยอีกกว่า 10 ร้าน รวมแล้วมีร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจาก ไฟไหม้กลางดึก ภายในตลาดขายของฝาก หน้าวัดโสธรฯ ในครั้งนี้ มากกว่า 30 ร้าน

ไฟไหม้กลางดึก ภายในตลาดขายของฝาก หน้าวัดโสธรฯ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ เล่าว่า ขณะที่เข้าไปดับเพลิงนั้น สันนิษฐานว่าต้นเพลิงน่าจะมาจากบริเวณกลางซอย โดยพบว่ามีเตาแก๊สที่มีหม้อวางอยู่ แต่ไม่ได้ปิดวาล์วถังแก๊ส ทำให้ไฟลุกไหม้ออกมาจากสายของถังแก๊ส เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดถังแก๊ส และฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกลาม ก่อนที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้

เบื้องต้น ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน และยังไม่ทราบว่าร้านค้าใดเป็นต้นเพลิงที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ (20 ตุลาคม) เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

เหตุการณ์ ไฟไหม้กลางดึก ภายในตลาดขายของฝาก หน้าวัดโสธรฯ ครั้งนี้ สร้างความเสียหายและความเสียใจให้กับผู้ประกอบการร้านค้าเป็นอย่างมาก การสูญเสียทรัพย์สินและแหล่งทำมาหากิน ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเริ่มต้นใหม่

ทางหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ทั้งในด้านการเงินทุน การฟื้นฟูร้านค้า และการให้คำปรึกษาแนะนำต่างๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัย การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและแก๊สอย่างสม่ำเสมอ การดูแลรักษาความสะอาด และการมีสติในการใช้ชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้

ที่มา – เพลิงไหม้กลางดึก ภายในตลาดขายของฝาก หน้าวัดโสธรฯ วอด 30 ร้าน

สุชาติ เร่งสางปม เจ้าอาวาสวัดโสธร จริงหรือ?

“สุชาติ ตันเจริญ” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี “เจ้าอาวาสวัดโสธร” ถูกร้องเรียนเรื่องพัวพันสีกาและเงินวัด เรื่องนี้จริงหรือไม่? พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาประชุมเพื่อติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพฤติกรรมของพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากที่มีหนังสือคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 294/2568 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดโสธร โดยให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

นายสุชาติ เปิดเผยว่า ตนเองยังคงปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะยังไม่มีการโปรดเกล้ารัฐมนตรีท่านใหม่ จึงอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 ในการสั่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป แม้ว่าจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม โดยจะมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีท่านใหม่มาติดตามเรื่องนี้ต่อ

หากการสอบสวนไม่เสร็จสิ้นในสมัยของตน ก็จะพยายามทำให้เรื่องทั้งหมดกระจ่างชัดในขณะที่ยังมีวาระอยู่ คาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้ เพราะตนเองเป็นคนแปดริ้ว หากมีเรื่องราวไม่ดีหรือข้อร้องเรียนต่างๆ เกิดขึ้น ก็อยากจะแก้ไขข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนสบายใจในการเดินทางมาไหว้หลวงพ่อโสธรต่อไป

เจ้าอาวาสวัดโสธร กับประเด็นร้อนที่ต้องจับตา

ประเด็นหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดโสธรมี 2 เรื่อง คือ เรื่องทรัพย์สิน และเรื่องความสัมพันธ์กับสีกา แต่ตนเองยังไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าอาวาสวัดโสธร และได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ในส่วนของประเด็นสีกานั้น เกิดจากการทะเลาะวิวาทของสีกา 2-3 คน จนมีข้อมูลรั่วไหลในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดการร้องเรียน แต่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง จึงได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เจ้าอาวาสวัดโสธร จะเป็นอย่างไร?

เรื่องราวของเจ้าอาวาสวัดโสธรที่ถูกกล่าวหา กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดจากคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งมีนายสุชาติ ตันเจริญ เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการ ก่อนที่จะส่งมอบงานให้รัฐมนตรีท่านใหม่เข้ามาสานต่อ ความโปร่งใสและความเป็นธรรมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการตรวจสอบครั้งนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดโสธรวรารามวรวิหาร รวมถึงชื่อเสียงของคณะสงฆ์

การตรวจสอบนี้ไม่เพียงแต่ต้องการหาข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวหาต่างๆ มีมูลความจริงหรือไม่ แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพุทธศาสนิกชนว่าทุกอย่างจะถูกดำเนินการอย่างถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะต้องมีการดำเนินการตามพระธรรมวินัยต่อไป

การที่นายสุชาติ ตันเจริญ ซึ่งเป็นคนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของวัดโสธร ซึ่งเป็นวัดสำคัญและเป็นที่เคารพศรัทธาของคนไทยทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม จนกว่าผลการตรวจสอบจะออกมา ประชาชนก็ควรที่จะใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสารต่างๆ และให้โอกาสคณะกรรมการได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้ความจริงปรากฏออกมาอย่างชัดเจน

ทางที่ดีที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง และไม่ตกเป็นเหยื่อของการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นความจริง

เรื่องราวของท่านเจ้าอาวาสวัดโสธรที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ยุติธรรมและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ที่มา – “สุชาติ” กำชับเจ้าหน้าที่ เร่งสางปม “เจ้าอาวาสวัดโสธร” ถูกร้องพัวพันสีกา-เงินวัด

“สุชาติ” ตั้งสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ 1 สัปดาห์รู้ผล

“สุชาติ” ทิ้งทวน ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ปมทรัพย์สิน-สีกา หลังสะพัดว่อนโซเชียล คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล ย้ำ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 12 ก.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี มีการร้องเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหารผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติไม่ถูกต้อง เข้าข่ายกระทำความผิดพระธรรมวินัย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยการร้องเรียนเป็นเรื่องทรัพย์สินและเรื่องสีกา ซึ่งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ เป็นเจ้าคณะจังหวัด และเป็นพระสังฆาธิการด้วย ดังนั้น จึงต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งกับผู้ร้องและประชาชน รวมถึงตัวเจ้าอาวาสด้วย เพราะหากไม่เป็นความจริงจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ตนจึงได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธาน ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมไปถึงสำนักงานพระพุทธศาสนา และให้ผู้ตรวจของสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าไปเป็นคณะกรรมการด้วย เพราะไม่ทราบว่าในโลกออนไลน์พูดเพื่อความสนุกสนานหรือไม่ แต่ยอมรับว่าตนก็ได้ยินเรื่องนี้มานาน มีเค้าโครง ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และให้ผู้ร้องสบายใจ แต่หากเจ้าอาวาสทำผิดก็ต้องว่าไปตามระเบียบกฎหมาย และต้องแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาดำเนินการต่อไป

คาดไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล

เมื่อถามว่า วางกรอบระยะเวลาการตรวจสอบไว้เท่าใด นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้วาง แต่คาดว่าไม่น่าจะเกิน 1 สัปดาห์ เพราะจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ของตน ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ และตนก็เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนเลือกมาเป็นผู้แทน ยอมรับว่าเรื่องนี้มีมานาน ตนก็เคยไปสอบถามและเตือนเจ้าอาวาสมาแล้ว ว่ามีเรื่องใดที่ผิดพระธรรมวินัย แต่เนื่องจากวันนี้มีเสียงร้องเรียนจากโซเชียล จึงต้องดำเนินการ

เชื่อเจ้าอาวานไม่หนีไปไหน

เมื่อถามว่า จำนวนทรัพย์สินของวัดโสธรฯมีเท่าใด นายสุชาติกล่าวว่าวัดโสธรฯ เป็นวัดที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ไม่ทราบว่าเจ้าอาวาสมีทรัพย์สินขนาดไหน เพราะเห็นว่ามีการโอนกันไปมา แต่อย่าลืมว่าพระสังฆาธิการคือเจ้าพนักงาน เรื่องนี้สำคัญที่สุด  เมื่อถามว่า จำเป็นที่เจ้าอาวาสจะต้องลาสิกขาระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ยัง เพราะท่านยังไม่ผิดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ว่าเรื่องสีกาที่เขาร้อง เป็นความจริงหรือไม่  เมื่อถามว่า กังวลว่าเจ้าอาวาสจะหนีหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า คิดว่าท่านคงไม่หนีไปไหน

เรื่องราวของ“สุชาติ” ทิ้งทวน ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสังคมออนไลน์ การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนจักร

“สุชาติ” ทิ้งทวน ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล

นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องทรัพย์สินและเรื่องสีกา ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของประชาชน

ความคืบหน้าการสอบสวน “สุชาติ” ทิ้งทวน ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล

จากการเปิดเผยของนายสุชาติ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นกรรมการ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรม

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในกรณี “สุชาติ” ทิ้งทวน ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล คือ:

  • ความโปร่งใส: การดำเนินการตรวจสอบต้องมีความโปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลให้กับประชาชนได้รับทราบ
  • ความเป็นธรรม: ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียน
  • ระยะเวลา: การตรวจสอบควรดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อคลี่คลายข้อสงสัย

การที่นายสุชาติให้ความสำคัญกับกรณี “สุชาติ” ทิ้งทวน ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรักษาความถูกต้อง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “สุชาติ” ทิ้งทวน ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล

Scroll to top