วันปิยมหาราช

ศศิธร วางพวงมาลาวันปิยมหาราช รำลึกนาม “เมืองกระบี่”

รมช.มท. “ศศิธร กิตติธรกุล” วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระผู้พระราชทานนาม “เมืองกระบี่”

วันที่ 23 ต.ค. 2568 น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธี และมีข้าราชการตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม่บ้านมหาดไทย นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน และนักศึกษา ร่วมพิธี

สำหรับวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยตลอดระยะเวลา 43 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระองค์ได้ทรงริเริ่มในการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติในหลากหลายด้าน ทั้งด้านการทหาร ด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การปฏิรูประบบราชการ การจัดการบริหารราชการแผ่นดินส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น โดยในปี 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัยขึ้นเป็นเมืองปกาสัย และพระราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” และต่อมาในปี 2418 มีฐานะเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ด้วยหลักทศพิธราชธรรม โดยทรงให้ความใกล้ชิดกับปวงพสกนิกร และเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงประกาศใช้กฎหมายเลิกทาส ทำให้ประเทศไทยหรือประเทศสยามในขณะนั้นเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านสังคม ด้วยคุณอุปการจากพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ได้แผ่ไพศาลปกเกล้าปกกระหม่อมประชาชนทั่วราชอาณาจักรนำมาซึ่งความผาสุขร่มเย็น พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” ซึ่งแปลความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน”

วันนี้เป็นวันที่เราได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย การวางพวงมาลาและร่วมพิธีในวันนี้เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน และเป็นการน้อมนำเอาพระราชกรณียกิจของพระองค์มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศชาติต่อไป

การที่พระองค์ทรงพระราชทานนาม “เมืองกระบี่” แสดงให้เห็นถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความสำคัญที่ทรงมีต่อเมืองนี้ กระบี่จึงเป็นเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้าและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน

ศศิธร วางพวงมาลาวันปิยมหาราช รำลึกนาม “เมืองกระบี่”

การจัดงานวันปิยมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวไทยทุกคน และการที่ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาวางพวงมาลาที่จังหวัดกระบี่ในวันนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ชาวกระบี่

ทำไมเราต้องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน?

เพราะพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเลิกทาส การปฏิรูประบบราชการ การพัฒนาการศึกษา การสาธารณสุข และสาธารณูปโภคต่าง ๆ พระราชกรณียกิจเหล่านี้ได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองและความผาสุกให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ในปัจจุบัน เรายังคงได้รับอานิสงส์จากพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน และเราควรที่จะน้อมนำเอาพระราชดำริและพระราชกรณียกิจของพระองค์มาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาตนเองและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

การรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานวันปิยมหาราชเท่านั้น แต่เป็นการที่เราจะต้องตระหนักถึงคุณค่าของพระราชกรณียกิจของพระองค์ และนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติ

ดังนั้น ในวันนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ในการพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

การที่เมืองกระบี่ได้รับพระราชทานนามจากพระองค์ท่าน ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของชาวกระบี่ทุกคน และเราควรที่จะรักษาและสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองกระบี่ให้คงอยู่ตลอดไป

ที่มา – “ศศิธร” วางพวงมาลาวันปิยมหาราช รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนาม “เมืองกระบี่”

“นฤมล” นำ ศธ. น้อมรำลึกวันปิยมหาราช

“รมว.นฤมล” นำ คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการวางพวงมาลา บำเพ็ญกุศลถวายรัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม

วันที่ 23 ต.ค. 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2568 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

จากนั้น นางนฤมล พร้อมคณะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความกตัญญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถในการปฏิรูปประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ที่ได้ทรงวางรากฐานระบบการศึกษาของชาติให้มีความก้าวหน้า ทัดเทียมอารยประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน

“นฤมล” นำ ศธ. วางพวงมาลา น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันปิยมหาราช

วันปิยมหาราช เป็นวันที่สำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย เป็นวันที่เราน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา ที่ทรงวางรากฐานให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ

ความสำคัญของวันปิยมหาราช

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงนำพาประเทศชาติให้รอดพ้นจากภัยคุกคามจากชาติตะวันตก ทรงปฏิรูปประเทศในหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาของประชาชนทุกระดับชั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกขึ้นในประเทศไทย ทรงส่งเสริมให้มีการศึกษาในระบบ ทรงสร้างโรงเรียนฝึกหัดครู เพื่อผลิตครูอาจารย์ที่มีความสามารถในการสอน ทรงส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพื่อนำความรู้และวิทยาการกลับมาพัฒนาประเทศ

การที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ วางพวงมาลา ถวายสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความกตัญญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระคุณูปการต่อการศึกษาของชาติอย่างใหญ่หลวง การกระทำดังกล่าวเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา และน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ในปัจจุบัน การศึกษาไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งในด้านคุณภาพ ความเสมอภาค และการเข้าถึง การที่เราได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันปิยมหาราช จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ทบทวนและปรับปรุงระบบการศึกษาของไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อให้เยาวชนไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และสามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ

เราควรร่วมกันน้อมนำพระราชปณิธานของพระองค์ท่านมาปฏิบัติ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

ที่มา – “นฤมล” นำ ศธ. วางพวงมาลา น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันปิยมหาราช

“อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมอาเซียน-เอเปค

นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่เกาหลีใต้ การเตรียมความพร้อมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากนำคณะรัฐมนตรีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2568 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระบรมรูปทรงม้า) พระลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต

นายกรัฐมนตรีอนุทินเปิดเผยว่า ในวันนี้จะมีการประชุมกับรัฐมนตรีเพื่อทบทวนและเตรียมการก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่เกาหลีใต้ ซึ่งการประชุมทั้งสองเวทีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทยในอนาคต

“อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค

การประชุมที่นายอนุทินเรียกในวันนี้ มุ่งเน้นไปที่ประเด็นใดบ้าง? คาดว่าประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ ได้แก่

  • ท่าทีของประเทศไทยต่อประเด็นต่างๆ ที่จะมีการหารือในการประชุมอาเซียนและเอเปค
  • การเตรียมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

การเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมระดับนานาชาติเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถนำเสนอจุดยืนและผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของการเตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค

การประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะได้มาพบปะหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม การที่ประเทศไทยสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมเหล่านี้ได้อย่างดี จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถ:

  • แสดงบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในภูมิภาค
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในด้านต่างๆ
  • ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก

ดังนั้น การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมอาเซียนและเอเปค จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมอย่างยิ่ง

การที่ “อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลในการที่จะใช้เวทีระหว่างประเทศเหล่านี้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างเต็มที่ การเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการเตรียมตัวอย่างรอบคอบและครอบคลุมในทุกด้าน ทั้งด้านเนื้อหา สาระสำคัญ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมที่ “อนุทิน” ได้เรียกในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลในการที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายและโอกาสต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการประชุมที่จะมาถึง

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการประชุม “อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังประชาคมระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะมีบทบาทอย่างแข็งขันในการแก้ไขปัญหาระดับโลก และพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการสร้างโลกที่สันติสุขและยั่งยืน

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมอาเซียนและเอเปค จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเตรียมข้อมูลและเอกสารเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจของประเทศไทยในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก และในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นหลัง

ดังนั้นเราในฐานะประชาชนคนไทย ควรติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการประชุมเหล่านี้ เพื่อจะได้เข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญของประเทศไทยในเวทีโลก และเพื่อจะได้ร่วมกันสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างเต็มที่

ที่มา – “อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค

Scroll to top