วิทยุการบินแห่งประเทศไทย

วิทยุการบินฯ ใช้เทคโนโลยี SMC คุมระบบเดินอากาศปี 2571

วิทยุการบินฯ รับลูกคมนาคม ใช้เทคโนโลยี SMC ตั้งวอร์รูมคุมระบบเดินอากาศทั่วไทยปี 2571

วงการการบินไทยก้าวสู่ยุคใหม่ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น เมื่อกระทรวงคมนาคมสั่งเดินหน้ายกระดับน่านฟ้าไทยให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ล่าสุดได้มีการผลักดันให้ วิทยุการบินฯ รับลูกคมนาคม ใช้เทคโนโลยี SMC ตั้งวอร์รูมคุมระบบเดินอากาศทั่วไทยปี 2571 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต

ทำความรู้จักระบบ SMC หัวใจสำคัญของการควบคุมน่านฟ้า

ระบบ System Monitoring and Control หรือ SMC เปรียบเสมือน “สมองกล” หรือ “วอร์รูม” ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังและสั่งการ การที่ วิทยุการบินฯ รับลูกคมนาคม ใช้เทคโนโลยี SMC ตั้งวอร์รูมคุมระบบเดินอากาศทั่วไทยปี 2571 นั้น จะช่วยให้วิศวกรสามารถมองเห็นสถานะการทำงานของอุปกรณ์ทุกชนิดผ่านหน้าจอดิจิทัลแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นระบบสื่อสาร ระบบติดตามอากาศยาน หรือแม้แต่ระบบสนับสนุนพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างจะถูกรายงานเข้ามายังศูนย์ควบคุมกลางทันทีหากมีความขัดข้องเกิดขึ้น

ประโยชน์ที่นักเดินทางและอุตสาหกรรมการบินจะได้รับ:

  • เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย: การตรวจจับปัญหาได้รวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน
  • การแก้ไขปัญหาที่ฉับไว: ระบบ SMC ช่วยให้สั่งการแก้ไขเบื้องต้นจากระยะไกลได้ทันที ลดเวลาหยุดชะงักของอุปกรณ์
  • ยกระดับสู่มาตรฐานสากล: การนำนวัตกรรมมาใช้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับสายการบินชั้นนำทั่วโลก
  • ประสิทธิภาพสูงสุด: ด้วยการเฝ้าระวังที่แม่นยำ ทำให้การบริหารจราจรทางอากาศมีความคล่องตัวและไร้รอยต่อ

ด้วยเป้าหมายการติดตั้งให้ครบทุกศูนย์ควบคุมการบินทั้ง 9 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2571 นี้ ประเทศไทยจะมีความพร้อมในการแข่งขันด้านการบินมากขึ้น การที่ วิทยุการบินฯ รับลูกคมนาคม ใช้เทคโนโลยี SMC ตั้งวอร์รูมคุมระบบเดินอากาศทั่วไทยปี 2571 จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

ในมุมมองของเรา นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของหน่วยงานไทยในการปรับตัวเข้าสู่ยุค Smart Aviation อย่างแท้จริง เชื่อมั่นได้เลยว่าเมื่อระบบนี้เปิดใช้เต็มตัว น่านฟ้าไทยจะมีความราบรื่นและปลอดภัยมากกว่าที่เคยเป็นมาอย่างแน่นอน

ที่มา – วิทยุการบินฯ รับลูกคมนาคม ใช้เทคโนโลยี SMC ตั้งวอร์รูมคุมระบบเดินอากาศทั่วไทยปี 2571

ภัทรพงศ์ สั่งวิทยุการบินฯ ต่อเวลาหั่นค่าบริการ 30% พยุงสายการบิน

เชื่อว่าสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจการบิน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากกระทรวงคมนาคมที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยตรง โดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านทางวิทยุการบินฯ

ภัทรพงศ์ สั่งวิทยุการบินฯ ต่อเวลาหั่นค่าบริการ 30% พยุงสายการบิน

นับเป็นข่าวดีของเหล่าสายการบิน เมื่อ ภัทรพงศ์ สั่งวิทยุการบินฯ ต่อเวลาหั่นค่าบริการ 30% พยุงสายการบิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงานที่ผันผวนอย่างหนักในปัจจุบัน มาตรการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่การลดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะ Aviation Hub อีกด้วย

รายละเอียดมาตรการช่วยสายการบินภายใต้การผลักดันของ ภัทรพงศ์

จากการประชุมคณะกรรมการ บวท. เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีมติเห็นชอบขยายมาตรการช่วยเหลือออกไปอีก 2 เดือน คือเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ลดค่าบริการการเดินอากาศในประเทศ 30% สำหรับเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ
  • ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ (Credit Term) โดยให้จ่าย 50% ตามกำหนด และส่วนที่เหลือขยายออกไปอีก 30 วัน
  • มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง

การที่ ภัทรพงศ์ สั่งวิทยุการบินฯ ต่อเวลาหั่นค่าบริการ 30% พยุงสายการบิน ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐที่ต้องการประคองสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้ธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤตความไม่สงบที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก นอกจากนี้ วิทยุการบินแห่งประเทศไทยยังได้เตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินและติดตามสถานการณ์การบินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารจะมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการในช่วงวิกฤต เพราะหากไม่มีการยื่นมือเข้าช่วย ปัญหาสภาพคล่องอาจลุกลามจนกระทบต่อค่าตั๋วโดยสารของพี่น้องประชาชนได้ การช่วยเหลือจากภาครัฐจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดภาระต้นทุนให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และยังเป็นการรักษามาตรฐานการบินไทยให้คงความแข็งแกร่งไว้ได้ในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายในระดับโลก

ที่มา – “ภัทรพงศ์” สั่งวิทยุการบินฯ ต่อเวลาหั่นค่าบริการ 30% พยุงสายการบินเซ่นพิษตะวันออกกลาง

“ภัทรพงศ์” สั่งปรับแผนการบิน รับวิกฤตตะวันออกกลาง

“ภัทรพงศ์” สั่งปรับแผนการบิน รับวิกฤตตะวันออกกลาง เตือนพวกพูดคำต้องห้ามบนเครื่องบิน เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะคนที่เดินทางบ่อย ๆ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นั่งหัวโต๊ะประชุมกับหน่วยงานการบินต่าง ๆ เพื่อรับมือสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบเส้นทางบิน ต้นทุนน้ำมัน และการบริหารน่านฟ้าต่าง ๆ สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะอาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า หรือต้นทุนพุ่งสูง ส่งผลต่อทั้งผู้โดยสารและอุตสาหกรรมการบินไทย

ในที่ประชุม มีผู้บริหารจากบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัทโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาร่วมด้วย นายภัทรพงศ์ ย้ำชัดว่าต้องปรับแผนทันที โดยบูรณาการทุกหน่วยงานทำงานเป็นทีมเดียวกัน ตั้งแต่นโยบายยันปฏิบัติการ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังผลักดันสนามบินภูมิภาคให้เป็นประตูเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการเดินทาง ท่องเที่ยว และการลงทุน สนามบินไม่ใช่แค่ที่ขึ้นลงเครื่อง แต่เป็นฮับที่ขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นเลยทีเดียว

“ภัทรพงศ์” สั่งปรับแผนการบิน รับวิกฤตตะวันออกกลาง เตือนพวกพูดคำต้องห้ามบนเครื่องบิน

สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด ส่งผลให้เส้นทางบินบางเส้นต้องอ้อม หรือจ่ายค่าธรรมเนียมสูงขึ้น นายภัทรพงศ์ จึงสั่งการให้หน่วยงานปรับแผนการบินให้ทันท่วงที โดยเน้นบริหารน่านฟ้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น ทุกคนต้องทำงานประสานกัน เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารเดือดร้อน

ปรับแผนรับมือวิกฤต ตามคำสั่ง “ภัทรพงศ์” สั่งปรับแผนการบิน

การปรับแผนครอบคลุมหลายมิติ เช่น:

  • ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับเส้นทางบินให้เหมาะสม
  • ลดต้นทุน โดยประสานงานกับสายการบินและหน่วยงานระหว่างประเทศ
  • พัฒนาสนามบินภูมิภาค เพิ่ม Connectivity กับรถไฟ รถบัส เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุน
  • ยกระดับระบบควบคุมจราจรทางอากาศ ให้รองรับเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนเรื่องผู้โดยสารคนหนึ่งบนเที่ยวบินไทยแอร์เอเชีย FD4401 เส้นกระบี่-สุวรรณภูมิ ที่พูดอ้างมีวัตถุอันตรายในกระเป๋า ส่งผลให้เครื่องต้องกลับเข้าหลุมจอด นายภัทรพงศ์ สั่ง บวท. ติดตามใกล้ชิด และอำนวยความสะดวกเต็มที่ โดยยึดความปลอดภัยเป็นหลัก รายงานเบื้องต้นบอกว่าไม่กระทบเที่ยวบินอื่น ๆ แต่เป็นบทเรียนสำคัญ

นายภัทรพงศ์ ยังมอบหมายให้ บวท. เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง ทั้งสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน พร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “คำต้องห้าม” บนเครื่องบิน เช่น พูดถึงระเบิด อาวุธ หรือสิ่งที่ก่อความตื่นตระหนก ไม่ว่าจะหยอกเล่นหรือเจตนา ล้วนผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีเด็ดขาด ผู้โดยสารต้องรู้ตัวนะครับ อย่าเล่นพิเรนทร์!

การบินไทยยังคงปลอดภัยและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากเราทุกคนช่วยกันปฏิบัติตามกฎ จะยิ่งมั่นใจได้มากขึ้น สนามบินภูมิภาคที่กำลังพัฒนาจะช่วยกระจายรายได้ สร้างงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังโควิดที่คนอยากเที่ยวมากขึ้น

ในมุมมองผม นโยบาย “ภัทรพงศ์” สั่งปรับแผนการบิน รับวิกฤตตะวันออกกลาง เตือนพวกพูดคำต้องห้ามบนเครื่องบิน ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความรับผิดชอบของรัฐบาล ช่วยให้อุตสาหกรรมการบินไทยแข็งแกร่ง ทนทานต่อวิกฤตได้ดีขึ้น หากทำต่อเนื่อง จะสร้างโอกาสเศรษฐกิจระยะยาวแน่นอน

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ประสบการณ์เดินทางของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัพเดทการบินไทยเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ภัทรพงศ์” สั่งปรับแผนการบิน รับวิกฤตตะวันออกกลาง เตือนพวกพูดคำต้องห้ามบนเครื่องบิน

วิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือพุ่ง วิทยุการบินยันปลอดภัย

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ ช่วงนี้ภาคเหนือของเรากำลังเผชิญกับวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือที่หนักหน่วงมากเลยนะ โดยเฉพาะที่เชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ฝุ่นควันลอยคละคลุ้งไปหมดจนมองอะไรแทบไม่เห็น แต่ข่าวดีมาบอกว่าวิทยุการบินแห่งประเทศไทย หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ บวท. ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่า สถานการณ์นี้ยังไม่กระทบต่อการบินเลยครับ เที่ยวบินขึ้นลงได้ปกติ ทัศนวิสัยยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ บวท. ได้ให้ข้อมูลชัดเจนว่าทัศนวิสัยต่ำสุดอยู่ที่ 1,200 เมตร ซึ่งยังสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำสำหรับระบบ ILS Category 1 ที่กำหนดไว้ 800 เมตร ค่าเฉลี่ยทั้งวันก็อยู่ที่ 6-7 กิโลเมตร สบายๆ เลยครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก

วิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ

วิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ: แผนสำรองและเฝ้าระวัง 24 ชม.

ถึงจะยังไม่กระทบ แต่ บวท. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ เขาเฝ้าระวังสถานการณ์แบบ 24 ชั่วโมง มีแผนสำรองครบถ้วน ถ้าทัศนวิสัยลดลงต่ำกว่าระดับมาตรฐาน ก็พร้อมปรับเส้นทางบินไปสนามบินอื่นทันที รวมถึงบริหารจราจรทางอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือภาครัฐในการแก้ปัญหาด้วยการสนับสนุนภารกิจฝนหลวงของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งแต่ 3 เมษายน 2567 เป็นต้นมา ทำการบินดัดแปลงอากาศเหนือเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ตาก และแม่ฮ่องสอน เพื่อลดฝุ่น PM 2.5

ไม่ใช่แค่นั้นนะ ยังช่วยหน่วยดับไฟป่าด้วย การขึ้นบินสำรวจและควบคุมไฟป่าที่เป็นต้นเหตุหลักของหมอกควันทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือทุกฝ่ายในการรับมือวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือนี้

การบินสนับสนุนฝนหลวง
ไฟป่าในภาคเหนือ

มาตรการรับมือวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ

  • เฝ้าระวังทัศนวิสัยแบบเรียลไทม์
  • เตรียมสนามบินสำรองและปรับเส้นทางบิน
  • สนับสนุนฝนหลวงและการดับไฟป่า
  • บริหารจราจรอากาศให้ปลอดภัยสูงสุด

เห็นได้ชัดว่า บวท. ทำงานหนักมากเพื่อให้การเดินทางทางอากาศยังราบรื่นท่ามกลางวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ผมเชื่อว่าด้วยความร่วมมือแบบนี้ ปัญหาฝุ่นควันจะค่อยๆ คลี่คลายลงในไม่ช้า

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนเดินทางไปภาคเหนือ ลองเช็คคุณภาพอากาศและเที่ยวบินล่าสุดก่อนนะครับ ถ้าอยากดูแลสุขภาพช่วงนี้ สวมหน้ากากอนามัย N95 และอยู่แต่ในร่ม ถ้าฝุ่นลดลงเมื่อไหร่ ค่อยออกไปเที่ยวชิลล์ๆ กันต่อ ติดตามอัปเดตข่าวสารสิ่งแวดล้อมและการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย!

ที่มา – วิกฤติฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือพุ่ง วิทยุการบินฯ ยันไม่กระทบเที่ยวบิน ทัศนวิสัยยังปลอดภัย

Scroll to top