วิพากษ์วิจารณ์

อารีอานา กรานเด นักร้องสาวชื่อดังประกาศพักงาน เพื่อใช้ชีวิตส่วนตัว

เชื่อว่าแฟนเพลงทั่วโลกต่างต้องตกใจเมื่อได้ยินข่าวล่าสุดจากซุปเปอร์สตาร์สาวระดับโลกอย่าง อารีอานา กรานเด ที่ได้ออกมาประกาศข่าวใหญ่ว่าเธอเตรียมจะพักงานยาวหลังจากจบทัวร์คอนเสิร์ตครั้งล่าสุด เพื่อกลับไปใช้ชีวิตส่วนตัวให้เต็มที่ หลังจากที่เธอต้องเผชิญกับมรสุมดราม่าและการจับจ้องจากสื่อมาอย่างยาวนาน

อารีอานา กรานเด นักร้องสาวชื่อดังประกาศพักงาน เพื่อใช้ชีวิตส่วนตัว

การตัดสินใจครั้งนี้ของ อารีอานา กรานเด นักร้องสาวชื่อดังประกาศพักงาน เพื่อใช้ชีวิตส่วนตัว เกิดขึ้นหลังจากที่เธอต้องทนรับแรงกดดันจากการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปร่างและสุขภาพมาตลอดหลายปี โดยเฉพาะหลังจากที่เธอปล่อยอัลบั้มใหม่ชื่อ Petal ที่กลายเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์ ทำให้เธอตัดสินใจถอยออกมาเพื่อรักษาพื้นที่ความสุขของตัวเอง

ทำไม อารีอานา กรานเด นักร้องสาวชื่อดังประกาศพักงาน เพื่อใช้ชีวิตส่วนตัว?

สาเหตุหลักที่ทำให้นักร้องสาววัย 33 ปีตัดสินใจเช่นนี้ เป็นเพราะเธอต้องการหลีกหนีจากสายตาของผู้คนที่คอยจับจ้อง โดยตัวแทนของเธอยืนยันว่าการใช้ชีวิตท่ามกลางการวิจารณ์อย่างไม่สิ้นสุดนั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก แม้ว่าเธอจะยังคงมุ่งมั่นกับการแสดงคอนเสิร์ต Eternal Sunshine ในช่วงสุดท้ายให้สมบูรณ์แบบที่สุดก็ตาม

ผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งนี้ประกอบด้วย:

  • ยุติการออกสื่อและปรากฏตัวต่อสาธารณะหลังเดือนกันยายน 2569
  • ถอนตัวจากละครเวทีการกุศลเรื่อง Sunday in the Park with George ที่ลอนดอน
  • ต้องการพักฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตที่ใช้พลังงานสูง

แฟนคลับทั่วโลกต่างร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจให้เธอผ่านแฮชแท็ก #weloveyouariana ซึ่งเป็นการแสดงออกว่าทุกคนพร้อมสนับสนุนการตัดสินใจเพื่อความสุขส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจพักงานนานแค่ไหนก็ตาม

เราในฐานะแฟนคลับต่างเชื่อว่า การพักผ่อนคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับศิลปินที่ทุ่มเทให้กับงานมาโดยตลอด หวังว่าการหยุดพักในครั้งนี้จะทำให้เธอกลับมามีพลังและรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้งในวันที่พร้อมครับ

ที่มา – อารีอานา กรานเด นักร้องสาวชื่อดังประกาศพักงาน เพื่อใช้ชีวิตส่วนตัว

ภูมิใจไทย ซัดกลับ การดี ปมแขวะ รมต.ลูกเทพ

เดือดสนั่นวงการเมืองไทยอีกครั้ง หลังจากที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กรณี ภูมิใจไทย ซัดกลับ การดี ปมแขวะ รมต.ลูกเทพ จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อนายพิชญุตม์ พอจิต สส. อุตรดิตถ์ จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาตอบโต้คำวิจารณ์ของนางการดี เลียวไพโรจน์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ อย่างดุเดือดเกี่ยวกับประเด็นการตั้งรัฐมนตรีกลุ่มลูกเทพ

ภูมิใจไทย ซัดกลับ การดี ปมแขวะ รมต.ลูกเทพ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่คุณการดีได้ออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและที่มาของรัฐมนตรี โดยระบุว่าควรวัดกันที่ความสามารถมากกว่าการใช้นามสกุลดังหรืออิทธิพลตระกูลใหญ่ ซึ่งทางฝั่งภูมิใจไทยมองว่านี่ไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นการประชดประชันที่สะท้อนถึงปมในใจของผู้พูดเอง

เปิดศึกแลกหมัด ทำไม ภูมิใจไทย ซัดกลับ การดี ปมแขวะ รมต.ลูกเทพ ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่?

การโต้ตอบครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การปกป้องรัฐมนตรีในสังกัดเท่านั้น แต่ยังมีการเปิดประเด็นสั่นสะเทือนไปถึงพรรคคู่แข่งอีกด้วย ทางนายพิชญุตม์ได้ให้เหตุผลถึงเรื่องนี้ไว้ว่า:

  • เป็นการแสดงออกถึงคนที่ไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง
  • การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นคือเครื่องมือในการกลบปมด้อย
  • ต้องการลดความมั่นใจคนอื่นเพื่อหวังผลทางการเมือง

นอกจากนี้ นายพิชญุตม์ยังตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อนถึงเส้นทางการเมืองของคุณการดีเอง ว่าได้รับการยอมรับจากคนในพรรคเดียวกันมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการก้าวขึ้นสู่บัญชีปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 4 ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเป็นคำถามที่สังคมยังต้องการคำตอบอยู่เช่นกันว่า นี่คือการเติบโตจากความสามารถจริงหรือมีเบื้องหลังที่มากกว่านั้น

ในมุมมองของนักสังเกตการณ์ทางการเมือง เรื่องราวที่ ภูมิใจไทย ซัดกลับ การดี ปมแขวะ รมต.ลูกเทพ ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ยังวนเวียนอยู่กับการสาดโคลนใส่กันมากกว่าการนำเสนอแนวนโยบายเพื่อประชาชน การที่พรรคการเมืองมุ่งเน้นแต่จะจับผิดนามสกุลหรือที่มาของกันและกัน อาจเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าถึงเวลาแล้วที่การเมืองไทยต้องยกระดับการทำงานให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แทนที่จะเสียเวลาไปกับการใช้คำพูดเชือดเฉือนเพื่อเอาชนะกันในเชิงวาทศิลป์เท่านั้น

ที่มา – “ภูมิใจไทย” ซัดกลับ “การดี” ปมแขวะ รมต.ลูกเทพ

พิพากษา ยกฟ้อง “ธนาธร” คดี 112 ไลฟ์ปมวัคซีนพระราชทาน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวใหญ่ในวงการการเมือง เมื่อศาลอาญาได้มีคำตัดสินออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการ พิพากษา ยกฟ้อง “ธนาธร” คดี 112 ไลฟ์ปมวัคซีนพระราชทาน ที่เป็นประเด็นร้อนแรงมาอย่างยาวนาน ซึ่งในวันนี้เราจะมาสรุปรายละเอียดสำคัญของคดีนี้ให้ทุกคนได้เข้าใจกันง่ายๆ ครับ

ทำความรู้จักคดีที่นำไปสู่การ พิพากษา ยกฟ้อง “ธนาธร” คดี 112 ไลฟ์ปมวัคซีนพระราชทาน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ทำการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” ซึ่งเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนนำไปสู่การถูกฟ้องร้องในมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหาดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์

เหตุผลสำคัญที่ศาลมองว่า พิพากษา ยกฟ้อง “ธนาธร” คดี 112 ไลฟ์ปมวัคซีนพระราชทาน

ศาลอาญาได้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและมีคำวินิจฉัยสรุปได้ดังนี้:

  • การไลฟ์สดของนายธนาธรเป็นการพุ่งเป้าไปที่การทำงานของรัฐบาลชุดพลเอกประยุทธ์
  • เนื้อหาไม่ได้มีเจตนาในการหมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์
  • การวิพากษ์วิจารณ์การจัดการวัคซีนถือเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศาลจึงเห็นว่าเนื้อหาที่นำเสนอไม่ใช่ความผิดตามมาตรา 112 ตามที่อัยการยื่นฟ้อง จึงมีการ พิพากษา ยกฟ้อง “ธนาธร” คดี 112 ไลฟ์ปมวัคซีนพระราชทาน อย่างเป็นทางการ โดยบรรยากาศที่หน้าศาลมีการรวมตัวของผู้สนับสนุนและอดีต สส. ที่มาร่วมให้กำลังใจนายธนาธรด้วย

มุมมองส่วนตัว: คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญที่ทำให้สังคมได้เห็นกระบวนการยุติธรรมในการแยกแยะระหว่างการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลกับการหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งเป็นบรรทัดฐานที่น่าสนใจสำหรับการถกเถียงในอนาคตครับ

หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับผลลัพธ์ของคดีนี้ สามารถร่วมแชร์แสดงความคิดเห็นกันได้ที่หน้าเพจของเรานะครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ที่มา – พิพากษา ยกฟ้อง “ธนาธร” คดี 112 ไลฟ์ปมวัคซีนพระราชทาน

“ธนพร” เข้าขอโทษ “ภูมิธรรม” พร้อมเคลียร์ใจเตรียมถอนฟ้อง

ในวงการการเมืองไทยที่มักเต็มไปด้วยความขัดแย้งและการโต้เถียงรุนแรง เรื่องราวล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสคือ “ธนพร” เข้าขอโทษ “ภูมิธรรม” พร้อมเคลียร์ใจเตรียมถอนฟ้อง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการไกล่เกลี่ยและการยอมรับผิดพลาด โดยเฉพาะประเด็น敏感อย่างปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

“ธนพร” เข้าขอโทษ “ภูมิธรรม” พร้อมเคลียร์ใจเตรียมถอนฟ้อง

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายภูมิธรรม เวชยชัยภูมิ ที่ปรึกษาและคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยว่า รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล หรือที่รู้จักในนาม “อาจารย์ธนพร” ได้ติดต่อเข้ามาพบเพื่อขอโทษจากกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างรุนแรง ในสมัยที่นายภูมิธรรมดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นความมั่นคงที่ละเอียดอ่อน

พื้นหลังของเหตุการณ์ “ธนพร” เข้าขอโทษ “ภูมิธรรม”

ย้อนกลับไปในอดีต ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ปราสาทพระวิหารและบริเวณใกล้เคียง เป็นประเด็นร้อนที่สร้างความตึงเครียดมานาน นักวิชาการและนักการเมืองหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลในขณะนั้น รวมถึงการสื่อสารเชิงนโยบายที่อาจเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงต่อกำลังพลและประชาชนชายแดน รศ.ดร.ธนพร ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนทำให้นายภูมิธรรมไม่พอใจและดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ ดร.ธนพร ได้ติดต่อเพื่อพบปะและขอโทษ โดยยอมรับว่ามีความเข้าใจผิดในข้อมูลบางประการ นายภูมิธรรมจึงตอบรับด้วยความเข้าใจ และประกาศว่าจะถอนฟ้อง เพื่อให้เรื่องราวจบลงด้วยดี สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของทั้งสองฝ่ายในการเคลียร์ใจ

บทเรียนจากกรณีนี้

กรณี “ธนพร” เข้าขอโทษ “ภูมิธรรม” พร้อมเคลียร์ใจเตรียมถอนฟ้อง สะท้อนหลายบทเรียนสำคัญในวงการการเมืองไทย:

  • การวิพากษ์วิจารณ์ต้อง基于ข้อมูลครบถ้วน: นักวิจารณ์ควรศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับความลับทางการทหาร
  • การ对话ดีกว่าการฟ้องร้อง: แทนที่จะยืดเยื้อในศาล การพูดคุยเปิดใจช่วยรักษาความสัมพันธ์และผลประโยชน์ของชาติ
  • วุฒิภาวะทางการเมือง: การยอมรับผิดพลาดและเปลี่ยนมุมมองเมื่อมีข้อมูลใหม่ เป็นคุณสมบัติของผู้นำที่แท้จริง

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สื่อและนักวิจารณ์หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำรุนแรงที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งไม่จำเป็น ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป โดยรัฐบาลปัจจุบันควรสื่อสารอย่างโปร่งใสเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

ในมุมกว้างขึ้น เรื่องนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยที่เน้นการเมืองสร้างสรรค์ แทนการต่อสู้แบบเดิมๆ หากนักการเมืองทุกคนเลียนแบบ การเมืองไทยจะก้าวหน้าขึ้นอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ กรณี “ธนพร” เข้าขอโทษ “ภูมิธรรม” พร้อมเคลียร์ใจเตรียมถอนฟ้อง เป็นตัวอย่างที่ชวนให้คิดว่า การยอมรับผิดและให้อภัยสามารถนำไปสู่ทางออกที่ดีได้ ลองติดตามข่าวการเมืองไทยต่อไป และแบ่งปันมุมมองของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ

ที่มา – “ธนพร” เข้าขอโทษ “ภูมิธรรม” พร้อมเคลียร์ใจเตรียมถอนฟ้อง

“ธรรมนัส” ไม่รู้เรื่อง! ปม กัน จอมพลัง ยกทรัพย์สิน

“ธรรมนัส” โบ้ย ไม่รู้เรื่อง “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส แจง ตอนทำไม่ได้มาถาม บอก มือใหม่หัดขับ ทำอะไรไม่ค่อยคิด ยืนยัน ไม่เกี่ยวกับกล้าธรรม 

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ โดยก่อนสัมภาษณ์ระบุกับผู้สื่อข่าวที่ถามเรื่องนี้ว่า “อีกแล้ว”

เมื่อถามถึงกรณีที่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ระบุในข้อ 39 ว่าถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เขาเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเวลาเขาทำก็ไม่มาถามเรา ไม่รู้เรื่องเลย   เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า กัน จอมพลัง ทำเองใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับตนเลย ที่สำคัญคือ เรื่องนี้ทุกมูลนิธิก็ต้องระบุ เพราะอย่างมูลนิธิธรรมนัสก็ระบุเป็นวัดธาตุทอง ถ้ามีอะไรให้เป็นสมบัติของวัดไป

ตำหนิทำอะไรไม่ค่อยคิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า กัน จอมพลัง สามารถแก้ข้อบังคับของมูลนิธิข้อนี้ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เขาแก้แล้ว แต่ตนไม่ทราบว่าเขาเปลี่ยนไปให้ใคร เมื่อถามอีกว่า ในส่วนของ ร.อ.ธรรมนัส จบแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่า ส่วนของตนจบแล้วคืออะไร เมื่อถามย้ำว่า มีการเชื่อมโยงว่า กัน จอมพลัง เกี่ยวกับพรรค กธ. ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “มันจะถึงพรรคกล้าธรรมได้ไง ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของกัน มันน่าจะเป็นเรื่องมือใหม่หัดขับ ทำอะไรไม่ค่อยคิด”

พ้อสื่อไม่ถามเรื่องชาวบ้านเดือดร้อน

เมื่อถามว่า ได้ยกหูคุยโทรศัพท์กับกัน จอมพลัง หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสร้อง “หูย” พร้อมกับกล่าวว่า ทุกวันนี้ต้องทำงานให้ชาวบ้าน วันๆ มีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ มีเรื่องน้ำท่วมตรงนู้น ประชาชนเดือดร้อนตรงนี้ ไม่เคยถามตนถึงเรื่องพวกนี้เลย ทำให้ผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า เพราะท่านเกี่ยวกับการเมือง ร.อ.ธรรมนัส จึงตอบว่า ไม่ใช่ เราต้องแยกงานกับการเมืองให้ออก อยากให้สื่อมวลชนถามว่า น้ำท่วมตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว น้ำกำลังจะลงใต้เตรียมพร้อมอะไร อยากให้ถามแบบนี้มากกว่า ถ้ามาถามว่ามูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ทำอะไร ตนจะไปรู้เรื่องของเขาได้อย่างไร

เตรียมลง ภูเก็ต ตรวจแก้น้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้เหลืออยู่กี่จังหวัด ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า ตอนนี้กำลังลงใต้ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ฝนตกหนักมาก ซึ่งตนจะเดินทางลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพราะร่องมรสุมกำลังจะเริ่มลงใต้ ให้ถามเรื่องนี้ดีกว่า ชาวบ้านจะได้ประโยชน์ เมื่อถามว่า ในส่วนน้ำท่วมภาคกลางใกล้จบแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มันใกล้จะหมดฤดูฝนแล้ว เข้าสู่ฤดูหนาว ก็ต้องไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวใต้ต่อ เพราะช่วงปีใหม่น้ำจะท่วมใต้ ก่อนจะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “พอแล้วเนาะ” จากนั้นเดินขึ้นไปบนตึกบัญชาการ 1 ทันที

“ธรรมนัส” ไม่รู้เรื่อง “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส

จากกรณีที่เป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ และข้อบังคับที่ระบุว่า หากมูลนิธิต้องเลิกล้ม ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า โดย ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ตนเองไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของ กัน จอมพลัง ในการเขียนข้อบังคับนั้น

“ธรรมนัส” ย้ำไม่เกี่ยวข้องกัน จอมพลัง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของ กัน จอมพลัง และตนเองไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวติดตลกถึงเรื่องนี้ว่า “มันน่าจะเป็นเรื่องมือใหม่หัดขับ ทำอะไรไม่ค่อยคิด”

นอกจากประเด็นเรื่องมูลนิธิ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับความสนใจของสื่อมวลชน ที่มักจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นทางการเมืองมากกว่าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อยากให้สื่อมวลชนให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องของประชาชน และสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่มากกว่า

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้เปิดเผยถึงแผนการที่จะเดินทางลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง

ประเด็นเรื่อง “ธรรมนัส” ไม่รู้เรื่อง “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม แต่จากการสัมภาษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ก็พอจะทำให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ และความตั้งใจในการทำงานเพื่อประชาชน

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูล และการพิจารณาข่าวสารอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อ หรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ออกไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และการสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสาธารณะ ต้องมีความระมัดระวังในการกระทำ และคำพูดของตนเอง เพราะทุกอย่างสามารถถูกนำไปเชื่อมโยง และขยายผลได้อย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารจากหลายแหล่ง และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในสังคม เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจ และแสดงความคิดเห็นได้อย่างถูกต้อง และมีความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจัง และโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และศรัทธาให้กับประชาชน

ที่มา – “ธรรมนัส” ไม่รู้เรื่อง “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส ยันไม่เกี่ยวกธ.

Scroll to top