วิสามัญ

ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม

ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปฏิบัติภารกิจสำคัญภายใต้สถานการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เมื่อหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ ได้รับรายงานเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในบ้านพักอาศัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลบ้านท่าคลอง อำเภอโคกโพธิ์

เปิดเหตุการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงที่หมาย ได้ทำการปิดล้อมบ้านเป้าหมายทันที โดยมีการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากการเจรจาให้คนร้ายวางอาวุธและออกมามอบตัว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามความคาดหมาย คนร้ายเลือกที่จะเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ทำให้เกิดการยิงตอบโต้กันเป็นระยะๆ ตลอดการปิดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อผู้นำท้องถิ่นเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมเพื่อลดความสูญเสีย แต่ฝ่ายคนร้ายกลับเพิกเฉยและยังคงกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม ยังคงยืดเยื้อจนถึงช่วงสาย

จากเหตุการณ์ปะทะกันอย่างหนัก ส่งผลให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ประกอบด้วย:

  • นายมุสลิม เจะเมาะ อายุ 26 ปี ผู้มีหมายจับในคดีลอบยิงเจ้าหน้าที่เมื่อปลายปี 2566
  • นายรออัสมี ดอเลาะ อายุ 28 ปี ผู้มีหมายจับคดีความมั่นคงถึง 2 หมาย

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. และ .38 จำนวน 2 กระบอก พร้อมระเบิดแบบไปป์บอมบ์อีก 1 ลูก ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความรุนแรงของกลุ่มผู้ก่อเหตุ การปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นการขยายผลการสืบสวนจากการจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อนหน้านี้ จนนำไปสู่การทลายแหล่งซ่อนตัวของกลุ่มคนร้ายได้สำเร็จ แม้จะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียชีวิตของฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่นี่คือภารกิจเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

ในมุมมองของผู้ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามในการใช้สันติวิธีและการเจรจาของภาครัฐมักถูกท้าทายด้วยความรุนแรงจากฝ่ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ การรักษาสมดุลระหว่างมาตรการความมั่นคงพร้อมๆ กับการสร้างความเข้าใจในพื้นที่จึงเป็นโจทย์ที่ยากและสำคัญยิ่งของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มา – ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อมเจรจา คนร้ายเปิดฉากยิงใส่ก่อน

ทหารพรานปะทะแก๊งค้ายาบ้า วิสามัญดับ 3 พบยา 5 แสนเม็ด

เกิดเหตุทหารพรานปะทะแก๊งค้ายาบ้าในป่าลึกที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้วิสามัญผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 3 ราย และบางส่วนสามารถหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบเป้บรรจุยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 5 แสนเม็ด เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยจากเหตุการณ์นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปะทะเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่และขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งนำไปสู่การวิสามัญคนร้าย 3 ราย พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 500,000 เม็ด

เหตุการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังผาเมือง ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยงานจึงได้จัดชุดปฏิบัติการเพื่อทำการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจอย่างเข้มงวด บริเวณเส้นทางบ้านนามะอิ้น ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวน 5-8 คน สะพายกระเป๋าเป้ดัดแปลงไว้ด้านหลัง เดินอยู่ในป่าแนวชายแดน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มชายดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นเป็นเวลานานประมาณ 5 นาที หลังสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย และได้วางกำลังควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งจัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อรักษาความปลอดภัย เนื่องจากทัศนวิสัยในเวลากลางคืนค่อนข้างจำกัด

ต่อมาในเวลา 07.30 น. กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการสนับสนุน ร่วมกับกองร้อยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังผาเมือง จำนวน 2 ชุด เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบศพผู้เสียชีวิต 3 ราย และยังตรวจพบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมทั้งสิ้น 500,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืน ขนาด 7.62 มม. จำนวน 6 ปลอก

ในเวลา 10.30 น. พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการ กองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารพราน ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบของกลางและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ทหารพรานปะทะแก๊งค้ายาบ้าที่เชียงใหม่

สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์ทหารพรานปะทะแก๊งค้ายาบ้าในครั้งนี้เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

มาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวน การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจจับยาเสพติด และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด

  • การลาดตระเวน: เพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนและพื้นที่เสี่ยง
  • เทคโนโลยี: ใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น กล้องวงจรปิด โดรน และเครื่องตรวจจับสารเสพติด
  • การให้ความรู้: จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

เหตุการณ์ทหารพรานปะทะแก๊งค้ายาบ้าครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติและประชาชนจากภัยยาเสพติด เราควรให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ซับซ้อนที่ต้องอาศัยการแก้ไขจากหลายภาคส่วน นอกจากการปราบปรามแล้ว การให้ความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด

ที่มา – ทหารพรานปะทะแก๊งค้ายา วิสามัญดับ 3 ราย พบเป้บรรจุยาบ้า 5 แสนเม็ด

ยิงสวนดับ คนร้ายลักรถ จยย. แทงตำรวจสาหัส

เกิดเหตุระทึกที่ระนอง เมื่อคนร้ายก่อเหตุลักรถ จยย. จากบ้านชาวบ้าน แต่สุดท้ายจบลงด้วยการยิงสวนดับ หลังจากที่คนร้ายคว้ามีดพกแทงตำรวจจนสาหัส เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงและเป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคม

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปจี้ชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ถึงในบ้านหลังหนึ่งใน ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ต่อหน้าเจ้าของบ้าน พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผบก.ภ.จว.ระนอง และ พ.ต.อ.เสกสรร แก้วสว่าง รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง จึงสั่งการให้ตำรวจเร่งไล่กล้องวงจรปิดและวางกำลังสกัดจับคนร้ายทันที

นางกรรณิการ์ แป้งอ่อน ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ เธอกำลังนั่งทานอาหารอยู่ในบ้านกับสามีและหลานเล็กๆ ซึ่งอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่เสียบกุญแจคาทิ้งไว้ จู่ๆ คนร้ายก็เดินเข้ามาในบ้าน ขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ และชักมีดออกมาขู่ ก่อนจะถอยรถออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว เธอตกใจมากจึงตะโกนบอกคนในบ้านว่ามีโจร สามีของเธอได้ยินจึงคว้าท่อนเหล็กไปฟาดที่หลังคนร้าย 1 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถหยุดคนร้ายได้ จึงโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง สืบทราบว่าคนร้ายใช้เส้นทางบ้านระวิ ต.บางพระเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ในการหลบหนี จึงประสานไปยัง สภ.ละอุ่น ให้ช่วยสกัดจับคนร้าย

ต่อมา ชุดสายตรวจ สภ.ละอุ่น พบคนร้ายและรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยในพื้นที่บ้านคอกช้าง หมู่ที่ 3 ต.บางพระเหนือ จึงเรียกให้จอด แต่คนร้ายกลับเร่งเครื่องหลบหนี ทำให้รถเสียหลักล้มลงข้างทาง ตำรวจจึงเข้าจับกุม แต่ในจังหวะที่ตำรวจเผลอ คนร้ายได้ใช้อาวุธมีดที่พกมา แทงเข้าที่หน้าท้องของ ส.ต.ต.พรพิพัฒน์ เทพมาลา อายุ 21 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป. สภ.ละอุ่น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนตำรวจจึงตัดสินใจยิงสวนดับ คนร้ายทันทีในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อภายหลังคือ นายบุญถิ่น หอมจันทร์

ส.ต.ต.พรพิพัฒน์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลระนองอย่างเร่งด่วน และได้รับการผ่าตัดรักษาจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

ยิงสวนดับ คนร้ายลักรถ จยย. คว้ามีดพกแทงตำรวจสาหัส

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ ยิงสวนดับ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ และความจำเป็นในการตัดสินใจอย่างรวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน การที่คนร้ายกล้าที่จะต่อสู้และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงให้เห็นถึงความไม่เกรงกลัวกฎหมาย และความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นอุทาหรณ์ให้ประชาชนระมัดระวังทรัพย์สินของตนเอง และป้องกันการเกิดเหตุร้าย โดยเฉพาะการจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้โดยไม่ดับเครื่องยนต์ หรือเสียบกุญแจคาทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้ง่าย

ความกล้าหาญของ ส.ต.ต.พรพิพัฒน์ ที่เข้าจับกุมคนร้าย แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับตำรวจคนอื่นๆ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประชาชน

  • การลักรถ จยย. เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
  • การพกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
  • การต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ มีโทษทางกฎหมาย

เหตุการณ์ ยิงสวนดับ คนร้ายจากการลักรถ จยย. ครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอาชญากรรม และการเคารพกฎหมาย

ที่มา – ยิงสวนดับ คนร้ายลักรถ จยย. คว้ามีดพกแทงตำรวจสาหัส

Scroll to top