วีรชนทหารกล้า

อนุทินกินข้าวกับลูกหลานวีรชน แวะศรีย่านกินก๋วยเตี๋ยว

“นายกฯ หนู” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับเด็ก ๆ นั่งเก้าอี้นายกฯ สุดอบอุ่นนั่งร่วมทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า จบภารกิจวันเด็ก แวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ แม่ค้าบอกสู้ ๆ ขอให้สานต่อคนละครึ่งพลัส

วันที่ 10 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 พร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ร่วมกิจกรรม โดยบรรยากาศมีเด็ก ๆ เข้ารุมขอถ่ายภาพ และมีเด็กชายวิ่งเข้ามากอดนายกฯ พร้อมเรียก “ลุงหนู” ซึ่งนายกฯ หัวเราะดีใจ ก่อนอุ้มถ่ายภาพด้วย รวมถึงมีเด็กชายกล่าวกับนายกฯ ว่า “ผมเชียร์ท่านนายกฯ เพราะท่านเด็ดขาด อยากให้เป็นนายกฯ อีกสมัย”

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ชั้น 1 อาคาร 44 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) นายกฯ พร้อมภริยา ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงกับลูกและครอบครัววีรชนที่เสียสละชีวิตจากเหตุไทย-กัมพูชา จาก 21 ครอบครัว รวม 43 คน โดยมีเมนูอาหาร อาทิ ข้าวผัดทะเล ข้าวผัดปลาสลิดไข่ต้ม ข้าวคลุกกะเพรา สปาเกตตีขี้เมา ไก่บอนชอน เค้ก ซาลาเปา ไอศกรีม โดยนายกฯ นั่งรับประทานอาหารข้างน้องมีสุข บุตรสาวของ จ.ส.อ.ศตวรรษ พร้อมพูดคุยกับน้องมีสุข รวมถึงเรียกลูกชายของ จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย “บอกมาหาลุง”

ขณะเดียวกัน นายกฯ ได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรมต่าง ๆ ทักทายเด็ก ๆ และผู้ปกครอง พร้อมนั่งถ่ายภาพกับเด็ก ๆ ที่บันไดด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้า ทั้งนี้ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม มาร่วมกิจกรรมด้วย

จบภารกิจวันเด็ก แวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ แม่ค้าขอให้สานต่อคนละครึ่งพลัส

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ เสร็จสิ้นภารกิจงานวันเด็กประจำปี 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางมารับประทานอาหาร เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านประจำ บริเวณศรีย่าน โดยมีลูกค้า พ่อค้าแม่ค้า ในบริเวณดังกล่าว เข้ามาขอถ่ายรูปนายกฯ และส่วนใหญ่ขอให้นายกฯ สู้ ๆ

โดยบางช่วงมีแม่ค้าบอกกับนายกฯ ว่า 2,400 บาท ยังไม่ได้เลย อยากให้สานต่อโครงการคนละครึ่งพลัส

อนุทิน ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เกิดภาพที่น่าประทับใจ เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ พร้อมทั้งเปิดทำเนียบต้อนรับเด็ก ๆ อย่างอบอุ่น ไฮไลท์สำคัญคือการที่นายกฯ อนุทินได้ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า เพื่อเป็นการให้เกียรติและระลึกถึงความเสียสละของบรรพบุรุษ

หลังเสร็จสิ้นภารกิจวันเด็ก นายกฯ อนุทิน ได้เดินทางไปยังศรีย่าน เพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านโปรด ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นตาของชาวศรีย่าน และแสดงให้เห็นถึงความติดดินเป็นกันเองของท่านนายกฯ

ทำไมนายกฯ อนุทิน ถึงแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ?

การที่นายกฯ อนุทิน แวะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ศรีย่าน ไม่ได้เป็นเพียงการทานอาหารธรรมดา แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่ และการสนับสนุนร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกฯ อนุทิน ให้ความสำคัญมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังเป็นการพักผ่อนอิริยาบถจากการทำงานหนักอีกด้วย

สำหรับบรรยากาศที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในวันนั้น เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่างเข้ามาทักทายและให้กำลังใจนายกฯ อนุทิน พร้อมทั้งฝากความหวังถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ต้องการให้สานต่อเพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก

การลงพื้นที่ของนายกฯ อนุทิน ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเข้าใจในปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

อนาคตของโครงการคนละครึ่งพลัสยังคงต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของโครงการนี้ในการช่วยเหลือประชาชน และพร้อมที่จะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้โครงการนี้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน อนุทิน ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ สะท้อนภาพลักษณ์ที่เข้าถึงประชาชน

การที่นายกฯ อนุทิน ได้ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของผู้นำประเทศต่อผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ และความใกล้ชิดกับประชาชนในทุกระดับชั้น นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการจากผู้นำ และเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

ที่มา – “อนุทิน” ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ

พรรครักชาติ สดุดีทหารกล้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ


พรรครักชาติ สดุดีทหารกล้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โต้ “สม รังสี” ชี้กัมพูชาต้องจ่ายค่าเสียหาย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมนายเจษฎ์ โทณะวณิก นำผู้สมัคร สส.กทม. พรรครักชาติ ร่วมสดุดีทหารกล้าที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของเหล่าวีรชนผู้กล้าหาญ

พรรครักชาติได้นำดอกเบญจมาศสีขาว มาร่วมแสดงความเคารพและระลึกถึงคุณงามความดีของทหารกล้าที่ได้สละชีพเพื่อปกป้องชาติไทย ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่แสดงถึงความกล้าหาญและความเสียสละของทหารไทย

นายเจษฎ์ โทณะวณิก ได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีที่นายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เรียกร้องให้ชาวกัมพูชาฟ้องร้องให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายจากการบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของกัมพูชา โดยนายเจษฎ์กล่าวว่า กัมพูชาต่างหากที่ต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหาย

นายเจษฎ์ กล่าวว่า การที่นายสม รังสี กล่าวหาว่าไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นไม่ถูกต้อง เพราะกัมพูชาต่างหากที่ยังคงคุกคามไทยอย่างต่อเนื่อง การกล่าวหาเช่นนี้เป็นการบิดเบือนความจริงและสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน

“คนที่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้เราคือกัมพูชา ไม่ใช่เราจ่ายค่าเสียหายให้กัมพูชา” นายเจษฎ์กล่าวอย่างหนักแน่น

พรรครักชาติ สดุดีทหารกล้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกล่าวหาและการตอบโต้กันระหว่างผู้นำและนักการเมืองของทั้งสองประเทศ

ทำไมพรรครักชาติจึงให้ความสำคัญกับการสดุดีทหารกล้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

การสดุดีทหารกล้าที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง การกระทำเช่นนี้เป็นการปลุกจิตสำนึกรักชาติและความสามัคคีในหมู่ประชาชน

นอกจากนี้ การที่พรรครักชาติออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายสม รังสี ยังเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติไทย พรรครักชาติเห็นว่าการกล่าวหาของนายสม รังสี เป็นการยั่วยุและสร้างความแตกแยก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

พรรครักชาติจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันเป็นกำลังใจให้กับทหารและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องชายแดน และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง

การออกมาแสดงจุดยืนของพรรครักชาติในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีความสามารถในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ การเลือกตั้งที่จะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง

การสดุดีทหารกล้าที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นการแสดงออกถึงความรักชาติและความกตัญญูต่อผู้ที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง

ดังนั้น เราจึงควรตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ และสนับสนุนผู้ที่ตั้งใจจริงที่จะทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง พรรครักชาติ สดุดีทหารกล้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อย้ำเตือนถึงความเสียสละและปลุกจิตสำนึกรักชาติ

ที่มา – พรรครักชาติ ร่วมสดุดีทหารกล้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โต้ “สม รังสี” ชี้กัมพูชาต้องจ่ายค่าเสียหาย

ผบ.ทบ. ร่วมพิธีจารึกนามวีรชนทหารกล้า ชายแดน

ในวันที่ 26 กันยายน 2566 กองทัพบกได้จัดพิธีสำคัญที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพและรำลึกถึงวีรบุรุษของชาติ โดย ผบ.ทบ. ร่วมพิธีจารึกนาม “วีรชนทหารกล้า” เหตุปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชา ณ กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการบันทึกชื่อของเหล่าทหารผู้กล้าหาญที่สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดิน แต่ยังเป็นการสดุดีและถ่ายทอดคุณค่าของความเสียสละให้รุ่นหลังได้รับรู้

ผบ.ทบ. ร่วมพิธีจารึกนาม “วีรชนทหารกล้า” เหตุปะทะชายแดน

พิธีนี้มี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน ร่วมด้วยเหล่าผู้บัญชาการชั้นสูง เช่น พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และอื่นๆ รวมถึงทายาทของผู้เสียชีวิต ทหารผ่านศึก และกำลังพลกองทัพบกจำนวนมาก พิธีเริ่มต้นด้วยการทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ทหารผู้ล่วงลับ จากนั้นมีขบวนกองทหารเกียรติยศแสดงความเคารพ ผู้เข้าร่วมกล่าวคำสดุดี และ ผบ.ทบ. ได้ประดับแผ่นป้ายจารึกรายนามลงบนกำแพงอนุสรณ์ พร้อมการเป่าแตรเดี่ยวและยิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรชน

กำแพงอนุสรณ์กองทัพบกนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บรักษานามของทหารที่สละชีพในสมรภูมิรบต่างๆ เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของไทย การจารึกนามในครั้งนี้จึงมีความหมายลึกซึ้ง โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตราย เหล่าทหารเหล่านี้ยืนหยัดเป็นแนวหน้า รักษาความสงบสุขให้ประชาชน

รายนามวีรชนทหารกล้าที่ถูกจารึก

ในพิธี ผบ.ทบ. ร่วมพิธีจารึกนาม “วีรชนทหารกล้า” เหตุปะทะชายแดน ครั้งนี้ มีรายนามทหาร 16 นายที่เสียสละในสมรภูมิดังกล่าว โดยรายละเอียดดังนี้:

  • 1. จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา สังกัด กองพันปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6
  • 2. จ่าสิบเอก ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13
  • 3. จ่าสิบเอก อโณทัย ป้องแก้ว สังกัด กองพันปฏิบัติการพิเศษ
  • 4. จ่าสิบเอก อภิรมย์ ทรงพุฒิ สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 8
  • 5. สิบเอก กฤษฎา น้อยโครต สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6
  • 6. สิบเอก จิรายุ สิงห์อ้น สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6
  • 7. สิบเอก จิรายุส อินทุมาน สังกัด กองพันจู่โจม
  • 8. สิบเอก นพพล บุญเลิศ สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6
  • 9. สิบเอก อัมรินทร์ ผาสุข สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23
  • 10. สิบโท ต่อพงษ์ พันดวง สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16
  • 11. สิบโท ศราวุฒิ นามสวัสดิ์ สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8
  • 12. สิบตรี วรัญชิต ยวงสุวรรณ สังกัด กรมทหารราบที่ 13
  • 13. พลทหาร ญาณพัฒน์ โครตสาขา สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3
  • 14. พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง สังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2
  • 15. พลทหาร พิทยุตม์ โสดา สังกัด กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23
  • 16. พลทหาร สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8

รายนามเหล่านี้ไม่ใช่แค่ชื่อ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและหน้าที่ที่ทหารไทยยึดมั่น การจารึกนี้ช่วยให้ครอบครัวและสังคมได้รำลึกถึงการเสียสละของพวกเขา

กิจกรรมพิเศษในพิธี

นอกจากการจารึกนามแล้ว พิธียังรวมถึงการประกอบพิธีทางศาสนาโดยพระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา) และคณะ ที่หอประชุมกิตติขจร มีการสวดพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหาร ทอดผ้าบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศล จากนั้นมีการมอบเงินช่วยเหลือและของที่ระลึกแก่ทายาทของผู้เสียชีวิต โดย ผบ.ทบ. เป็นผู้มอบเอง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้ครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีการฉายวีดิทัศน์สดุดี และบรรยายพิเศษโดย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อให้ข้อคิดแก่กำลังพล

ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ประทับใจ โดยสดุดีเหล่าทหารที่อุทิศตนปกป้องชาติ แม้ในสถานการณ์อันตราย พวกเขายังยืนหยัดไม่ย่อท้อ กองทัพบกจะดูแลครอบครัวของพวกเขาต่อไป เพื่อตอบแทนความเสียสละนี้

เหตุการณ์ ผบ.ทบ. ร่วมพิธีจารึกนาม “วีรชนทหารกล้า” เหตุปะทะชายแดน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการรำลึกถึงวีรบุรุษ การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารปัจจุบัน แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจแก่ประชาชนทุกคนถึงคุณค่าของความสามัคคีและการปกป้องแผ่นดิน

ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวของวีรกรรมชาติ ผมเชื่อว่าการรำลึกเช่นนี้จะช่วยให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของหน้าที่พลเมือง หากคุณสนใจเรื่องราวของทหารไทย ลองแวะมาอ่านบทความอื่นๆ ในบล็อกของเรา เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมและแบ่งปันความภาคภูมิใจในชาติ

ที่มา – ผบ.ทบ. ร่วมพิธีจารึกนาม “วีรชนทหารกล้า” เหตุปะทะชายแดน บนกำแพงอนุสรณ์กองทัพบก

Scroll to top