วุฒิสมาชิก

สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย

สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าการเมืองสหรัฐฯ ทันที หลังจากที่รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ที่ทำร่วมกับอิหร่าน แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่พ้นสายตาของเหล่า สว. จากพรรคเดโมแครตที่ออกมาตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด โดยมองว่าสว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย ซึ่งประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวและความกังวลในนโยบายต่างประเทศครั้งสำคัญ

เสียงวิจารณ์จากฝั่งเดโมแครต: ข้อตกลงที่เสียเปรียบ

นักการเมืองระดับสูงหลายคนไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะ เอลิซาเบธ วอร์เรน ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับประชาชนชาวอเมริกัน พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของสงครามครั้งนี้ รวมถึง อดัม ชิฟฟ์ ที่เน้นย้ำชัดเจนว่าในเมื่อ สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าข้อตกลงนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว เพราะแทบไม่มีกลไกจูงใจที่แข็งแกร่งพอสำหรับอิหร่าน

รายละเอียดที่น่าสนใจภายใต้ MOU ฉบับนี้ ได้แก่:

  • การอนุญาตให้อิหร่านกลับมาขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในตลาดโลกได้อีกครั้ง
  • การเข้าถึงเงินทุนสนับสนุนเพื่อการพัฒนาสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์
  • การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกแช่แข็งไว้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเหล่านี้ผูกอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ในการเจรจาขั้นต่อไป ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นเพียงการเปิดช่องให้อิหร่านได้รับผลประโยชน์ไปก่อนโดยที่สหรัฐฯ ยังไม่มีหลักประกันที่มั่นคง

สงครามที่กลายเป็นความสูญเสีย

สว. มาร์ก วอร์เนอร์ ได้แสดงความเห็นที่น่าสนใจว่า สหรัฐฯ กำลังอยู่ในจุดที่อ่อนแอลงกว่าเดิมหลังจากผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบนี้มา คำถามสำคัญที่คนทั่วโลกจับตามองคือ การที่ สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย นั้น จะส่งผลอย่างไรต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลทรัมป์ในช่วง 60 วันนับจากนี้ที่จะมีการเจรจาเงื่อนไขขั้นสุดท้าย

ในมุมมองของผม นี่คือเกมการเมืองและการทูตที่เดิมพันสูงมาก การพยายามยุติความขัดแย้งด้วยการยื่นข้อเสนอใหญ่โตอาจดูเหมือนเป็นชัยชนะในสภาวะสงคราม แต่ถ้าชาวอเมริกันไม่รู้สึกว่าตนเองปลอดภัยขึ้นหรือความเป็นอยู่ดีขึ้น ข้อตกลงนี้อาจจะกลายเป็นบูมเมอแรงที่ย้อนกลับมาทำร้ายรัฐบาลได้ทุกเมื่อ คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการเจรจาในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับราคาที่สหรัฐฯ ต้องจ่ายจริงหรือไม่

ที่มา – สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย

ชื่นมื่น! แกนนำอวยพร “อนุทิน” เป็นนายกฯ อีก 4 ปี

บรรยากาศชื่นมื่น! แกนนำรัฐบาลร่วมงานวันเกิด 59 ปี “อนุทิน ชาญวีรกูล” พร้อมอวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี หลังยุบสภา

เมื่อเวลา 19.45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย จัดงานวันเกิดครบรอบ 59 ปี ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น โดยมีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมอวยพรอย่างคับคั่ง อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังมี นายสุชาติ ชมกลิ่น ว่าที่รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่ รมว.อุตสาหกรรม และจ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลศ ว่าที่รมช.อุตสาหกรรม ร่วมเดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับนายอนุทินอย่างเป็นกันเอง

ภายในงานยังคราคร่ำไปด้วยบุคคลสำคัญทางการเมือง อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส. เพชรบูรณ์ พรรคพปชร. ในฐานะว่าที่รมช.สาธารณสุข, และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพปชร.

ครอบครัวชาญวีรกูลก็มาร่วมงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ได้แก่ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา, นายเศรณี และ น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล บุตรชายและบุตรสาวของนายอนุทิน รวมถึง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจน ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์และเป่าเค้ก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น สำหรับเค้กวันเกิดในปีนี้ พรรคภูมิใจไทยได้จัดทำเป็นรูปนายอนุทินกำลังถือเสื้อสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดเบอร์ 32 ซึ่งหมายถึงเป็นนายกฯคนที่ 32 ของประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ร้องเพลงอวยพรจบลง ส.ส. ภายในงานได้พร้อมใจกันตะโกนว่า หากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 4 เดือนตามเงื่อนไข ยุบสภาแล้ว และหากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก 4 ปี เพื่อสานต่อนโยบายและพัฒนาประเทศต่อไป

แกนนำรัฐบาลชื่นมื่น ร่วมเบิร์ธเดย์ 59 ปี “อนุทิน” อวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี

การรวมตัวของแกนนำรัฐบาลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและความเชื่อมั่นในตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะผู้นำประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี บ่งบอกถึงความคาดหวังที่จะได้เห็นนายอนุทินสานต่อนโยบายต่างๆ ที่ได้ริเริ่มไว้ และนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

อนุทิน ชาญวีรกูล กับความท้าทายในการเป็นนายกฯ อีก 4 ปี

การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกสมัย ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง แต่ด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่นตั้งใจ เชื่อว่านายอนุทินจะสามารถนำพาประเทศไทยก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศได้อย่างแน่นอน

  • การสานต่อนโยบาย: การสานต่อนโยบายที่ได้ริเริ่มไว้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเห็นผลเป็นรูปธรรม
  • การรับฟังความคิดเห็น: การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การตัดสินใจต่างๆ เป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
  • การสร้างความร่วมมือ: การสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

อนาคตทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็นอย่างไรต่อไป? คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ การได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากแกนนำรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่จะผลักดันให้นายอนุทินมุ่งมั่นทำหน้าที่ผู้นำประเทศให้ดีที่สุด

การอวยพรให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ อีก 4 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นและความหวังของแกนนำรัฐบาลที่มีต่อศักยภาพของเขาในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ที่มา – แกนนำรัฐบาลชื่นมื่น ร่วมเบิร์ธเดย์ 59 ปี “อนุทิน” อวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี

Scroll to top